อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 27 ช่วงเวลาแห่งความเป็นความตาย (2)

            “สู้กันเลยเอาเลย!”

            เย่ชิงหานปากบ่นพึมพำไม่หยุดจังหวะฝีเท้าแผ่วเบามากยิ่งขึ้นเพราะเกรงว่าจะไปรบกวนทำให้เจ้าของภูเขาตื่นขึ้นมา

            ฟิ้ว! ฟิ้ว!

            มองเห็นเงาร่างสีแดงหลายสายที่พุ่งทะยานตรงเข้ามาเย่ชิงหานรีบปิดกลั้นลมหายใจและเก็บซ่อนพลังลมปราณจากนั้นแนบตัวเข้าไปกับลำต้นอันอวบใหญ่ของต้นไม้รอจนกระทั่งเงาร่างทั้งหมดพุ่งทะยานผ่านพ้นไปยังทางด้านหลังที่ตนผ่านมาถึงค่อยถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเอามือลูบดูหน้าผากตนเองพบว่าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น

            หมุนกายกลับไปดูทางด้านหลังห่างไกลออกไปรู้สึกว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ ทั้งเสียงขู่คำรามทั้งเสียงร้องด้วยความโกรธดังมาอยู่ไม่ขาด

            หืม? มีหมาป่าเพลิงผ่านมาอีกแล้ว!

            เย่ชิงหานรีบหมอบลงอย่างตื่นตกใจไม่กล้าขยับเขยื้อนแม้แต่น้อยรอจนเงาร่างสีแดงเหล่านั้นพุ่งผ่านไปเขาจึงค่อยขยับกายหลบเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งอย่างระมัดระวัง

            ตามเส้นทางที่มาระดับความเร็วที่เย่ชิงหานใช้เดินทางคือสิบกิโลเมตรต่อหนึ่งชั่วโมง เขาค่อยๆแฝงตัวเดินทางอย่างช้าๆเพียงแต่ว่ายิ่งเดินลึกเข้าไปหมาป่าเพลิงที่มุ่งหน้าสวนทางมายิ่งเยอะมากยิ่งขึ้นเสียงขู่และเสียงร้องคำรามด้วยความโกรธที่ห่างไกลออกไปทางด้านหลังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆบ่อยครั้งที่ได้ยินเสียงต้นไม้ล้มและเสียงฝีเท้าของเจ้าสไปโนซอรัสดังลอยมา

            “ดีในที่สุดก็ต่อสู้ตะลุมบอนกันจนได้! แต่ว่า? ทำไมข้ารู้สึกว่าเจ้าสไปโนซอรัสมันยังมุ่งหน้าเข้ามาใกล้ข้าขึ้นทุกที?” เย่ชิงหานที่กำลังกระโดดไปมาบนต้นไม้ใช้สายตามองลอดผ่านช่องว่างระหว่างใบไม้มองไปยังที่ที่ห่างไกลออกไปมีควันสีเขียวลอยฟุ้งขึ้นมาเขาแน่ใจว่าในตอนนี้ฝูงหมาป่าเพลิงและเจ้าสไปโนซอรัสได้เกิดการต่อสู้กันขึ้นแล้วควันสีเขียวเป็นผลมาจากลูกไฟที่หมาป่าเพลิงปล่อยออกมา แต่ทำไม...เสียงฝีเท้าของเจ้าสไปโนซอรัสกลับเข้ามาใกล้ตนเองมากขึ้นทุกขณะ

            หมาป่าเพลิงจำนวนมากมายขนาดนั้นรุมโจมตีล้วนไม่มีผล?

            เย่ชิงหานไม่กล้าที่จะคิดไปมากกว่านั้นควรรีบเร่งเดินทางอย่างรวดเร็วและอย่างปลอดภัยจะเป็นการดีที่สุด

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางด้านหลังเป็นเหมือนกับที่เขาคาดคิดไว้หมาป่าเพลิงตอนนี้รวมตัวกันได้ราวสามสิบกว่าตัวแต่สไปโนซอรัสที่เป็นถึงเจ้าอาณาเขตผู้ยิ่งใหญ่ในเขตแดนส่วนลึกมันไม่ได้สนใจแม้แต่จะชายตามองมารอสูรระดับต่ำอย่างหมาป่าเพลิงเหล่านี้เลยแม้แต่น้อย

            สไปโนซอรัสทำท่าขยับจมูกดมกลิ่นหัวที่ใหญ่โตของมันแสดงอาการงุนงงว่า กลิ่นอายพลังที่น่ารังเกียจของไอ้เจ้าอสูรแปลกประหลาดตัวนั้นทำไมถึงหายไปแล้วในความทรงจำที่ได้รับมาจากพลังทางเผ่าพันธุ์ของมันบอกว่าหากพบเจอเจ้าอสูรตัวเล็กชนิดนี้ให้ฆ่าโดยทันทีตอนนี้กลิ่นอายพลังของเจ้าอสูรน้อยน่ารังเกียจนั้นหายไปแล้วถ้าอย่างนั้นก็บดขยี้เจ้ามนุษย์ที่อยู่กับมันแทนก็แล้วกันเพื่อเป็นการระบายอารมณ์และความเหนื่อยยากลำบากที่ไล่ติดตามมาครึ่งค่อนวัน

            ความไร้มารยาทและความโอหังของสไปโนซอรัสทำให้หมาป่าเพลิงที่เป็นเจ้าถิ่นรู้สึกโกรธหมาป่าเป็นสัตว์ที่หยิ่งยโสในตนเอง แม้ว่าเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้จะดูน่ากลัวเป็นอย่างมากแต่เมื่อเห็นสไปโนซอรัสรุดหน้าตรงเข้าไปยังรังของพวกตนอย่างไม่ลดละและไม่สนใจต่อการเตือนของพวกตนดังนั้น พวกมันจึงเริ่มการโจมตีลูกไฟมืดฟ้ามัวดินพุ่งเข้าใส่สไปโนซอรัสที่กำลังรุดไปข้างหน้าอย่างไม่มีทางที่จะหลบเลี่ยงได้

            เป็นความจริงที่สไปโนซอรัสไม่มีที่ให้หลบเลี่ยงหรืออาจจะพูดให้ถูกว่ามันไม่ได้คิดที่จะหลบตั้งแต่แรกแล้วมันอาศัยเกล็ดสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่บนตัวรับการโจมตีจากลูกไฟทั้งสามสิบลูก

            “ตูมตูม!”

            ลูกไฟขนาดใหญ่กระแทกลงไปบนเกล็ดที่หนาและใหญ่ของมัน สะเก็ดไฟแตกกระจายไปทั่วร่วงหล่นไปยังพุ่มไม้ใบหญ้าในระแวกนั้นลุกไหม้เกิดเป็นควันสีเขียวลอยตลบอบอวล

            “โฮก...”

            ลูกไฟไม่ได้ทำให้สไปโซอรัสบาดเจ็บหรือรู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใดเพียงแต่เกล็ดสีเขียวอ่อนที่แวววาวของมันกลายเป็นสีดำเท่านั้นเองเดิมทีก็บ้าคลั่งอยู่แล้วมันยิ่งบ้าคลั่งขึ้นไปอีกมันแหงนหน้าขึ้นฟ้าแผดเสียงร้องคำรามออกมาดวงตาที่แดงก่ำขนาดเท่ากับศีรษะมนุษย์ของมันมองไปยังหมาป่าเพลิงที่อยู่ตรงหน้ามันตัดสินใจว่าจะสั่งสอนเจ้าพวกมารอสูรชั้นต่ำพวกนี้เสียหน่อย

            ท่อนหางที่ราวกับแส้ของมันตวัดฟาดออกไปยังหมาป่าเพลิงสามตัวที่อยู่ใกล้มันมากที่สุดชนกระแทกลอยออกไปกรงเล็บที่ใหญ่โตของมันตะปบออกไป หมาป่าเพลิงอีกสองตัวถูกบดขยี้แบนราบติดไปกับพื้นฝูงหมาป่าวิ่งแตกหนีออกไปยังทิศต่างๆ ไม่กล้าที่จะเข้าไปใกล้อีก ส่วนสไปโนซอรัสก็ไม่ได้ไล่ตามฆ่าพวกหมาป่าเพลิงที่วิ่งแตกหนีออกไปแต่อย่างใดมันทำเพียงหันหัวไปยังทิศทางที่เย่ชิงหานอยู่แล้วมุ่งหน้าไล่ติดตามออกไป

            ส่วนหมาป่าเพลิงที่เหลือรู้สึกได้ว่าเจ้ายักษ์ใหญ่ตัวนี้รับมือได้ยากแต่เพราะร่างของเพื่อนที่กองอยู่บนพื้นและเลือดอุ่นๆของหมาป่าที่ไหลออกมาทำให้พวกมันไม่สู้ไม่ได้ พวกมันไม่กล้าเข้าใกล้ทำได้แค่วิ่งวนเวียนอยู่รอบนอกแล้วพ่นลูกไฟออกมาโจมตีใส่บ้างก็แหงนหน้าขึ้นฟ้าส่งเสียงเห่าหอนเรียกพวกมาเพิ่มและบอกแก่ตัวที่เป็นหัวหน้าฝูง

            .................................

            “นายท่านรู้สึกว่าสถานการณ์จะไม่ค่อยดีสักเท่าไร!”

            อีกฟากหนึ่งของภูเขาหมาป่าเพลิงชายร่างเตี้ยหนิวจินเงี่ยหูฟังเสียงเห่าหอนของหมาป่าเพลิงที่ดังมาเป็นระยะๆเขาพูดบอกแก่เสว่อีด้วยสีหน้าที่ดำคล้ำ

            “เป้าหมายอยู่บนเขาลูกนี้แน่ใช่ไหม?”เสว่อีสีหน้าไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อยทำเพียงถามออกมาอย่างเฉยเมย

            “เป้าหมายอยู่บนเขาอย่างแน่นอนเพียงแต่ว่าสถานการณ์บนเขาผิดแปลกไป...” ชายเตี้ยหนิวจินสีหน้าหวาดหวั่นอย่างเห็นได้ชัดตัวเขาที่อาศัยอยู่ในเมืองหมันมานาน เข้าออกเทือกเขาอยู่บ่อยๆสัญชาตญาณระวังภัยบอกกับตนเองว่าภูเขาหมาป่าเพลิงในตอนนี้อันตรายอย่างที่สุด

            “เจ้ารออยู่ที่นี่พวกเราไป!”

            น้ำเสียงที่เย็นชาซึ่งเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นในตนเองดังขึ้นเงาร่างทั้งห้ามุ่งหน้าขึ้นเขาไปอย่างรวดเร็ว ในสายตาของพวกเขาภูเขาหมาป่าเพลิงแม้จะกลายเป็นภูเขามีดหรือทะเลเพลิงพวกเขาก็สามารถฝ่าเข้าไปได้อย่างแน่นอนและอย่างง่ายดายอีกด้วย

            โฮก! โฮก!

            เสียงแผดร้องคำรามของสไปโนซอรัสดังขึ้นเรื่อยๆเสียงการเดินของมันแต่ละครั้งราวกับจะทำให้พื้นดินสั่นไหวไปมาเย่ชิงหานเช็ดเหงื่อที่ไหลเต็มหน้าผากและหางตา ใช้ลิ้นเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนรีบเร่งลัดเลาะผ่านพุ่มไม้ใบหญ้าอย่างรวดเร็ว ไม่กล้าที่จะหยุดพักแม้สักวินาที

            “บรู๊ววว...”

            ไม่ไกลออกไปเสียงเห่าหอนดังยิ่งกว่าครั้งไหนๆลอยมา เสียงหอนที่ราวกับกระบี่อันแหลมคมทิ่มทะลวงผ่านนภากาศจากนั้นบนเขาบังเกิดเสียงเห่าหอนดังขึ้นพร้อมกันทั่วทุกทิศราวกับทหารที่ขานรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาฉันนั้น

            “ราชาหมาป่าเพลิง”

            เย่ชิงหานไม่เพียงไม่ตกใจแต่กลับดีใจขึ้นมาด้วยซ้ำรีบเสาะหาต้นไม้ใหญ่ได้ต้นหนึ่งแล้วกระโดดขึ้นไปในทันทีมองหากิ่งที่มีใบปกคลุมอย่างหนาแน่นจากนั้นมุดผ่านเข้าไปแล้วใช้ใบไม้เหล่านั้นปกคลุมตนเองจนมิดเหลือไว้แค่เพียงตำแหน่งนัยน์ตาสำหรับมองออกไป

            ฟิ้ว! ฟิ้ว!

            ผ่านไปไม่นาน รอบๆทั้งสี่ด้านล้วนเต็มไปด้วยเงาร่างสีแดงของหมาป่าดูราวกับลูกธนูไฟที่ถูกยิงพุ่งออกไปในทิศทางเดียวกันหนึ่งในนั้นมีเงาร่างหมาป่าที่สูงใหญ่ล่ำสันพร้อมกับระดับความเร็วที่น่าตกใจเย่ชิหานมองเห็นเพียงแค่แสงสีแดงผลุบผ่านพุ่มไม้แล้วก็หายวับไป

            บรู๊ว! บรู๊ว! โฮก!

            เนื่องจากการเข้าร่วมของราชาหมาป่าเพลิงการต่อสู้ยิ่งดุเดือดรุนแรงมากยิ่งขึ้นทั้งเสียงเห่าหอนของหมาป่าและเสียงแผดร้องคำรามของสไปโนซอรัสเสียงต้นไม้ในละแวกใกล้เคียงล้มครืนๆ ดังมาไม่ขาดสาย

            หนี!

            หากไม่หนีเวลานี้จะรอเวลาไหนอีก!

            หลังจากตรวจสอบดูอย่างแน่ใจว่าหมาป่าเพลิงเกือบทั้งหมดล้วนติดตามราชาของมันไปแล้วจึงกระโดดลงมาจากต้นไม้อย่างแผ่วเบาจากนั้นเริ่มโคจรพลังปราณรบอย่างเต็มกำลังพุ่งทะยานออกไปยังอีกทางหนึ่งของภูเขา

            ฮู่ว! ฮู่ว!

            อึดใจเดียววิ่งออกมาเจ็ดถึงแปดกิโลเมตรนานๆ ทีหันกลับไปดูจุดที่เกิดการต่อสู้สักครั้ง รู้สึกว่าห่างไกลออกมามากขึ้นเรื่อยๆในใจรู้สึกโล่งขึ้นมาบ้าง ครั้งนี้รอดตายหวุดหวิดจริงๆหากไม่ใช่ว่าอสูรกลืนวิญญาณเสี่ยวเฮยที่สามารถกลายร่างได้หากไม่ใช่ว่าเวลาในการกลายร่างหมดพอดีเมื่อถึงภูเขาหมาป่าเพลิงและหากไม่ใช่ว่าภายในภูเขาหมาป่าเพลิงมีราชาหมาป่า ครั้งนี้ตนเองได้ล่องลอยไปแดนสุขาวดีอย่างแน่นอน...

            ประสบการณ์รอดตายหวุดหวิดทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวแต่ก็มีความตื่นเต้นหรือกระทั่งดีอกดีใจด้วยเหมือนกับว่าภายในเลือดของเขามันแฝงไปด้วยจิตวิญญาณของนักผจญภัยเพียงแต่ว่าอารมณ์ยินดีของเขาไม่นานก็ถูกทำให้หยุดลง

            ห่างออกไปราวหนึ่งกิโลเมตรเบื้องหน้ามีคนในชุดดำจำนวนห้าคน!

            ผู้ล่า?

            มารดาเจ้าเถอะ! โชคไม่ดีชะมัดยาด เพิ่งหนีจากเสือดันมาปะจระเข้เข้าให้อีก มองดู “ผู้ล่า” ทั้งห้าเบื้องหน้าที่สายตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและทั่วร่างแผ่ไอพลังเย็นยะเยือกออกมาเย่ชิงหานใช้สมองครุ่นคิดอย่างรวดเร็ว เขาทดลองวิ่งไปข้างหน้าหลายก้าวด้วยใบหน้าที่แสดงอาการร้อนใจพร้อมกับร้องตะโกนออกมา“พี่ชายทั้งหลายรีบหนีไป หมาป่าเพลิงกำลังคลุ้มคลั่ง...”

            ได้ยินเรื่องที่ทำให้คนหวาดกลัวขนาดนี้แต่ทั้งห้าคนกลับไม่กระดุกกระดิกแม้แต่น้อย พวกเขาทำเพียงมองมายังเย่ชิงหานอย่างเย็นชา

            หืม?

            ร่างที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าของเย่ชิงหานจำต้องหยุดลงไปในทันทีคนพวกนี้ไม่กลัวหมาป่าเพลิง? ดูท่าคงต้องเปลี่ยนแผนการสักหน่อยแล้วการต่อสู้ด้านหลังไม่มีใครรู้ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร แต่ไม่ว่าใครจะชนะถึงเวลานั้นล้วนไม่ใช่เรื่องดีต่อตนเองคิดได้ดังนั้นเย่ชิงหานปลดห่อผ้าแล้วโยนทิ้งไว้บนพื้นใช้เสียงที่สั่นเครือตะกุกตะกักพูดออกมา “ท่าน..น..พี่ทั้งหลายของมีค่าทั้งหมดบนตัวข้าล้วนอยู่ในห่อผ้านั้นแล้ว โปรดปล่อยข้าไปจะได้หรือไม่?”

            ทั้งห้ายังคงไม่ขยับเขยื้อนใดๆมีเพียงคนที่อยู่ตรงกลางหยิบเอาภาพวาดออกมาจากอกแล้วมองเทียบกับใบหน้าของเย่ชิงหานอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เก็บกลับคืนยังอกดังเดิมจากนั้นโบกมือพร้อมกับพูดขึ้น “จับมันไว้”

            ทั้งห้าก็คือองครักษ์มืดของเสว่อู๋เหินเสว่อี เสว่เอ้อ เสว่ซาน เสว่ซื่อและเสว่อู่ เมื่อเสว่อีโบกมือส่งสัญญาณ ทั้งสี่ต่างเดินแยกย้ายโอบล้อมเป็นรูปครึ่งวงกลมปิดทางออกด้านหน้าไว้ทั้งหมดจากนั้นพุ่งทะยานเข้าหาเย่ชิงหานอย่างรวดเร็ว

            “ฮะ! นี่มาหาข้าโดยเฉพาะเลยอย่างนั้นหรือจำได้ว่าข้าไม่เคยล่วงเกินใครที่ไหนมาก่อนนี่? ทำอย่างไรดี? จะทำอย่างไรดี? ทั้งห้าคนชัดเจนว่าล้วนเป็นยอดฝีมือทางข้างหน้าก็ไปไม่รอด มารดาเจ้าเถอะ! อย่ามาโทษข้าก็แล้วกันจะตายก็ต้องตายด้วยกันทั้งหมดนี่แหละ!” มองเห็นสายตาที่เย็นชาของทั้งห้าคนเย่ชิงหานรีบใช้สมองคิดหาวิธีอย่างรวดเร็วเพียงไม่กี่วินาทีเขาก็ตัดสินใจหมุนตัววิ่งกลับไปทางด้านหลังอย่างไม่ลังเลใดๆทั้งสิ้น พุ่งทะยานตรงไปยังตำแหน่งที่ราชาหมาป่าเพลิงกับสไปโนซอรัสกำลังต่อสู้กัน

    คล้ายกับเรื่องอสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน