ตอนที่51 ห้ามใจไม่ไหว
“โลละสองร้อย? บาสลูก...นี่โดนนนท์ต้มมาใช่มั้ย หนูนาอย่างมากก็แค่โลละเจ็ดสิบแปดสิบบาทเท่านั้น อย่าว่าแต่สองร้อยเลย ร้อยกว่าก็ยังยากจะได้” แม่หน่อยเผยรอยยิ้มอ่อน แกคิดว่าลูกชายคงถูกเพื่อนหลอกมาแน่ๆ แกก็พอรู้เกี่ยวกับนนท์มาบ้างว่าเป็นไง มีเมียตั้งแต่ยังเด็กแถมเมียยังมาท้องอีก คงวิ่งตัวเป็นเกลียวหาเงินเลี้ยงเมียและลูกที่กำลังเกิด“นั่นสิบาส เลี้ยงหมูดีกว่าน่า เลี้ยงเองกำไรเอง อีกอย่างหากเอาเนื้อไปทำจิ้มจุ่มไม่หมดก็แค่แบ่งไปขายตลาด....” พ่อรุ้งหยุดพูดกระทันหัน ที่ข้างๆร้านเป็นพ่อค้าขายหมูที่ดีกับภรรยา หากแกขายแข่งที่ตลาดคงมองหน้ากันไม่ติด ที่ยกมาพูดขึ้นเพราะไม่ทันคิดถึงตรงนี้ พอรู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไปจึงหัวเราะกลบเกลื่อน บาสส่ายหน้าอย่างช่วยไม่ได้ จะโทษพ่อแม่ก็ไม่ได้เพราะตอนนี้ราคาหนูนาอยู่ที่เจ็ดสิบแปดสิบบาท หากจะพูดว่าราคาสองร้อยบาทนั่นยังเร็วเกินไป ต้องรอให้เวลาผ่านไปกว่านี้อีกสักระยะหนูนาก็จะราคาเพิ่มขึ้น “พ่อกับแม่ไม่เชื่อเหรอ...บาสจะบอกอะไรให้นะ มันก็เหมือนกับอึ่งนั่นละ ตอนแรกคิดว่ามันจะขายไม่ได้ราคานี้ใช่มั้ย แต่สุดท้ายมันก็ขายได้ และหนูนาที่บาสจะเลี้ยงเองก็เหมือนกัน ราคาของมันตอนนี้บาสอาจจำเป็นขายสักโลละร้อยกว่าบาท แต่ชื่อเถอะเมื่อเวลาผ่านไปราคาของมันก็จะขยับขึ้น นี่เป็นกลไกอย่างหนึ่งที่เข้าใจได้”พ่อรุ้งกับแม่หน่อยมองหน้ากัน บาสเกาหัวแกรกๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า“ช่างเถอะ ไว้พูดเรื่องนี้ทีหลังก็แล้วกัน” พ่อรุ้งกับแม่หน่อยมองหน้ากันอีกครั้ง พวกแกจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าลูกชายกำลังรู้สึกไม่พอใจ กลับคิดไปว่าที่เป็นแบบนี้เพราะพวกตนไม่เห็นด้วยกับการเลี้ยงหนูนา เวลานี้แม่หน่อยจึงไปพูดคุยกับบาส บอกว่าอยากเลี้ยงดูก็ได้ไม่เสียหายอะไร บาสมองแม่หน่อยตาปริบๆ เขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่ถูกห้ามเลี้ยงจนเดินออกมา แต่เป็นเพราะเรื่องของพี่ทรายต่างหากที่ยังกวนใจเขาอยู่ จนถึงตอนนี้ยังว้าวุ่นในใจอยู่เลย
คิดไปคิดมาเนิ่นนาน เดินอยู่บนบ้านที่ว่างเปล่าด้วยใบหน้าขมวดมุ่น หากแม่หน่อยมาเห็นบาสเดินวนไปวนมาเช่นนี้คงคิดว่าผีเข้าแน่ๆ ดีไม่ดีอาจพาไปสำนักไล่ผีบาสหยุดฝีเท้าลง กัดฟันกรอดแล้วเดินลงมาจากชั้นบน จากนั้นมุ่งหน้าไปยังร้านป้าชมพู นี่เป็นตอนบ่ายอ่อนๆ แดดยังไม่แรงมากนัก มีลูกค้าเป็นผู้ชายส่วนใหญ่เข้ามาในร้านหลายคน แต่ละคนต่างใช้สายตาโลมเลียพี่ทรายโดยเฉพาะก้น....เรียวขาสวยยาวขาวๆน่าจับพาดบ่าไม่น้อย นี่คงเป็นความคิดส่วนใหญ่ของพวกมันที่บาสมโนไปเอง และเขารู้สึกโกรธอย่างยิ่ง! “แม่งเอ้ย! มึงเป็นอะไรวะบาส เธอจะโชว์อะไรก็เรื่องของเธอสิ!” เด็กหนุ่มมีสีหน้าเดือดดาลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แอบซุ่มตรงต้นไม้ใหญ่เหมือนคนโรคจิตมองหญิงสาวที่กำลังเสิร์ฟผัดหมี่ “จะเข้าไปคุยให้รู้เรื่องดีหรือเปล่านะ...” บาสครุ่นคิดกับตัวเอง “ไม่สิ...แล้วเราจะเข้าไปคุยเรื่องอะไรล่ะ? โธ่เว้ย! ทำไมมันยากเย็นนักนะ” จนแล้วจนรอดบาสก็ทำได้เพียงยืนอยู่ตรงนั้น เขาไม่กล้าเข้าไป ไม่กล้าเข้าไปคุยกับเธอ...มันเป็นความรู้สึกที่แย่จริงๆ เขาเพิ่งรู้สึกอย่างนี้เป็นครั้งแรก กระทั่งถึงเวลาต้องกลับร้านบาสจึงจากไปด้วยใบหน้าซึมกระทือตอนนั้นเองเจ้าอี๊ดกับเพลิงมาที่ร้านป้าชมพู พอดีเห็นบาสกลับไปจึงถามพี่ทรายว่า “พี่ทรายไอ้บาสเพิ่งมากินผัดหมี่เมื่อกี้เหรอ”พี่ทรายมีสีหน้างุนงง “เปล่านะ บาสมากินตั้งแต่เช้าแล้วไม่ได้กินตอนบ่ายหรอก” “อ้าวเหรอ...ก็เห็นว่ามันมามองๆเมื่อกี้นึกว่ามันเข้ามากินซะอีก” อี๊ดเกาหัวเก้อ ไม่รู้จะพูดอย่างไงดี สำหรับเขาร้านนี้เป็นร้านประจำ ไม่ได้มาเพราะพี่ทรายแต่งตัววาบหวิว แต่ที่มาเพราะติดใจรสชาติผัดหมี่ต่างหาก“อ๋อ...ไม่รู้สิ พี่ก็ไม่เห็นเขาเหมือนกัน” ถึงแม้ปากจะพูดแบบนั้นแต่กลับมองออกไปนอกร้าน ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น มีเพียงต้นไม้ต้นหนึ่งตั้งสูงตระหง่าน “อี๊ดคงตาฝาดแน่ๆ บาสเกลียดเราซะขนาดนั้นจะมายืนแอบมองเราได้ยังไง แต่...เมื่อเช้าเขาก็มากินนี่ ทำไมล่ะ? หรือว่าอยากมาดูเราว่าเป็นยังไงบ้าง...” พี่ทรายเผยใบหน้าครุ่นคิด เพลิงที่นั่งอยู่ถึงกับสำลักน้ำที่กำลังดื่ม เพราะในขณะที่เขากำลังดื่มอยู่นั้นพี่ทรายก้มมาพอดี จึงทำให้เขาเห็นร่องอกสีขาวนวลตรงหน้าพอดิบดอดี... เด็กวัยรุ่นฮอร์โมนพลุ่งพล่านเป็นธรรมดา แค่มีอะไรไปกระตุ้นนิดหน่อยไฟโทสะก็ลุกโชนขึ้นมา ถลึงกายพรวดทำให้อี๊ดที่นั่งอยู่ข้างๆตกใจไม่น้อย ไม่ใช่แค่อี๊ดเท่านั้นที่ตกใจ ลูกค้าในร้านคนอื่นเองก็เหมือนกันพี่ทรายมองเด็กหนุ่มตรงหน้าแปลกๆ ทำไมหน้าเขาถึงแดงเถือกแบบนี้นะ? เพลิงไม่ได้อ้วนหรือเตี้ยเหมือนกับอี๊ด หากเทียบกันแล้วหุ่นหมอนี่ดูดีมากเลยแหละ เวลานี้เพลิงมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่วางตา ลมหายใจถี่กระชั้น ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วจึงพูดไปว่า “พี่ทราย...คบกับผมเถอะ!!” อี๊ดที่นั่งอยู่ข้างๆถึงกับโง่งม ในสมองอื้ออึงคิดอะไรไม่ออก ลูกค้าในร้านเองก็ได้ยินไม่ต่างกันนัก โชคดีที่ป้าชมพูกำลังผัดหมี่อยู่จึงไม่ได้ยิน ไม่งั้นแกคงถามแน่ว่าไม่ได้คบกับบาสแล้วเหรอพี่ทรายยืนอยู่เองก็อึ้งไม่ต่างจากคนอื่นๆ ก่อนจะเผยรอยยิ้มน้อยๆ...........การขายจิ้มจุ่มในวันนี้ยังวุ่นเหมือนเดิม บาสปาดเหงื่อบนหน้าผาก ต้อนรับลูกค้ากับเอิงหลังจากวันนั้นเธอก็ดูสนิทสนมกับบาสมาก เรื่องนี้สร้างความโกรธเคืองให้กับพี่ชายอย่างมอสไม่น้อยบาสที่เห็นสีหน้ามันทำได้เพียงหัวเราะหึหึ เขารู้สึกดีใจจริงๆที่เห็นมอสมีสีหน้าอย่างนั้น “แกคิดจะเล่นกับฉันเหรอวะมอส? แกกล้ามองพี่บีสแต่มันก็เท่านั้น ฉันได้ใกล้ชิดกับน้องสาวแกจนแทบจะดูดปาก...ดูซิว่าแกจะทนได้ยังไง” บาสนึกลำพองใจ ขบคิดไปว่าตนเองเหนือกว่าอีกฝ่าย ทว่าหากมองภาพรวมแล้วมอสดูดีกว่าบาสอยู่หลายส่วน หากบาสไม่มีร้านจิ้มจุ่มเป็นของตัวเอง คงจะไม่มีใครมองเขาแบบนี้ ผ่านไปอีกวันก็ได้รับข่าวจากพ่อรุ้ง นนท์ไม่ได้มาบอกว่าจะมาเลี้ยงหนูนาให้ บาสที่ได้ยินถึงกับเผยรอยยิ้มเหยียด คิดอยู่แล้วเชียวว่ามันต้องเป็นแบบนี้ หมอนี่คิดว่าหาหนูนาขายเองได้ทุกวันแล้วทำไมจะต้องไปเป็นลูกจ้างแค่วันละไม่กี่ร้อย บาสล่ะอยากหัวเราะดังๆเหลือเกิน อยากจะบอกเพื่อนคนเก่งว่าหนูนามันไม่ได้หาง่ายแบบนั้นนะ ตอนนี้ยังได้อยู่ก็จริงแต่เมื่อมีคนดักมากขึ้นเรื่อยๆ จำนวนหนูจะลดลงอย่างรวดเร็ว นี่ก็เหมือนกับอึ่งแต่เมื่อเทียบกันแล้วหนูนาราคาแพงกว่าเยอะ บาสไม่ได้รีบร้อนสร้างที่เลี้ยงหนู ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าราคาหนูจะขึ้น อีกอย่างตอนนี้ยังไม่มีใครเลี้ยงหนูตัดหน้าเขาหรอก อย่างน้อยก็ตอนนี้ แต่หลังจากนี้อีกไม่กี่ปีน่าจะมีหลายบ้านหันมาเลี้ยงหนูนาขาย ถึงตอนนั้นบาสคิดว่าตลาดส่วนใหญ่คงเป็นของเขาหมดแล้ว แต่อย่างใดก็ตามนั่นแค่การคาดเดาเท่านั้น
วันเปิดโรงเรียนโนนเหล็กใกล้เข้ามาแล้ว บาสยืนอยู่บนระเบียงทอดสายตาไปยังโรงเรียนตอนกลางคืน ได้ยินเสียงหมาหอนตามถนนที่มืดมิด ดวงไฟดูริบหรี่คล้ายจะดับลงทุกเมื่อ กำลังจะหันหลังกลับเข้าห้องต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อเห็นเอิง... เวลานี้เอิงสวมชุดนอนสีขาวตัวบาง ขาขาวๆชวนให้ชายหนุ่มรู้สึกลำคอแห้งผาก อยากได้นำเย็นๆมาดับกระหาย นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาเห็นเอิงแต่งตัวแบบนี้ บาสเห็นมาหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ชินสักที“อ้าวบาส...ยังไม่นอนเหรอ” เอิงเผยรอยยิ้มน้อยๆ ตั้งแต่วันนั้นที่หอมแก้มเขาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว เธอยังไม่ลืมสัมผัสจากริมฝีปากที่แนบชิดแก้มของเขา... เวลานี้เห็นเด็กหนุ่มยืนอยู่ตรงหน้า อีกทั้งยังใส่เพียงเสื้อกล้ามกับกางเกงกีฬา ใบหน้าพลันร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้ ราวกับถูกไฟสุมหัวใจ มันเต้นโครมครามเพียงเห็นเขาอยู่ในชุดนี้“ยังอะ...เอิงล่ะ เพิ่งอาบน้ำมาใช่มั้ย หอมเลยนะ”“อืม...พอดีแม่ซื้อสบู่ตัวใหม่จากในเมืองมาให้น่ะ” เอิงเดินมาตรงราวระเบียง ก้มหน้างุดแล้วถามว่า “อยากลองหอมใกล้ๆมั้ย...” เพียงแค่คำพูดนี้หลุดจากปาก เด็กหนุ่มพลันเลือดสูบฉีด ใบหน้าร้อนผ่าว ถลึงกายพรวดเดียวก็ข้ามราวระเบียงเล็กๆไปยังอีกฝั่ง เอิงไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าเข้ามาจริงๆ ที่จริงแล้วแค่พูดเล่นๆเท่านั้น แต่เมื่อเขาเข้ามาเธอจึงไม่สามารถทำสิ่งใดได้ ใบหน้าหวานหยดก้มงุดไม่กล้าสบตา... บาสไม่รู้ว่าตัวเองเข้ามาที่นี่ได้ยังไง อาจจะเพราะคำพูดของเอิง หรือไม่ก็อาจจะเพราะกลิ่นกายของเธอที่หอมเกินไป เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนเองถูกล่อลวงโดยเด็กสาวตรงหน้า เลือดในกายเวลานี้เดือดพล่าน เพียงแค่เข้ามาก็ได้กลิ่นสาบสาวแรกแย้ม...ความหอมนี้ยากเกินต้านทาน!เด็กหนุ่มรวบกายเด็กสาวจากข้างหลัง ใช้มืองุ่มง่ามกอดเอวบางของอีกฝ่าย“บาส...” เอิงถึงกับสะดุ้งโหยง ทว่าเด็กหนุ่มกลับกอดแน่น ราวกับกลัวว่าเธอจะหนีไปจากเขา... “ขอโทษนะ...ขออยู่แบบนี้แป๊บนึงได้มั้ย” บาสกระซิบบอกเบาๆ ทว่าผู้ฟังกับแตกตื่นจนคิดอะไรไม่ออก โดยเฉพาะน้ำเสียงของเขาที่พูดออกมาคลอหูเบาๆ ชวนวาบหวามยิ่งนัก ไหนจะลมแผ่วๆที่กระทบใบหู ยิ่งทำให้หัวใจที่เต้นโครมครามก่อนหน้านี้เต้นเร็วขึ้นไปอีกเท่าตัว... “อื้ม....” เอิงเผลอครางโดยไม่รู้ตัว ขาเล็กๆขาวๆบิดกันไปมา รู้สึกได้ว่าที่ก้นมีอะไรตุงๆมาดันอยู่ เพียงแค่คิดใบหน้าของเอิงยิ่งแดงแจ๋ ในหัวตอนนี้ขบคิดอะไรไม่ออกแล้ว อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิด อีกอย่างหนึ่งเธอก็มีใจให้เขาเหมือนกัน เพราะงั้นแล้วครั้งแรกที่สำคัญควรจะมอบให้...