“ทำไมเมื่อเช้านายไม่ปลุกฉัน”ผมเปิดประเด็นทันทีที่ก้าวเข้าประตูห้องคอนโด ธรณีนั่งเอนตัวดูบนโซฟาที่ผมใช้นอนปกติผมไม่ค่อยเห็นภาพนี้ เพราะผมแย่งเขาใช้จอภาพตลอดเวลา
“เราดิสเคลม[1]ล่วงหน้าแล้วไงว่าจะไม่ปลุก มือถือท่านก็ตั้งปลุกได้ นาฬิกาข้อมือท่านก็น่าจะได้ถ้าเสียงไม่ดังพอ เดี๋ยวเราซื้อเครื่องอื่นให้ สั่งเอไอไว้ก็ได้ ให้ส่งเสียงไซเรนยังได้เลย”ธรณีโต้ตอบกลับมาเป็นชุด เขาคงเข้าใจว่าผมตำหนิ
“ฉันไม่ได้โทษนายฉันผิดที่ไม่รับผิดชอบเองแหละ” ผมตอบตามจริง คำพูดเมื่อกี้เกิดจากโทษะชั่ววูบ
“แต่คำถามของท่านก็ตีความได้ว่าเรามีส่วนผิดนะ” เพื่อนผมยังไม่เลิกระแวง
ความอดทนของผมขาดสะบั้นลง “แค่อยากรู้เหตุผลเฉยๆ! ก็เหมือนกับการถามความเห็นนั่นแหละ” เสียงผมดังขึ้นโดยไม่ตั้งใจแฝงความสั่นเครือจากความอัดอั้นที่สะสมมาทั้งวัน
“ดูเหมือนท่านอารมณ์ไม่ดีนะเราอยากรู้เหตุผลที่ท่านโกรธด้วยได้ไหม”
“ทำไม...” ผมชะงัก ทีแรกกะจะไม่บอกเขาเมื่อคิดได้ว่าเก็บกับตัวก็เปล่าประโยชน์ ธรณีเป็นเพื่อนคนเดียวของผมในโลกนี้อีกทั้งไม่ใช่คนที่ยียวนกวนประสาท เขาคงอยากรู้เรื่องจริง
“ไอ้สหายมันล้อเลียนฉัน!มันเอาเรื่องที่ฉันเขียนข่าวผิดไปเล่าให้เพื่อนมันฟังเป็นเรื่องตลกพวกมันหัวเราะเยาะฉัน! ไมตรีก็อีกคน...แม่งเอ้ย!สั่งงานมาเป็นชุด จะเอาโน่นเอานี่ แก้แล้วแก้อีก ไม่พอใจซักที โคตรยิบย่อยจะเอาอะไรนักหนาจากคนยุคโบราณอย่างกูวะ!” ผมบ่นเป็นชุด ๆ ใส่อารมณ์โกรธลงไปเต็มที่แต่พยายามไม่มองหน้าธรณี เพื่อไม่ให้เขารู้สึกโกรธไปด้วย เขารอให้ผมสาธยายจนจบผมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงอาหารให้เขาฟังด้วย
“เราคงไม่บอกให้ท่านไม่ต้องคิดมากทำใจให้สบายหรอก เพราะมันเป็นไปไม่ได้” ธรณีเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็นอุณหภูมิตรงข้ามกับผมโดยสิ้นเชิง เหมือนบรรลุธรรมขั้นสูงแล้ว ชั่วขณะที่ผมเม้มปากแน่นรู้สึกขื่นขมในความอ่อนแอไร้ความสามารถของตนเอง
“แต่เราจะสะท้อนว่าท่านโกรธเรื่องอะไรแล้วจะเสนอความเห็น” เพื่อนผมเว้นวรรคให้หายใจก่อนกล่าวต่อ“ท่านโกรธพฤติกรรมของสหายแต่เราคิดว่าเขาไม่ได้เห็นว่าท่านนั่งอยู่ตรงนั้นเลยตั้งใจทำให้อับอายหรอกเพราะเขาไล่พูดเรื่องนี้กับคนอื่นไปทั่ว บ่ายนี้เขายังเล่าให้เราฟังด้วยเหมือนเป็นมุขตลกที่เขาเห็นว่าตลก เขาคงไม่ได้รู้สึกผิดตั้งแต่แรกแล้ว”
ผมฟังเพื่อนแล้วไม่ได้รู้สึกเกลียดชายคนนั้นน้อยลงเลยแม้ธรณีจะบอกว่าพฤติกรรมการวิพากวิจารณ์ตรง ๆ จะเป็นเรื่องปกติของคนยุคนี้แต่การเล่าเรื่องตลกบนความทุกข์ของผู้อื่นก็เหมือนการบูลลี่แบบหนึ่งผมให้อภัยไม่ได้
“ในเมื่อพฤติกรรมของสหายเป็นแค่สิ่งที่เราไม่ชอบจะฟ้องหมิ่นประมาทก็ไม่ได้เพราะสิ่งที่สหายพูดเป็นความจริงถึงเขาไม่พูดทุกคนในแชตก็เห็นไฟล์ที่ท่านส่งมาอยู่ดี ความเห็นของเราง่ายสุดคือไม่ต้องไปคุยด้วยก็แค่นั้น ต่างคนต่างอยู่”
ธรณีไม่ได้เข้าข้างผมเลยแม้แต่น้อยดูเข้าข้างสหายด้วยซ้ำ แต่คิดดูแล้วคำพูดเขาก็มีเหตุผลผมไม่อาจเอาบรรทัดฐานความเชื่อในยุคสมัยผมไปตัดสินคนในยุคนี้ได้แม้ผมจะต่อต้านแค่ไหนแต่การแสดงออกอย่างเสรีและตรงไปตรงมาเป็นความจริงที่ปกติในยุคนี้
“ส่วนที่ท่านโกรธไมตรีเรื่องที่ตำหนิท่าน เราก็เข้าใจดี ไมตรีเคยบอกเองเลยว่าเป็นคนเพอร์เฟกชันนิสต์ จึงไม่แปลกที่จะทำเช่นนี้แต่เขาได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการบริหาร ให้ดูแลและประเมินผลช่วงฝึกงานเป็นหลักแปลว่าตอนทำงานจริงจะมีบรรณาธิการอีกสองคนช่วยคานอำนาจเราเลยแนะนำว่าถ้าท่านทนผ่านการประเมินจันทร์นี้ไปได้ตอนทำงานจริงก็จะไม่ได้เข้มงวดเท่านี้ แต่ท่านก็ต้องรักษามาตรฐานไม่ให้ต่ำกว่าเส้นเพราะจะเป็นข้ออ้างใช้ไล่ท่านออกได้แต่ถ้าท่านต้องถูกออกจริง เราสัญญาว่าจะให้ท่านอยู่ต่ออย่างน้อยจนกว่าท่านจะได้งานใหม่”
แม้ว่าคำพูดของธรณีจะไม่แสดงอารมณ์ใด ๆแต่ผมกลับมีน้ำตารื้นออกมาซาบซึ้งในสิ่งที่เขาพูดรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงของเขาในสไตล์แบบธรณีผมหันไปทางเขาอ้าแขนเตรียมโอบกอดเพื่อนรัก แต่ธรณีถอยร่น จ้องผมอย่างงุนงง
“ท่านทำอะไรน่ะ ถ้าจะกอดเราเราไม่อนุญาตนะ”
“อะไรเนี่ย เสียบรรยากาศหมด”ผมใช้แขนเสื้อปาดคราบน้ำตา ผมเรียนรู้มาตั้งแต่ตอนพิมพ์ตระเวนแนะนำตัวแล้วว่าคนยุคนี้ถ้าจะถูกเนื้อต้องตัวกันไม่ว่ากรณีใด ๆ ก็จะต้องขออนุญาตมิฉะนั้นจะโดนข้อหาล่วงละเมิดได้ในขณะที่ล่วงละเมิดทางวาจาโดนเอาผิดยากกว่าเพราะสิ่งที่เรียกว่าเสรีภาพโคตรย้อนแย้ง
“งั้นแค่ขอบคุณได้ไหม”
“ได้สิ” ธรณียิ้มมุมปากพอเป็นพิธีผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าชีวิตนี้เขาเคยดีใจหรือเสียใจจนร้องไห้ไหมชักอยากเห็นสีหน้าเขาตอนที่ได้เป็นซูเปอร์โหวตเตอร์ครั้งแรกจริง ๆผมถามเขาว่ามีความเห็นอะไรอีกไหม
“ท่านมีสองตัวเลือกที่จะทำในตอนนี้คือเตรียมทำงานที่ค้างอยู่ของท่านให้เสร็จ แต่ต้องทำเหมือนไม่ให้เป็นโอทีนะเรามีเทคนิคอยู่ กับ หยิบเครื่องซิมูเลชันขึ้นมา แล้วเล่นเกมกันให้หายเครียด”
ธรณีพูดจบก็เดินไปหยิบเครื่องพาราเลลเวิลด์ซิมูเลเตอร์จากลิ้นชักในห้องตนเองมาโชว์ให้ดูผมเพิ่งรู้ว่าเขามีสองอัน ตั้งแต่แรกแล้วก่อนผมจะมาแน่นอนว่าผมตอบรับตัวเลือกที่สองของเขาด้วยความเต็มใจนี่เป็นครั้งแรกที่ธรณีชวนผมเล่นเกม
--------------------
ผมรู้สึกราวกับว่าสิ่งที่อัดอั้นมาตลอดทั้งสัปดาห์ได้ถูกปลดปล่อยผ่านการเล่นเกมในคืนวันศุกร์เรียบร้อยแล้วธรณีไม่บ่นแม้แต่น้อยที่แพ้ผมย่อยยับในเกมแบตเทิลเอิร์ธในโหมดการต่อสู้ตัวต่อตัว ซึ่งเพื่อนผมไม่ได้แตะมาเดือนกว่าเพราะให้ผมเล่นแทน ผมก็ไม่ยั้งมือตามที่เขาสั่ง หวังว่าจะไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นหลังจากที่ผ่านไปสิบรอบเขาก็เสนอให้เปลี่ยนโหมดการเล่นเป็นแบบโคออปออนไลน์[2]แทนซึ่งทีมผมชนะกว่า90% แน่นอนว่าไม่ใช่ฝีมือธรณีแน่เพราะตัวละครของเขาตายก่อนผมทุกรอบแม้จะเล่นจนดึกดื่นธรณีก็ยังตื่นเช้าไปทำงานพิเศษสอนหนังสือที่โรงเรียนซึ่งเป็นงานประจำทุกเสาร์ได้ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหน ในขณะที่ผมเริ่มมีรอยคล้ำรอบดวงตา ปล่อยให้หนวดเคราขึ้นรกครึ้มตามธรรมชาติผมที่เริ่มยาวก็แค่เสยลวกๆ ไม่หวีจัดทรงอีกต่อไป
ผมใช้เวลาตลอดวันเสาร์อาทิตย์ไปกับการทำงานที่ไมตรีมอบหมายจนเสร็จแล้วก็ตรวจทานซ้ำตามขั้นตอนการรีไวส์ที่นิกรณ์แนะนำผมทึ่งที่ตัวเองสามารถมีสมาธิทำงานต่อเนื่องได้นานขนาดนั้นราวกับว่าไฟในตัวผมได้จุดขึ้นอีกครั้งหลังจากมอดไปนานขุดทุกทักษะสมัยเป็นนักกิจกรรมขึ้นมาปรับใช้ แม้ช่วงเวลาพักผมก็จะลองหาข้อมูลเล่นๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ยังสงสัยเกี่ยวกับโลกใบนี้ โดยพยายามนึกถึงคำศัพท์ที่พบจากเกมเดอะเมเยอร์แล้วไม่รู้จักหลายคำเคยรู้มาก่อนแต่เลือนหายไปตามกาลเวลา ผมเดาว่าเป็นเพราะสามเหตุผลอันแรกคือการปลดปล่อยความเครียดความยุ่งเหยิงในสมองในคืนวันศุกร์ อันที่สองคือคำขู่ของธรณีเขาบอกว่าถ้าพลาดงานนี้อาจเจออาชีพอื่นที่หินกว่านี้อีกแล้วก็ต้องวนมาลูปเดิมที่ทำตัวไร้ประโยชน์ไปวัน ๆ เหตุผลสุดท้ายคือชายที่ชื่อสหายผมใช้ความเจ็บแค้นเป็นแรงผลักดัน มันแย่งอิศราไปมันทำให้ผมอับอายขายหน้าสองครั้งสองครา แถมยิ่งสงสัยผมหนักขึ้นทุกวันจะต้องไม่เผลอไผลอีก มีวิธีเดียวที่จะกำจัดคำสบประมาทได้ คือ การหาความรู้ทำยังไงก็ได้ให้เก่งกว่าชายผู้นี้ ความหวังช่างริบหรี่ ผมชักอยากได้ยาเพิ่มความจำรักษาโรคอัลไซเมอร์ที่ผิดกฎหมายที่ผมเคยทำข่าวมีหลายครั้งที่จะเอนตัวไปนอนที่เตียงโซฟาแต่จิตใต้สำนึกและใบหน้าของไมตรีก็เตือนสติให้ผุดลุกนั่งตั้งตรงอีกครั้ง
“เราเคยได้ยินเพลงนี้”ธรณีเปิดประตูมาเจอผมฟังเพลงคลาสสิกตอนเช้าวันอาทิตย์ถึงแม้วันนี้เพื่อมผมจะไม่ไปทำงาน แต่เขาก็ขลุกตัวอยู่ในห้อง ทำการบ้านเช่นเดิมผมได้ทีลุกยืนบิดขี้เกียจ กลายกล้ามเนื้อที่เคร่งจากการนั่งโก่งงอหลังไม่ติดพนักมากหลายชั่วโมง เพลงที่คลอเป็นพื้นหลังทลายความเงียบในขณะนี้คือ เดอะบลูดานูบ[3]ของโยฮันน์สเตราส์ แสดงว่าเพลงคลาสสิคก็ยังมีอายุยืนยาวไปอีก 70 ปีข้างหน้าจากในยุคนี้
“ปฐพี ชอบเปิดในชมรมโต้วาทีท่านไม่ว่าอะไรใช่ไหม” ผมบอกธรณีก่อนหน้านั้นผมไม่รู้จักด้วยซ้ำว่าเพลงคลาสสิกคืออะไรแม่ผมฟังแต่เพลงลูกทุ่งจากวิทยุเครื่องเก่า ๆ ของแม่
“ดร.ปฐพี องค์กรวิจัยเมด้าเหรอ”ธรณีร้องอ๋อ แน่นอนว่าเขาจำเพื่อนผมได้เล่นหาข้อมูลเจาะลึกเพื่อมาพิสูจน์ว่าผมเดินทางข้ามเวลามาจริงขนาดนั้นเขาเดินไปสั่งให้ไอรินชงน้ำส้มตามกิจวัตรประจำวัน
“ตามสบาย ห้องของเราเก็บเสียงอยู่แล้วเราอยู่ข้างในไม่ได้ยินหรอก ขนาดท่านเล่นเกมเสียงดังกว่านี้เรายังไม่ว่าอะไร”
ผมเห็นชายผอมสูงโยนยาเม็ดบางอย่างเข้าปากก่อนดื่มน้ำส้มตาม
“นายกินยาอะไรน่ะ”
“อ๋อ นี่นะเหรอ”ธรณียื่นซองยาที่เขียนว่าเมทโฟร์ตีทู (MET42)ให้ผมดูอย่างไม่เขินอาย“นี่คือสารสกัดแอมเฟตามีนแปรรูป เพิ่มอาการตื่นตัว เพิ่มอาการแมเนีย[4]นิด ๆ และลดอาการวิกลจริต”
“นั่นมันยาบ้าไม่ใช่เหรอ”ผมตกใจเมื่อได้ยินประโยคนั้น ในที่สุดผมก็ได้คำตอบเคล็ดลับการตื่นตัวของเพื่อนผมเป็นเหตุผลว่าทำไมผมยังง่วงนอนอยู่ทั้งที่กาแฟก็ชงจากเครื่องอัตโนมัติอันเดียวกับเพื่อนผม
“ใช่เคยได้ยินเหมือนกันว่าเมื่อก่อนเป็นยาเสพติด แต่เขาปรับจนปลอดภัยแล้วขนาดที่ใช้ห่างจากลีธัลโดสฟิฟตี้[5]มากมีขายตามร้านยาเลย”
{ “เฮ้ย ได้ด้วยเหรอ”ผมยังไม่เชื่อหูตัวเอง ทำไมยาบ้ายุคนี้ถึงเสรีถึงขนาดซื้อขายได้ใกล้บ้านนึกถึงในหนังที่มียาเสพติดเกลื่อนเมือง คนเสพยานั่งซึมอยู่ตามมุมตึก
“ไม่เห็นแปลกเลยในเมื่อมันเป็นยา คนที่ใช้เกินขนาดก็เป็นคนป่วยใครที่ไหนจะอยู่ดีไม่ว่าดีหยิบยาขึ้นมากินเล่น ๆ ล่ะยกเว้นอยากทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย หรือท่านจะหาว่าคนไม่มีวิจารณญาณมากพอ“ธรณีอธิบายอย่างเรียบง่ายเขาบอกว่ายาเสพติดที่จะจำหน่ายเสรีได้ต้องผ่านเงื่อนไขสองข้อ คือข้อแรกต้องมีช่องว่างระหว่างขนาดที่ออกฤทธิกับขนาดที่ตายสูง เพื่อลดโอกาสที่จะเกิดอันตรายจากการใช้เองโดยประชาชน ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ และข้อสองคือสังคมต้องแยกแยะได้ว่าคน ๆหนึ่งใช้หรือไม่ นั่นคือมีการตรวจที่หาได้ง่าย ราคาถูกมีความไวเพียงพอ หมายความว่าถ้าผมถูกธรณีทำร้ายผมก็มีสิทธิขอใช้ชุดตรวจ[6]เจาะเลือดเขาเพื่อรู้ว่าธรณีใช้ยาเมทโฟร์ตีทูในระดับที่เกินขนาดหรือไม่
“แล้วถ้าเด็กซื้อไปจะทำยังไง”ผมยังนึกถึงข้อกังวลเกี่ยวกับกฎหมายกัญชาเสรีที่มีการพูดถึงกันก่อนที่ผมจะถูกส่งตัวมาในยุคนี้
“ปกติจำกัดอายุการขายอยู่แล้วแต่เด็กก็ยังหาจากแหล่งอื่นได้อยู่ดีจึงมีกฎหมายกำหนดให้ผู้ปกครองกับครูต้องร่วมรับผิดชอบหากพบว่าเด็กมีการใช้ยาเสพติดแถมถ้าพบว่ามีการใช้แค่คนเดียวจะระงับการขายยาชนิดนั้นในทันที”ธรณีคลายความกระจ่างให้ผม จริงอยู่ที่มุมมองต่อยาเสพติดในยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนมาสู่การลดผลกระทบ[7]แทนการห้ามเด็ดขาดแต่โดยส่วนตัวผมก็ยังไม่ไว้ใจมันอยู่ดีไม่เชื่อว่ามันจะไม่สร้างปัญหาในเมื่อมีทั้ง ยาบ้าแปรรูป กัญชาแปรรูป สุราแปรรูปขายอยู่ในตลาดใกล้บ้าน }
“ท่านจะเอาสักเม็ดไหม”เพื่อนผมล้วงไปในซองแล้ว คีบออกมาเม็ดหนึ่ง มันเป็นเม็ดกลม ๆ มีสีส้มแบบเดียวกับที่ผมเคยเห็นในยุคของผมไม่ผิดเพี้ยน
“จะบ้าเหรอ” ผมสะบัดหน้าปฏิเสธอย่างแรงธรณียังมีหน้ามาเสนอผมให้กินด้วยอีกชีวิตนี้พ่อแม่พร่ำสอนมาตลอดไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอันขาดผมยังนึกถึงพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมซึ่งแอบไปใช้ยาเสพติดสารพัดตั้งแต่เหล้าบุหรี่ กัญชา ยาบ้า ไปจนถึงเคยใช้เฮโรอีนความมุ่งมั่นผมต้องไม่สั่นคลอนโดยไม่ต้องพึ่งพาผลของยาเสพติด
หลังจากธรณีกลับเข้าห้องไปผมก็สานต่องานทั้งต้นฉบับ และการตรวจทานรีไวส์ข่าวละสองรอบ
มึงคิดว่ากูจะยอมแพ้เหรอ
ผมขบคิดเมื่อนึกถึงรอยยิ้มเยาะเย้ยของชายหน้าหล่อที่ปรากฏมาในมโนจิตบ่อยครั้งราวกับเป็นเครื่องเตือนใจแต่ละข่าวที่เตรียมพร้อมไม่ได้เป็นแค่งาน แต่มันคือก้อนอิฐซึ่งใช้สร้างกำแพงเพื่อปีนข้ามหัวคนที่เคยดูถูกผมไปผมกระแทกกดแป้นพิมพ์ตัวอักษรสุดท้ายของบทความก็เป็นอันเสร็จผมเอนตัวยืดเหยียดแผ่นหลังพาดบนเก้าอี้พลางหาวฟอดใหญ่
ในที่สุดผมก็เข้านอนแต่หัวค่ำในคืนวันอาทิตย์ได้สำเร็จ
--------------------
[1]Disclaim ปฏิเสธไม่ยอมรับความรับผิดชอบ
[2]เกมที่ผู้เล่นหลายคนร่วมมือกันเล่นโดยสื่อสารวางแผน และฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ทำภารกิจร่วมกัน ส่วนใหญ่รองรับผู้เล่นสูงสุด4 คน เพราะต้องการรักษาบาลานซ์ของเกมการเล่นไว้
[3]The Blue Danube ประพันธ์โดย Johann Strauss II นักประพันธ์ชาวออสเตรียในยุคโรแมนติกปี 1866
[4]Mania คือภาวะอารมณ์ดีผิดปกติ มีอาการฟุ้งพล่าน คึกคัก สนุกสนานเป็นหนึ่งในอาการของโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder)
[5]Lethal dose 50 (LD50) คือ ปริมาณของสารเคมีซึ่งคาดว่าจะทำให้สัวต์ทดลองที่ได้ครั้งเดียวตายไป 50%LD50 ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานบอกถึงความเป็นพิษของสารเคมี
[6]Test kit ชุดอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับตรวจหรือทดสอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกแบบมาให้ใช้ได้ทั่วไป ง่ายและได้ผลรวดเร็ว เช่น ชุดตรวจโควิด-19ชุดตรวจการตั้งครรภ์
[7]Harm reduction เป็นแนวปฏิบัติที่เน้นการลดผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพสังคม และเศรษฐกิจจากการใช้สารเสพติดโดยมองผู้ใช้ยาเสพติดเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการดูแลไม่ใช่แค่การลงโทษหรือบังคับให้เลิกยาอย่างหักโหม