เมื่อทั้งสองคนที่ทรงพลังหายไปแล้ว ผู้อาวุโสคนอื่นๆของพวกเขาก็ยังไม่ลืมที่จะลงมาบนลานประลองเพื่อนำศพขององค์ชายออกไปแถมในระหว่างทางนั่นพวกเขาก็ยังชำเลืองมองไปยังกงซานอย่างหวาดหวั่นอีกด้วย
แม้แต่ราชองค์รักษ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของราชวงศ์ก็ยังเอ่ยเช่นนั่นออกมาแล้วมันจะนับประสาอะไรกับพวกเขาที่มีพลังยังไม่ถึงเทพวิญญาณยุทธละ ชายชราเบื้องหน้านี้คือตัวตนในตำนานของทวีป เซียนดาบพเนจร ชื่อเสียงเลื่องลือของเขานั่นก็ไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน
"อย่าลืมสอนองค์ชายคนอื่นๆของพวกเจ้าด้วยละว่าการประมาทคือหนทางสู่ความตาย..!!"
ชายชรายังไม่ลืมที่จะเยาะเย้ยพวกมันไปอีกรอบ ทำให้แต่ละคนต้องสั่นสะท้านอย่างโกรธเกรี้ยว ดวงตาของแต่ละคนจ้องมองไปยังกงซานอย่างแค้นเคือง พวกเขาตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว ถ้าลงมือละก็พวกเขาคงจะถูกเชือดตายในพริบตาแน่ๆ
เมื่อพวกคนของราชวงศ์ชิงหลงกลับไปยังนิ้วมือที่สามแล้ว ตระกูลใหญ่ทั้งสี่ที่จ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับไปตามทางของตนเองอย่างรวดเร็ว สำหรับพวกเขาแล้วยิ่งไม่คู่ควรที่จะข้องเกี่ยวกับชายชราที่อยู่ยืนอยู่สักนิด แม้แต่ผู้ก่อตั้งตระกูลที่แท้จริงของพวกเขาก็ยังไม่สามารถเทียบเคียงอะไรกับเซียนดาบผู้นี้ได้
บนลานประลองชายชรากงซานจ้องมองไปยังลูกศิษย์โง่ของตนอย่างจริงจังพร้อมกับลากตัวเขาออกไป
"มา อาจารย์อยากจะรู้เรื่องราวทั้งหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ความรู้สึกของดาบภูติเทพสังหารของเจ้าจะต้องสัมผัสอะไรได้แน่ในตอนที่ผ่าร่างของมันออกเป็นสองส่วน..!!"
ซวนหยวนถึงกับชะงักลงพร้อมกับพยักหน้ารับอย่างเคร่งขรึม ในเรื่องนี้สำหรับมันก็ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ใหญ่มาก ข่าวสารจะต้องกระจายไปทั่วทั้งทวีปชิงหลงอย่างแน่นอนว่าเขานั่นคือคนสังหารองค์ชายของราชวงศ์ไปคนนึง ซึ่งเรื่องนี้นับว่าไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อนเลยก็ว่าได้
เวลาผ่านไปชั่วครู่นึงชายชรากับชายหนุ่มก็มาอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ร่มเย็น พืชพันธุ์ต้นไม้มากมายที่อุดมสมบูรณ์ มีบ้านพักเก่าๆหลังเล็กๆตั้งอยู่ใจกลางของพวกมัน เบื้องหน้าบ้านพักนั่นมีเก้าอี้โต๊ะไม้ธรรมดาตั้งอยู่ ไม่ผิดที่แห่งนี้คือห้วงมิติส่วนตัวที่เป็นเอกเทศจากทุกสิ่ง ด้วยพลังระดับเซียนดาบที่ทรงพลัง เขานั่นสามารถสร้างมันออกมาได้ง่ายๆ
สำหรับเทพวิญญาณยุทธโบราณนั่นการสร้างห้วงมิติส่วนตัวขึ้นมาสักใบนึงมันก็ไม่ถือว่ายากเย็นอะไร เพียงแค่พวกเขาต้องใช้เวลาเนิ่นนานเลยทีเดียวในการก่อร่างพวกมัน
"เล่ามาเจ้าโง่ ข้าคิดว่าเรื่องนี้มันแปลกๆเกินไปแล้ว มีใครหมายหัวเจ้าไว้รึเปล่า..?"
ชายชราหยิบสมุนไพรต้นนึงออกมาพร้อมกับบี้มันจนแตกสลายและหลังจากนั่นพวกมันก็ก่อตัวกันเป็นสายน้ำสีรุ้งที่เปล่งประกายและปรากฏขึ้นภายในถ้วยน้ำชาเล็กๆนั่น เขาไม่รอช้าที่จะยกมันขึ้นดื่มอย่างสบายใจ
"เอ่อ คืองี้นะหรอขอรับท่านอาจารย์ ข้าก็บอกถึงความรู้สึกในตอนนั่นไม่ค่อยได้แต่ทว่ามันสัมผัสได้จริงๆ"
ซวนหยวนเล่าถึงเหตุการณ์ทั้งหมดของตนเองที่เกิดขึ้นออกมาในทันที เขานั่นแทบจะอธิบายในทุกส่วนอย่างเช่นการตวัดดาบหรือการโคจรพลัง เมื่อชายชราได้ฟังก็ยิ่งคิ้วกระตุกอยู่ยกใหญ่ ไอ้เจ้านี้เล่นเล่าซะทั้งหมดเช่นนี้แล้วเมื่อไหร่มันจะเข้าเรื่องราวจริงๆละแต่เขาก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรและให้มันเล่าไปอยู่แบบนั่น
เวลาผ่านไปสักพักนึงซวนหยวนเมื่อเล่าจบก็คอแห้งเป็นอย่างมาก เขาเทน้ำสมุนไพรลงถ้วยของตนพลางกลืนมันเข้าปากอึกใหญ่
ส่วนชายชราตอนนี้เงียบไปแล้ว เขาลูบเคราของตนพลางครุ่นคิดอย่างหนัก จากที่ได้ฟังเจ้าเด็กนี่พูดมันถ้าจะจริงแฮะ ลางสังหรณ์ของเขาที่สัมผัสได้มันไม่ผิดพลาดไปอย่างแน่นอน ถึงจะไม่รู้ว่ามีอะไรอยู่แต่ทว่าภายใต้ห้วงมิติของความว่างเปล่าจะต้องมีสิ่งใดแน่ๆ
"ไม่ธรรมดา ข้าคิดว่าตอนที่เจ้าลงมือจะต้องมีตัวตนที่ทรงพลังอย่างที่ข้าคาดไม่ถึงเป็นผู้สลายพลังของเจ้านั้นแน่ อย่างชิงหลงหยางนะหรอจะสลายพลังของตนเอง ข้าบอกได้เลยว่าไม่มีทาง ต่อให้จะเป็นคนอื่นๆพวกเขาก็คงจะไม่ใช้ความคิดโง่ๆในระหว่างชีวิตแขวนอยู่บนความตายเช่นนั่น"
"เหตุผลที่ตัวตนนั่นเข้าแทรกแซงก็ไม่อาจจะบอกได้แต่ความรู้สึกของข้าบอกไว้ว่าเขานั่นไม่อยากจะเปิดเผยตัวตนและยืมดาบของคนอื่นลงมือ ซึ่งนั่นก็คือเจ้ายังไงละเจ้าเด็กโง่ เจ้านั่นถูกยืมมือสังหารคนโดยที่ตนเองไม่ได้รับรู้..!!"
สิ้นคำพูดของเขาตัวของซวนหยวนถึงกับตื่นตระหนักอยู่ยกใหญ่
"อะไรนะ? แม้แต่ท่านอาจารย์ก็ไม่สามารถตรวจสอบตัวตนนั่นได้เลยหรอ ยังงี้ก็แสดงว่าเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าท่านอาจารย์อีกนะสิ..!!"
ซวนหยวนอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูตื่นกลัว ทำไมเขาถึงได้ตกเป็นเป้าหมายในการยืมมือสังหารของตัวตนระดับนั่นละ หรือว่าเรื่องตัวตนที่แท้จริงของเขาจะปรากฏออกมาแล้ว หรือว่าเขากำลังถูกทดสอบจากอะไรบางอย่าง ในใจของเขาตอนนี้ได้แต่หวาดสะพรึงกลัวพร้อมกับจ้องมองไปยังรอบๆอย่างเลิ่กลัก นัยน์ตากวาดมองด้วยท่าทางที่ลุกลน
ต้องบอกก่อนว่าตัวของชายหนุ่มนั่นไม่ใช่คนของโลกใบนี้ เขาคือชายหนุ่มธรรมดาคนนึงที่บังเอิญตกตายลงแล้ววิญญาณความทรงจำทั้งหมดไปผสานเข้ากับชายหนุ่มที่มีนามว่าซวนหยวน นี้คือความลับสูงสุดที่เขาปิดบังเอาไว้แม้แต่ชายชราเบื้องหน้าก็ยังไม่อาจจะรับรู้ได้
"อย่าบอกนะว่าตัวตนนั่นรู้ตัวจริงของเขา ถ้าเป็นเช่นนี้จริงๆเขาจะต้องอยู่ในอันตรายเป็นแน่"
เขาเมื่อคิดเช่นนั่นก็ใจแทบจะเบาหวิวจนสัมผัสไม่ได้
ที่ฝั่งตรงข้ามชายชราเมื่อถูกถามเช่นนี้ก็พยักหน้ารับอย่างจริงจัง
"ใช่ ข้าที่มีพลังระดับเทพวิญญาณยุทธโบราณ เรียกได้ว่าแข็งแกร่งไม่แพ้พวกราชวงศ์ชิงหลงก็ยังไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงตัวตนระดับนั่นได้..!!"
"เจ้าหนู หลังจากนี้ต้องระวังตัวไว้ให้ดี ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้าจะปรากฏตัวออกมาเพื่อช่วยเหลือเจ้าในทันที..!!"
กงซานเอ่ยออกมาอย่างเคร่งเครียด ใครจะไปคิดว่าลูกศิษย์เพียงคนเดียวที่สืบทอดวิชาดาบของตนจะถูกหมายหัวด้วยตัวตนที่ทรงพลังแบบนั่น สำหรับเขาแล้วนี่คือเรื่องดีหรือเรื่องร้ายกันแน่นะ ถึงอีกส่วนนึงจะบอกว่ามันเป็นความบังเอิญก็เถอะ แต่ตัวของชายชรากลับไม่คิดเช่นนั่น ตัวตนที่ลงมือกับชิงหลงหยางจะต้องมีอยู่จริงๆอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไรแต่เขาตอนนี้ตัวสั่นระริกอย่างหวาดหวั่น ภายในใจได้แต่มโนถึงเรื่องราวไปไกลว่าเขาจะต้องถูกจับไปทดลองอย่างที่เคยอ่านในนิยายเรื่องอื่นๆแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดกลัวนัก
ส่วนเจ้าตัวที่ถูกพูดถึงตอนนี้นะหรอ เขากำลังลองอยู่เหนือท้องฟ้าที่กว้างใหญ่ของนครแห่งราชันย์ เบื้องหน้าของเขาคือนิ้วมือที่สามขนาดยักษ์ที่แทบจะบอกไม่ได้ว่ามันใหญ่แค่ไหน ส่วนบนนิ้วมือเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ตระการตามากมาย มีราชวังโบราณสีทองตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นอยู่หลายสิบแห่ง
ใช่ไม่ผิดเบื้องหน้าของเขาตอนนี้คือขุมพลังสูงสุดที่มีนามว่าราชวงศ์ชิงหลงนั่นเอง
"หืม? ม่านพลังไม่ธรรมดาเลย ใช้การก่อตัวกันของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับเก้านับสิบคนให้เกิดการผสานที่ทรงพลัง เป็นม่านพลังที่ป้องกันการโจมตีและตรวจได้แม้แต่เทพวิญญาณยุทธโบราณยังงั้นเหรอ..?"
หลินตงบ่นพึมพำออกมาเมื่อสัมผัสได้ถึงอาณาเขตห้วงมิติที่บิดเบี้ยวไป ถึงจะมองไม่เห็นแต่ด้วยพลังของเขาที่เป็นถึงความว่างเปล่ามันก็สามารถที่จะมองออกได้อย่างง่ายดาย