
ตอนที่156 ภูตนกฟีนิกซ์
"พวกเราหนีเร็วนางปีศาจนี้ใช้เวทย์หว่านเสน่ห์ นางสามารถบังคับจิตใจนักรบของเราให้บ้าคลั่งเป็นพวกของนางไปแล้ว เร็วรีบหนีด่วน..."
เสียงของชายชุดทองและชายชราหน้าผีร้องขึ้นพร้อมกันอย่างตกใจ พวกเขาย่อมรู้ดีว่านักรบของตนเองถูกวิชาที่สูงส่งของปรมาจารย์เรียกว่าวิชาหว่านเสน่ห์ เวทย์มนตราธารารัก ซึ่งเป็นวิชาสนับสนุนสายหลงเสน่ห์
ถ้ามันโจมตีถูกใครแล้วคนผู้นั้นก็จะเป็นหุ่นเชิดให้ผู้ใช้บงการยิ่งกว่าธาตุที่สัตย์ซื่อเป็นเวลาหนึ่งนาที ซึ่งมันมากเหลือเกินที่จะทำให้การโจมตีของพวกเขาปั่นป่วนไล่เข่นฆ่ากันเอน เสียงของหญิงสาวดังเจื้อยแจ้วดวงตาของนางส่องประกายสีทองบุรุษทั้งสิบก็ทะยานเข้าโจมตีคนชุดทองและผู้เฒ่าหน้าแก่อย่างรีบด่วน
ตูม! .ตูม! .ตูม.!!!!
เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว
"อย่าทำร้ายพวกเขารอให้พวกเขาฟื้นคืนสติมาก่อนทำอย่างนี้จะทำให้พวกเราเสียเปรียบได้.."
ชายชราหน้าผีกล่าวพร้อมกลับสร้างม่านบาเรียป้องกันการจู่โจม แต่คนชุดทองกับร่ายเงามังกรทองพ่นไอพลังสีทองระเบิดใส่คนด้านหน้ากระเด็นกระดอนไปกระอักเลือดถึงสองคน พวกเขาใช้เวลาการโจมตีกันเองจ้าละหวั่น กว่าจะหมดเวลาหนึ่งนาทีได้ ก็เล่นเอาบาดเจ็บไปทั้งสองฝ่าย ก่อนที่คนจะถูกวิชาโปรยเสน่ห์ฟื้นสติคืนมา พวกเขาก็ได้รับบาดเจ็บไปถึงห้าคน
"นางมารร้ายช่างร้ายกาจยิ่งนัก วันนี้พวกเราต้องจัดการนางให้ได้.."
เสียงผู้เฒ่าหน้าแก่กัดฟันกรอดๆ ตวาดด่าใส่และสาวน้อยซึ่งตอนนี้หน้าขาวซีดเพราะใช้พลังเวทย์ว่านเสน่ห์ไปแล้ว นางไม่รู้ถึงลึกตื้นหนาบางของวิชานี้ ที่เมื่อใช้ออกไปร่างกายของนางจะอ่อนแอลง
เนื่องจากรีดพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ออกมากระจายใส่คนทั้งสิบ ธรรมดาแล้ววิชานี้จะสามารถจู่โจม ศัตรูคนหนึ่งได้คนเดียว ก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วแต่นี่นางเล่นว่านเสน่ห์สิบคน ทำให้ร่างกายของนางรับไม่ไหว ล้มพับลงจนกริชเพชรต้องถลาเข้าโอบอุ้มหญิงสาวไว้ในระหว่างที่นักรบทั้งสิบ เข้าโจมตีคนชุดทองทั้งสอง พวกเขาก็ไม่ทันที่จะปลีกตัวหนีไปถูกชายหน้าแก่ลอยมาสกัดกั้นทางหนีอีกครั้ง
"ท่านผู้เฒ่ารับหลานท่านไว้เถอะ เดี๋ยวข้าจะต้านกับพวกเขาเอง.."
กริชเพชรพูดพร้อมกับเรียกเกราะเกล็ดอาวุธอสูรเทพออกมาสวมใส่ เขาทะยานขึ้นกลางอากาศ
"บิ๊กไบค์เหินเวหามา.."
เสียงของชายหนุ่มร้องก้องกังวานอาวุธวิเศษของเขาก็ปรากฏขึ้นเป็นบิ๊กไบค์สีทองเหลืองอร่ามพุ่งเข้าชนชายชราที่อยู่ตรงหน้า มันกระโดดหนีอย่างรวดเร็วนักรบที่เหลือห้าคนต่างกระโจนเข้าขวาง กลับถูกรถบิ๊กไบค์ของกริชเพชรชนเสียงดังสนั่นหวั่นไหวแตกกระจายกันเป็นผึ้งแตกรัง
ปังๆ ๆ ๆ ๆ!!
"อ๊ากกกกกกก!! .อ้ารรรรซ์!! .."
"แส้เนรมิต..."
เสียงชายหนุ่มร้องคำรามอีกครั้งหนึ่งแส้ถุงมือดำของเขาก็พุ่งทะยานรัดลำตัวของคนผู้หนึ่งกระชากกลับคืนมา
"กรงจักรอาวุธสองมือ.."
เขาพูดพร้อมกับแยกรถบิ๊กไบค์เป็นเลื่อยไฟฟ้าสองมือที่มีพลังการทำลายล้างสูงสะบัดกวัดแกว่งกระแทกใส่ร่างคนผู้นั้นกระเด็นกระดอนขึ้นไปกลางอากาศเขาใช้คอมโบอาวุธสามชนิดอย่างต่อเนื่องโจมตีคนทั้งห้าอย่างบ้าคลั่งพวกมันแม้มีเกาะระดับสูง แต่พลังกลับลดลงเนื่องจากการโจมตีของชายหนุ่มไม่หยุดให้พวกมันเร้าพลังป้องกันได้ง่ายๆ
ตัวของคนเหล่านั้นสุดท้ายก็กระจัดกระจาย
"ง้าวอสูรฟ้าคำรน.."
ชายหนุ่มพูดพร้อมกับอาวุธประจำตัวของเขาร่ายรำออกเป็นง้าวพุ่งกระแทกร่างของนักรบผู้หนึ่งทะลุเป็นรู พลังง้าวไม่หยุดหย่อนกระแทกคนทั้งห้าที่กระเด็นไปรอบตัวสิ้นใจตายอย่างอเนจอนาถ
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
"อ๊าาส์..โอ๊ยยย.."
แม้ชายชุดทองอยากจะช่วยพรรคพวกก็ไม่อาจจะทำได้ในเวลาที่รวดเร็วเช่นนี้
"ภูตอสูรปีศาจโครงกระดูกมังกรพิษ..."
ชายชราหน้าแก่เปิดม่านมิติออกเรียกภูตอสูรของมันออกมาจากร่างเข้าโจมตีกริชเพชรทันที
"โฮ่กกกกกก..!! "
บึ้มมมมมมม!!
โครงกระดูกมังกรขนาดใหญ่ส่งไอสีดำทะมึนไปทั้งตัวอ้าปากพ่นหมอกควันสีดำกระจายเข้าหากริชเพชรทันที ความใหญ่โตของมันสูงใหญ่เกือบพันฟุต ดังนั้นรัศมีการพ่นไอพิษจึงกว้างไกล กริชเพชรถอยหลังกรูด
ควับ!!
"เกราะเกล็ดมังกรเทพโลกันตร์บรรพกาล.."
กริชเพชรร้องคำรามออกสร้างโล่ขนาดใหญ่ที่เกิดจากเกล็ดมังกรเทพโลกันตร์บรรพกาล มันหลุดออกจากตัวของชายหนุ่มเป็นโล่ป้องกันคนทั้งสามไว้ กริชเพชรรู้ดี ถ้าเขาอยู่ในเกราะนี้พิษร้ายไม่อาจสัมผัสตัวเขาได้
แต่ปู่หลานทั้งสองคงจะไม่พ้นชะตากรรมแน่ โล่เกล็ดมังกรเทพโลกันตร์บรรพกาลส่งประกายไฟสีแดงอมม่วงออกไปเผาผลาญหมอกควันสีดำลุกเป็นไฟกลางอากาศ
ฟูๆ ๆ!! เปรี้ยง เปรี้ยง เปรี้ยง!
เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวพลังทั้งสองอัดโครงกระดูกมังกรพิษแตกสลายเป็นชิ้นๆ ร่างของกริชเพชรและสองปู่หลานก็กระเด็นออกไปถึงสองร้อยวา ร่างกระแทกของพลังที่ระเบิดออก
"ร้ายกาจไม่เบาเลยนี่พ่อหนุ่มถึงว่าบังอาจมาขัดขวางพวกเรามีฝีมือไม่ใช่เล่น ถ้าอย่างนั้นก็ต้องเจอวิญญาณอาวุธระดับเทพของข้าดูซิ..ว่าเจ้าจะมีอะไรมาต่อสู้มัน.."
คนชุดทองคว้าเขี้ยวมังกรเล่มหนึ่งออกมาจากถุงนิมิตของเขาขว้างขึ้นไปบนกลางอากาศ ร่ายคาถาทันที
"เขี้ยววิญญาณอาวุธเทพมังกรทองออกมา.."
เสียงของมันกล้าแกร่งกังวาน ม่านมิติเป็นรัศมีพันวาเปิดออกทันที มังกรทองตัวใหญ่มีปีกขนาดเล็กทะยานออกมาจากม่านมิตินั้น มันเป็นวิญญาณมังกรทองระดับอสูรครึ่งเทพระดับสิบเลยทีเดียว
"ฆ่ามัน.."
เสียงของคนชุดทองก้องกัมปนาท มังกรทองขนาดใหญ่อ้าปากระเบิดพลังไฟบรรลัยกัลป์ออกมาจากปากพุ่งเข้าโจมตีกริชเพชร ความร้อนที่เร้าเป็นหลายหมื่นฟาเรนไฮต์เหมือนไฟบรรลัยกัลป์ก็พุ่งเข้าหาชายหนุ่ม
ตูมๆ ๆ!!
"โล่เกล็ดมังกรเทพโลกันตร์บรรพกาลขยายออกอีก"
กริชเพชรเร่งเร้าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้และพลังจิตอสูรของเขาระเบิดใส่เกล็ดอาวุธเทพมังกรบรรพกาลขยายขึ้นพร้อมกับครอบลงบนตัวเองอย่างรีบด่วน เพราะความร้อนที่เป็นไอเข้ามาหาพวกเขามันพร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดมลายไปสิ้น
เมื่อชายหนุ่มอยู่ในกระทะที่ครอบตัวอยู่หายร้อนแล้ว เขาพลิกโล่ออกทะยานขึ้นกลางอากาศ เห็นเขี้ยววิญญาณมังกรทองกำลังเร่งเร้าพลังระเบิดใส่อีกครั้ง
เขาก็ร่ายคาถาเปิดม่านมิติเรียกวิญญาณอาวุธมังกรบรรพกาลออกมาสู้อย่างช่วยไม่ได้ ธรรมดาแล้วกริชเพชรจะไม่พยายามเปิดไม้ตายนี้ออกมาให้ใครได้พบเห็นง่ายๆ ม่านมิติเปิดออกอย่างรวดเร็วระดับเจ็ดพันพุต ปรากฎหัวมังกรยักษ์หลุดออกมาจากม่านมิติเหมือนมันสัมผัสถึงอันตรายที่กำลังพุ่งเข้ามาอยู่ตรงหน้า หัวมังกรใหญ่ที่โผล่ออกมามีความใหญ่โตกว่าวิญญาณมังกรทองถึงพันเท่า
มันอ้าปากพ่นระเบิดลูกไฟขนาดใหญ่รัศมีเกือบพันวา พุ่งเข้าหามังกรทองและคนชุดทองทั้งหมด
ตูมมมม..!!!
เสียงตูมดังสนั่นทีเดียวแสงเปลวเพลิงกระจายรอบไปทั่ว เหมือนกับพระอาทิตย์ที่ขึ้นจากหุบเขาอย่างกะทันหัน ความร้อนของมันเผาผลาญคนทั้งหมดหายไปในพริบตา แม้แต่ต้นไม้ใบหญ้าและภูเขาข้างทะเลสาบก็อันตทานหายไปเกือบพันกว่าฟุต ที่ไอลูกไฟของมังกรบรรพกาลระเบิดใส่ยิ่งกว่าสหรัฐทิ้งระเบิดปรมณูลงที่ฮิโรชิมาก็ไม่ปาน
ทุกคนในนครอสูรพฤกษาต่างหันไปมองแรงระเบิดที่ยิ่งใหญ่กันอย่างตกอกตกใจ นึกว่าอุกกาบาตจากฟากฟ้าตกลงมาที่ริมทะเลสาบ
"ท่านเสี้ยวแม่นางปังหยี..พวกเราไป.."
กริชเพชรคว้าข้อมือผู้เฒ่าและหลานสาว กลายร่างเป็นหนอนชิเมโจได๋ระดับสี่หายวาบเป็นกระสวยส่งไปในห้องของเขาที่โรงเตี๊ยมสือหงษ์ เพราะอีกไม่กี่อึดใจต้องมีอสูรพฤกษาระดับเทพจากผู้ยิ่งใหญ่ สามสำนักหนึ่งจักรพรรดิต้องออกมาสำรวจเหตุการณ์ครั้งนี้ ที่สะเทือนสะท้านไปทั่วกลางนครอสูรพฤกษา
การนำทั้งสองผ่านกระสวยเข้าไปอยู่ในห้องของกริชเพชรในโรงเตี๊ยมของคนตระกูลสือภายในพริบตา มันเป็นคุณสมบัติของหนอนชิเมโจได๋ระดับสี่ที่สามารถย้ายไปไหนก็ได้ตามใจนึกของผู้ที่ใช้คาถาบทนี้ตามที่เขาเคยจำได้หรือเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน ชายหนุ่มรู้สึกขอบคุณที่เขาเลือกคาถาบทนี้ ตอนที่ซื้อมันในตลาดมืด
"คุณชายที่นี่ที่ไหนหรือ.."
เสี้ยวจองหยูถามชายหนุ่มขณะที่เขาค่อยๆ วางร่างของหลานสาวลงบนเตียงเพราะนางสลบไสลไปหลังจากที่ใช้คาถาหว่านเสน่ห์ออกไป
เพราะพลังของนางพึ่งผ่านวิกฤตมาได้ไม่กี่นาที ก็ฝืนใช้พลังออกไปทำให้เลือดลมภายในของหญิงสาวไม่อาจรับพลังยิ่งใหญ่นี้ได้ จึงเกิดการสะท้อนกลับ อัดจนหญิงสาวต้องหมดสติ
เสี้ยวจองหยูมือปรุงโอสถจากหมู่บ้านซ่อนพยัคฆ์ เขานำยาที่อยู่ในถุงนิมิตของตนเอามายัดใส่ปากหญิงสาวพักใหญ่ๆ ต่อมานางก็ฟื้นขึ้น ประกายตาของเสี้ยวปังหยีแจ่มใสส่องประกายวาววับ
เพราะกายอสูรของนางเลื่อนระดับขึ้นถึงขั้นอสูรครึ่งเทพระดับห้าซึ่งมันไต่ขึ้นทีเดียวสิบกว่าระดับเป็นความสามารถของแคปซูลต้มยำเนื้อหงส์ไฟบรรพกาลที่กริชเพชรให้นางกินเข้าไป
"คุณชายข้าขอบพระคุณคุณชายมากๆ เหลือเกินหลานสาวของข้าเลื่อนระดับกายอสูรถึงสิบสามขั้นข้ามไปจนถึงระดับอสูรครึ่งเทพขั้นที่ห้าเลยทีเดียว ช่างเป็นวาสนาของปังหยียิ่งนัก
ข้าเคยคำนวณกับปรมาจารย์ไว้ว่าถ้าใช้เนื้อของหงส์ไฟบรรพกาลก็จะสามารถเลื่อนระดับกายอสูรของนางถึงคนครึ่งอสูรระดับ สิบเท่านั้น แต่นี่โอสถของท่านกลับมีความเด่นล้ำกว่าเกือบสิบเท่า ยกระดับกายอสูรของหลานสาวข้าถึงขั้นนี้ ช่างน่ายินดียิ่งนัก.."
เสี้ยวจองหยูกล่าวอย่างดีใจ เขาพลิกข้อมือขึ้นปรากฏกล่องสีดำกล่องหนึ่งขนาดเท่ากำปั้นยื่นส่งให้กริชเพชร
"คุณชายนี่คือกล่องบรรจุดวงจิตแก่นแท้ของภูตอสูรระดับเทพนางเป็นภูตนกฟีนิกซ์ที่มีพลังชุบชีวิตช่วยเติมพลังรบให้กับเพื่อนร่วมทีมขณะออกสู้รบเหมาะสำหรับใช้บัพให้เพื่อนร่วมทีมคืนพลังชีวิตให้กับกลุ่มได้ดีเยี่ยม
มีนางอยู่ด้วยสามารถยืดเวลาการรบได้อีกสิบเท่า เพราะนางสามารถชุบพลังชีวิตที่เหลือน้อยกว่าสามสิบเปอร์เซ็นต์ ให้เพิ่มขึ้นได้ถึงสิบคร้ั้งกับเพื่อนร่วมทีมภูตตนนี้เป็นภูตสายซัพพอร์ดของแท้ ข้าขอมอบให้กับท่านตามสัญญา ท่านยังไม่มีภูตผูกสัญญาเลยหรือไง.."
มือปรุงโอสถถามด้วยความแปลกใจเพราะคนระดับกริชเพชรไม่น่าจะไม่มีภูตสัญญาคอยช่วยรบเพราะตามธรรมดาแล้วเขาจะต้องมีภูตผูกสัญญาหนึ่งตน

.........................................................................................................................................................................................