บทที่27 ยี่หนึงจินกุนพ่ายแพ้
"หลานชาย จะเร่งแอดให้ข้าออกมาทำไม จะเอาเศษเงินเหรอ"
เย่จื่อเฉินไม่ปรากฏตัว เซียนทุกคนคิดว่าคงหาเรื่องไม่ได้แล้วจึงเตรียมแยกย้าย
แต่เมื่อข้อความปรากฏขึ้น คลื่นนับพันลูกก็ซัดเข้ามาทันที
ยี่หนึงจินกุน : เจ้าหนูเจ้าออกมาได้สักทีนะ รีบแจ้งไอดีเซียนมาเลย
ไอดีเซียนคืออะไร เย่จื่อเฉินจะไปมีได้ยังไง
เขาเบ้ปาก แล้วส่งสติกเกอร์ทำหน้าไม่สนใจไปสามอัน
"บอกไอดีเซียนแล้วมีประโยชน์อะไร ใครหมัดหนักคนนั้นก็เป็นพี่ใหญ่บอกโลเคชั่นมา เรามาเจอกันต่อหน้าเลย"
พอเย่จื่อเฉินพูดออกไปแบบนั้น เหล่าเซียนที่เข้ามามุงดูก็อึ้งกันหมด
หลวงจีน : เซียนท่านนี้เก่งกาจเกินไปแล้วกล้านัดเจอกับยี่หนึงจินกุนด้วยเหรอ
ยี่หนึงจินกุนอึ้งไปอย่างเห็นได้ชัดเขามีชื่อเสียงในโลกของเซียนมากว่าพันปี นอกจากเจ้าลิงนั่นที่กล้าประลองฝีมือกับเขาแล้วคนอื่นที่เห็นเขาก็หลบกันทั้งนั้น
เจ้าหนูนี่กล้านัดเจอเขาอย่างนั้นเหรอ
"ได้ งั้นก็มาเจอกัน"
สมญาเทพแห่งสงครามไม่ใช่ได้มาเปล่าๆ ถ้ายี่หนึงจินกุนกลัวการนัดตีต่อไปก็ไม่ต้องเป็นเทพแห่งสงครามอีกต่อไปแล้ว
ติ๊ง!
เย่จื่อเฉินส่งแผนที่ไปให้ เมื่อแผนที่ถูกส่งออกไปในกลุ่มก็เกิดความเงียบขึ้นมาชั่วขณะหนึ่ง
"นี่คืออะไร?"
"ไม่เข้าใจ"
"ไม่เคยเห็นเลย นี่คือที่ไหน?"
ยี่หนึงจินกุนก็อยู่ในความมึนงงเช่นกันเส้นกากบาทไขว้กันไปมานี่มันคืออะไร เขาไม่เข้าใจ
"ที่เจ้าส่งมามันคืออะไร?"
"นี่คือที่อยู่ของข้า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีปิงเฉิง มาสิ"
"ไปยังไง?"
"ชิ ที่นี่คือดินแดนลึกลับ ข้าเองก็เข้ามาโดยบังเอิญเหมือนกันถ้าถามว่าข้าเข้ามาได้ยังไง ข้าจะไปรู้เหรอ"
"......" ยี่หนึงจินกุนเงียบไปนาน ก่อนจะบันดาลโทสะทันที "เจ้ายั่วโมโหข้าใช่ไหม"
"ยั่วโมโหเจ้าอย่างนั้นเหรอ เจ้ายังไม่มีค่าขนาดนั้นนะ มาได้ก็มามาไม่ได้ก็กลับไปป้อนข้าวหมา!"
"น่าโมโหชะมัด น่าโมโหชะมัด..."
ตู้มมม!
สงครามประชันฝีปากกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
ยี่หนึงจินกุนเป็นมือหนึ่งในการประชันฝีปากในโลกเซียนไม่เคยพ่ายแพ้มานานกว่าพันปี
แต่ทันใดนั้น ยี่หนึงจินกุนก็ถึงกับระเบิดโทสะหน้าจอโทรศัพท์เต็มไปด้วยข้อความของเขาเย่จื่อเฉินทำเพียงแค่เหยียดยิ้มหลังจากที่เห็นมัน
มือกดส่งข้อความสั้นๆ ในอินเทอร์เน็ตส่งไป
ถึงแม้ว่าข้อความของเย่จื่อเฉินจะไม่ได้โดดเด่นด้านจำนวนคำ แต่ว่าแต่ละประโยคก็จี้ใจเข้าอย่างจัง
"เจ้ามันเด็กเหลือขอ"
"เจ้ามันเลี้ยงหมาบนสวรรค์"
"เจ้าอย่ามาอวดดีกับข้า ถ้าข้าเจอข้าจะจัดการให้ฉี่ราดเลย"
"เจ้ามันเลี้ยงหมาบนสวรรค์"
"เจ้าแกล้งโง่อยู่หรือไง"
"เจ้ามันเลี้ยงหมาบนสวรรค์"
"......"
"น้องสาวเจ้านอนกับมนุษย์"
"......"
"พี่สาวเจ้าก็นอนกับมนุษย์"
"......"
"แม่นางฉางเอ๋อของเจ้าไม่รักเจ้า"
'......'
ฉางเอ๋อ : เกี่ยวอะไรกับข้า
จากตอนแรกที่ยี่หนึงจินกุนส่งมาสิบกว่าประโยคแล้วเย่จื่อเฉินตอบกลับหนึ่งประโยคต่อมากลายเป็นหนึ่งคนต่อหนึ่งประโยค จนสุดท้ายยี่หนึงจินกุนก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร
สงครามประชันฝีปากในครั้งนี้เย่จื่อเฉินเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ
"หลานชาย ถ้าจะนัดตีกันก็มาตามพิกัดในรูป เรื่องประชันฝีปากน่ะ เจ้าไม่รอด"
เย่จื่อเฉินส่งข้อความไปด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มเยือกเย็นแถมท้ายประโยคยังส่งสติกเกอร์สีหน้าเหยียดหยามไปอีกสามอัน
ติ๊ง!
ยี่หนึงจินกุนขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน
รับ
"หลานชาย มีธุระอะไร?"
เพิ่งได้รับชัยชนะมา เย่จื่อเฉินจึงยังอยู่ในอาการได้ใจที่ชนะ
"สหายเซียนท่านนี้ ข้าคิดว่าข้ากับเจ้ามีวาสนาต่อกันเรามาร่วมสาบานกันดีหรือไม่?"
...
อะไรเนี่ย
ร่วมสาบาน
จริงอย่างที่คิด เมื่อมองระดับความสนิทที่ต่อท้ายคำว่ายี่หนึงจินกุน
100
เป็นมิตร
เจ้าบ้านี่ฟั่นเฟือนหรือไง ด่าเขาไปรอบหนึ่งแล้วมาชื่นชมเขา
"ไม่"
เย่จื่อเฉินปฏิเสธทันที แต่ยี่หนิงจินกุนกลับส่งข้อความมาอีกครั้ง
"สหาย เราสองคนก็นับว่าไม่รู้จักกันถ้าไม่ใช่เพราะการประชันฝีปากข้าอยู่ที่โลกเซียนก็ไม่ได้เจอคู่ต่อสู้ในรอบพันปีแล้ว จึงเป็นเลิศด้านความเหงามันก็จริง ข้าอ้างว้างเกินไปทุกครั้งที่ข้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็เพื่อต้องการหาคนที่สามารถเอาชนะข้าได้ในที่สุดวันนี้เจ้าก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว..."
"..."
"สหาย ข้าอยากร่วมสาบานเป็นพี่น้องกับเจ้าเจ้าน่าจะรู้ดีนะว่าบนสวรรค์น่ะ ข้านี่อย่างนี้เลยนะ!"
ยี่หนึงจินกุนกล่าวประโยคนี้จบ ก็ส่งรูปนิ้วหัวแม่มือต่อท้ายประโยคมา
คิดเองคนเดียวน่ะสิ
แล้วเง็กเซียนฮ่องเต้ล่ะ เอาเขาไปไว้ตรงไหน
แต่เย่จื่อเฉินก็ครุ่นคิด ถ้าเขาร่วมสาบานกับยี่หนึงจินกุนก็ดูท่าจะไม่เลว
เมื่อครู่นี้ที่เขาประชันฝีปากกับยี่หนึงจินกุนตามจริงก็เป็นเขาที่วู่วามเอง ถ้าตอนนั้นมีเซียนคนใดเจาะจงมาว่าไม่เคยเจอเขาหรือจะเอาไอดีเซียนของเขาเหมือนยี่หนึงจินกุน เขาก็คงโดนเปิดโปงไปแล้ว
ถ้าร่วมสาบานกับยี่หนึงจินกุนหลังจากนี้ต่อให้โดนเปิดโปงเขาก็สามารถแอดหายี่หนึงจินกุนได้เลย
ยี่หนึงจินกุนสามารถด่าตะเพิดคนที่ว่าเขาไปได้แน่นอน
"ได้ ข้าจะร่วมสาบาน"
ติ๊ง!
ยี่หนึงจินกุนขอร่วมสาบานกับคุณ
รับ
ติ๊ง!
ระดับความสนิทของคุณกับยี่หนึงจินกุนเพิ่มขึ้น 100ระดับความสนิทปัจจุบันคือพึ่งพา ห่างจากการเคารพอีก 400
เย่จื่อเฉินเลิกคิ้ว
คิดไม่ถึงเลยว่าพอร่วมสาบานแล้ว ระดับความสนิทจะเพิ่มขึ้นมาตั้ง 100นี่เป็นเพราะว่าเขารวมกลุ่มอยู่ในครอบครัวเซียนมานาน
ก่อเกิดเป็นการพึ่งพาครั้งแรก
"สหาย ไม่ทราบว่าเจ้าชื่อว่าอะไร"
"ตัวข้านั้นไร้นาม เจ้าเรียกข้าว่าสหายนิรนามก็ได้"
"สหายนิรนาม"
ยี่หนึงจินกุนเรียกด้วยความสนิทสนมเย่จื่อเฉินเองก็รู้สึกได้ถึงความมหัศจรรย์ของการพึ่งพา
"สหายนิรนาม เจ้าเพิ่มสุนัขสวรรค์ของข้าเป็นเพื่อนหน่อยสิต่อไปเวลาที่เจ้าหาข้าไม่เจอ เจ้าส่งข่าวมาทางสุนัขสวรรค์ก็ได้"
สุนัขสวรรค์ขอเพิ่มคุณเป็นเพื่อน
รับ
สุนัขสวรรค์ : โฮ่งโฮ่งโฮ่ง...
ให้ตายเถอะ!
หมาจริงๆ ด้วย
ติ๊ง!
จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา เย่จื่อเฉินเห็นว่าเป็นยี่หนึงจินกุนที่ส่งอั่งเปามาให้เขา
ยี่หนึงจินกุนคนนี้มีมารยาทมาก
เย่จื่อเฉินยิ้ม และเปิดอั่งเปา
คุณได้รับอั่งเปาของยี่หนึงจินกุน
กายล้อมเพชร x1
กายล้อมเพชร
เหมือนว่าจะเป็นวิชาของซุนหงอคงนะ
"ข้าเองก็ไม่รู้ว่าควรจะส่งอะไรให้สหายนิรนามดีนี่เป็นกลยุทธ์วิชาที่ก่อนหน้านี้ข้าให้สุนัขสวรรค์ไปขโมยมาจากเจ้าลิงตัวนั้นข้าขอมอบให้สหายนิรนาม"
สุนัขสวรรค์ตัวนี้เก่งใช้ได้เลย
สามารถไปขโมยกลยุทธ์วิชามาจากพี่ลิงได้ด้วยดูเหมือนว่าแต่ก่อนจะมีแต่พี่ลิงที่ไปขโมยของคนอื่น
แต่จะว่าไปแล้ว เย่จื่อเฉินต้องการวิชาแปลงกาย 72 กระบวนท่ามากกว่า
"สหาย กายล้อมเพชรนี้เป็นกลยุทธ์วิชาของซุนหงอคงมันยากที่ข้าจะใช้ประโยชน์ได้ ไม่ทราบว่าพอจะเปลี่ยนเป็นวิชาแปลงกาย 72กระบวนท่าได้หรือไม่..."
"สหายนิรนาม ไม่ใช่ว่าข้าขี้งกหรอกนะ แต่ประเด็นคือวิชาแปลงกาย 72กระบวนท่ามันพิเศษเกินไป..."
"โอเค ช่างมันเถอะ"
เมื่อหลอกไม่ได้ เย่จื่อเฉินก็ไม่บังคับ มีกายล้อมเพชรก็ไม่เลวแล้ว มาคิดๆดู เจ้านี่ก็ส่งกลยุทธ์วิชามาให้เขาแล้ว เขาเหลือบมองซ้ายขวา
หนังสือเล่มหนึ่งตกอยู่ในสายตาของเขาพอดี
สแกน
ยี่หนึงจินกุนได้รับอั่งเปาของคุณ
"สิ่งนี้คือ?"
"เปิดดูสิ มันมีประโยชน์กับเจ้า รู้หรือยังว่าทำไมถึงประชันฝีปากสู้ข้าไม่ได้ข้าใช้หนังสือเล่มนี้แหละ"
"ถ้าอย่างนั้นข้าจะตั้งใจอ่าน"
ติ๊ง!
ระดับความสนิทของคุณกับยี่หนึงจินกุนเพิ่มขึ้น 50ระดับความสนิทปัจจุบัน 250 ห่างจากระดับการเคารพอีก 350
พรูดดด!
ตัวเลขนี้...
เย่จื่อเฉินหัวเราะ จากนั้นจึงเปิดหีบสมบัติ
กายล้อมเพชร!
ถ้าฝึกวิชานี้ เขาก็จะหนังเหนียวฟันแทงไม่เข้าใช่ไหม?