เวลานี้องครักษ์ลับที่เซียวหมิงเฉินส่งมาคุ้มครองที่จวนนั้นไม่มีแล้ว ลู่อวิ๋นชย่าได้ส่งพวกเขากลับไปยังค่ายฝึกเป็นที่เรียบร้อย เพราะระยะนี้มีข่าวลือเกิดขึ้นมากมายว่าทั้งสี่แคว้นที่มีชายแดนติดกับแคว้นเหลียงกำลังจะก่อสงคราม องครักษ์ลับของเซียวหมิงเฉินจึงเหมาะสมที่สุดที่จะเป็นแนวหน้าเพื่อคอยแทรกซึม หาข่าว และจู่โจมข้าศึก เมื่อกำลังคนมีไม่พอ ลู่อวิ๋นชย่าจึงตัดสินใจส่งองครักษ์เหล่านั้นกลับคืน ในคราวแรกเซียวหมิงเฉินไม่ยินยอม แต่พอลู่อวิ๋นชย่าบ่นว่าอยากจะเลื่อนงานแต่งออกไปก่อน เซียวหมิงเฉินจึงรีบตอบรับทันที
ช่วงนี้ลู่อวิ๋นชย่าพักอยู่ที่จวนมาแล้วหลายวัน ทั้งยังไม่เห็นว่าเจินอี๋เหนียงและน้องต่างมารดาทั้งสองจะมาสร้างปัญหา เมื่อว่างมากก็รู้สึกเบื่อ นางจึงตั้งใจว่าจะเข้าไปดูงานที่โรงหมอสักหน่อย ทั้งนางยังอยากจะไปเยี่ยมท่านตาด้วย
“คุณหนูเจ้าขา แล้วหยกชิ้นนี้ของคุณชายรองเจินเล่าเจ้าคะ พวกเราจะทำยังไงกับมันดี” หนิงผิงมองดูป้ายหยกอย่างรังเกียจ
คืนนั้นที่ลู่อวิ๋นชย่าแกล้งเมา เจินเป่ยจื่ออาสามาส่งนางที่เรือนพักด้วยตัวเอง แต่หนิงผิงยังสติดีจึงไม่อนุญาตให้เจินเป่ยจื่อเข้าไปภายในเรือนของเจ้านายได้ ทำให้เจินเป่ยจื่อได้แต่ยืนส่งลู่อวิ๋นชย่าที่หน้าเรือนเท่านั้น แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะเจินเป่ยจื่อได้ซ่อนป้ายหยกประจำตัวของตนเองไว้ใต้ม้านั่งในที่หน้าเรือนพัก ซึ่งเป็นที่นั่งพักผ่อนประจำของลู่อวิ๋นชย่า และการกระทำของเขาก็อยู่ในสายตาของเซียวฟ่งและเซียวเฟยตลอด
“ก็ต้องเก็บไว้ก่อนน่ะสิ รอให้เราหาของที่แม่นมจางเคยบอกไว้ให้เจอเสียก่อน จากนั้นเราค่อยมาเล่นงานพวกเขาทีหลัง”
“แล้วถ้าเราหาของสิ่งนั้นไม่เจอเล่าเจ้าคะ”
“ไม่เป็นไร ข้าเชื่อในความสามารถของเซียวฟ่งและเซียวเฟย”
เซียวฟ่งและเซียวเฟยเมื่อได้ยินก็รู้สึกอยู่ไม่สุขทันที ทั้งคู่พยายามจะเข้าไปค้นในห้องพักของแม่นมจางมาแล้วถึงสองครั้ง แต่ติดปัญหาตรงที่กลุ่มชายชุดดำของคนสกุลเจินจะเข้ามาขัดขวางอยู่ตลอด และเหมือนพวกเขาก็ได้รับคำสั่งให้มาหาสิ่งของในห้องของแม่นมจางอยู่เหมือนกัน
“เจ้าเอาสเปรย์พวกนี้ไปด้วยสิ คืนนี้จะได้ไม่มีคนมารบกวนพวกเจ้า” ลู่อวิ๋นชย่าส่งยานอนหลับที่นางใส่ไว้ในขวดสเปรย์ให้กับองครักษ์ทั้งสอง พร้อมทั้งสาธิตวิธีใช้
เซียวเฟยที่ไม่ทันระวังฉีดสเปรย์ไปโดนหน้าของหนิงผิงเข้าเต็มๆ ไม่นานหนิงผิงก็หลับไป
“ข้าบอกแล้วให้ระวัง เฮ้อ...ในเมื่อเจ้าทำให้นางหลับ เจ้าก็พานางกลับไปนอนก็แล้วกัน คิดว่าคงหลับไปอีกหลายชั่วยามเชียวล่ะ” ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มขำจึงอธิบายต่อ “ยานี้ไม่มีพิษอะไรหรอก เป็นเพียงยานอนหลับเท่านั้น จุดกำยานอะไรนั่นมันช้า อีกอย่างพวกคนชุดดำจะมีเวลามานั่งดมกำยานของพวกเจ้าอยู่ทั้งคืนหรือ”
เซียวฟ่งรีบคว้ายานอนหลับขวดนั้นมาถือไว้เอง “คืนนี้ข้าจะทำงานให้เรียบร้อยขอรับ”
“ที่จวนมีเรื่องยุ่งหรือ” ท่านหมอเฉียวทำแผลให้กับคนไข้ตามวิธีที่ลู่อวิ๋นชย่าเคยสอน เวลานี้เขาใช้ยาและเครื่องมือที่หลานสาวมอบให้ได้อย่างชำนาญแล้ว “ยาในโลกอนาคตช่างยอดเยี่ยมจริงๆ”
“ไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไรหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่อยากพักผ่อนเอาแรงสักหลายวัน เพราะมีลางสังหรณ์ว่าจะได้รับเคสใหญ่เร็วๆ นี้” ลู่อวิ๋นชย่าตอบ นางไม่อยากบอกว่าในจวนนั้นมีคนคอยวางแผนที่จะทำร้ายนาง เพราะนางไม่อยากให้ท่านตาต้องมาคอยเป็นห่วง อีกอย่างเรื่องแค่นี้นางสามารถจัดการเองได้
“บิดาของเจ้าเล่า เขาไม่คิดที่จะปกป้องเจ้าบ้างเลยหรือ” ท่านหมอเฉียวเป็นคนที่ผ่านโลกมานาน เขาจะไม่รู้เลยหรือว่าที่หลานสาวพูดมานั้นคือเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก “ถ้ามันลำบากนักก็ออกมาพักข้างนอกเสียก็สิ้นเรื่อง หมิงเฉินไม่ถือสากับเรื่องเหล่านี้หรอก”
“พี่หมิงเฉินอยากให้ข้าออกมาจากจวนหลังนั้นอยู่ตลอดเจ้าค่ะ ถึงแม้เขาจะไม่สนใจกับคำครหานินทา แต่ยังไงข้าก็ต้องคำนึงถึงชื่อเสียงของจวนเซียวอยู่นะเจ้าคะ ท่านตาไม่ต้องเป็นห่วงข้าจริงๆ ข้าดูแลตัวเองได้”
“เอาเถอะ วันนี้อยู่กินข้าวกับตาก่อนก็แล้วกัน ตาไม่ได้กินอาหารฝีมือเจ้ามานานแล้ว”
“ได้เลยเจ้าค่ะ”
“เจ้ามั่นใจว่าตอนนี้นางยังอยู่ที่โรงหมอใช่ไหม”
“คุณหนูใหญ่ออกจากจวนไปตั้งแต่เช้าแล้วขอรับ ที่เรือนของนางเวลานี้ไม่มีใครอยู่ ฮูหยินต้องการให้ข้าเอาของไปซ่อนไว้ในนั้นหรือไม่ขอรับ”
“เจ้าเอาของสี่ชิ้นนี้ไปซ่อนไว้ตรงที่ต่างๆ ทั้งในและนอกเรือนของนาง กำชับคนของเจ้าให้ดีว่าอย่าให้ใครเห็น”
“ข้าซื้อตัวบ่าวรับใช้ในเรือนของคุณหนูใหญ่ได้คนหนึ่งแล้วขอรับ รับรองว่านางไม่กล้าหักหลังเราแน่”
“เช่นนั้นก็ดี นี่คือรางวัลของเจ้า”
“ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้ขอรับฮูหยิน”
เจินอี๋เหนียงกับพ่อบ้านเกาไม่รู้เลยว่าบทสนทนาของตนเองถูกเซียวฟ่งได้ยินไปหมดแล้ว เป็นเพราะวันนี้เซียวฟ่งต้องอยู่ค้นหาของในห้องของแม่นมจาง เขาจึงให้เซียวเฟยตามไปอารักขาคุณหนูใหญ่คนเดียว บังเอิญว่าเขาเห็นท่าทางของพ่อบ้านเกาทำลับๆ ล่อๆ อยู่จึงตามมา ไม่คิดว่าจะมาได้ยินแผนร้ายของทั้งสองคนเข้าพอดี
“กล่องใบนี้คือของที่พบในห้องแม่นมจาง นางขุดหลุมไว้ก่อนจะเอาแผ่นไม้กระดานมาวางทับไว้อีกทีขอรับ” เซียวฟ่งรายงาน
“แล้วของสี่ชิ้นนี้ล่ะ มันคืออะไร” ลู่อวิ๋นชย่าถาม
“เจินอี๋เหนียงให้คนเอาของสี่ชิ้นนี้มาซ่อนไว้ตามที่ต่างๆ ภายในเรือนพักของคุณหนูขอรับ”
“ของพวกนี้มาอยู่ในเรือนพักของข้าได้ยังไง” ลู่อวิ๋นชย่าถามเสียงเรียบ
เซียวฟ่งพาบ่าวรับใช้ที่มีหน้าที่ทำความสะอาดเรือนเข้ามาหาลู่อวิ๋นชย่าทันที
“คุณหนูให้อภัยบ่าวด้วยเจ้าค่ะ บ่าว...บ่าวถูกพ่อบ้านเกาบังคับ” สาวใช้น้อยร้องไห้ออกมาอย่างหวาดกลัว “พ่อบ้านเกาเอาครอบครัวของบ่าวมาบังคับบ่าวเจ้าค่ะ”
“เจ้าเล่ามาให้ละเอียด”
“ในเรือนหลังนี้นอกจากพี่หนิงผิงแล้วก็มีเพียงบ่าวที่เข้าออกได้ พอพ่อบ้านเการู้เขาก็มาซื้อตัวบ่าว แต่บ่าวไม่ยอมเจ้าค่ะ หลังจากนั้นเขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับนิ้วมือของพี่ชายบ่าว ที่บ่าวจำได้เพราะนิ้วมือของพี่ชายมีไฝสองเม็ดอยู่บนนั้น พ่อบ้านเกาบอกว่าถ้าบ่าวไม่ทำตามคำสั่งของเขา เขาจะขายครอบครัวของบ่าวไปอยู่ในถิ่นกันดาร หรือไม่...พ่อบ้านเกาก็จะฆ่าคนในครอบครัวบ่าวจนหมดเจ้าค่ะ”
“พ่อบ้านเกากับพี่ชายของเจ้ารู้จักกันได้ยังไง”
“พี่ชายของบ่าวเป็นคนไม่เอาไหน เขาเข้าออกบ่อนการพนันอยู่เสมอ อย่างตัวบ่าวเองก็ถูกเขาขายมาเป็นทาสเพราะจะเอาเงินไปใช้หนี้ ก่อนหน้านี้ท่านพ่อโมโหเขามากจนสิ้นใจตายไปแล้ว เหลือเพียงท่านแม่และน้องสาวอีกสองคนที่ยังอยู่ในบ้าน แต่เพราะบ่าวสัญญาว่าจะส่งเงินกลับบ้านทุกเดือน เขาก็เลยยังไม่ได้ขายน้องๆ ออกไปเจ้าค่ะ บ่าวเดาว่าครั้งนี้พี่ชายของบ่าวคงรู้จักกับพ่อบ้านเกาที่บ่อนแน่นอน เพราะพ่อบ้านเกาก็ชอบเล่นการพนันเหมือนกัน”
“นอกจากซ่อนของไว้ตามที่ต่างๆ ในเรือนของข้า ก่อนหน้านี้เขาให้เจ้าทำอะไรบ้าง” ลู่อวิ๋นชย่ายังถามต่อ
“พ่อบ้านเกาจะเอากำยานมาส่งให้บ่าวทุกวันเจ้าค่ะ และสั่งบ่าวจุดให้คุณหนูทุกคืน แต่บ่าว...บ่าวไม่กล้า เพราะบ่าวกลัวว่ากำยานนั้นจะส่งผลร้ายต่อคุณหนู ซึ่งบ่าวก็คงจะหนีความผิดไม่พ้น แต่ยังดีที่คุณหนูไม่ชื่นชอบกับพวกเครื่องหอม บ่าวก็เลยโกหกพ่อบ้านเกาไปว่าบ่าวจุดมันให้กับคุณหนูทุกคืน”
“แล้วเจ้าเอากำยานพวกนั้นไปทิ้งที่ไหน”
“บ่าวฝังมันไว้ที่โคนต้นไม้ท้ายเรือน และบางส่วนบ่าวเอาไปจุดไว้ที่ไกลๆ เพื่อเอาขี้เถ้าของมันไปให้พ่อบ้านเกาดูเจ้าค่ะ”
ลู่อวิ๋นชย่ายิ้มอย่างพอใจ “นับว่าเจ้ายังฉลาด ครั้งนี้ข้าจะไม่เอาผิดเจ้าก็แล้วกัน แต่ข้าคงจะให้เจ้ามาอยู่ข้างกายข้าไม่ได้แล้ว เพื่อเป็นการตอบแทนน้ำใจเจ้า ข้าจะคืนสัญญาทาสให้และจะให้เงินเจ้าไปก้อนหนึ่ง เจ้าก็พาแม่กับน้องๆ ย้ายไปอยู่ที่อื่นเสีย ส่วนพี่ชายของเจ้าก็ถือเสียว่าเขาเดินทางไปทำงานยังที่ห่างไกลก็แล้วกัน”
“บ่าวขอบคุณคุณหนูมากเจ้าค่ะ” สาวใช้น้อยโขกศีรษะคำนับลู่อวิ๋นชย่าอย่างแรง
“เจ้ามีเรื่องอะไรถึงมาขอพบข้า” ลู่ฝานถามบุตรสาวอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าลู่อวิ๋นชย่ามาขอพบเขาด้วยตัวเอง
“ข้าอยากมาสอบถามท่านพ่อว่าเวลานี้ในจวนของเรา เอ่อ...ขาดเงินหรือเจ้าคะ” ลู่อวิ๋นชย่าถามขึ้นอย่างลำบากใจ “หากว่าท่านพ่อต้องการใช้เงิน ข้ายังมีสินเดิมที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้อยู่เจ้าค่ะ”
“ขาดเงิน? เจ้าหมายความว่ายังไง? เสนาบดีกรมพระคลังอย่างข้าได้เบี้ยหวัดจากการทำงานไม่น้อย ทั้งกิจการในจวนของเราก็มีมากมาย เจ้าทำไมถึงคิดเช่นนั้น”
“ข้ากลับมาอยู่บ้านได้หลายเดือนแล้วเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่เคยได้รับเงินเดือนเหมือนกับคนอื่น พอข้าถามกับพ่อบ้านเกา เขาก็บอกว่าเป็นคำสั่งของเจินอี๋เหนียงที่ให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ตัวข้าและบ่าวในเรือนไม่ได้เดือดร้อนอะไรเพราะข้ายังมีงานที่โรงหมอ ทั้งท่านพ่อบุญธรรมก็ส่งเงินมาให้ใช้ ข้าสามารถเอาเงินส่วนนั้นมาจ่ายให้พวกเขาได้ แต่บ่าวรับใช้ของเรือนอื่นไม่เหมือนกัน พวกเขายังต้องส่งเงินกลับไปจุนเจือครอบครัว หากจวนของเรามีปัญหาเรื่องเงินขึ้นมาจริงๆ ท่านพ่อสามารถเอาสินเดิมของท่านแม่ไปใช้ประโยชน์ก่อนได้เจ้าค่ะ”
“ข้าเข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปก่อนเถอะ ที่เหลือข้าจะจัดการเอง”
เสนาบดีลู่ทำท่าคิด จวนของเขาไม่เคยมีปัญหาเรื่องเงินมาก่อน หรือจะเป็นเจินอี๋เหนียงที่ต้องการกลั่นแกล้งจึงยึดค่าใช้จ่ายเฉพาะเรือนของลู่อวิ๋นชย่า เพราะบ่าวรับใช้จากเรือนอื่นก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร เวลานี้มีคนในราชสำนักอยากเข้าร่วมเป็นฝ่ายสนับสนุนองค์ชายรองมากขึ้น เขาต้องไปบอกเจินอี๋เหนียงสักหน่อยว่าอย่าเพิ่งทำให้ลู่อวิ๋นชย่าไม่พอใจ เพราะหากเซียวหมิงเฉินออกโรงเองเมื่อไหร่ อาจจะกระทบต่อแผนการขององค์ชายรองก็เป็นได้
เสนาบดีลู่ออกจากห้องหนังสือเพื่อเดินที่เรือนของเจินอี๋เหนียง เพียงก้าวเข้าไปในเขตเรือน เขาก็เห็นเขาดำรูปร่างคล้ายบุรุษกำลังปีนออกมาจากหน้าต่างเรือนด้านข้าง เขาขยี้ตาเพราะคิดว่าตนเองคงจะตาฝาดไป พอลืมตาเขาก็ไม่เห็นเงาร่างนั้นแล้ว แต่ด้วยความสงสัย เขาเดินไปดูก็เห็นว่ามีรอยเท้าอยู่บริเวณนั้นจริงๆ และมันยังเป็นรอยเท้าของบุรุษ