บรรยากาศสุดหรูบนตึกสูงที่มองเห็นวิวเมืองหลวงสามร้อยหกสิบองศาแสงไฟตอนกลางคืนช่างสมกับชื่อที่ว่าเมืองที่ไม่เคยหลับใหลหญิงสาวร่างบางในชุดเดรตกระโปรงยาวกำลังมองหาหญิงสาวอีกคนที่นัดเธอมาดินเนอร์ในค่ำคืนนี้
“โรส!”
รสรินหันไปมองตามเสียงเรียกก็เจอคนรักของเธอนั่งโบกมือให้กันอยู่ร่างบางยิ้มกว้างและรีบเดินเข้าไปหาเขานอกจากดินเนอร์มื้อค่ำแล้ววันนี้ยังเป็วันครบรอบห้าปีที่เราคบกันอีกด้วย
“รอนานไหมคะโรสขอโทษนะพอดีติดโปรเจคนิดหน่อย”
“ไม่เป็ไรค่ะ” อีกคนตอบสั้นๆ และนั่งมองหน้ารสริน หญิงสาวยิ้มเขินคิดว่าที่ถูกมองแบบนั้นเป็เพราะอีกคนกำลังชื่นชมในความสวยของเธอวันนี้
“โรสพี่ว่าเราเลิกกันเถอะ”
จากรอยยิ้มหวานแปรเปลี่ยนเป็ความนิ่งอึ้งร่างบางมองหน้าคนรักอย่างไม่เข้าใจภาวนาขอให้เขาแค่พูดเล่นคิดว่านี่อาจจะเป็มุขตลกที่เขาล้อเธอเล่น
“อำโรสเล่นใช่ไหมคะนี่แอบตั้งกล้องด้วยหรือเปล่าเนี่ย”
รสรินหันมองซ้ายมองขวาเพื่อหาดูว่ามีการตั้งกล้องแอบถ่ายไว้หรือเปล่าก่อนจะหันมามองหน้าคนรักเพื่อบอกให้เขาเลิกล้อเล่นได้แล้ว
“ไม่มีการล้อเล่นอะไรทั้งนั้นอ่ะโรสพี่ขอโทษนะเราคงไปต่อด้วยกันไม่ได้แล้วจริงๆ พี่ขอให้โรสโชคดีเจอคนดีๆและรักโรสด้วยใจจริง”
จบประโยคของคนตรงหน้าเขาก็ลุกขึ้นเพื่อจะเดินออกไปรสรินรีบเดินมารั้งแขนของเขาเอาไว้น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ให้ไหลไม่เป็ผลอีกต่อไป
“ไม่เอาอ่ะไม่เลิกกันได้ไหมคะโรสรักพี่นะ”
“โรสพี่เข้าใจโรสนะแต่พี่ไม่ได้รักโรสแล้ว”
ร่างบางส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะยอมรับตลอดห้าปีที่ผ่านเราสองคนก็รักกันดีแต่มาวันนี้คนรักกลับมาบอกเลิกกันและบอกว่าเขาหมดรักเธอแล้ว
“เราไม่เลิกกันได้ไหมอ่ะโรสรักพี่จริงๆ นะ”
“เลิกกันน่ะดีแล้วถ้าวันหนึ่งโรสเริ่มต้นใหม่ได้โรสจะกลับมาขอบคุณพี่”
ร่างสูงพยายามดึงมือรสรินออกแต่มือบางก็จับมือของอีกคนเอาไว้แน่นและเอาแต่พูดว่าไม่เลิกพร้อมกับร้องไห้อย่างคนขาดสติก่อนจะมีผู้หญิงอีกคนเดินเข้ามาคล้องแขนร่างสูง
“คุยธุระเสร็จหรือยังคะแนนนี่รอนานแล้วนะ”
“นี่มันอะไรกันอ่ะ”
รสรินมองหน้าผู้หญิงคนนั้นและหันกลับมาถามแฟนสาวของตัวเองอีกคนดูหนักใจแต่ก็ยอมเอ่ยบอกมาตามตรงถึงเหตุผลที่ขอเลิกกับเธอ
“แนนนี่แฟนใหม่พี่เอง”
เพี๊ยะ!
ฝ่ามือเรียวฟาดลงบนใบหน้าสวยของอดีตคนรักถามว่าเสียใจไหมก็เสียใจมากแต่เจ็บใจมากกว่าที่รู้ว่าถูกทิ้งเพราะคนของตัวเองปันใจไปให้หญิงอื่น
“เลว!”
“นี่เธอ! กล้าดียังไงมาตบแฟนฉัน”
“ไม่เอาค่ะแนนนี่พี่ว่าเราไปกันดีกว่านะ” รสรินมองอดีตคนรักกับแฟนใหม่ของเขาเดินจากไปต่อหน้าต่อตาไม่คิดเหมือนกันว่าวันครบรอบห้าปีจะพังไม่มีชิ้นดีแบบนี้
ร่างบางสะดุ้งตื่นและรู้ว่าเธอกำลังฝันถึงเหตุการณ์ในอดีตอีกแล้วมือบางยกขึ้นลูบหน้าเพื่อเรียกสติและเสยผมที่ยุ่งเหยิงให้เข้าที่ก่อนจะรู้สึกถึงแรงสั่นเมื่อคนด้านข้างลุกขึ้นมานั่งมองหน้ากัน
“ฝันร้ายอีกแล้วหรอ”
รสรินหันไปมองคนด้านข้างด้วยใบหน้านิ่งเฉยก่อนจะไล่สายตามองั้แ่ริมฝีปากบางลงไปจนถึงเนินอกที่โผล่พ้นผ้าห่มออกมายั่วกัน
“อยากได้?”
“นี่ค่าตัวเธอ ลุกไปแต่งตัวแล้วก็กลับไปได้ละ”
อีกคนนั่งมองหน้ากันนิ่งและไม่ยอมลุกขึ้นไปแต่งตัวรสรินก็มองอย่างไม่เข้าใจเธอว่าเธอก็พูดออกไปชัดเจนแล้วนะว่าให้อีกคนกลับไปได้
“ทำไมยังไม่ลุกขึ้นไปแต่งตัวอีกล่ะ”
“วันนี้พี่ดูแปลกๆ อ่ะในความฝันมันแย่ขนาดนั้นเลยหรอ”
รสรินมองหน้าคนอายุน้อยกว่าที่ดูเป็ห่วงเป็ใยหลายครั้งที่เธอเกือบจะใจอ่อนทำตัวอ่อนแอกับคนตรงหน้าแต่พอมาคิดดูแล้วเธอไม่ควรไว้ใจหรือให้ใจใครอีกเพราะไม่อยากกลับไปเจ็บเหมือนเดิม
“กลับไปเถอะ”
รสรินเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่เข้มกว่าเดิมอีกคนก็พยักหน้าเพราะรู้ว่ารสรินไม่อยากพูดถึงมันแต่ก่อนจะเดินไปแต่งตัวร่างสูงหันมามองรสรินเล็กน้อย
“เงินนั่นพี่เก็บไว้เถอะถือว่าเมื่อคืนนี้เป็โปรโมชั่นครั้งสุดท้ายละกัน”
“ครั้งสุดท้าย?”
“อื้อเหนือจะเลิกทำงานนี้แล้วอ่ะเพราะคนที่เหนือกำลังจะไปจีบเขาคงไม่ชอบถ้ารู้ว่าเหนือยังทำงานแบบนี้อยู่”
“อ๋อ เข้าใจละ” น้ำเสียงรสรินเหมือนดูประชดแต่เปล่าเลยหล่อนแค่แข็งกระด้าง ก่อนจะยิ้มจางๆและยินดีกับอีกคนที่กำลังจะเริ่มต้นใหม่กับคนที่เขารัก
“พี่อวยพรเหนือหน่อยสิ”
“อย่าเลยมันจะเป็ลางเปล่าๆ”
“น้า~เหนืออยากให้พี่อวยพรให้อ่ะ” คนอายุน้อยทำหน้าอ้อนและร้องขอให้รสรินอวยพรให้เขา สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้กับน้ำเสียงออดอ้อนนั่น
“โชคดีล่ะกันขอให้ผู้หญิงคนนั้นรับรักและรักเธอเหมือนที่เธอรักเขา”
“ขอบคุณนะพี่”
น้ำเหนือวิ่งเข้ามากอดรสรินและเนียนหอมแก้มคนอายุมากกว่าก่อนจะวิ่งเข้าห้องน้ำไปแต่งตัวรสรินแอบใจหายเพราะน้ำเหนือเป็คู่นอนคนแรกและคนเดียวที่เธอใช้บริการ ตลอดห้าเดือนที่ผ่านมายอมรับว่าผูกพันแต่คิดว่ายังไงเราทั้งคู่ต่างคนต่างต้องเดินหน้าต่อ
หลังจากน้ำเหนือกลับไปรสรินก็ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัวบ้างเช้านี้มีประชุมด่วนเลขาอย่างเธอก็ต้องรีบไปเตรียมตัวก่อนที่เ้านายจะมาเธอมาถึงบริษัทก่อนเวลาประชุมเกือบครึ่งชั่วโมงยังพอมีเวลาเตรียมห้องประชุมและเอกสารการประชุมก่อนจะสั่งแม่บ้านให้เตรียมเครื่องดื่มให้พร้อม
จัดเตรียมทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็ถึงเวลาประชุมพอดีบอร์ดบริหารและหัวหน้าแผนกต่างๆก็ทยอยมากันจนครบ เธอเองก็ต้องเข้าร่วมประชุมเพื่อจดบันทึกด้วยเนื้อหาการประชุมก็ไม่มีอะไรมากพอประธานบริษัทชี้แจงครบทุกหัวข้อก็เป็อันจบการประชุม
“ยังมีอีกเื่ที่ผมอยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบ”
เธอและหัวหน้าแผนกคนอื่นๆต่างทำหน้างงไปตามๆ กันเพราะเื่ที่ประธานจะพูดมันไม่มีอยู่ในหัวข้อการประชุมแต่ก็ขัดไม่ได้ต้องนั่งฟังต่อว่าเื่ที่ประธานจะแจ้งต่อจากนี้คือเื่อะไร
“ผมในฐานะประธานบริษัทมีความเห็นชอบที่จะแต่งตั้งน้ำเหนือลูกสาวเพียงคนเดียวของผมขึ้นเป็ประธานบริษัทนับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป”
เธอรู้สึกคุ้นกับชื่อนี้แต่ยังไม่ทันจะได้คิดประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกนาทีที่เธอเห็นหน้าของผู้หญิงที่กำลังเดินเข้ามาบอกเลยว่าเธอใจนเก็บอาการไม่อยู่น้ำเหนือลูกสาวท่านประธานกับน้ำเหนือคู่นอนของเธอคือคนเดียวกัน
“ต่อไปนี้น้ำเหนือคือเ้านายคนใหม่ของพวกคุณและจะทำหน้าที่ทุกอย่างแทนผมแต่อำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจจะยังอยู่ที่ผมเช่นเดิมจนกว่าน้ำเหนือจะผ่านโปรรสรินฝากคุณดูแลน้ำเหนือด้วยนะ”
“ค่ะ”
รสรินตอบรับตามหน้าที่แต่สายตายังคงจ้องมองคนอายุน้อยที่ยิ้มกว้างให้กันจบการประชุมทุกคนก็ทยอยกันกลับไปทำงานของตัวเอง
“ตั้งใจทำงานล่ะอย่าทำให้พ่อผิดหวังนะเหนือ”
“ไม่ต้องห่วงนะคะ เหนือจะทำงานให้คุ้มกับค่าเทอมที่พ่อส่งเสียให้เหนือไปเรียนถึงเมืองนอกเลย”น้ำเหนือหยอกล้อคนเป็พ่อก่อนจะมองตามรสรินที่เดินออกจากห้องประชุมไปแล้ว
“พ่อคะงั้นเหนือขอตัวไปดูห้องทำงานก่อนนะคะ”
น้ำเหนือรีบเดินตามรสรินออกมาพอเห็นคนอายุมากกว่ากำลังเดินกลับไปที่โต๊ะทำงานก็รีบเดินมายืนขวางหน้าจนรสรินแทบจะหยุดเดินไม่ทัน
“คุยกันก่อนสิคะ”
“เธอ…คุณเหนือมีอะไรให้ฉันรับใช้หรือเปล่าคะ”
“เห้ย! ไม่ต้องสุภาพขนาดนั้นก็ได้พี่พูดแบบที่เราเคยพูดกันก็ได้”
น้ำเหนือบอกด้วยท่าทีสบายต่างกับรสรินที่ไม่เห็นด้วยเพราะเธอไม่อยากให้คนอื่นรู้ถึงความสัมพันธ์ของเราสองคนยิ่งอีกคนเป็ลูกสาวเ้าของบริษัทด้วยแล้วยิ่งไม่ควรใหญ่
“ฉันว่าเราต้องคุยกัน” รสรินลากน้ำเหนือให้เข้ามาคุยกันในห้องทำงานและไม่ลืมล็อกประตูห้องเพื่อความปลอดภัย
“นี่เธออายุเท่าไหร่?”
“ปีนี้ก็ยี่สิบสี่พอดีเลย”น้ำเหนือตอบพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างแต่รสรินเครียดจนแทบจะกุมขมับเพราะคิดว่าอีกคนอายุน้อยกว่าเธอไปไม่กี่ปี
“แล้วเธอรู้หรือเปล่าว่าฉันอายุเท่าไหร่”
“พี่น่ะหรอ?ถ้าจำไม่ผิดปีนี้ก็สามสิบแปดพอดีป่ะ”
“ฉันไม่ตลกนะนี่มันเื่บ้าอะไรกันฉันนอนกับเด็กที่อายุน้อยกว่าตั้งสิบกว่าปีแถมตอนนี้เธอยังกลายมาเป็เ้านายของฉันอีกถ้าคนอื่นเขารู้ขึ้นมาฉันได้ตกเป็ขี้ปากชาวบ้านแน่ๆ”
“พี่จะเครียดไปทำไมสมัยนี้ใครๆเขาก็นิยมกินเด็กกันทั้งนั้น”
รสรินมองน้ำเหนือตาขวางการที่เธอซื้อกินนั่นก็แปลว่าเธอไม่อยากผูกมัดหรือข้องเกี่ยวกับคู่นอนไม่ว่าจะกรณีใดทั้งสิ้นและการที่เธอไม่อยากข้องเกี่ยวก็แปลว่าเธอไม่อยากให้ใครรู้ว่าเธอซื้อกิน
“เราต้องทำข้อตกลงกัน”
“ไม่เอาอ่ะเหนือไม่ชอบอะไรยุ่งยาก” น้ำเหนือยักไหล่และกำลังจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้แต่รสรินก็คว้าแขนอีกคนเอาไว้พร้อมกับมองด้วยสายตาจริงจัง
“ฉันซีเรียสนะ”
“โอเค ไหนลองบอกข้อตกลงของพี่ให้เหนือฟังหน่อยสิ”
รสรินปล่อยมือออกจากแขนของน้ำเหนือก่อนจะเอ่ยบอกข้อตกลงที่พึ่งคิดได้ตอนที่รู้ว่าอีกคนจะเข้ามาเป็เ้านายคนใหม่ของเธอ
“เวลาอยู่ที่บริษัทเราสองคนคือเ้านายกับลูกน้องห้ามใกล้ชิด ห้ามทำตัวสนิท อย่าเรียกแทนตัวเองว่าเหนือและอย่าเรียกฉันว่าพี่ สอง…ต่อไปนี้เราสองคนจะเป็แค่เ้านายและลูกน้องกันเท่านั้น สาม…ลืมเื่ที่เคยเกิดขึ้นซะถือว่าเราไม่เคยรู้จักกัน”
น้ำเหนือขมวดคิ้วทำหน้าไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงที่รสรินพูดมาแต่ร่างบางก็ทำหน้าจริงจังเพราะไม่อยากให้ใครต่อใครรู้ว่าเธอซื้อกินและเด็กที่ซื้อกินดันเป็ลูกสาวเ้าของบริษัทที่อายุน้อยกว่าตั้งสิบกว่าปี
“เหนือว่าเหนือมีวิธีที่ง่ายกว่านั้นนะ”
“อะไร?”คนตัวสูงเดินเข้ามาประชิดตัวร่างบางและโน้มตัวเข้าไปใกล้จนรสรินต้องถอยหนีแต่มือเรียวก็คว้าเอวบางเอาไว้พร้อมดึงเข้ามาแนบชิดน้ำเหนือมองรสรินด้วยสายตาเ้าเล่ห์ก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่ข้างหู
“มาเป็แฟนกับเหนือสิ”

ฝากติดตามด้วยนะคะ
คอมเม้นท์ติชมได้น้า หรือจะให้กำลังใจก็ได้
เม้นท์ๆ มาคุยกันนะ :)