“ ดูนี่! ”
เด็กสาวผมสีดำตัดผมประบ่ากางแขนทั้งสองข้างด้วยท่าทางพอใจ ด้านหลังของเธอเป็นห้องควบคุมแรงโน้มถ่วงรุ่นใหม่ที่สามารถจำลองการฝึกฝนให้เหมาะกับฮันเตอร์ที่เข้าไป
ภายในห้องมีโปรแกรมจำลองที่จะสร้างสสารตัวหนึ่งขึ้นมาต้านการเคลื่อนไหวเพื่อให้การฟาดฟันสมจริง
“ ฉู่เฉียว มันต่างกับเครื่องที่มหาวิทยาลัยยังไงเหรอ ”
เด็กสาวดวงตาสีขาวมองด้วยท่าทางสงสัย เธอเป็นคนมีดวงตาพิเศษแต่ยังไม่เห็นความพิเศษของพลังในเครื่องตรงหน้า
“ ต่างสิ เครื่องที่มหาวิทยาลัยของเราเป็นเครื่องรุ่นเก่าที่ควบคุมด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เพื่อยิงลูกบอลเล็กๆออกมาสกัดการโจมตีของเราเพื่อให้เกิดแรงต้านที่สมจริง แต่เครื่องนี้ไม่ใช่ มันจะควบคุมสสารข้างในให้กลายเป็นวัตถุที่เคลื่อนไหวได้เหมือนมนุษย์ สามารถส่งแรงโจมตีและป้องกันได้ไม่ต่างจากเราเลย ไม่ว่าจะใส่แรงมากแค่ไหนมันก็ไม่มีวันพัง เราสามารถฝึกต่อสู้ได้เรื่อยๆ ”
ฉู่เฉียวแนะนำเครื่องจำลองการต่อสู้ให้เพื่อนฟังด้วยท่าทางพอใจ เครื่องนี้เป็นรุ่นต้นแบบต้องรออีก 1 ปีถึงจะวางจำหน่าย ทางมหาวิทยาลัยได้ติดต่อขอซื้อเครื่องมือนี้เพื่อทดแทนรุ่นเก่าแล้ว เธอพาเพื่อนมาดูก็เพราะอยากให้ทุกคนได้ทดลอง
“ มันใช้ยังไง ”
“ ง่ายๆเลย แค่ปรับเลเวลของคู่ต่อสู้ตามต้องการแล้วก็เลือกประเภทคู่ต่อสู้ว่าอยากจะให้มันใช้ดาบ มีด หรือขวาน อาวุธระยะไกลก็มี โดยคู่ต่อสู้ที่จำลองล้วนแล้วนำเอาความสามารถของผู้เชี่ยวชาญอาวุธแต่ละชนิดมาใส่เจ้าเครื่องนี้เอาไว้ นักวิจัยยืนยันมาแล้วด้วยว่าไม่มีใครเอาชนะหุ่นจำลองได้ ”
“ แล้วถ้ามีล่ะ ”
“ พวกเขาบอกว่าจะให้เครื่องนี้ฟรีเลย ”
เด็กวัยรุ่นอายุไล่เลี่ยกับเหมยลี่และหลี่อิงแสดงท่าทางตื่นเต้น เฉินห่าวเห็นเด็กๆพยายามจะเข้าไปในเครื่องจำลองการต่อสู้จึงยืนดูอยู่เงียบๆไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวตน
“ ฉันขอบ้าง ”
“ ได้เลย! ”
เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มไว้มีผมสีเขียวถักเปียสองข้างเดินเข้าไปในอุปกรณ์ใหม่ จากนั้นเธอจึงหยิบมีดสั้นออกมาถือในมือเตรียมต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่ใช้มีดเช่นเดียวกับเธอ ในรุ่นราวคราวเดียวกันเธอเชื่อว่าไม่มีใครเอาชนะเธอได้ถ้าใช้มีด
เมื่อการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นเด็กสาวผมสีเขียวก็เริ่มใช้ทักษะประจำตระกูลต่อสู้กับหุ่นจำลองที่สร้างขึ้นมาจากสสาร อีกฝ่ายไร้ใบหน้าและดวงตา ลักษณะของมันไม่ต่างจากหุ่นลองเสื้อผ้า
เพียงแต่ว่าการเคลื่อนไหวราวกับมนุษย์ แม้จะมีส่วนที่ยังไม่ละเอียดพอแต่ก็ถือว่าใกล้เคียงท่วงท่าการเคลื่อนไหวของมนุษย์
ภายใต้การตวัดฟาดฟันมีดจนทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยแสงสีฟ้าและสีเขียวของทักษะลับประจำตระกูล เด็กสาวกลับตื่นตะลึงเมื่อพบว่าเธอถูกมีดวางทาบเอาไว้ที่คอโดยที่ไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่าย
“ ฉันบอกแล้วว่าไม่มีใครเอาชนะได้เพราะหุ่นต่อสู้ถูกจำลองมาจากฮันเตอร์แนวหน้า ฮันเตอร์ที่ใช้มีดหลายพันคนคือคนที่ป้อนวิธีการต่อสู้ให้กับหุ่นตัวนี้ ใครจะไปต่อเหรอ ”
เด็กสาวผมสีเขียวถอนหายใจเบาๆเธอไม่คิดว่าตนเองจะแพ้จริงๆ ไม่นานเด็กสาวอีกคนก็เข้าไปในห้องจำลองการต่อสู้แล้วเลือกคู่ต่อสู้เป็นนักดาบเหมือนกัน
ไม่นานหลังจากการต่อสู้เริ่มต้นขึ้นเธอก็พบกับความพ่ายแพ้เมื่อดาบของอีกฝ่ายพาดอยู่บนไหล่
“ ใครจะเข้าไปอีก ”
เด็กๆผลัดกันเข้าไปในเครื่องจำลอง บางคนขอเข้าไปอีกรอบโดยเปลี่ยนคู่ต่อสู้ให้ใช้อาวุธที่แพ้ทาง ทว่าเธอกลับแพ้เช่นเดิมจนทำให้เกิดความรู้สึกอยากจะเอาชนะ ถึงอย่างนั้นทุกคนที่เข้าไปกลับพ่ายแพ้ทั้งหมด
“ ฉันบอกแล้วไม่มีใครเอาชนะได้หรอก ฉันลองเป็นร้อยๆรอบก็ยังไม่สามารถเอาชนะมันได้เลย แค่สร้างแผลให้ได้ 10 แห่งก็นับว่ายากแล้ว ”
เด็กแต่ละคนถอนหายใจเมื่อรู้ว่าหุ่นซ้อมแข็งแกร่งเกินไป แม้พวกเขาจะพัฒนาจากการใช้อุปกรณ์นี้แต่การที่ต้องจมปรักอยู่กับความพ่ายแพ้ทำให้หัวใจของพวกเขาห่อเหี่ยว ทันใดนั้นเองเด็กทั้ง 15 คนก็ได้ยินเสียงจากประตูทางเข้าจึงหันมองพบว่ามีพ่อบ้านยืนอยู่หนึ่งคนและพี่ชายสวมสูทสีครีมยืนส่งยิ้มให้พวกเขา
“ อยากเอาชนะมันไหมล่ะ ”
“ พี่ชายคะ ทางผู้ผลิตบอกแล้วว่าไม่มีใครเอาชนะมันได้ ”
“ โอกาสที่มันจะชนะเราคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์งั้นเหรอ ”
“ มากกว่า 90 % เลยค่ะเว้นแต่ว่าเราจะเลเวล 100 โอกาสชนะของหุ่นจะลดลงมาเหลืออยู่แค่ 50 % ”
“ งั้นก็มีโอกาสชนะ มีใครอยากจะเอาชนะมันไหมเดี๋ยวพี่ชายจะบอกเคล็ดลับให้ ”
เด็กสาวทั้ง 15 หลับตาปริบๆ เฉินห่าวเห็นภาพนี้แล้วอดนึกไปถึงวันที่เป่าเป้ยพาเพื่อนมาเล่นบ้าน เขาคงมีความสุขมากแน่ๆที่มีลูกสาวเพิ่มขึ้นมามากมาย
“ อย่าพึ่งปิดกั้นตัวเองด้วยการบอกว่าเอาชนะมันไม่ได้สิ ลองบอกตัวเองว่าทำได้แล้วทุกอย่างจะดีเอง ไหนมีใครอยากจะลองดูไหม ครั้งนี้พี่ชายจะบอกวิธีสร้างบาดแผลมันให้ ครั้งต่อไปจะบอกวิธีเอาชนะมัน ”
เด็กสาวผมสีเขียวถักเปียทั้งสองข้างขอลองอีกครั้ง เพื่อนๆจึงรอดูว่าพี่ชายที่เข้ามาจะช่วยยังไง
เฉินห่าวเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วกระซิบข้างหูเพื่อบอกจุดอ่อนที่เขาเห็นผ่านหุ่นและบอกจุดอ่อนของเธอที่ต้องปรับแก้ไข หุ่นไม่ได้วิเคราะห์คู่ต่อสู้ของมันแต่เป็นเซนเซอร์ทั่วห้องที่คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวเพื่อหาจุดอ่อนในการเอาชนะ เธอเพียงแค่ต้องป้องกันจุดอ่อนนั้นให้ได้ก็เพียงพอ
เด็กสาวผมสีเขียวพยักหน้าด้วยท่าทางเข้าใจเพียงแต่ว่าเฉินห่าวยังไม่ได้ให้เธอเข้าไปในเครื่องจำลอง เขาขอปรับแก้ไขการเคลื่อนไหวบางจุดของเธอเล็กน้อยเพื่อให้จุดอ่อนที่เธอแสดงบ่อยๆลดขนาดลง
“ เอาล่ะเชื่อในตัวเอง เชื่อในสิ่งที่พี่ชายบอก ครั้งนี้จะยังเอาชนะไม่ได้แต่สามารถสร้างบาดแผลให้มันได้เยอะแน่นอน ”
เด็กสาวผมสีเขียวเดินเข้าไปในเครื่องจำลองด้วยหัวใจที่ตื่นเต้น ครั้งก่อนที่เข้ามาเธอรู้สึกเฉยชาเพราะไม่ได้คาดหวังอะไร แต่หลังจากแพ้ถึงสองครั้งเธอก็ได้สูญเสียความมั่นใจ ครั้งนี้พี่ชายแปลกหน้าชี้แนะให้ เธอไม่รู้ว่ามันจะใช้ได้จริงหรือเปล่าทำได้เพียงแค่เชื่อแล้วก็ทำตาม
เมื่อการต่อสู้เกิดขึ้นเธอจึงใช้ออกด้วยทักษะประจำตระกูลเช่นเดิม แล้วพยายามโฟกัสไปที่การปกปิดจุดอ่อน ทันใดนั้นหุ่นจำลองที่เหมือนจะบันทึกการเคลื่อนไหวของเธอในการต่อสู้ทั้ง 2 ครั้งก่อนหน้าก็พยายามโจมตีจุดอ่อนของเธอ
เด็กสาวเห็นท่าไม่ดีจึงทำตามคำแนะนำด้วยการย่อตัวเล็กน้อยแล้วดีดตัวไปทางขวามือพร้อมกับลดมีดลงไปนิดหน่อย ทันใดนั้นเธอก็พบว่ามีดที่ลดลงไปกระทบเข้ากับมีดของอีกฝ่ายจนป้องกันการโจมตีเอาไว้ได้
“ สวนเลย! ”
เด็กสาวได้ยินเสียงจากด้านนอกทำการสวนกลับอย่างรวดเร็วหลังจากบล็อกการโจมตีเอาไว้ได้ หุ่นเห็นว่าศัตรูกำลังโจมตีอย่างรวดเร็วมันจึงรีบเอียงคอหลบทำให้มีดเสียบแทงเข้าที่กลางหน้าอก บาดแผลที่เกิดขึ้นไม่ใหญ่พอจะทำให้โปรแกรมการทำงานจบลงมันจึงใช้ความเร็วที่เหนือกว่าจี้ดาบไปที่คอเด็กสาวผมเขียวจนเธอแพ้
“ พี่ชายบอกแล้วว่าครั้งนี้เอาชนะไม่ได้หรอก แต่เราทิ้งบาดแผลให้มันได้ เอาล่ะครั้งต่อไปชนะแน่ ”
“ค่ะ ”
เด็กสาวผมเขียวเดินออกมานอกห้องแล้วรอให้เฉินห่าวบอกวิธีเอาชนะ เด็กทุกคนที่อยู่รอบๆให้ความสนใจหวังจะทำตาม เพียงแต่ว่าการปรับแก้ไขไม่เหมาะกับพวกเขาเลย พี่ชายแปลกหน้าบอกจุดปรับแก้ที่เหมาะแก่เด็กสาวผมสีเขียวเท่านั้น พวกเขาไม่ได้ฝึกทักษะที่เหมือนกันจึงใช้ไม่ได้ผล
“ เอาล่ะ เชื่อมั่นในแผนครั้งนี้เธอชนะแน่ ”
เด็กสาวผมสีเขียวเดินเข้าไปในห้องอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น ดวงตาทั้งสองแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอยากจะเอาชนะหุ่นซ้อม
ทันทีที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้นเธอได้พุ่งเข้าหาศัตรูตรงหน้าด้วยท่าที่ถนัดที่สุดจนทำให้มันต้องใช้แขนทั้งสองปัดป้องการโจมตี จังหวะที่เห็นช่องว่างเธอจึงแทงมีดไปบริเวณใต้แขนซ้าย หุ่นเห็นเช่นนั้นพยายามกระโจนถอยกลับหลังเพียงแต่ว่าเด็กสาวรู้ทัน เธอจึงกระโจนตามไปติดๆก่อนจะเปลี่ยนเท้าวิ่งไปทางซ้ายอ้อมเข้ามาโจมตี
เหล่าคนที่ยืนอยู่ด้านนอกล้วนแล้วตะลึงเมื่อเห็นว่าเพื่อนที่เข้าไปต่อสู้กำลังปลดปล่อยทักษะที่เหมือนจะเหนือกว่าครั้งก่อนออกมา
ทั้งพลังโจมตีและความรวดเร็วที่แสดงออกมาราวกับคนละทักษะ ก่อนที่หุ่นจะถูกตัดคอตายต่อหน้าพวกเขา
เด็กสาวผมสีดำประบ่ายืนอึ้ง เธอพึ่งบอกกับทุกคนว่าหุ่นจำลองไม่มีทางแพ้พวกเธอแน่นอน จำเป็นต้องมีเลเวล 100 ก่อนจึงจะเอาชนะได้
ทันใดนั้นเด็กสาวผมเขียวก็ขอเริ่มอีกครั้งเพราะคิดว่าการเอาชนะเมื่อครู่อาจจะเป็นโชค แต่แล้วเธอกลับเอาชนะหุ่นจำลองได้จนทุกคนหันมองเฉินห่าวด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ
“ พี่ชายคะสอนหนูหน่อย ”
ฉู่เฉียวเอ่ยปากขึ้นในทันที คุณปู่ของเธอบอกไว้เสมอว่าทุกช่วงเวลาคือการเรียนรู้ อย่าได้ยึดติดว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร หากอยากจะก้าวหน้าต่อไปจงเรียนรู้จากผู้คนแล้วนำมาปรับใช้กับตนเอง
เฉินห่าวเห็นว่าเด็กสาวเหล่านี้ติดกับแล้วเขาจึงยิ้มก่อนจะพูดคุยสัพเพเหระทั่วไปพลางบอกวิธีเอาชนะให้กับเด็กสาวเจ้าของงานวันเกิดที่ชื่อฉู่เฉียว
“ ครั้งนี้จะยังเอาชนะไม่ได้นะเพราะเธอต้องปรับตัวกับคำแนะนำก่อนสักรอบ ”
ฉู่เฉียวถือดาบเข้าไปในเครื่องจำลองก่อนจะปลดปล่อยสกิลจนทำให้มีไอพลังงานสีดำลอยเวียนวนรอบตัว จากนั้นเธอก็ชักนำมันไปที่ดาบ เฉินห่าวจึงลอบประเมินทักษะของอีกฝ่ายพบว่าน่าจะเป็นทักษะระดับเดียวกันกับของหลี่อิงที่ได้ทักษะใหม่มาจากตระกูลซูสาขาหลัก เพียงแต่ว่าฉู่เฉียวยังไม่ได้ชำนาญมากนัก ดูท่าจะต้องฝึกอีกราว 5 - 6 ปี
“ ย่า! ”
เด็กสาวพุ่งเข้าหาหุ่นจำลองด้วยความเร็วสูงที่สุด ทักษะดาบของเธอเน้นการพุ่งเข้าประชิดด้วยความเร็วแล้วฟาดฟันดาบโจมตี ความเร็วจากการวิ่งจะทำให้แรงที่ส่งไปยังดาบรวดเร็วขึ้น แม้จะแตกต่างจากนักดาบทั่วไปที่ต่อสู้อยู่กับที่เป็นหลัก เธอกลับรู้สึกชินกับรูปแบบการใช้ดาบที่ต้องวิ่งไปรอบๆ
เปล้งเปล้งเปล้ง!
คลื่นดาบแตกกระจายออกไปรอบๆ จนคนที่อยู่ด้านนอกมองไม่เห็นอะไรทันใดนั้นการต่อสู้ก็จบลงโดยที่แขนข้างหนึ่งของหุ่นขาดหายไป ส่วนฉู่เฉียวถูกดาบจี้ไปที่คอ เธอจึงรีบออกมาด้านนอกเพื่อให้พี่ชายช่วยแนะนำอีกเล็กน้อยเพราะอยากจะเอาชนะหุ่นเช่นเดียวกัน
“ เอาล่ะ เข้าไปลองดูเลย ครั้งนี้ชนะแน่นอน ”
“ ค่ะ ”