"องค์หญิงๆ"เสียงเรียกของจิ้งจอกสาวรับใช้ใช้เอ่ยขึ้นอย่างใเมื่อเห็นท่าทีขององค์หญิงน้อยซุกซนจนดูแปลกตา
"เ้าจะเสียงดังไปทำไม เดี๋ยวคนอื่นๆก็รู้หมด" หนิงฮวากล่าว
ไป๋หนิงฮวา จิ้งจอกเก้าหางตัวสีขาวมีตำแหน่งสูงศักดิ์ในสามพิภพ เป็ถึงองค์หญิงของเผ่าสุนัขจิ้งจอกขาว
ทุกห้าแสนปีจะมีสุนัขจิ้งจอกเก้าหางถือกำเนิดขึ้นเพียงหนึ่งตัว
เื่เหล่านี้ล้วนเป็ความลับของเผ่าสุนัขจิ้งจอกที่มิอาจแพร่งพรายให้ผู้ใดในทั่วหล้ารับรู้ั้แ่์ชั้นฟ้า ทั่วทั้งสี่สมุทรแปดดินแดน หรือแม้กระทั้งพิภพมารใต้ดิน
นั่นเพราะว่าหางของสุนัขจิ้งจอกทั้งเก้าหางถือว่าเป็ของวิเศษที่ทั้งเหล่าสามพิภพต่างก็้า
ชีวิตของหนิงฮวาผู้นี้จึงมีค่ามากนัก
"ข้ามีชีวิตมาเป็พันกว่าปีแล้วโลกภายนอกข้าไม่เคยพบเห็นเลย ขอแอบไปสักชั่วครู่ เดี๋ยวข้าก็กลับ" ใบหน้าหวานส่งรอยยิ้มทะเล้นให้สาวใช้คนสนิท
"ไม่ได้เด็ดขาดเพคะ หากหัวหน้ารู้เข้าข้าตายแน่" สาวใช้ส่ายหน้าเป็พัลวัน
เมื่อนึกถึงอิทธิฤทธิ์ไม้เรียวจากเถาว์พันปีของราชินีจิ้งจอก
"หากเ้าไม่อยากตายก็อย่าส่งเสียงดังไม่งั้นพ่อข้าได้รู้แน่" หนิงฮวาพูดขู่
ก่อนจะะโวิ่งข้ามหินก้อนใหญ่นางไม่ฟังคำทัดทานใดๆทั้งสิ้น จนสาวใช้ต้องรีบวิ่งตาม
ั้แ่เกิดจนมีอายุพันปีหนิงฮวาก็ถูกกักบริเวณให้หลบอยู่แต่ภายในถ้ำใต้ดินตลอดนางไม่เคยได้ออกมาวิ่งเล่นกลางป่า เหมือนสุนัขจิ้งจอกตัวอื่นๆ
ด้วยเหตุผลที่ว่า... นางคือสมบัติล้ำค่าของเผ่าจิ้งจอก
และทุกคนต่างหมายปองชีวิตของนาง
เื่เล่าของโลกอันกว้างใหญ่ภายนอกถ้ำก็ได้แต่ฟังผู้เป็มารดาเล่าให้ฟังเพียงเท่านั้น
ยิ่งฟัง ก็ยิ่งจิตนาการ และอยากพบเห็น
เหนือสิ่งไหน... ตำนานความรักขององค์หญิงจิ้งจอกกับเทพเซียนผู้นั้น
ยิ่งเป็แรงผลักให้จิ้งจอกน้อยตนนี้คิดผลีผาม ความรักช่างสวยงามเฉกเช่นความรักของท่านพ่อ และท่านแม่ที่มีต่อกัน สักวันข้าคงได้พบรักแท้เช่นนั้น
"ข้าชอบกลิ่นป่าเหลือเกิน หอมกลิ่นใบไม้กลิ่นดิน กลิ่นแม่น้ำ" นางบอกสาวใช้
จมูกเล็กๆกระดิกไปมาสูดกลิ่นของไม้ตรงหน้าด้วยความหลงไหล
"เ้าเคยได้กลิ่นดอกไม้หรือไม่"นางหันไปถามสาวใช้อีกครั้ง
"เคยเพคะ องค์หญิง กลิ่นมันหอมมากหลากหลายพันกลิ่นที่ข้ามิสามารถจะแยกได้"
"ข้าอยากได้กลิ่นเหลือเกินเบื่อกลิ่นเหม็นอับในถ้ำจะแย่"
สาวใช้มององค์หญิงของตนเองด้วยความเวทนานางใช้ชีวิตผิดวิถีสัตว์ป่า
ต้องถูกกักอยู่แต่ในถ้ำแทบไม่เคยเห็นแสงเดือน แสงตะวัน
และหากว่าวันหนึ่งถูกาาจับได้นางขอรับผิดแทนองค์หญิงทุกอย่าง
เพราะความสงสารจึงคิดพาองค์หญิงออกมาเที่ยวเล่นเช่นนี้
"ข้ากลับแล้วดีกว่าออกมานานเดี๋ยวถูกสงสัย"
หนิงฮวาััได้ถึงความกังวลใจของสาวใช้ด้วยไม่อยากทำให้นางเดือดร้อนเพราะสุดท้ายแล้ว สาวใช้ผู้นี้จะเป็คนออกรับผิดแทนนางทุกอย่าง
จิ้งจอกขาวสองตัวจึงรีบวิ่งกลับไปยังถ้ำ
กระจกทองของ์ที่สอดส่องไปทั่วพิภพได้พบเห็นร่างของจิ้งจอกเก้าหาง
ที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ในป่าแห่งหนึ่งนับว่าเป็วาสนาของนายทหารคนนี้ หากเื่นี้บังคมทูล
ถึงเง๊กเซียนฮ่องเต้แล้วเขาคงโดนตบรางวัลไม่ใช่น้อย
ไม่เคยมีผู้ใดรอดพ้นสายตาของ์ไปได้เทพเซียนผู้ทำหน้าที่เป็ตำแหน่ง
ตา์รีบนำเื่นี้ไปถวายบังคมทูลเง็กเซียนฮ่องเต้
ร่างชราที่สวมชุดผ้าไหมทองทั่วทั้งตัวนั่งฟังคำบอกเล่าของผู้เป็ตา์
การนี้มิอาจผลีพลาม จำต้องคิดให้รอบครอบ
"เื่นี้มหาเทพฟ่งเทียนทราบแล้วหรือยัง" เสียงทุ้มกังวานของเทียนจวินเอ่ยถามแม้ว่าน้ำเสียงจะดูนิ่งเงียบแค่ไหน ทว่าเง็กเซียนกลับซ่อนสีหน้าวิตากกังวลไม่มิด
คิ้วขาวขมวดย่นเมื่อเห็นฎีการายงานการพบเจอจิ้งจอกเก้าหาง
"ข้ายังไม่ได้รายงาน"
"ดี งั้นเก็บเป็ความลับก่อนรีบส่งทหารไปเอาตัวนางมา" ไม่แน่.. หากฟ่งเทียนตี๋จวินรู้เื่นี้เข้าเขาคงไม่ปล่อยให้จิ้งจอกเก้าหากตัวนี้ หลุดพ้นไปแน่ ก่อากับพรรคอื่น
ย่อมดีกว่าก่อากับคนกันเอง!
สิ้นคำสั่งของราชันย์์เหล่าทหารก็รีออกตามหาจิ้งจอกเก้าหาง
สามวันสามคืน เวลาล่วงเลยไปอย่างเสียเปล่า
กำแพงเวทปราบมาร ของฝูงจิ้งจอกที่ร่ายไว้ทำให้คนภายนอกไม่มีทางพบเจอได้ แม้แต่ดวงตา์เองก็ตาม
มีแต่เผ่าสุนัขจิ้งเท่านั้นที่สามสารถออกนอกกำแพงและเข้ากำแพงนี้ได้
เมื่อได้ฟังคำรายงานดังที่กล่าวมากลับเป็ที่ร้อนใจของเง๊กเซียนยิ่งนัก
ร่างทรงอำนาจสะบัดชายผ้าไหมสีทองด้วยความโกรธกริ้วก่อนจะเลิกติดต่อกับแม่ทัพผ่านกระจก์
เหล่าพลทัพของ์เห็นท่าทีพิโรธโกรธายิ่งต้องเร่งฝีเท้าในการค้นหามากขึ้น
เพราะเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นมาจากที่ไกลทำให้ไท่หยานหวิน องค์ชายเผ่ามาร ที่
บัดนี้ขึ้นเป็ประมุขรักษาการณ์รีบโบกมือส่งสัญญาณ เพื่อชะงักเหล่าทหารพรรคมารของตนเอาไว้ก่อน
"เตรียมตัวซุ่มโจมตี" เสียงเย็นะเืที่แผ่ไปด้วยอำนาจกล่าวขึ้น
ความที่เง๊กเซียนฮ่องเต้ไม่อยากให้เื่รู้ถึงมหาเทพฟ่งเทียนจึงได้แต่สั่งทหารผู้น้อยที่ไม่ได้มากฝีมือเทียบเท่าเหล่าขุนพลแม่ทัพใหญ่ไป เพราะคิดว่ายังไงเสีย เผ่า์
ย่อมหูตาไวกว่าเผ่ามารแน่นอน ด้วยความที่พญามารไท่กงซุ่ยถูกกักขังบนเจดีย์แปดเหลี่ยมอาวุธวิเศษของของเผ่า์ จึงทำให้เผ่ามารยอมสงบศึกที่รบรากันมายาวนาน
จวบจนถึงบัดนี้ พวกมันคงไม่กล้าเคลื่อนไหวเป็แน่
ทหารชุดเกราะทองคำค่อยๆเดินสำรวจพื้นที่รอบๆที่พบจิ้งจอกเก้าหาง
ผ่านดวงตา์
"เฮ้ย!!!"
เสียงะโร้องของทหาร์คนหนึ่ง ที่ดันก้าวพลาดติดกับดัก
ขององค์ชายไท่หยางหวินวางไว้ทำให้ได้แต่เพียงส่งเสียงร้องก่อนจะถูกปาดคออย่างไร้เมตตา
"พรรคมาร ระวัง..." เมื่อเสียงร้องโหยหวนดังละรอกถี่ยิ่งขึ้นแม่ทัพจึงได้แต่บอกให้เหล่าพลทหารที่เหลือระวัง
คำสั่งของหัวหน้าทหาร มิได้มีความเข้มแข็งแต่อย่างใดน้ำเสียงช่างสั่นคลอน
เพราะรู้ดีว่าฝีมือของตนมิอาจเทียบเท่าแม่ทัพ์มากฝีมือคนอื่นๆยามเจอกับพรรคมาร ย่อมไม่มีทางรอดพ้น