เซรอสพาทุกคนเดินตรงมาที่ห้องทรงงานซึ่งตั้งอยู่ทางทิศเหนือของปราสาท ด้านหน้าทหารเฝ้าประตูสองนายเมื่อพวกเขาเห็นเซรอสก็แสดงความเคารพก่อนที่จะค่อยๆเปิดประตูออกช้าๆ ด้านในห้องทรงงานนั้นเป็นห้องโถงกว้าที่ชั้นหนังสือมากมายเต็มไปหมด ทั้งยังมีแผนที่ขนาดใหญ่ของทวีปโมบิลทั้งหมดติดอยู่ตรผนังด้านขวามือ เบื้องหน้านั้นคือบุรุษสูงวัยผู้หนึ่ง ใบหน้าคมเข้มที่มีริ้วรอยตามวัยนั้นบ่งบอกถึงความผ่านโลกมานาน เรือนผมสีทองที่ยาวสยายราวกับเส้นไหมนั้นถูกรวบสูงเป็นหางม้าไปด้านหลัง นัยน์ตาสีเดียวกันกับลูกเป็นลูกชายนั้นก็แลดูสุขุมและกร้านโลก แพททริก เอลดิเร็คโต้ จ้าวผู้ครองรัฐคนปัจจุบันของไฟล์ บัดนนี้กำลังง้วนอยู่กับงานบนโต๊ะอย่างหมักขะเม้นโดยไม่ได้รับรู้ถึงการมาถึงของผู้มาเยือนเลยแม้นเเต่น้อย จะมีก็เพียงแต่ ทหารอารักษ์ทั้งสองทั้งนั้นที่โค้งหัวแสดงความเคารพเซรอสทันทีที่เห็นเขา
รีเซ่มองทหารทั้งสองอย่างสนใจ เพราะดูจากหน่วยก้านแล้ว..เอาจริงๆไม่น่ามาเป็นองค์รักษ์ได้เลย เพราะหน่วยก้านไม่ได้ล้ำบึ้กอย่างที่ควรจะเป็น แต่ทั้งคู่กลับผอมเพียว คนแรก คาอิน ซิมิเนียร์ เธอเคยเห็นเขาสมัยที่แพททริกมาหาเธอบ่อยๆที่เอเธน่าสมัยตอนยังเด็กๆ ผมสีน้ำเงินเข้มกับนัยน์ตาสีฟ้ากระจ่างรับได้ดีกับผิวขาวราวหิมะ ร่างสูงนั้นไม่ได้ดูสูงใหญ่ล้ำสันอย่างที่ควรจะเป็นแต่กลับสูงระหงราวกับสตรี แต่นั้นก็กลับทำให้เขาดูสง่างามจนน่าหลงใหล เรื่องฝีมือรีเซ่ไม่เคยมีข้อกังขาใดๆเพราะคาอินคือผู้ใช้เวทย์ที่เก่งกาจที่สุดในแผ่นดินไฟล์ ส่วนอีกคนหนึ่ง ฮัลฟาส วาเลฟอร์ บุรุษหนุ่มผู้เงียบขรึมและคมในฝัก ผสมกับความกร่างๆลึกที่หลายคนสัมผัสได้อยู่เรื่อยๆ นัยน์ตาสีฟ้าอันแข็งกร้าวกับ ผมสีดำสนิท รูปร่างผอมบาง แต่ฝีมือฟันดาบมิใช่ย่อย พูดน้อย ต่อยหนัก เรียกว่าคมในฝักก็คงไม่ผิด
“พ่อ”
เสียงเซรอสเรียกทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับสะดุ้ง และรับรู้ถึงการมาถึงของผู้มาเยื่อน
“ท่านลุง!!!”
“รีเซ่หลานรักของลุง!”
คนตัวเล็กไม่ว่าเปล่ากระโดดกผู้เป็นลุงทันทีด้วยความดีใจ แพททริกรับร่างน้อยที่พุ่งมาหาเขาเข้ามากอดด้วยความเอ็นดู ความพะเน้าพะนอตรงหน้านั้นทำเอาเพื่อนๆต่างทำสีหน้าไม่ถูก เมื่อ แพททริก เอลดิเร็คโต้ เจ้าผู้ครองรัฐที่ยิ่งใหญ่กลายเป็นคุณลุงแก่ๆผู้เห่อหลานสาวเสียอย่างนั้น
หมดกัน
เซรอสถึงกับเอามือตบหน้าผาก
พอกันทั้งสองรัฐ พวกเห่อหลาน!!
“พ่อ!นี้เรื่องซีเรียส”
โอ๊ยลำคาน!
อ้อนไม่รู้เวลา
พ่อก็อีกคน..ทำตัวติ๊งต๊อง!!
“พ่อนายกับรีเซ่ดูสนิทกันเหลือเกินนะ” เร็งกะทักขึ้นอย่างสงสัย
“จะไม่ให้สนิทยังไงละนั้นหลานสาวคนโปรด..พ่อไปพบท่านลุงบาโรบ่อยจะตายไปก็เลยเจอกับรีเซ่บ่อยผิดกับฉันที่ได้ไปครั้งเดียวแล้วก็ถูกการาดอฟคุมตัวไปตั้งแต่เด็กๆ” เซรอสตอบ
“รีเซ่ เรามาธุระ”
เลโอเรียกเธอ และดูเหมือนว่าเหมือนเธอเองก็จะพึ่งนึกขึ้นได้จึงเงยหน้าไปมองท่านลุงของเธอเล็กน้อย แพททริกนั้นก็รู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเด็กเหล่านี้มาเพราะเรื่องอะไรเพราะคงไม่มีคณะเดินทางเยี่ยมญาติที่ไหนมันเล่นขนคนสำคัญของสามรัฐและหัวกระทิของบิชาม่อนมาพร้อมกันขนาดนี้หรอก
“โผล่กับบ้านได้ มาเอาสิ่งนั้นละสิ..หัวใจเสือขาวาว..พ่อเตรียมไว้แล้ว”
จ้าวครองนครแห่งไฟล์เพียงดีดนิ้วแป๊ะเดียวเท่านั้นคาอินก็นำกล่องใบหนึ่งขนาดประมาณสามสิบเซนติเมตรได้มายื่นให้รีเซ่ กล่องนั้นเป็นกล่องสีเหลี่ยมสีดำสนิทซึ่งไม่มีฝาเปิด!
แล้วจะเปิดยังไง??
“เออ...ท่านลุง..” รีเซ่ชักไม่มั่นใจ
“แล้วหนูจะรู้วิธีเปิดมันเองรีเซ่”
แพททริกบอกพร้อมยิ้มรับก่อนที่กล่องในมือบางนั้นจะค่อยๆย่อยเล็กลงเป็นขนาดพอดีมือ รีเซ่หมุนมันไปมามองมันอย่างสงสัย
“สติกมาตาปรากฏแล้ว อีกไม่นานสงครามครั้งสุดท้ายจะเริ่มขึ้น” เซรอสบอกเพียงเท่านี้ซึ่งแพททริกก็เพียงพยักหน้ารับ
“แกเลือกแล้วใช่ไหม”
แพททริกถามขึ้นก่อนสบตาลูกชาย เขาเห็นลูกชายพยักหน้าก็ได้แต่ยอมรับกับความเสี่ยง เซรอสเลือกที่จะต่อต้านการาดอฟทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองก็มีความเสี่ยงมากขึ้นไปด้วย เซรอสเลือกที่จะยอมเผื่อลดความเสียหายและพยามเลี่ยงความเสี่ยงให้แก่รัฐและโมบิลมาตลอด แต่ทว่าครั้งนี้เขาคงเลือกแล้วที่จะจบทุกอย่าง และที่สำคัญผู้มีตราสติกมาตาเองก็ดูจะพร้อมแล้ว แล้วถ้าให้เดาลูกชายของเขาคงจะทำเพื่อลดความเสี่ยงอันตรายให้ได้มากที่สุดสำหรับแม่หลานรักคนนี้
แม้นตัวเองอาจจะต้องตายก็ตาม
“ครั้งนี้พ่อจะให้ทหารที่มีฝีมือไปด้วยซักจำนวนหนึ่ง เพราะเชื่อได้เลยว่าต้องมีการปะทะกันแน่ๆ และรีเซ่ครั้งนี้หนูอาจจะต้องเหนื่อยหน่อยนะลูก”
“หนูเต็มใจคะท่านลุง”
“ยังไงก็ต้องขอบคุณหนู”
รีเซ่ยิ้มรับ ในใจลึกๆแล้วเธอรู้ดีว่าครั้งนี้มันคงไม่หมูอย่างคราวของเซริว อาจจะต้องเสี่ยงตายกันอีกครั้ง
“ยังไงซะก็พักก่อนซักพรุ่งนี้มะรืนนี้ค่อยออกเดินทางกันก็ได้ เพราะคืนนี้พายุจะเข้า”
สิ้นคำของแพททริกเด็กๆต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน และก็เป็นดังที่แพททริกกล่าวไว้จริงๆที่พายุจะเข้าก็ฝนเล่นเทกระหน่ำ ทั้งลมทั้งฟ้าทั้งฝนถาโถมไปหมด รีเซ่ไม่ค่อยชอบเสียงฟ้าพอฟ้าผ่าทีก็สะดุ้งที จนในที่สุดก็โดดไปนอนเตียงเดียวกับยูนะจนได้ซึ่งนั้นก็ทำเอาเพื่อนสาวถึงกับอดขำไม่ได้เพราะแม่เพื่อนตัวดีกอดเธอเสียแน่น
“นี้รีเซ่พรุ่งนี้เธอมีแผนอะไรไว้ไหม?”
รีเซ่ที่กอดยูนะอยู่เงยหน้ามองเธอเล็กน้อยก่อนที่จะผลิกตัวลงหมอนพร้อมด้วยสีหน้าที่ครุ่นคิด
“ไม่ได้คิดเลยอะ”
นั้นประไร
กะไว้แล้ว
“ก็ตั้งใจจะไปคิดเอาดาบหน้า”
“เธอเนี้ยน่า จริงๆเลยให้ตายสิ”
เสียงสองสาวสนทนากันโหวกแหวก เล่นเอาหนุ่มๆที่นอนเล่นกันอยู่ห้องข้างๆต่างได้ยินแล้วก็พากันถอนหายใจ อย่างน้อยก็คงจะมีแค่สองสาวที่ดูจะไม่เครียด แต่พวกเขาสิจะพากันเครียดตาย เพราะพรุ่งนี้คงได้มีเรื่องกันจริงๆแน่เพราะถ้าเบียคโกะถูกปลดผนึกฐานอำนาจของสี่จตุรเทพก็จะกลับมาสมดุลอีกครั้ง รอบของเซริวต้องโทษความประมาทของพวกเฮียวที่ไม่ส่งคนมาอารักษ์สถานที่แต่สำหรับครั้งนี้เซรอสคิดว่ามันคงไม่ง่ายนัก เพราะถ้าสำเร็จสี่จตุรเทพจะกับมาเรืองอำนาจอีกครั้งแล้วคราวนี้ฝ่ายที่จะต้องลำบากก็คงเป็นฝั่งนั้นแทน เลโอถอนหายใจอีกครั้งก่ออนที่จะมองเพื่อนๆซึ่งมีสีหน้ากังวลใจไม่แพ้กัน
อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดละนะ
เช้าวันรุ่งขึ้นแพททริกมีคำสั่งให้คาอินและฮัลฟาสออกเดินทางไปกับพวกเซรอสด้วยซึ่งนั้นก็ดูเหมือนจะเป็นคำสั่งฟ้าผ่าที่ฟาดลงกลางใจของสององค์รักษ์อยู่ไม่น้อยเพราะทั้งคู่ดูจะมีสีหน้ากังวลปนไม่อยากไปผสมอยู่
ก็แน่ละถ้าพวกเขาไปแล้วใครจะอยู่คอยอารักษ์ขาจ้าวครองรัฐไฟล์คนนี้กัน
“ถ้าพวกข้าไปแล้วใครจะคอยอารักษ์ขาพระองค์” คาอินยังคงแย้งด้วยความไม่สบายใจ
“นั้นสิขอรับท่านจ้าว ถ้าหากพวกการาดอฟมันย้อนแผนเราขึ้นมาโจมตีเมืองเรื่องใหญ่เลยนะครับ” ฮัลฟาสรีบสมทบ
“เรื่องนี้ผมก็เห็นด้วยกับพี่คาอินและพี่ฮัลฟาส พ่อไม่ควรประมาท” เซรอสเสริม
ดูเหมือนว่าการถกเถียงนี้จะไม่มีช่องว่างให้ใครแทรกเลยเพราะดูเหมือนจะเป็นปัญหาภายในครอบครัว จ้าวครองรัฐไฟล์เองก็ดูเหมือนจะดื้อแพ่งไม่ใช่ย่อย
“ข้าตัดสินใจแล้ว หรือพวกแกจะมีปัญหา”
ปัญหานะมีแน่
แต่พูดได้ที่ไหน
ดูเหมือนว่าการถกเถียงจะจบลงและเหล่าคนอายุน้อยกว่าต้องเป็นผู้พ่ายแพ้ลงไปด้วยความดื้อแพ่งของคนสูงศักดิ์กว่า
ทั้งหมดเดินทางเข้าป่าพรีเพรียดในเวลา3โมงเช้า ทุกคนอยู่ต่างอยู่ในชุดที่ทะมัดทะเเมงเพื่อพร้อมสำหรับการเดินป่า เว้นเพียงรีเซ่คนเดียวที่ยังคงสไตล์เดิมของตัวเองคือเสื้อยืดกางเกงขาสั้น
จะบ้าตาย!
เซรอสอยากเป็นลมให้ได้เพราะเเม่คุณดูท่าจะดุเท่าไหร่ก็ไม่รู้ฟัง แต่ตอนนี้ไม่มีเวลามากพอที่จะต้องว่ากล่าวจึงทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไปไร่แทนก่อนเเม้นจะขัดใจแค่ไหนก็ตาม สององค์รักษ์มองว่าที่ภริยาของจ้าวครองนครคนถัดไปอย่างปลงๆดูเหมือนเธอจะเอาแต่ใจเหลือเกินและดูจะสร้างความป่วนได้มากพอควรด้วยเพราะดูจากสีหน้าของท่านว่าที่จ้าวครองรัฐคนถัดไปของพวกเขาแล้ว ดูจะหนักใจกับเธอที่สุด
“คุณคาอิน ประวัติของป่านี้พอทราบไหมครับ” เร็งกะถามขึ้นในขณะที่เดินไปด้วย
“รัฐไฟล์มีพื้นที่เป็นป่า3,607%ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศโดยพื้นที่ของป่ามีขนาด3,101,340กิโลเมตร สภาพทั่วไปของป่าเป็นป่าดิบชื้นมีต้นไม้โบราณเก่าแก่และสูงใหญ่เป็นจำนวนมาก กิ่งก้านสาขาของแต่ละต้นแผ่ปกคลุมไปทั่ว จนแสงอาทิตย์สามารถผ่านเข้ามาได้เพียงน้อยนิด ทั้งยังมีหมอกลงตลอดทั้งปีนอกจากที่นี่จะมีธรรมชาติแล้ว หลายคนยังเชื่อว่าป่าฟรีทาวน์เป็นสถานที่อยู่อาศัยของสิ่งเร้นลับ และมักจะเกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติในป่าแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ส่วนสาเหตุที่หลายคนเชื่อเช่นนั้นก็เพราะ ป่าพรีเพรียดอยู่ในตำแหน่งของ สามเหลี่ยมบริดจ์วอเตอร์ ว่ากันว่าใครที่เข้าไปในป่าแห่งนี้จะต้องเผชิญกับเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง
เมื่อพูดถึงป่าไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตามหลายคนก็คงจะคาดหวังที่จะได้พบกับธรรมชาติที่แสนสวยงาม ณ ป่านั้นๆเสมอ แต่ความงดงามและความอุดมสมบูรณ์อาจไม่ใช่สำหรับป่าพรีเพรียด เพราะนอกจากที่นี่จะมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และสวยสดงดงามแล้ว หลายคนยังเชื่อว่าป่าพรีเพรียดเป็นสถานที่อยู่อาศัยของสิ่งเร้นลับ และมักจะเกิดเรื่องราวเหนือธรรมชาติในป่าแห่งนี้อยู่เป็นประจำ ว่ากันว่าใครที่เข้าไปในป่าแห่งนี้จะต้องเผชิญกับเรื่องราวลึกลับเหนือธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการพบ เงาลึกลับ, ผี, ซากสัตว์ที่ตายจากการถูกชำแหละอย่างโหดร้ายเหนือมนุษย์, งูยักษ์, ปีศาจ,คำสาป และอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก ว่ากันว่าป่านี้เป็นป่าที่ถูกสาปทำให้ผู้ที่เข้ามาในป่าแห่งนี้ต้องพบเจอกับคำสาป ที่ปรากฏให้เห็นเป็นสิ่งลึกลับเหนือธรรมชาติ แต่ที่หลอนที่สุดก็คือมักเกิดเหตุคนหายอยู่เป็นประจำ โดยบริเวณที่มีคนหายมากที่สุดตั้งอยู่ที่บริเวณผาหินที่อยู่สูงเหนือพื้นทะเลสาบประมาณ 80 ฟุต ที่บริเวณนี้มีเรื่องเล่าเกิดขึ้นมากมาย บ้างก็ว่าเห็นคนกระโดดลงน้ำจากผาหินแห่งนี้ แต่เมื่อมีคนกระโดดลงไปช่วย กลับไปพบคนที่กระโดดลงไปในน้ำ และในบ้างครั้งคนที่กระโดดลงไปช่วยกลับหายไปเสียเอง หลายคนจึงเชื่อว่าสิ่งที่กระโดดจากผาหินแท้จริงนั้นไม่ใช่คนแต่เป็นผีที่ต้องการหาตัวตายตัวแทน เนื่องจากผาหินแห่งนี้มักมีคนมาฆ่าตัวตายเป็นประจำ”
คาอินเล่าประวัติของป่าอย่างคล้องแคล่วแต่กลับเรียกสีหน้าซีดๆขึ้นมาบนหน้าของรีเซ่ได้คนตัวเล็กกว่าถึงกับตัวสั่นเทากำชายเสื้อของเซรอสแน่น
โรคกลัวผีกำเริบอีกแล้ว
“พี่เล่าเรื่องว่าทำไมไปเก็บรักษาจุดลงคำสาปไว้ในป่าดีกว่า ก่อนที่จะมีคนหัวใจวายเพราะกลัวผีขึ้นสมอง” เซรอสเปรยขึ้นพร้อมกับเสียงเพื่อนๆที่ต่างพากันหัวเราะชอบใจ แต่ดูเหมือนคนถูกแซวจะหน้ามุ้ยไม่น้อย
“เรื่องมันเกิดเมื่อคราวสงครามครั้งก่อนหลังจากที่การาดอฟล้าถอยไปจากการฆ่าท่านรีเซ่ครั้งยังเด็ก ก็มุ่งหน้ามาที่นีเป็นที่แรกเพื่อกักพลังของเบียคโกะไว้ก่อนเนื่องจากรัฐเอเธน่าใกล้กับรัฐไฟล์ที่สุด ในตอนนั้นท่านเซรอสถูกจับเป็นตัวประกัน ท่านเบียคโกะที่ไม่มีทางเเลือกจึงจำยอมที่จะต้องถูกสาปเพื่อช่วยเหลือคนในตระกูลไว้ก่อนเพราะถ้าไม่ยอมมันก็จะฆ่าท่านเซรอสตรงนั้นเลย และเมื่อข่าวของการบุกรุกแพร่กระจายไปเหล่าตระกูลของผู้ทำพันธะสัญญาแห่งจตุรเทพจึงพาผู้ทำพันธะสัญญาอีกสองคนหลบซ่อนตัวทันที”
“น่าจะสู้ได้ทำไมถึงไม่สู้ละ” เดเรสถามขึ้น
“สิ่งที่จะได้มากับความเสียหายที่จะเกิดขึ้นมันไม่คุ้มกัน การสละตนเองเพื่อส่วนรวมคือสิ่งที่ควรกระทำและอีกอย่างในเวลานั้นผู้มีตราสติกมาตาก็ยังไม่พร้อมที่จะต่อสู้หรือแบกรับภาระใดๆ เราเพียงแค่รอเวลาที่สมควรเท่านั้น” เบียคโกะในร่างเสือขาวขนาดเล็กเอ่ยทั้งๆที่กำลังนอนอยู่บนหัวของเซรอส
“แต่ถึงจะทำแบบนั้นเซรอสก็ต้องโดนคำสาปอยู่ดี” ยูซีทแย้ง
“นั้นเป็นสิ่งที่เหนือนการคาดหมายของข้า ข้าไม่คิดวาการาดอฟจะซ้อนแผนแบบนี้ ไม่ฆ่าเเต่ไม่ปล่อยให้เป็นอิสระทั้งข้าและเซรอส มันคือความผิดพลาดของข้าเองทั้งหมด”
มือหนาของเซรอสอุ้มเบียคโกะลงมาจากหัวก่อนที่จะลูบลงที่แผงขนของเบียคโกะเป็นการปลอบประโลม
“มันไม่ใช่ความผิดของใครทั้งนั้น และครั้งนี้เราจะผ่านมันไปได้” เซรอสยังคงลูบแผงขนของเบียคโกะต่อไป
”ฉันขอถามหน่อยคะ แล้วที่ที่เบียคโกะถูกผนึกอยู่ตรงส่วนไหนของป่าคะ แล้วทำไมทั้งๆที่ถูกผนึกแล้วยังปรากฏตัวออกมาได้” ยูนะถามอย่างสุภาพ
“ใจกลางป่าอีกไกลและในกรณีที่ท่านเบียคโกะสามารถออกมาได้ก็เป็นเพียงร่างแฝงเท่านั้นร่างแท้และพลังแทบทั้งหมดนั้นถูกผนึกไปแล้ว”ครั้งนี้ฮัลฟาสเป็นผู้ตอบ
“แล้วอีกไกลแค่ไหนถึงจะถึงใจกลางป่า เฮ้ย!”
รีเซ่ถามแต่ก็ไม่วายลื่นหื่นที่เธอเดินเหยียบดีที่เซรอสคว้าแขนของเธอไว้ได้ทำให้เจ้าหล่อนไม่ล้มก้นกระแทกพื้น คนตัวเล็กกว่าได้แต่ยิ้มแห้งๆเธอเพียงแค่ลืมมองทางเท่านั้นหรอก
“เดินก็มองทางด้วย” เซรอสดุเธอเล็กน้อย
“เดินอีก3-4วันก็น่าจะถึงครับ” ฮัลฟาสตอบ
คำตอบนั้นทำเอาแทบท้อ อย่างน้อยๆก็ต้องเดินกันอีก200กิโลเป็นอย่างต่ำกว่าจะถึงใจกลางป่า
ป่าของที่นี้มีแต่ต้นไม้สูงด้านล่างมีเพียงลำต้นเท่านั้นแต่จะไปแตกกิ่งก้านสาขากันด้านบนเพื่อแย่งแสงจึงทำให้แสงแดดส่องลงมาถึงพื้นได้น้อยมากบรรยากาศรอบตัวนั้นก็ดูไม่น่าพิศมัยเท่าไหร่เพราะมันถูกปกคลุมไปด้วยหมอกแม้นว่าจะไม่หนามากแต่มันก็เรียกความกลัวให้แก่คนขี้กลัวผีได้ไม่มากก็น้อย เสียงการ้องลั่นป่านั้นทำเอารีเซ่ผวาไปหาเซรอสเพื่อนๆต่างหัวเราะชอบใจกับความปอดแหกของเพื่อนซี้ เเต่ก็สนุกกันได้ไม่นานเท่าไหร่ นั้นก็เพราะมีฝูงลิงหน้าตาประหลาดมากมายเป็นสองร้อยตัวพุ่งมาอย่างบ้าคลั่ง
“นี้เป็นฝูงของลิงชัคม่าของป่าพรีเพรียด ลิงนี้กินเนื้อและดุมากอยู่กันเป็นฝูง ชัคม่าเป็นลิงที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีขนตามตัวสีน้ำตาลอมดำ ขนค่อนข้างหยาบ หน้าดำ หูมีขนน้อย แต่ตัวผู้ขนตรงรอบคอและไหล่ยาว และมีขนปรกที่ปาก ส่งเสียงร้องได้ดัง วิ่งได้เร็วมากและทรงพลัง มีลักษณะการวิ่งเหมือนม้าควบ และว่ายน้ำเก่ง” ฮัลฟาสบอกก่อนที่จะใช้ดาบฟันฉับจนหัวลิงขาดวิ้นและเกิดเสีงร้องไปทั่วทั้งป่า
หนีบนบกก็ยากหนีในน้ำก็เหมือนจะแพ้
แย่!!
“ชัคม่ามีนิสัยอยู่รวมกันเป็นฝูง ฝูงหนึ่งมีจำนวนเป็นร้อยอาจถึง 200-300 ตัว มีหัวหน้าเป็นตัวผู้ ซึ่งเป็นผู้ควบคุมสังคมของตัวให้เป็นระเบียบ ในขณะในหมู่ลิงตัวเมียจะมีการจัดลำดับสังคมตามอาวุโส ในเวลากลางคืนจะนอนพักผ่อนในถ้ำ หรือซอกหิน หรือบนกิ่งไม้ใหญ่” อาคินไม่พูดเปล่าเขาใช้ดาบเสียงฉึกเดียวลงท้องลิงนรกถึงสองตัวมันทั้งกรีดร้องและดิ้นพล่านอย่างน่ากลัวก่อนที่จะหมดฤทธิ์ไป
“นี้คงได้เวลาออกล่าของมันพอดี เราโชคร้ายที่ดันเดินผ่านเล่นทางของมัน” เซรอสพูดขึ้นพร้อมสะบัดดาบฟันลิงนรกพวกนี้ออกไป
“ใช้พลังได้ไหม ไม่งั้นได้เป็นอาหารลิงกันแน่ๆ ไอ้ลิงพวกนี้ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่หมดซักที”
ปากเสียๆๆของเเม่ตัวดีเริ่มทำงานอีกครั้งเล่นเอาผู้ร่วมทางทุกคนหันมาส่งสายตาดุๆใส่จนเจ้าหล่อนต้องยิ้มแห้งๆแล้วจจัดการตวัดดาบฟันลิงต่อ
“พลังของแกมันได้ผ่าป่าหายไปค่อนนึงแน่ๆ ทำลายธรรมชาติมันดีที่ไหนไอ้งี่เง่า” ยูซีทด่าแล้วเริ่มร่ายเวทใส่ดาบให้เดินเป็นลมหมุนเล็กๆเพียงแค่สบัดาบลมหมุนนั้นก็พัดลิงนรกกรเด็นไปติดต้นไม้จนสลบไปเป็นแถบๆ
จะโดนกินอยู่แล้วยังห่วงลิงไม่เข้าเรื่อง
“แม่น้ำ! วิ่งตรงไปที่แม่น้ำเซนิสก่อนครับ เพราะนี้เป็นแม่น้ำเดียวเท่านั้นที่ลิงพวกนี้ไม่กล้าเข้าใกล้้ ท่านี้ผมกับฮัลฟาสจะสกัดให้ก่อน” คาอินตะโกนขึ้น
ทั้งหมดจึงวิ่งตรงไปที่แม่นำซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดทันที มันมีแพขนาดใหญ่จอดเทียบท่าอยู่พร้อมกับเชือกที่ถูกผูกไว้ทั้งสองข้าง ดูแล้วคงเอาไว้ใช้ดึงเพื่อลากแพ
“เราจะไปด้วยแพเเต่ต้องไปอย่างเงียบที่สุด อันนี้ฉันจะขอความช่วยเหลือจากนายหน่อยเลโอ ควบคุมเรือด้วยเวทยนต์ให้ไปถึงฝั่งตรงข้ามที”
“เข้าใจแล้ว”
เซรอสรีบดันแพลงที่ผิวน้ำเล็กน้อยก่อนที่จะขึ้นไปเหยียบเพื่อถ่วงน้ำหนักไม่ให้มันลอไปไหนแล้วรีบพาเพื่อนๆขึ้นแพไปในทันที แม่น้ำเซนิสนั้นเป็นสีแดงคล้ายเลือดึ่งรีเซ่เห็นแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เเต่มันไม่ได้แดงแค่สีแต่กลิ่นก็เหมือนเลือดจริงๆ คาอินและฮัลฟาสที่ตามมาทีหลังเมื่อโดดขึ้นเรือแล้วเลโอก็ใช้เวทมนต์ในการควบคุมิ่งขงบังคับแพให้ค่อยๆเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆและเงียบงันไม่มีแม้นแต่เสียงคลื่นน้ำเหมือนแพค่อยๆลอยไปช้าๆ
ความเงียบงันนั้นทำเอาทุกคนอึดอัด แม่น้ำเซนิสนั้นกว้างมากและค่อยข้างที่จะไกลว่าจะถึงฝั่งตรงข้าม แต่สีกับกลิ่นของแม่น้ำนี้สิที่ไม่น่าพิศมัย สีและกลินคาวเลือดมันชวนน่าอึดอัด
“เลือดจริงๆแหะ” เร็งกะควักน้ำขึ้นมาพร้อมให้เพื่อนดู
แต่เซรอสก็ต้องตกใจที่เร็งกะทำเช่นนั้น สององค์รักษ์และเซรอสถึงกับอุทานในใจ เพราะความหายนะต้องบังเกิด
“ไอ้เร็งกะ ไอ้บ้า แกจะทำให้ทุกคนซวย!” เวรอสสบถ
ทุกคนยังไม่ทันจะถามอะไรก็มีประศาจงูโผล่พรวดขึ้นมาจากกน้ำมันพยามโจมตีแพ ความชุลมุนจึงเกิดขึ้นทันทีเมื่องูยักษ์อาละวาดหนักจนแพแทบแตกเลโอและเซรอสร่ายเวทเพื่อคุ้มครองเเพและคนอื่นๆในแพ สององค์รักษ์จึงคันอาสาออกไปสู้เพื่อเป็นตัวล่อในระห่างที่เร็งกะกำลังบังคับทำให้แพเคลื่อนที่ไปให้ใกล้กับฝั่งตรงข้ามให้ไวที่สุด เมื่อข้ามฝั่งมาได้ดูเหมือนว่างูน้ำจะตามขึ้นมาไม่ได้ ทั้งหมดเดินทางไปถึงถ้ำกลางป่า เเละเข้าไป ยังด้านในด้วยคามทุลักทุเลเล็กน้อยเพราะทางเข้าปากถ้ำนั้นค่อนข้างแคบและชันต้องใช้การปีนและคลานลอดเข้าไป