กองไฟค่อยๆ มอดลง เปลวไฟจากกองถ่านที่ริบหรี่แต่ภายในถ้ำยังคงสว่างไสว แสงตะวันเริ่มสาดส่องโดยไม่รู้ตัว ดวงตาของมู่เหยียนเปิดขึ้นแล้ว หว่างคิ้วของนางมีรังสีฆ่าฟันปรากฏขึ้นมา ฉับพลันบนใบหน้าอันบอบบางเริ่มฉายแววไร้ความปรานีขึ้น “อิ๋ง อิ๋ง”ทันใดนั้นเสี่ยวเป่าพลิกตัวลุกขึ้นนั่ง จ้องมองมู่เหยียนด้วยดวงตาสีน้ำเงินเข้มของมัน การตื่นขึ้นอย่างกะทันหันของเสี่ยวเป่าทำเอาร่างบอบบางของมู่เหยียนสั่นสะท้าน มือขวาของนางไม่กล้าขยับเลย ดวงตาทั้งสองจับจ้องถังฮวนที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบสนองนางจึงสงบลงเล็กน้อยแล้วคลี่ยิ้มให้เสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่าเกาหัวด้วยความสงสัยจากนั้นล้มลงนอนต่อ หนูวิญญาณเจ็ดสีที่ร่วงลงมาจากท้องของเสี่ยวเป่าตื่นมาขยี้ตา จากนั้นใช้กรงเล็บทั้งสี่ของมันปีนขึ้นไปบนหน้าท้องอันอวบอิ่มของเสี่ยวเป่าอีกครั้ง ค่อยงัวเงียหลับไป เมื่อเห็นเช่นนั้นมู่เหยียนโล่งใจ นางค่อยๆ ขยับมือขวาออกจากเสื้อ และเมื่อมองไปที่เสี่ยวเป่าอีกครั้งความโกรธเกรี้ยวฉายอยู่ในแววตา นางกลัวความตายเช่นกัน แต่แทนที่จะต้องทนให้ตัวเองอับอายและกลายมาเป็นผู้ติดตามส่งเดชแบบนี้ สู้ตายอย่างใสสะอาดจะดีกว่า อย่างไรก็ตามนางไม่กล้าฆ่าตัวตาย นางไม่อยากตายแบบต้องอับอายขายหน้า มีเพียงทางนี้ ต้องฆ่าถังฮวนก่อนเท่านั้น มู่เหยียนจึงจะสามารถเป็นอิสระได้ นางไม่คาดคิดเลยว่ามังกรฟ้าจะตื่นตัวกับรังสีฆ่าฟันของตน เพราะเสี่ยวเป่าเปิดโปงนางแล้ว นางจึงได้แต่ยอมแพ้ โชคดีที่เขาไม่ได้เป็นคนพบเห็นเอง ขณะที่มู่เหยียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในใจนางก็ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เพราะนางรู้สึกว่ามุมปากของถังฮวนโค้งขึ้นและเผยให้เห็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แต่เมื่อนางมองไปยังใบหน้าของถังฮวน เขายังคงสงบเหมือนเดิม….เป็นภาพลวงตาหรือ
มู่เหยียนที่ยังรู้สึกสงสัยอยู่ได้ยินเสียงของกวัดแกว่งใบหญ้าดังมาแต่ไกล ตามด้วยเสียงอันดัง "ดูนั่น มีรอยเท้าอยู่ข้างหน้า""รอยเท้าเล็กมาก อาจเป็นไปได้ว่าคนที่ขโมยของพวกเราไปเป็นเด็ก""เด็กเหรอ? มันจะเป็นไปได้ยังไง เด็กที่ไหนจะมีชีวิตอยู่บนภูเขาเฟิงหมิงนี่ได้"“ถ้าข้าจับตัวมันได้เมื่อไหร่ คอยดูเถอะว่าจะจัดการกับมันยังไง ข้าต้องฝ่าฟันปัญหาตั้งมากมายในการหา 'ผลอนันต์' สองลูกนี้มาเลยทนกินมันไม่ได้ ไม่คิดเลยว่าพวกมันทั้งหมดจะถูกเจ้านั่นขโมยไป”“ผลเพลิงเมฆาของข้าก็หายไปเหมือนกัน”"..." ตอนนั้นเองไม่เพียงแต่มู่เหยียนที่มองออกไปนอกถ้ำเท่านั้น ถังฮวนเองก็ลืมตาขึ้นแล้วกวาดสายตาออกไปนอกถ้ำเช่นกัน เสี่ยวเป่าและหนูวิญญาณเจ็ดสีที่ตัวสั่นเทาตื่นขึ้นแทบจะพร้อมกัน เจ้าตัวน้อยทั้งสองไม่ส่งเสียง ตัวหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนร่างของถังฮวนในไม่กี่ก้าวและมุดเข้าไปในห่อผ้า ในขณะที่อีกตัวมุดเข้าไปในหน้าอกของมู่เหยียนผ่านคอเสื้อของนาง "ท่านพ่อ"ตอนนี้เองเด็กสาวตัวน้อยผุดลุกขึ้นนั่ง ตอนแรกนางมองเขาด้วยความงุนงง แต่เมื่อนางจ้องมองไปที่ถังฮวนครู่หนึ่งรอยยิ้มสดใสก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว นางร้องออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน สลัดเสื้อคลุมที่พันรอบตัวออกแล้ววิ่งไปด้านข้างของถังฮวนอย่างตื่นเต้น จากนั้นกอดแขนเขาไว้แน่น
"เสียงนั่น? มีบางคนอยู่ในนั้น"“มีถ้ำตรงนี้” "..."
เสียงของเด็กสาวทำให้ผู้ฝึกยุทธที่อยู่ด้านนอกได้ยิน เสียงตะโกนสองสามครั้งดังขึ้นมา หลังจากนั้นมีร่างชายหลายคนเข้ามาในสายตาของถังฮวน
"ท่านพ่อ"เด็กหญิงตัวเล็กตัวสั่น มือกอดถังฮวนแน่นขึ้น ดวงตาสีดำสดใสของนางเต็มไปด้วยความกลัว คล้ายนางกลัวว่าเขาจะหายไปเดี๋ยวนี้ “อย่ากลัวไปเลย”เมื่อเห็นเช่นนั้นถังฮวนจึงยิ้มแล้วลูบหัวเด็กสาวอยู่สองสามครั้ง จากนั้นเขาอุ้มนางแล้วลุกขึ้นยืน ก้าวไปตรงหน้ามู่เหยียนพลางส่งเด็กน้อยให้ จากนั้นเอ่ยขึ้น
"มู่เหยียนกอดนางไว้ก่อน" น้ำเสียงของเขาคล้ายไม่ยินยอมให้ปฏิเสธ
มู่เหยียนรับไว้โดยไม่รู้ตัว บางทีอาจเป็นเพราะสัมผัสถึงก้อนเนื้อนุ่มสองก้อนตรงหน้าอกของนาง เด็กน้อยที่ต่อต้านอย่างดุเดือดในตอนแรกจึงหยุดดิ้นทันที ร่างกายของเด็กสาวบดเบียดเข้าสู่อ้อมกอดของนาง แขนเล็กๆ ทั้งสองข้างของเด็กน้อยกอดคอนวลเนียนไว้ คลี่รอยยิ้มหวานปรากฏบนใบหน้า
“ท่านแม่” "อะไรนะ เรียกข้าว่าแม่เหรอ" มู่เหยียนรู้สึกงุนงงไปชั่วขณะ ราวกับว่านางเพิ่งตื่นจากฝันร้าย หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที “ข้าไม่ใช่แม่ของเจ้า"
"ท่านแม่" ริมฝีปากของเด็กน้อยเปลี่ยนเป็นราบเรียบ มีน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตากลมโตที่สั่นไหว ราวกับว่ามันกำลังจะหยาดหยดลงมาได้ทุกเมื่อ "จี๊ดๆ!"หนูวิญญาณเจ็ดสีเบียดออกจากตัวมู่เหยียนและเจ้าเด็กน้อยด้วยความยากลำบาก มันเหนื่อยหอบ เปลี่ยนมานั่งยอง ๆ บนไหล่ของมู่เหยียนแทน ก่อนจะโบกมือสองข้างของมันอย่างโกรธเกรี้ยวใส่เด็กสาว เมื่อเห็นท่าทางของมัน เด็กน้อยที่น้ำตากำลังจะไหลก็ยิ้มแฉ่งออกมาทันที ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นที่ไม่อาจคาดคำนวน มองท่าทางของเด็กสาวและหนูวิญญาณเจ็ดสี รวมถึงมู่เหยียนที่ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถังฮวนรู้สึกว่ามันตลกมาก "มีคนอยู่ที่นี่จริงๆ"เสียงหัวเราะอย่างตื่นเต้นดังมาจากภายนอกถ้ำ ดวงตาของถังฮวนเบิกโพลง ทันใดนั้นเขาหันกลับมาจับดาบยาวของเขา เมื่อเขาเดินออกจากถ้ำรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาได้หายไปอย่างสนิท “หวืด… ฟิ้ววววว” เวลานี้เองมีร่างสี่ร่างพุ่งเข้ามาราวสายฟ้า คนที่มาล้วนเป็นชายหนุ่มวัยยี่สิบหรือสามสิบปี คนที่อยู่หน้าสุดไว้หนวดรกครึ่ม สวมเสื้อคลุมปักสีเขียวเข้ม ในมือมีขวานยาว ด้ามขวานเปล่งแสงสีเหลืองจาง ๆ แต่ตัวขวานเปล่งแสงสีทอง เมื่อเห็นถังฮวนทั้งสี่คนแปลกใจไม่น้อย และยิ่งได้เห็นมู่เหยียนกับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ในอ้อมแขนของนาง พวกเขายิ่งมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ “มีเด็กจริง ๆ ด้วย” ชายชุดเขียวอดบ่นพึมพำออกมาไม่ได้ จากนั้นเขาหันไปหาชายชุดดำร่างผอมที่อยู่ทางข้างหลังด้วยสีหน้างงงวย “เทียนหง เรามุ่งหน้ามาถูกทางหรือไม่” "เราตามรอยเท้ามาที่นี่ ไม่น่าจะผิดนะ" ชายชุดดำที่ถูกเรียกว่าเทียนหงก็งงงวย เขาได้แต่ส่ายหัวไปมา "สหาย เจ้าส่งเด็กคนนั้นให้เราได้หรือไม่" ชายหนุ่มที่มีใบหน้าหล่อเหลายกมือขึ้นแล้วยิ้มให้ “ทำไมข้าถึงต้องส่งเด็กให้เจ้าล่ะ” ถังฮวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เขาเป็นลูกของเจ้าหรือ” เมื่อได้ยินเช่นนี้ชายหนุ่มรูปหล่อเผยรอยยิ้ม “สหาย เจ้ารู้ว่าเราแค่ล้อเล่น เด็กสกปรกมอมแมมเช่นนี้ ซ้ำยังไม่มีเสื้อผ้าติดกายสักชิ้นเดียว นอกจากนี้ยังมีแผลมากมายทั่วร่างอีกด้วย” "พ่อแม่ในโลกนี้จะปฏิบัติต่อลูกๆ แบบนี้ได้ยังไง ในเมื่อพวกเขาไม่มีเวลาเพียงพอที่จะให้ความรักได้ ถ้าข้าเดาไม่ผิดเด็กคนนี้น่าจะเป็นศูนย์รวมของวิญญาณภูเขา วิญญาณชั่วร้ายที่จะมาอยู่ใกล้ ๆ สหายเจ้าไม่ควรถูกหลอกลวงด้วยรูปลักษณ์ที่น่าสงสารเช่นนี้"
"หรงฉี เจ้าเป็นคนฉลาดมองเห็นคำโกหกของเขาได้ในแวบเดียว ส่วนเด็กน้อยคนนี้จะเป็นคนที่เรากำลังตามหาหรือไม่ พวกเราจะจับนางไปและเปรียบเทียบกับรอยเท้าที่เจอเอง" ชายในชุดเขียวหัวเราะดังลั่น มันยกขวานยาวในมือขึ้นชี้ใบขวานไปที่ถังฮวน
“ไอ้คนเหลือขอ ถ้ารู้ว่าอะไรดีหรือร้าย จงส่งเด็กนี่หรืออย่างอื่นมาซะ…”
-โปรดติดตามบทต่อไป-