บทที่ 56 กลัวหรือเปล่า
ชายวัยกลางคนพร้อมภรรยาและลูก ๆ ของเขารีบพาแม่ที่หมดสติกลับไปด้วยความตกใจ
โดยมีคำขู่จากนายหญิงตระกูลกู้ตามหลังไป “อย่าลืมเรื่องเงินที่ยืมสามีกับลูกชายฉันไปล่ะ ฉันเป็นคนดูแลเรื่องเงินของสามีมาตลอด เพราะงั้นเรื่องเงินที่ยืมไป ฉันจะจัดการทุกอย่างเอง”
ลูกชายทั้งสองของหญิงชรารีบประคองแม่ของตนขึ้นรถอย่างรีบเร่ง ไม่ทันสังเกตว่าพวกผู้ใหญ่ตามไม่ทัน
ที่น่าตลกก็คือกู้เถิงเฟยหลานชายคนโปรดของย่าใหญ่ที่ถูกตามใจจนเสียคน ไม่เพียงแค่ทิ้งคุณย่าที่รักเขามากที่สุดไว้เบื้องหลัง แต่ยังก่นด่าเธอที่ไปหาเรื่องกู้หนานจนเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นอีกด้วย
กู้หว่านยังคงอยู่ที่นั่นอย่างไม่รู้สึกเกรงกลัว เธอยังไม่อยากไปจากที่นี่ มีแต่ความริษยาให้กับหนวนหน่วน และมันมากยิ่งกว่าเดิมเพราะเห็นว่ากู้หนานโกรธแค่ไหนที่ได้ยินคำพูดพล่อย ๆ เพียงประโยคเดียว เขาถึงกับยืนขึ้นปกป้องน้องสาวอย่างไม่ลังเล
ทำไมเธอถึงไม่มีพี่ชายแบบนี้บ้าง ทำไมเธอถึงไม่ได้เป็นหนวนหน่วน
เด็กสาวกัดริมฝีปากแน่น เสียงร้องไห้ที่น่ารำคาญของกู้หลิงยังดังไม่หยุด แต่เธอก็ไม่ได้พยายามปลอบน้องสาว ทั้งยังรู้สึกขยะแขยงอีกต่างหาก
กู้หนานกวักมือเรียกอย่างนิ่ง ๆ ให้หนานเฟิงที่ยืนอยู่ข้างหน้าเข้ามาหา
“ครับเจ้านาย”
“ส่งแขกซะ”
แม้กู้หว่านจะไม่อยากไป แต่กู้หนานไม่มีธุระอะไรกับคนพวกนี้อีกแล้ว
ใบหน้าของกู้หว่านซีดลงเมื่อได้ยินแบบนั้น เขาไม่ได้มีความรู้สึกอะไรกับพวกเธอเลยแม้แต่น้อย
“คุณกู้หว่าน เชิญครับ”
หนานเฟิงเชิญให้พวกเธอออกไปด้วยรอยยิ้มการค้าตามแบบฉบับของเขา
กู้หว่านยิ้มออกมา ก่อนจะเดินไปอุ้มน้องสาวที่ร้องไห้อยู่ที่พื้นแล้วเอ่ยขึ้นด้วยเสียงอ่อนเหมือนกำลังจะร้องไห้
“พี่ใหญ่คะ ฉันต้องขอโทษด้วย หวานหว่านจะกลับไปเกลี้ยกล่อมคุณพ่อกับคุณย่าให้ อย่าโกรธพวกเราเลยนะคะ เอ่อ คุณย่าไม่ได้ตั้งใจ ท่านแค่... แค่พูดไปเรื่อย หวานหว่านจะพยายามทำให้คุณย่าเลิกทำตัวแบบนี้นะคะ”
ถ้าเทียบกับคนในบ้านกู้หว่านเป็นคนที่ค่อนข้างฉลาด แต่ก็ยังไม่มากเท่ากับเจ้าของธุรกิจใหญ่โตที่พบเจอคนมาร้อยพ่อพันแม่และเห็นความสัมพันธ์ทางการค้ามากมาย
คุณหญิงกู้มองไปที่รอยยิ้มของกู้หว่าน เด็กคนนี้ดูเอาเรื่องที่สุดในบ้านลูกพี่ลูกน้อง และมันก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ
กู้หนานทำหูทวนลม หันเหความสนใจไปที่หนวนหน่วนตัวน้อยของเขา ชายหนุ่มแตะที่ใบหูน้องสาวด้วยปลายนิ้วเย็น
“กลัวหรือเปล่า”
เด็กหญิงตัวจ้อยบนตักคุณปู่มองพี่ใหญ่ด้วยแววตาของเด็กดี ยกแขนเล็กโอบรอบคอพี่ชายก่อนที่ร่างกายนุ่มนิ่มจะถูกอุ้มขึ้นมา เจ้าตัวน้อยดูเหมือนกับลูกแมวยังไม่หย่านม หัวกลมเล็ก ๆ ที่มีผมนุ่มลื่นคลอเคลียที่คอพี่ใหญ่อย่างที่ชอบทำ
“ไม่หรอกค่ะ”
น้องน้อยตอบด้วยเสียงหวานแผ่วเบาพลางใช้ใบหน้านวลเนียนอ่อนโยนแนบชิดกับสันกรามคมหล่อเหลาของพี่ชาย
“หนวนหน่วนไม่กลัว มีพี่ใหญ่ คุณปู่ คุณแม่ ปกป้องหนูอยู่นี่คะ”
เด็กน้อยรู้สึกมีความสุขมากอยู่แล้ว ยิ่งได้รับการดูแลปกป้องจากคนในครอบครัวก็ยิ่งมีความสุขมากขึ้นไปอีก
“คุณกู้หว่าน เชิญ...”
คราวนี้รอยยิ้มของหนานเฟิงหายไป เขาเปลี่ยนมาส่งแขกด้วยสีหน้าจริงจังแทน
กู้หว่านกอดน้องสาวในอ้อมแขนแน่น รู้สึกอิจฉาในใจ แต่ก็พอมองออกแล้วว่าความสัมพันธ์ของครอบครัวนี้จะทำให้ตัวเองต้องคอยประจบประแจงลูกพี่ลูกน้องตัวเล็กคนนั้นในอนาคต
พอคิดถึงเรื่องนี้ก็พลันรู้สึกไม่พอใจอย่างแรง ทว่ายิ่งเผลอบีบตัวน้องสาวแน่น กู้หลิงก็ยิ่งแหกปากร้องไห้ดังขึ้น
หลังจากญาติ ๆ พวกนั้นกลับไปกันหมด คฤหาสน์ตระกูลกู้ก็กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้ง คุณหญิงที่กังวลว่าหนวนหน่วนจะขวัญเสียก็พาลูกสาวเข้าครัวไปช่วยกันทำขนมชิ้นเล็ก ๆ ทั้งบิสกิตอบใหม่รูปสัตว์ตัวน้อย ๆ ทั้งเค้กชิ้นเล็กน่าทานจำนวนมาก
ผ้ากันเปื้อนลายคิตตี้แสนน่ารักเข้ากับหนวนหน่วน ใบหน้าเล็ก ๆ น่าเอ็นดูเลอะผงแป้งสีขาวนิดหน่อย ดวงตาสีดำมองไปที่ขนมอบใหม่ ๆ อย่างสดใส ปากอมชมพูน่ารักนั่นกำลังอ้าออกพร้อมเปล่งเสียงอุทานออกมา
“คุณแม่สุดยอดเลย!”
เสียงชมหวาน ๆ นั้นทำให้คุณหญิงกู้พออกพอใจ เธอจึงหันไปหยิบบิสกิตกระต่ายน้อยมาป้อนให้ลูกสาว
เด็กน้อยกินขนมจนแก้มป่อง น่ารักจัง
เมื่อเห็นสีหน้ามีความสุข ดวงตาหยิบหยีด้วยรอยยิ้มของลูกสาวแล้ว คนเป็นแม่ก็โล่งใจ ดีแล้วที่ลูกไม่ตกใจกลัว
คุณหญิงกู้แอบกังวลว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะทำให้หนวนหน่วนเข้าใจผิดที่เห็นครอบครัวพูดจาไม่ดีกับผู้ใหญ่ จึงวางแผนจะค่อย ๆ อธิบายให้ลูกเข้าใจอย่างชัดเจน
“หนวนหน่วนคะ คนที่มาวันนี้เป็นญาติผู้ใหญ่ของเรา พวกเขารังแกเรา เราตอบโต้พวกเขาได้ แต่ไม่ใช่ญาติเราทุกคนที่เป็นคนไม่ดี เราต้องรู้จักแยกแยะนะลูก”
หนวนหน่วนเคี้ยวขนมแล้วพยักหน้าตาม “ค่ะ หนวนหน่วนรู้ว่าคนที่ดีกับคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ พี่ชาย คือคนดี ไม่ใช่คนเลว”
เมื่อฟังวิธีคิดของลูกสาวที่อธิบายขึ้นมาด้วยน้ำเสียงน่าเอ็นดูนั้นคุณหญิงกู้ก็รู้สึกอึ้งเล็กน้อย แต่เธอก็แอบสะเทือนใจด้วยเช่นกัน
“แล้วถ้าลูกแมวแสนซนของแม่ถูกรังแกขึ้นมาจะทำยังไงเนี่ย”
หนวนหน่วนตัวน้อยจึงเลือกคำตอบเดียวกับที่เคยตอบกู้หมิงหลี่มาก่อน
“หนูก็จะกัดเลยค่ะ!”
เจ้าแมวเด็กของคุณหญิงกู้ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันในแก้มกลม ไม่ได้ดูน่ากลัวเลยสักนิด เหมือนลูกหมาลูกแมวตัวเล็ก ๆ ที่อยู่ในอาการคันฟันมากกว่า ถึงจะส่งเสียงขู่แค่ไหน เพียงใช้มือยันหน้าผากจิ๋ว ๆ นั่น เจ้าตัวน้อยก็คงได้แค่กางกรงเล็บในอากาศโดยไม่สามารถเข้ามาทำร้ายใครได้
คุณหญิงกู้นึกภาพตามแล้วก็อดขำขึ้นมาไม่ได้
หนวนหน่วนมองภาพนั้นอย่างงง ๆ “...”
คุณแม่ดูไม่ค่อยเชื่อหนวนหน่วนเลยแฮะ
เห็นแบบนั้นคนตัวเล็กเลยส่งเสียงคำรามแสดงความน่าเกรงขามสุดฤทธิ์ กัดบิสกิตกรุบกรอบเข้าปากไปอีกชิ้น แต่ดูแล้วก็เหมือนแมวเด็กอยู่ดี
คุณหญิงกู้เริ่มถามขึ้นอีก “หนวนหน่วน วันนี้หนูคิดว่าคุณย่าใหญ่โดนแม่กับพี่ใหญ่รังแกหรือเปล่า”
เด็กหญิงตัวน้อยกินบิสกิตแล้วส่ายหน้าเมื่อได้ยินคำถาม
“ไม่ค่ะ พวกเขาเป็นคนไม่ดี”
หนวนหน่วนพูดต่อ “พวกเขารังแกหนูกับคุณแม่ พี่ใหญ่โมโหเพราะพวกเขาทำตัวไม่ดี หนูมีความสุขที่พี่ใหญ่คอยปกป้องพวกเรา ที่หมู่บ้านเสี่ยวซี ต้าจ้วงชอบรังแกหนวนหน่วน ขว้างก้อนหินใส่ ย่าซุนไม่เคยว่า แต่ด่าหนวนหน่วนแทน ตอนนั้นหนวนหน่วนเจ็บคนเดียว ไม่มีใครปกป้องสักคน ตอนนี้หนูมีพี่ชายแล้ว พี่ชายที่แข็งแกร่งมาก มีคุณพ่อกับคุณแม่ด้วย ถ้ามีใครมารังแกอีก หนวนหน่วนจะฟ้องพี่ชายให้จัดการให้หมดเลยค่ะ”
เด็กน้อยไม่ได้ตัดพ้ออย่างน้อยใจ เพียงแค่เล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ เธอเล่าเรื่องที่เคยถูกรังแกด้วยดวงตาที่ใสสะอาด ไม่มีเงาของความแค้นใจ มีแต่ประกายของความสุขเมื่อเอ่ยถึงครอบครัว
หนวนหน่วนรู้ว่าต่อไปจะมีครอบครัวคอยปกป้องเธอเสมอ
เธอไม่สนใจความเศร้าในอดีต ตอนนี้มีแค่มองไปข้างหน้า อย่างไรปัจจุบันเธอก็มีความสุขมาก ความสุขที่ได้รับมาช่างมากล้น มากเสียจนชะล้างความทุกข์ในอดีตออกไปได้จนหมดสิ้น
แต่คุณหญิงกู้กลับมีดวงตาแดงก่ำ น้ำตาหยดแหมะลงจากหางตา กู้หนานซึ่งยืนอยู่ที่ประตูกำลังกำหมัดแน่น ดวงตาของเขาเย็นชา ลึกล้ำราวกับสระน้ำลึกไร้ก้นบึ้ง
“หนวนหน่วนของแม่ ตอนนั้นต้องรู้สึกแย่ขนาดไหนกันนะ”
คุณหญิงกู้คุกเข่าลงกอดลูกสาวแนบอก
ลูกสาวที่ล้ำค่าของเธอ… ก่อนหน้านี้เธอรู้เพียงว่ามีบางคนในหมู่บ้านชอบมารังแกหนวนหน่วน แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดมาก่อนเลยว่าพวกเขาทำแบบนั้นทำไม