ราชันย์ซอมบี้ของฉันยังมีหัวใจ My Zombie King Still Has a Heart

    ตอนที่ 59 — ราชันย์สีชาด

    เส้นทางมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันตกอบอวลไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นอายแห่งความวินาศ ซากรถยนต์ที่แตกร้าวพลิกคว่ำระเนระนาดและเศษซากปรักหักพังของอาคารคอนกรีตที่พังทลายทอดเงายาวเหยียดภายใต้แสงเรืองเรืองของรอยแยกฟากฟ้า กลุ่มของหลินเยว่เคลื่อนกายเยื้องกรายสับเท้าไปตามถนนที่แตกร้าวอย่างระมัดระวังขั้นสูงสุด ทว่ามวลบรรยากาศรอบกายในเวลานี้กลับมีความวิปริตผิดธรรมชาติอย่างแจ่มชัดจนชวนให้เยือกเย็นไปถึงขั้วหัวใจ

    ฝูงผู้ติดเชื้อซอมบี้ที่เคยดุร้าย แผดเสียงคำรามกึกก้อง และพร้อมจะพุ่งเข้าฉีกกระชากทุกสรรพชีวิตอย่างบ้าคลั่งในอดีต บัดนี้กลับยืนหยัดนิ่งสงบแข็งทื่ออยู่ตามตรอกซอกซอยและริมถนนหนทางราวกับรูปปั้นศิลาที่ไร้ลมหายใจ

    พวกมันไม่ได้จู่โจม... ทว่าในทุก ๆ ครั้งที่กลุ่มของหลินเยว่ก้าวผ่าน ดวงตาที่ขุ่นมัวสีเทาหม่นของพวกมันจะค่อย ๆ หันศีรษะขยับเคลื่อนสายตาจับจ้องตามการเคลื่อนไหวของทีมเป็นตาเดียวกันอย่างเชื่องช้าและเป็นระเบียบร่วมกัน ราวกับกำลังยอมรับใน "สิทธิ์ที่เหนือกว่า" (Supreme Authority) ของดวงจิตราชันย์ทมิฬข้างกายเธอ และอักขระแสงสีทองของ Genesis Core ในตัวของเด็กสาว

    คินยกปืนไรเฟิลคู่ใจขึ้นประทับบ่า แววตาสีครามเฉียบคมสแกนมองฝูงซอมบี้รอบข้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและไม่สบายใจอย่างรุนแรง "ชิ... มองกันขนาดนี้ ไม่เรียกเก็บค่าผ่านทางเลยล่ะฟะ ฉันล่ะเกลียดสายตาเป็นระเบียบของพวกมันชะมัด"

    นัทยกยิ้มบางเบาอันดุดันพลางขยับกำปั้นยักษ์ "เอาน่า คิน... ตราบใดที่พวกมันยังยืนนิ่งเป็นทหารกองเกียรติยศและไม่กระโจนเข้ามาฝังเขี้ยวลงบนบ่าของฉัน ฉันก็ไม่มีปัญหาที่จะให้พวกมันจ้องหรอก"

    เจย์ไม่ได้ร่วมวงสนทนา เด็กหนุ่มก้มหน้าจ้องมองหน้าจออุปกรณ์สแกนตรวจวัดพลังงานพกพาอย่างเร่งรีบ แววตาหลังเลนส์แว่นตาที่ร้าวละเอียดสั่นระริกด้วยความตึงเครียด "ตัวเลขค่าดัชนีแรงกดดันคอสโมด้านหน้ากำลังเพิ่มสูงขึ้นเป็นลำดับขั้นเลยครับ... มันไม่ใช่ความผันผวนตามธรรมชาติ แต่เหมือนอีกฝ่ายกำลังตั้งใจจงใจระเบิดปล่อยคลื่นพลังงานออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า"

    "เพื่อข่มขู่พวกเรางั้นเหรอคะ?" มีนถามแผ่วเบา สองมือกุมก้านไม้เท้าเยียวยาแน่น ใบหน้างามสะท้อนแสงสีส้มจาง ๆ จนซีดเซียว

    "ไม่ใช่..." อาร์คที่เดินนำหน้าเคียงข้างหลินเยว่เอ่ยแทรกขึ้น สุ้มเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของเขาแฝงเร้นด้วยกระแสความจริงจัง "แต่มันคือการ 'เรียกหา' ต่างหาก"

    เมื่อพวกเขาเริ่มก้าวเท้าข้ามสะพานคอนกรีตหนาที่แตกร้าวแยกออกเป็นแนวยาว ทัศนียภาพเบื้องหน้าพลันเปิดแผ่ออกอย่างกว้างขวาง และภาพที่ปรากฏสู่สายตากลับทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงักลืมหายใจ

    เขตอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ทั้งเขตบัดนี้แปรสภาพกลายเป็นนรกสีชาด ผืนฟ้าและมวลอากาศโดยรอบถูกย้อมด้วยหมอกควันสีแดงเข้มเจืดจ้าประหนึ่งคราบหยาดโลหิต พื้นดินคอนกรีตแตกร้าวแยกตัวออกเป็นวงกว้างดุจใยแมงมุมยักษ์ ซากเครื่องจักรโรงงานและถังเหล็กกล้าจำนวนมากหลอมละลายบิดเบี้ยวไหลลงมากองกับพื้น ราวกับเคยเผชิญหน้ากับพายุความร้อนมหาศาลปะทุเดือด

    และที่ตรงใจกลางจุดศูนย์กลางของพื้นที่พินาศนั้น...

    ร่างสูงตระหง่านร่างหนึ่งหยัดยืนสงบนิ่งอยู่บนขอบยอดหอเก็บน้ำเหล็กกล้าที่พังครืนลงมาครึ่งหนึ่ง ร่างกายภายใต้เกราะสีชาดทอแสงเรืองรองแผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวบีบคั้นมวลอากาศรอบด้านจนลมหายใจของทุกคนหนักอึ้งดุจมีศิลาทับถม เส้นสายพลังงานสีแดงฉานประหนึ่งเปลวอัคคีโลหิตหมุนวนเต้นระบำรอบกายช้า ๆ อย่างมีแบบแผน

    ระบบอินเตอร์เฟสโปร่งแสงสีทองคำขาวสลักอักขระของ Genesis Core ในห้วงสมองส่วนลึกของหลินเยว่พลันสว่างวาบกะพริบแจ้งเตือนแจ้งข้อมูลสถานะการแปรเปลี่ยนรหัสระลอกใหม่ในทันที:

    [ตรวจพบสิ่งมีชีวิตที่มีระดับการวิวัฒนาการขั้นสูงสุดในระบบ (HIGH-TIER EVOLUTION ENTITY DETECTED)] [ประเภทแกนร่วมหลอมรวม: ระดับราชันย์ (CLASS: KING-TIER EVOLUTION)] [รหัสระบุคุณลักษณะเชิงประวัติศาสตร์: ราชันย์สีชาด (DESIGNATION: SCARLET KING)] [ระดับดัชนีภัยคุกคามองค์รวม (THREAT LEVEL): วิกฤตขั้นสุด (EXTREME)]

    ร่างบนหอสูงค่อย ๆ เบิกเปลือกตาขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นดวงตาสีแดงสดสว่างเจิดจ้าดุจเปลวสุริยะเพลิงคู่นั้นจับจ้องทอดมองตรงลงมายังกลุ่มของหลินเยว่ในทันที และในวินาทีถัดมา สายตาอันทรงพลังของเขากลับเลื่อนมาหยุดจับจ้องสบประสาทตากับร่างในเกราะทมิฬของอาร์คอย่างไร้ละสายตา

    ครืนนนนนนนนนน—!!!

    แรงกดดันเชิงแนวคิดพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วน ผืนดินคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าของทีมแตกร้าวแตกร่นเป็นริ้วเสียงดังลั่นเปรี๊ยะ คินขึ้นลำปืนไรเฟิลประทับร่องไหล่โดยสัญชาตญาณ นัทก้าวเท้าขวาขึ้นมาข้างหน้ากางแขนป้องกัน มีนกลืนน้ำตาอึกใหญ่ผ่านจิตสำนึกด้วยความหวาดกลัว ทว่าหลินเยว่กลับยกมือบางขึ้นช้า ๆ เป็นสัญญาณห้ามปรามทุกคนในทีมไว้ก่อน เพราะในระบบของเธอ สมการแนะแนวทางความร่วมมือยังคงฉายชัด: 42%

    ราชันย์สีชาดก้าวขยับเท้าก้าวลงมาจากแท่นหอสูงเบื้องบนอย่างเงียบสงัน

    แม้แผ่นเท้าของเขาจะไม่ได้ส่งเสียงคำรามหรือระเบิดทำลายล้างทางฟิสิกส์ ทว่าในทุก ๆ ก้าวเดินที่เขาลอยตัวเหยียบลงสู่พื้นดินกลับส่งแรงสั่นสะเทือนมหาศาลไล่ระนาบแผ่ออกไปจนฝุ่นผงคอนกรีตรอบด้านสั่นไหวระริก เมื่อเขาก้าวมาหยุดหยัดยืนห่างจากกลุ่มของหลินเยว่เพียงสิบเมตร รอยยิ้มบางเบาอันแสนอบอุ่นทว่าเด็ดเดี่ยวก็ประดับขึ้นบนใบหน้าที่งดงามซึ่งยังคงรักษารูปลักษณ์และเค้าเดิมของมนุษย์ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบอย่างน่าประหลาด

    "ในที่สุด..." สุ้มเสียงทุ้มต่ำ แหบพร่า ทว่ากลับชัดเจนและทรงอำนาจดังก้องกังวาน "ผู้ที่สั่นคลอนสัจธรรมบนฟากฟ้าและปฏิเสธคำสั่งลบล้าง... ก็เดินทางมาถึงเสียที"

    หลินเยว่ขมวดคิ้วเรียวมุ่น ดวงตาสีครามอมทองจับจ้องใบหน้าของเขาอย่างสืบค้น "คุณ... เป็นคนส่งคลื่นสัญญาณชีพตรวจวัดเพื่อดึงดูดพวกเรามาที่นี่?"

    ราชันย์สีชาดหาได้เบนสายตามาตอบคำถามของเด็กสาวในทันทีไม่ หากแต่สายตาสีแดงฉานคู่นั้นยังคงจับจ้องมองอาร์คด้วยประกายตาที่เต็มไปด้วยความระมัดระวังและความตื่นเต้นท้าทายในดวงจิตวิญญาณ

    "ข้าเฝ้ารอดูมาตลอดผ่านใยข่ายระบบ..." ชายหนุ่มในเกราะสีชาดกระซิบเสียงต่ำ "ว่าราชันย์ตนแรกสุดที่ก้าวข้ามขอบเขต... ผู้ยอมเปิดรับหลอมรวมและสอดประสาทเชื่อมดวงจิตร่วมเข้าหากับมนุษย์ธรรมดา จะตัดสินใจเลือกวิถีเส้นทางชีวิตแบบใดให้กับโลกใบใหม่นี้"

    อาร์คก้าวขยับเท้าขึ้นมาหยัดยืนบดบังร่างของหลินเยว่ไว้ครึ่งหนึ่ง แผงอกหนาภายใต้เกราะทมิฬพรูลมหายใจราบเรียบ "ฉันไม่ได้เดินทางมาที่นี่เพื่อเปิดฉากศึกสงครามหรือกวัดแกว่งคมดาบเข้าห้ำหั่นกับแก"

    ราชันย์สีชาดระเบิดเสียงหัวเราะหึ ๆ ในลำคอเบา ๆ อย่างพึงพอใจ "ดี..."

    แววตาสีแดงฉานฉายประกายแวววาว

    "เพราะตัวข้าเองก็หาได้หลงเหลือความปรารถนาที่จะเข่นฆ่าลบล้างพวกเจ้าในเวลานี้เช่นกัน... อย่างน้อยก็ยังไม่ใช่ในวินาทีนี้"

    คำประกาศกึ่งขู่เข็ญกึ่งยอมรับส่งผลให้คินกระชับข้อนิ้วเตรียมลั่นไกปืนทันควัน ทว่าหลินเยว่ยังคงหยัดยืนนิ่งสงบ แววตาสีครามจับจ้องสบตากับราชันย์ตรงหน้าอย่างมั่นคง เธอสัมผัสได้ลึกเข้าไปในจิตสำนึก... ชายผู้นี้ไม่ได้มีความหิวกระหายสัญชาตญาณสัตว์ร้ายเหมือนซอมบี้ทั่วไป ทว่าสิ่งที่ปะทุเดือดพล่านอยู่ในแววตาของเขา คือ "ความทะยานอยาก" และ "ความกระหายใคร่รู้" ต่อโลกใบใหม่

    ราชันย์สีชาดเบนสายตาสีแดงฉานมาหยุดจับจ้องที่ใบหน้าของเด็กสาวเป็นครั้งแรก แววตาสีแดงหรี่ลงช้า ๆ ขณะที่น้ำเสียงทุ้มต่ำแปรเปลี่ยนกลับมาเด็ดเดี่ยวและจริงใจ

    "และสำหรับเจ้า..."

    เขาก้าวมาข้างหน้าอีกหนึ่งก้าวอย่างเด็ดเดี่ยว

    "มนุษย์ตัวเล็ก ๆ ผู้ได้รับการยอมรับ... และครอบครองสิทธิ์สายตาเฝ้าสังเกตการณ์โดยตรงจากผู้คัดเลือกคอสมิกเบื้องบน"

    คำพูดประโยคนั้นส่งผลให้เพื่อนพ้องร่วมเดินทางทุกคนสั่นสะท้านระริก เจย์เบิกตากว้างหลังกรอบแว่นด้วยความเหลือเชื่อและสับสน "นี่... เขารู้เรื่องโครงสร้างระดับลึกชิ้นนั้นได้ยังไงกัน..."

    ราชันย์สีชาดกางแขนสองข้างออกช้า ๆ

    ครืนนนนนนนนนน—!!!

    ทันใดนั้นเอง ฝูงผู้ติดเชื้อซอมบี้นับหลายพันชีวิตที่กระจัดกระจายล้อมรอบพื้นที่เขตอุตสาหกรรมพลันเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียง พวกมันคุกเข่าชันตัวลงกับพื้นปูนเย็นเยียบพร้อมกันอย่างเงียบสงบนิ่งประหนึ่งรูปปั้นหิน เพื่อยอมก้มหัวยอมสยบแทบเท้าต้อนรับต่อเจตจำนงสูงสุดของเขาอย่างน่าสะพรึงกลัวดุจกองทัพทหารผู้ซื่อสัตย์

    "ข้าหาได้กู่ร้องเรียกหาพวกเจ้ามาที่นี่เพื่อทำการทดสอบเข่นฆ่าลบล้างอย่างไร้ค่า"

    สุ้มเสียงของราชันย์แห่งวิวัฒนาการสีชาดดังก้องสะท้อนไปทั่วมหานคร แฝงไปด้วยน้ำหนักชวนให้ผู้ฟังนิ่งรับฟัง

    "แต่ข้าเรียกตัวแทนของ Genesis และราชันย์ตนแรกสุดมาที่นี่... เพื่อเฝ้าตั้งคำถามชี้ชะตาชีวิต"

    สายตาสีแดงฉานสว่างไสวสบประสาทตากับหลินเยว่และอาร์คสลับกันอย่างแน่วแน่ประดับรอยยิ้มบางเบาอันเหี้ยมเกรียมที่มุมปาก

    "บอกข้ามาเสียสิ... ว่าพวกเจ้าคิดจะสลักเขียนและหยัดยืนเติบโตในฐานะ 'ผู้ปลดปล่อยโลกใบนี้' ให้เป็นอิสระ..."

    "หรือคิดจะร่วมมือกันจับมือก้าวขึ้นมาเป็น 'ผู้ปกครองและทอดเงาเหนือโลกใบใหม่' นี้ร่วมกันแน่?!"

    คำถามแสนสัตย์ซื่อและทรงพลังคำถามแรกของยุคสมัยใหม่ดังก้องกังวานและลอยคว้างปกคลุมพื้นที่ ทอดเงาของทางเลือกสุดท้ายลงบนบ่าของคนทั้งคู่ชั่วกาลเวลานิรันดร์

    คล้ายกับเรื่องราชันย์ซอมบี้ของฉันยังมีหัวใจ My Zombie King Still Has a Heart ที่คุณอ่าน