เมื่อชายอ้วนปลุกศักยภาพพลังของตนเองเสร็จสิ้น
เขาก็ค่อยๆก้าวเดินออกมาจากแท่นพิธีกรรมโบราณด้วยอารมณ์ท่าทางที่ยังคงอึ้งและทึ่งกับตนเอง
ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสายตาของผู้คนรอบข้างที่จ้องมองมา ชายอ้วนได้ยกมือขึ้นแตะที่หน้าอกข้างซ้ายของตนอย่างไม่เชื่อสายตา สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยพลังคล้ายคลื่นพายุ
หมุนวนอยู่ภายในทุกเส้นเลือด ทุกเส้นเอ็น ทุกอณูในร่างกายของเขาราวกับแปรเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง จังหวะหายใจดูลื่นไหลดั่งพลังที่ปรับตัวเข้ากับธรรมชาติรอบกายโดยอัตโนมัติ ประสาทสัมผัสที่เคยทื่อและเฉื่อยชา บัดนี้กลับตอบสนองได้รวดเร็วกว่าที่เคยหลายเท่าตัว
“ทะ.. ท่านผู้อาวุโส สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมในตอนนี้ก็คือ..”
มันเอ่ยออกมาอย่างอ้ำอึ้งขณะยืนอยู่ไม่ไกลจากแท่นพิธี พลางก้มมองมือตนเองแล้วกำแน่นเหมือนพยายามควบคุมพลังที่พลุ่งพล่านจนแทบระเบิดออกมาจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ความเร็ว ความสามารถในการทรงตัว ล้วนเปลี่ยนแปลงไปราวได้กลายเป็นอีกคนในทันที
ชายชราจินเกอก็พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่มีทั้งความพอใจและความเมตตา
“นั่นแหละคือผู้วิวัฒน์ ตอนนี้เจ้าได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของคนธรรมดาแล้ว และกลายเป็นผู้วิวัฒน์อย่างแท้จริง!”
“แต่ก็อย่างที่ข้าบอกไป เด็กน้อยเช่นเจ้าในตอนนี้ยังไม่ใช่ผู้วิวัฒน์ที่แท้จริงเต็มตัว!”
“เพราะเจ้ายังไม่ได้รวบรวมพลังวิญญาณในอาณาจักรต้นกำเนิดให้ครบ 10,000 SP ยังไงละ”
“เมื่อไหร่ที่เจ้าสามารถทำเช่นนั้นได้ เมื่อนั้นแหละเจ้าถึงจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้วิวัฒน์ตื่นรู้เบื้องต้นระดับ 1”
“งั้นลองคิดในใจแล้วกล่าวออกมาว่า “หน้าต่างพลัง” ดูสิ”
“สิ่งที่เจ้าต้องการจะปรากฏต่อหน้าเจ้าทันที มันจะเป็นประตูอีกบานที่เปิดออกสู่ความเข้าใจตนเอง!”
ชายอ้วนที่ยังมีสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้น พยักหน้ารับอย่างมึนงงก่อนจะหลับตาลงชั่วครู่
แล้วในใจของเขาก็คิดตามคำที่ชายชราบอก
“หน้าต่างพลัง..”
และในพริบตานั้นเอง ท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้ที่กำลังแสดงความตกตะลึง
ภาพฉายล่องลอยคล้ายโฮโลแกรมสีฟ้าครามก็ได้ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอย่างไร้เสียง
มันเป็นสี่เหลี่ยมกึ่งโปร่งใสที่ล่องลอยอยู่กลางอากาศ มีแถบพลังหลายช่องพร้อมข้อมูลมากมายที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
“ผะ.. ผู้อาวุโสขอรับ นี่คือหน้าต่างพลังเองเหรอเนี่ย ถึงจะเคยได้ยินบ่อยๆแต่ผมก็เพิ่งได้สัมผัสมันเป็นครั้งแรก ว้าววว!”
ชายอ้วนกำหมัดแน่นและกรีดร้องออกมาเบาๆด้วยความตื่นเต้น นัยน์ตาที่เคยพร่ามัวกลับเปล่งแสงวาววับอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“ถูกต้องแล้วละ หน้าต่างพลังนี้สามารถเปิดให้คนอื่นดูหรือจะให้เฉพาะตัวเราเองดูเท่านั้นก็ได้”
“มันจะแสดงข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับตัวเจ้า เช่น ชื่อ เผ่าพันธุ์ ค่าระดับพลังวิญญาณ รวมถึงศักยภาพของอาณาจักรต้นกำเนิดที่ถูกปลุกขึ้นมา และเส้นทางแห่งวิถีที่เหมาะสมกับเจ้ามากที่สุด!”
ชายอ้วนจ้องมองไปยังหน้าต่างพลังของตนอย่างจริงจัง ภายในนั้นเขาพบกับชื่อของตนเองที่สลักไว้ด้วยตัวอักษรสว่าง
ชายชราจินเกอก็พยักหน้าพลางอธิบายต่อ
“ส่วนเส้นทางแห่งวิถีที่เจ้าควรเลือก.. แน่นอนว่าต้องเป็นวิถียุทธ์สังหาร!”
“เพราะเผ่าพันธุ์ลิงดำอสูรนั่นครอบครองพละกำลังและความเร็วอันแข็งแกร่งโดยกำเนิด”
“เป็นสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับการเข้าประชิดตัว จู่โจม และจัดการศัตรูด้วยการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำ”
“มันจะช่วยให้เจ้าก้าวเดินบนเส้นทางนักรบอย่างมั่นคง และเปิดโอกาสสู่พลังอันลึกล้ำในอนาคต!”
หลังจากที่เห็นการปลุกพลังของชายอ้วนคนนี้แล้ว บรรยากาศในลานพิธีที่เคยครอบงำด้วยความกลัวก็พลันถูกแทนที่ด้วยคลื่นแห่งความกระหายใคร่รู้ ความมุ่งมั่นของเหล่าชายหนุ่มหญิงสาวอีกกว่าสามสิบชีวิตพลันปะทุขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
บางคนเริ่มสูดลมหายใจลึกด้วยความตั้งใจ บางคนยกมือท่องบทเตรียมจิต บางคนกำมือแน่นและจ้องเขม็งไปยังแท่นพิธีอย่างไม่กระพริบตา ทุกคนล้วนใฝ่ฝันถึงช่วงเวลานี้ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาและปลดปล่อยตนเองจากความธรรมดา
“เอาละ.. อย่าชักช้า คนต่อไปก็ก้าวขึ้นมาบนแท่นพิธีกรรมโบราณได้เลย!”
จากนั้นจินเกอก็เริ่มเรียกคนต่อไปขึ้นแท่นพิธี ทีละคน ทีละก้าว ราวกับดวงตะวันขึ้นและตกซ้ำไปในแต่ละชีวิตที่ถูกชะตาลิขิต
ก๊อบลินพื้นฐาน มีศักยภาพระดับแรกเริ่ม
เผ่าพันธุ์ผึ้งโลหิตทมิฬ มีศักยภาพระดับสูง
ผีเสื้อครามฟ้า มีศักยภาพระดับสูง
มดเปลือกแข็ง มีศักยภาพระดับแรกเริ่ม
ชายชราอธิบายออกมาทีละชื่อ ทีละเผ่าพันธุ์ ราวกับประกาศชะตากรรมของแต่ละคน
“ห๊ะ ก็อบลินพื้นฐาน?!”
บางคนได้ยินผลลัพธ์ของตนก็ยืนตัวแข็ง
“ผีเสื้อครามฟ้าว้อย ศักยภาพระดับสูงเลยนะ ฮ่าฮ่า”
บ้างน้ำตาไหลออกมาด้วยความดีใจ
“ฮือออออ มดเปลือกแข็งมีศักยภาพระดับแรกเริ่มเพียงเท่านั้น นี่ข้ามันน่าสมเพชสิ้นดี!”
บ้างทรุดลงนั่งอย่างสิ้นหวัง บ้างกำมือแน่นและประกาศว่าจะไม่ยอมแพ้ ถึงต่อให้จะได้แค่ระดับแรกเริ่มก็ตาม
แต่ในจังหวะที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแปลกใหม่ หญิงสาวใส่แว่นที่ดูธรรมดาคนหนึ่งก็ก้าวขึ้นแท่นพิธีอย่างเงียบๆ ไม่มีใครสังเกตตัวของเธอ ไม่มีใครจะเอ่ยถึง กระทั่งแสงแห่งวงแหวนเวทเปล่งประกายอย่างรุนแรงจนผู้คนรอบข้างต้องยกมือบังสายตา
แสงนั้นไม่ได้เปล่งเพียงแสงทองธรรมดา แต่มันเป็นประกายสีม่วงอมฟ้าที่หมุนวนผสานกันอย่างสง่างาม
ก่อนที่ร่างของกระเรียนอัสนีขนาดมหึมาได้ก่อรูปร่างขึ้นบนเวหาอย่างสมบูรณ์
ท่ามกลางเสียงฟ้าผ่าดังสนั่น บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบงันราวกับสรวงสวรรค์หยุดหายใจ
“เผ่าพันธุ์กระเรียนฟ้าอัสนี.. ศักยภาพระดับจักรพรรดิ?!!”
ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาเบิกโพรงจ้องมองไปยังร่างที่สะท้อนแสงอันศักดิ์สิทธิ์
ขณะที่หญิงสาวใส่แว่นยืนอย่างสงบนิ่งตรงกลางแท่นพิธีด้วยใบหน้าที่กำลังตกตะลึงพรึงเพริด
เหมือนกับไม่เชื่อกับตนเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเรื่องจริง