"เ้าดื่มหนักเช่นนี้ หรือว่าข้าเป็สิ่งชั่วร้าย"
เมื่อเถ้าแก่โรงสุราเห็นว่าพวกเขาดื่มไปเยอะ ซ้ำยังเป็คุณชายจากตระกูลสูงศักดิ์จึงได้เตรียมน้ำแกงสร่างเมาไว้ พร้อมสั่งให้สาวใช้ยกเข้าไปให้ บ่าวรับใช้หนุ่มสองคนรวมพลังกรอกน้ำแกงให้หวางจื่ออวี๋และแบกขึ้นรถม้าไป ยังไม่ทันถึงถนนอันเป็ที่ตั้งของจวนตระกูลหวาง หวางจื่ออวี๋ก็อาเจียนออกมาเขาไม่เพียงอาเจียนเลอะแค่ตัวเอง แต่ยังกระเด็นไปโดนฉู่ยี่อีกด้วย ทั้งรถม้าจึงอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรา
สีหน้าของฉู่ยี่พลันเข้มขึ้น น้ำเสียงของเขาหนาวเหน็บเสียยิ่งกว่าวันที่หนาวเหน็บที่สุดในเหมันตฤดู "กลับจวนฉู่"
และเรียกบ่าวรับใช้ของหวางจื่ออวี๋มาสั่งการ ให้กลับไปเรียนท่านลุงท่านป้าและท่านย่าให้เรียบร้อย
เดิมฉู่ยี่อยากจะพาจื่ออวี๋ไปที่เรือนไผ่ขาว ทว่าพอคิดไปคิดมาแต่ละคนในเรือนไผ่ขาวต่างอยากประจบประแจงมารดาของตนทั้งนั้น หากให้ท่านแม่รู้เข้าว่าจื่ออวี๋เมามายไม่ได้สติเขาก็คงไม่พ้นที่จะถูกติอีกยกใหญ่ เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาจึงเอ่ยสั่งการทันที "ไปจอดรถม้าที่เรือนห้องหนังสือ คืนนี้ข้าจะพักที่นั่น"
บ่าวรับใช้หนุ่มขอแค่ให้นายน้อยผู้นี้กลับถึงจวนอย่างปลอดภัยเป็พอส่วนเื่ไม่เป็เื่อย่างอื่น เช่นว่าคุณชายเก้าจะพักที่ไหน เขาไม่สนใจทั้งนั้นยามปกติคุณชายเก้าก็มักจะพักอยู่ที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่าอยู่แล้ว
เมื่อรถม้ามาถึงเรือนหลังเล็กก็เป็เวลาโพล้เพล้แล้ว สุยอันกำลังกลับมาจากไปรับอาหารเย็นที่ห้องครัวใหญ่มาอาหารของนางไม่เลว มีหมั่นโถวลูกใหญ่สองลูก ผักดองเค็มนิดหน่อย และผัดผักกาดขาวผัดเนื้อหมูติดมันกับเส้นหมี่จานใหญ่
หัวผักกาดอ่อนในต้นเหมันตฤดู เนื้อหมูติดมันที่มันไม่เยอะจนเกินไปกอปรกับเส้นก๋วยเตี๋ยวที่แช่น้ำจนนุ่มลื่น แค่เห็นก็น้ำลายสอ
หัวหน้าพ่อครัวในจวนมีลูกสาวที่อายุเท่ากับสุยอัน รูปร่างอ้วนกลมผิวขาวนางสามารถแบ่งสุยอันได้เป็สองคน ดังนั้นเมื่อพ่อครัวเห็นสุยอันจึงรู้สึกสงสาร ทุกครั้งที่ตักอาหารให้สุยอันจึงมักตักให้มากกว่าทุกคนครึ่งหนึ่ง
ห้องเอ่อร์ฝาง* มีขนาดเล็ก ไฟจากเตาสว่างกว่าแสงเทียน นางกำลังจะเอาจานผัดผักกาดอุ่นบนกระทะก็พลันได้ยินเสียงอึกทึกครึกโครมดังมาจากหน้าประตูเรือน ทำให้นางใจนลุกพรวดออกไปดู
ฉู่ยี่ะโลงมาจากรถม้า สั่งให้บ่าวรับใช้หนุ่มสองคนแบกหวางจื่ออวี๋ลงมาเมื่อเขาหันมาเห็นสุยอันจึงเอ่ยขึ้น "เ้าไปเตรียมห้องหนังสือให้เรียบร้อย คืนนี้ข้าจะพักที่นี่"
พื้นที่ว่างในห้องหนังสือที่ถูกแบ่งออกมามีเตียงขนาดใหญ่อยู่หนึ่งหลังสุยอันหยิบผ้าห่มออกมาจากกล่องสานสองผืน ฉู่ยี่เอ่ยอย่างรังเกียจ "ผ้าห่มพวกนี้ได้เอาไปตากแดดหรือไม่"
"เรียนคุณชายเก้า บ่าวเอาออกมาตากแดดทุกๆ ห้าวันเ้าค่ะ" สุยอันมือเท้าคล่องแคล่ว นางยกเตาผิงเข้ามาอย่างรวดเร็ว และแอบถือโอกาสกลับไปห้องของตัวเองยกถ้วยผัดผักกาดลงจากเตาเพื่อผักกาดจะได้ไม่ไหม้
พวกบ่าวรับใช้หนุ่มยกน้ำร้อนเข้ามา สุยอันจึงรีบก้มหน้าเดินออกไปการปรนนิบัติอาบน้ำไม่ใช่หน้าที่ของนาง และนางก็ทำไม่ได้
ฉู่ยี่ให้หวางจื่ออวี๋อาบก่อน เมื่อจื่ออวี๋ขึ้นเตียงมา ยังไม่ทันที่บ่าวรับใช้หนุ่มจะดับไฟฉู่ยี่ก็ดีดตัวลุกขึ้นนั่ง แม้บนตัวหวางจื่ออวี๋จะหอมฉุยไม่มีกลิ่นสุราแล้ว แต่เมื่อหายใจลมที่ผ่อนออกมาก็มีกลิ่นเหล้าฉุนกึก
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย สุยอันจึงได้พักและจัดโต๊ะเตรียมกินอาหารเย็นนางเห็นว่าไฟกำลังจะมอด จึงลุกไปห้องครัวเล็กหยิบเม็ดเกาลัดมาสิบกว่าเม็ด และฝังมันไว้ใต้เตาไฟทันใดนั้นฉู่ยี่ก็เดินเข้ามา
"เ้ากำลังกินข้าวเช่นนั้นหรือ กินกับอะไร"
สุยอันกลัวว่าเขาจะพูดคำพูดที่ทำให้คนหมดความอยากอาหารเช่น 'อาหารหมู' ออกมา จึงรีบหยิบฝาหม้อด้านข้างมาปิดไว้
ฉู่ยี่เดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ "ไม่อนุญาตให้ข้าดูว่าเ้ากินอะไรเช่นนั้นหรือ" เขากวาดตามองพลางขมวดคิ้วมุ่น "อาหารหมู!"
สุยอัน “……”
ถึงฉู่ยี่จะเอ่ยเช่นนี้ แต่เมื่อเห็นอาหาร เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้ทั้งวันเขายังไม่ได้กินอะไรเป็เื่เป็ราวเลย
แม้จะรู้สึกว่าผักกาดขาวดูแล้วช่างเหมือนถูกคนเหยียบจนดูไม่ได้เนื้อติดมันก็เหนียวเหมือนเนื้อของหญิงแก่ใกล้ตาย ทว่าเขาก็นั่งลง หยิบตะเกียบที่สุยอันใช้แล้วขึ้นมาอย่างรังเกียจจุ่มล้างในถ้วยชาด้านข้างสองสามที จากนั้นก็หยิบหมั่นโถวที่ย่างจนกรอบข้างเตาขึ้นมากินคู่กับผัดผักกาดขาวใส่เส้นก๋วยเตี๋ยว
เขากินไปแล้วสองคำ สุยอันจึงได้สติกลับมา นางเอ่ยอย่างลนลาน "ไฉนคุณชายเก้าจึงกินอาหารของพวกบ่าวไพร่ล่ะเ้าคะ หรือว่าคุณชายหิวแล้วบ่าวจะไปห้องครัวใหญ่ให้หัวหน้าพ่อครัวทำอาหารให้ท่านเดี๋ยวนี้"
ฉู่ยี่ถลึงตาใส่นาง "เ้าจะให้ข้าทนหิวรอให้เ้ายกอาหารมาให้อีกหรือ"
สุยอันกลืนประโยค 'บ่าวจะต้มบะหมี่ให้' กลับเข้าไปในคอทันที
หลังฉู่ยี่กินอิ่ม เขาก็เดินไปนั่งบนเตียงของสุยอันดื้อๆ "วันนี้ข้าจะนอนที่นี่"
สุยอันพลันหน้าแดงแปร๊ด
เมื่อฉู่ยี่เห็นนางหน้าแดง ก็รู้ว่านางคิดไปเป็อย่างอื่น จึงโมโหกลบความเขินอาย "เ้าคิดอะไรอยู่ เ้าคิดจะทำให้ข้าแปดเปื้อนเช่นนั้นหรือ ยังไม่รีบไสหัวไปปรนนิบัติคุณชายหวางอีก"
สุยอันะโกู่ก้องอยู่ในใจว่าไม่ยุติธรรม ไม่ว่าชายใดหากบอกว่าจะนอนบนเตียงของตัวเองจะไม่หน้าแดงได้เช่นไร อีกอย่าง แม้นางคิดจะอยากทำเช่นนั้นจริง ก็ไม่มีทางทำกับคุณชายที่อารมณ์แปรปรวนเช่นเขาเป็แน่หากพูดตามความจริง คุณชายเก้าไม่ใช่คนดีอันใด เขาเติบโตในตระกูลร่ำรวย ห้อมล้อมไปด้วยหญิงงามคุณชายเก้าที่เป็คนเช่นนี้ แม้น์จะบังคับให้นางทำอย่างว่า นางก็ไม่ยอม
ริ้วแดงบนใบหน้าของนางหายไปอย่างรวดเร็ว นางเอ่ยเสียงเบา "เช่นนั้น บ่าวจะไปเอาผ้าห่มของคุณชายมาให้"
นางกลับคืนสู่สภาพปกติอย่างรวดเร็ว ทว่าฉู่ยี่กลับรู้สึกไม่พอใจแน่นอนว่าเขาไม่ได้ชอบสาวใช้ผู้นี้ เพียงแต่...จะพูดอย่างไรดีล่ะ สรุปก็คือในใจมันร้อนรุ่มไปหมด มองนางแล้วรู้สึกขัดหูขัดตาไปหมด
สุยอันไม่รอให้เขาเอ่ยอันใดก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไป
บ่าวรับใช้หนุ่มที่เป็เวรเฝ้าห้องหนังสือตอนกลางคืนต่างนั่งหลับอยู่ที่พื้น
หวางจื่ออวี๋นอนรวบผ้าห่มทั้งสองผืนไว้ที่ตัวเองหมด
สุยอันจึงทำได้เพียงหยิบผ้าห่มผืนใหม่และเป็ผืนสุดท้ายออกมาจากกล่องสาน
ฉู่ยี่กำลังสำรวจห้องของนางอย่างเบื่อหน่าย
ห้องพักของนางเรียบง่ายมาก มีเพียงภาพวาดสองภาพแขวนอยู่บนกำแพงตะวันตกเป็ของตกแต่งภาพหนึ่งเป็ภาพท้องทุ่ง ้ามีต้นไม้หนึ่งต้น ก้อนหินสองสามก้อน ใต้ต้นไม้มีแม่ไก่และลูกๆที่กำลังก้มหัวจิกกินหนอน ท้องของแม่ไก่ใหญ่ราวกับกำลังท้องสิบเดือน ลูกไก่ทั้งหลายเอาแต่มองหนอนไม่กล้าจิกกินวิธีวาดช่างอ่อนด้อยยิ่งนัก
อีกภาพหนึ่งเป็การเลียนแบบภาพวาดต้นไผ่แจ้งสันติที่มีชื่อเสียงของปรมาจารย์ในราชวงศ์ก่อนต้นไผ่นับว่ายังพอดูได้ ทว่าหน่อไม้ที่แผ่กิ่งก้านอยู่นั่น หากไม่ดูให้ดีๆ ยังคิดว่าเป็ปูั์ไต่ออกมาหลอกผู้คนให้ผวาเสียนี่
ภาพทั้งสองนี้ไม่ได้ลงชื่อผู้วาดไว้ ฝีมือการติดรูปบนกรอบผ้าก็ไม่ได้แย่ขั้นธรรมดา
เมื่อเห็นสุยอันหอบผ้าห่มและผ้าปูที่นอนเข้ามา ฉู่ยี่ก็เชิดคางถาม "เ้าเป็คนวาดสองภาพนี้หรือ"
สุยอันตอบ "เ้าค่ะ" เ้าไอรอนแมนตัวน้อยที่อยู่ในใจค่อยๆ ยกโล่ขึ้นมาบังไว้ตรงหน้าอก
"เฮอะ ฝีมือเช่นนี้ ดูแล้วก็ปวดตายิ่งนัก"
สุยอันไม่สะทกสะท้าน
คุณชายที่นางคอยปรนนิบัติอยู่ท่านนี้ มีสถิติใช้สาวใช้เปลืองสูงสุดติดอันดับในเมืองหลวงเดิมที สาวใช้ที่ไม่มีคุณภาพก็ไม่สามารถปรนนิบัติในเรือนไผ่ขาวของเขาได้อยู่แล้ว ดังนั้นสาวใช้ที่เข้ามาในเรือนไผ่ขาวได้มีคนไหนที่ไม่ทะนงตนบ้างด้วยเหตุนี้ แข็งชนแข็งจะไปเหลืออะไร
ดังคำที่ว่า 'เสือสองตัวไม่อยู่ถ้ำเดียวกัน แม้ตัวหนึ่งจะเป็ตัวเมีย และตัวหนึ่งเป็ตัวผู้ก็ตาม' หากนางอยากใช้ชีวิตเรียบง่ายสงบสุข ก็จะเป็เสือไม่ได้โดยเด็ดขาด
หลังจัดเตียงเสร็จสรรพ นางก็เอาผ้าห่มของตัวเองวางไว้อีกทาง "บ่าวขอตัวไปดูแลคุณชายหวางก่อน"
ฉู่ยี่แค่นเสียงขึ้นจมูกดัง หึ เป็การรับรู้ และดึงผ้าห่มมาห่มนอน
สุยอันกลับมาที่ห้องหนังสืออีกครั้ง ทั้งห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นสุรานางจุดเตาผิงเพิ่มอีกสองอัน จากนั้นก็เลิกมุ้งขึ้นครึ่งหนึ่ง และเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ครึ่งบานเพียงครึ่งชั่วยามกลิ่นสุราก็หายไปจนหมด
ลมหายใจของหวางจื่ออวี๋คล่องขึ้นกว่าเดิม
ทันใดนั้นก็มีคนมาเคาะประตูเรือน
บ่าวรับใช้หนุ่มสองคนขยับเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันลืมตาก็หลับต่อ
สุยอันถือโคมเดินไปเปิดประตู ขณะเดินก็คิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าอาจจะเป็เป็ห่วงจึงส่งคนมาดู
ทว่าเมื่อเปิดประตูกลับพบว่าไม่ใช่
หลินซ่งหลุนคลุมเสื้อคลุมที่บางราวกับกระดาษ รอยยิ้มคล้ายดอกกุหลาบที่บานสะพรั่ง "ข้าได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวจากเรือนเ้า จึงคิดว่าเ้ายังไม่น่านอนข้าก็นอนไม่หลับเช่นกัน จึงอยากมายืมตำราอ่านสักสองสามเล่ม"
สุยอันคลี่ยิ้ม "คุณหนูหลินอยากอ่านตำราเล่มไหนเ้าคะ"
ดวงตาของหลินซ่งหลุนวูบไหวเล็กน้อยก่อนเอ่ย "ข้าก็นึกไม่ออกเช่นกัน ข้าขอเข้าไปเลือกเองได้หรือไม่"
แผนการที่จะสำรวจห้องหนังสือถูกเปิดเผยในที่สุด สุยอันลอบถอนใจในใจทว่าใบหน้ายังคงยิ้มแย้มไม่เปลี่ยนแปลง "ช่างน่าเสียดายเ้าค่ะ วันนี้คุณชายเก้าและคุณชายหวางต่างพักอยู่ที่ห้องหนังสือไม่สะดวกที่จะเชิญคุณหนูหลินเข้าไปจริงๆ เ้าค่ะ"
ขณะที่หลินซ่งหลุนกำลังจะเอ่ยต่อ ก็มีคนกลุ่มใหญ่เดินเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินพอดีด้านหน้ามีหญิงรับใช้าุโถือโคมไฟนำทางสองคน เสียงคุยเสียงหัวเราะดังขึ้นขัดบทสนทนา
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้จึงเห็นว่าเป็สาวใช้ขั้นหนึ่งข้างกายของฮูหยินผู้เฒ่าจื่อยวี่
จื่อยวี่ระบายยิ้ม "เด็กดี เ้ารู้ว่าข้าจะมา จึงออกมารอรับก่อนเช่นนั้นหรือ" เพราะนางอายุมากกว่า ซ้ำยังมีความลับที่รู้เฉพาะกับสุยอันแค่สองคนดังนั้นเวลาพูดคุยหยอกล้อจึงดูสนิทสนมกันเป็พิเศษ
จื่อยวี่พูดจบถึงเห็นหลินซ่งหลุนที่ยืนหัวโด่อยู่ด้านข้าง เพียงปรายตามองนางก็รู้แล้วว่าสตรีผู้นี้คือใครแม้ไม่ได้ใส่ชุดของสาวใช้ ทว่าอาภรณ์ที่สวมกลับเก่าโทรม ดูแล้วคงจะเป็ครอบครัวของอาจารย์หลิน
เมื่อนางรู้ว่าอะไรเป็อะไรก็ยิ้มถามสุยอัน "ผู้นี้คือใครหรือ"
ทุกคนล้วนรู้ดีแก่ใจ ทว่าแกล้งทำเป็ไม่รู้ความ ไม่รู้จักเหนื่อยกันบ้างหรือไรสุยอันทอดถอนใจอีกคำรบ พลันคิดว่าวันนี้ตนถอนหายใจไปกี่รอบแล้วก็รีบหยุดถอนหายใจทันทีเพราะถอนใจหนึ่งครั้งอายุจะสั้นลงหนึ่งปี นางยังไม่อยากด่วนจากไปเช่นนี้
"ผู้นี้คือบุตรสาวของอาจารย์หลิน คุณหนูหลินเ้าค่ะ" นางฉีกยิ้มให้จื่อยวี่ พลางเอ่ยแนะนำ
และหันมาเอ่ยกับหลินซ่งหลุน "คุณหนูหลินเ้าคะ ผู้นี้คือพี่จื่อยวี่ที่คอยปรนนิบัติอยู่ข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าเ้าค่ะ"
หลินซ่งหลุนได้ยินเช่นนั้นก็โมโหทันที การแนะนำคนต้องเริ่มจากคนที่ฐานะสูงกว่าทว่าสุยอันกลับแนะนำนางให้จื่อยวี่ก่อน นั่นก็แสดงว่าสุยอันเห็นว่าฐานะของจื่อยวี่สูงกว่านางจื่อยวี่มีฐานะอะไร นางเป็เพียงบ่าวไพร่คนหนึ่งเท่านั้น แต่นางเป็ถึงคุณหนู
การที่หลินซ่งหลุนคิดเช่นนี้ เพราะไม่ได้พิจารณาว่าตอนนี้ตนมาอาศัยอยู่ในจวนฉู่จื่อยวี่เป็บ่าวของเ้าของบ้าน คนกล่าวกันว่าผู้เป็แขกต้องทำตามเ้าของบ้าน ดังนั้นการที่สุยอันแนะนำเช่นนี้ก็ไม่ผิดอันใด
จื่อยวี่เป็ฝ่ายได้เปรียบ ทว่าก็ไม่ได้แสดงท่าทีข่มผู้อื่นแต่อย่างใดนางเพียงยิ้มและยอบกายเคารพ "คุณหนูหลิน"
หลินซ่งหลุนวางมาดพยักหน้ารับเบาๆ "ที่แท้ก็เป็พี่จื่อยวี่ที่คอยปรนนิบัติฮูหยินผู้เฒ่านี่เองซ่งหลุนขอคารวะ"พูดจบถึงยอบกายคำนับ
จื่อยวี่รีบเปลี่ยนเื่ทันที ทั้งสองทักทายพูดคุยกันพักใหญ่จื่อยวี่ถึงได้หันมาเอ่ยกับสุยอัน "ฮูหยินผู้เฒ่าไม่วางใจ จึงส่งข้ามาดู"
หลินซ่งหลุนเห็นดังนั้นจึงขอตัวกลับก่อน
สุยอันพาจื่อยวี่ไปดูหวางจื่ออวี๋ สีหน้าเขาแดงเรื่อ ท่านอนน่ารักจื่อยวี่จึงค่อยเบาใจ เมื่อหันไปเห็นบ่าวรับใช้หนุ่มที่ยืนง่วงงุน กำลังจะเอ่ยปากสั่งสอนแต่ก็ถูกสุยอันดึงมือเอาไว้ก่อน "ท่านพี่ คุณชายเก้ากลัวว่าจะทำให้คุณชายหวางลำบาก จึงให้ข้ามาเฝ้าคุณชายหวางที่นี่ส่วนตัวคุณชายเก้าพักอยู่อีกห้อง ข้าพาท่านพี่ไปหาคุณชาย ไม่แน่ว่าคุณชายเก้าอาจจะยังไม่นอน"
*ห้องเอ่อร์ฝาง คือห้องขนาดเล็กที่สร้างขนาบข้างห้องหลักซ้ายขวาเป็รูปแบบอาคารในราชวงศ์ฮั่น ซึ่งเหมือนกับใบหูสองข้างของคนคนสมัยก่อนจึงเรียกว่าห้องหู(耳房)
******ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/b42d15240c9075c343f762590f4baa36
***เวลาแชร์หรือเมาท์มอยนิยายเื่แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพที่ไหนขอฝากแฮชแท็ก #แม่สาวใช้ตัวดีในจวนท่านแม่ทัพ #readAwrite ด้วยน้า