กำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 4 บทที่ 94 หลั่งเลือดเคล้าน้ำตา

            บทที่ 94 หลั่งเลือดเคล้าน้ำตา

            “โฮก!!!”

            ในช่องทางแคบๆ ของแม่น้ำสือเหล่ยคำรามอย่างดุเดือด ดวงตาของเขาที่สว่างราวกับระฆังทองแดงอาบไปด้วยสีแดงก่ำเขากระแทกกำแพงภูเขาด้วยร่างกายที่ห่อหุ้มด้วยแสงของเกราะเงินทีละครั้งทำให้กรวดหินกลิ้งตกลงมา รอยแตกร้าวบนก้อนหินมากขึ้นเรื่อยๆ

            ท้องฟ้าสั่นสะท้านแผ่นดินสั่นสะเทือน สายฟ้ากึกก้องกัมปนาท ราวกับเป็นสถานที่แห่งความตาย

            ด้านหน้าเสียงคำรามของสัตว์ปีศาจปกคลุมไปทั่วบริเวณ ดุร้ายและน่ากลัวจนทำให้ผู้คนตัวสั่น

            ด้านหลังเสียงการต่อสู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุดจนแทบกระอักเลือด แสงอาวุธกระทบกับคลื่นน้ำและอากาศอันเย็นเยียบก็เพียงพอให้ไม่อาจยืนได้มั่น

            นี่เป็นสถานการณ์ที่สิ้นหวังนี่คือช่วงเวลาแห่งความเป็นและความตาย

            “เจ้าก้อนหิน เจ้าจะทำอะไร! กลับมานะ!!”

            ฉู่อวิ๋นตื่นตระหนกและรีบวิ่งออกไปจับแขนของสือเหล่ยด้วยมือเดียวแล้วพยายามดึงเขากลับมา

            แม้ว่าสถานที่แห่งนี้จะแคบมากแต่เหล่าสัตว์ปีศาจก็ผลัดกันวิ่งเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความเร็วนี้ในไม่ช้าสือเหล่ยต้องโดนพวกมันบดเป็นชิ้นๆ แน่

            “โฮก! พี่ฉู่ รีบกลับไป!!”

            สือเหล่ยตะโกนเสียงดังกล้ามเนื้อทั่วร่างกายของเขาขยายขึ้น วิญญาณยุทธ์เกราะเงินเปล่งประกายแวววาวทำให้ฉู่อวิ๋นตกใจจนต้องถอยห่างออกไปหลายก้าว

            ทั้งที่ปกติแล้วชายคนนี้ไม่ได้แข็งแกร่งไปกว่าเขาสักเท่าไรแต่ตอนนี้ในช่วงเวลาวิกฤติเขากลับใช้พลังของพรสวรรค์วิญญาณยุทธ์เผาผลาญพลังปราณสุดท้ายความแข็งแกร่งของเขาเพิ่มขึ้นจนกระแทกฉู่อวิ๋นกระเด็น

            เจ้าหินก้อนนี้กำลังเสี่ยงชีวิตอยู่!

            “ไอ้ก้อนหินโง่! เจ้าทำอะไรอยู่! หยุดบ้าได้แล้วจัดการกับสัตว์ปีศาจที่อยู่ข้างหน้ากันเถอะไม่นานเฟิงเยี่ยนก็จะฆ่าอสุรกายน้ำตาทองได้แล้ว! กลับมา!”

            เมิ่งชานตกใจจนเสียสติและวิ่งไปโอบรอบเอวอันหนาแน่นของสือเหล่ยพยายามดึงเขากลับ แต่สุดท้ายเขาก็ถูกต้านกลับด้วยแรงที่เท่ากัน

            การโจมตีครั้งนี้เผาผลาญพลังชีวิตทำให้ร่างอันใหญ่โตเริ่มเกิดรอยแตกระหว่างกล้ามเนื้อที่ปูดโปนจนหลั่งเลือดออกมาหยดลงบนเสื้อผ้าและแม่น้ำ ย้อมจนกลายเป็นสีแดง

            “อ้าก!!!”สือเหล่ยอดทนต่อความเจ็บปวด กัดริมฝีปากเรียกสติ และตะโกนเสียงดัง “โฮก!เจ้าดูที่ด้านหน้าสิ สัตว์ปีศาจตั้งมากมายพุ่งเข้ามาขนาดนั้นพวกเราต้านไม่ไหวหรอก!"

            “เหล่าเมิ่ง เก็บพลังไร้สาระที่เจ้าว่านั่นไปให้พ้นหน้าข้า!เกรงว่าตอนนี้แม้จะยกธนูเจ้ายังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!”

            “พี่ฉู่ แม้ว่าเจ้าจะแข็งแกร่งจนไม่อาจจินตนาการได้แต่แม่นางอีกสองคนที่อยู่ข้างหลังยังรอให้ท่านไปปกป้องถ้าตอนนั้นเกิดเรื่องวุ่นขึ้นมา ท่านปกป้องพวกนางไว้ไม่ได้แน่!”

            “และเฟิงเยี่ยน เขาในตอนนี้ไม่อาจฆ่าอสุรกายน้ำตาทองได้แน่!แม้ว่าข้าจะโง่แต่ข้าก็รู้ดี!”

            “คืนนี้ พี่น้องหลายคนเสียชีวิต พี่ซ่งเสียสละ ส่วนข้า...ถ้ายังรั้งอยู่ก็รังแต่จะเป็นภาระ ตอนนี้ ให้ข้าทำสิ่งสุดท้ายเพื่อพวกเจ้าเถอะ!”

            “อย่าห้ามข้าเลย! โฮก——!!!”

            หลังจากพูดจบ สือเหล่ยก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและคำรามเสียงแหบแห้งราวกับกำลังจะทะลวงผ่านภูเขาและแม่น้ำด้วยความโกรธกล้ามเนื้อทั่วทั้งร่างขยายเป็นรูปร่างที่น่ากลัว กระแสเลือดพุ่งออกจากร่างกายทั้งตัวคล้ายถูกอาบไปด้วยเลือด

            เขาเปล่งรัศมีที่น่าเกรงขามดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีขาว เส้นเลือดตามหน้าผากปูดโปนเหมือนมังกรที่กลายร่างเป็นมนุษย์พุ่งชนกำแพงภูเขาอย่างต่อเนื่องด้วยพลังอันน่าพรั่นพรึง

            “ตูม--!”

            ทุกครั้งที่เกิดการปะทะกันจะมีเสียงเนื้อและกระดูกแตกหักให้ใจสั่น

            แต่สือเหล่ยไม่กลัวซ้ำพลังปราณของเขากลับเพิ่มสูงขึ้นวิญญาณยุทธ์เกราะคู่วัวเงินส่องแสงเจิดจ้าราวกับว่ามันเป็นดาวที่สุกใสที่สุดในแม่น้ำสายนี้

            “ตูม ตูม ตูม!”

            กำแพงภูเขาพังทลาย ก้อนหินกลิ้งลงมาเสียงดังสนั่นผสานกับเสียงคำรามของสัตว์ปีศาจ หยาดเลือดสาดกระเซ็นน่าเศร้าอย่างยิ่ง

            กำแพงภูเขาทั้งสองด้านแตกเป็นเสี่ยงๆภายใต้การโจมตีและแรงผลักดันของฝูงสัตว์ปีศาจอย่างต่อเนื่อง รอยแตกก็ค่อยๆปรากฏขึ้น

            สือเหล่ยใช้ร่างกายชนกำแพงกำแพงภูเขาทั้งสองด้านจึงพังถล่มลงมาขวางทางเข้าออกทันที ทำให้ทุกคนรอดชีวิต

            แต่เพราะเขาชนภูเขาในที่ที่แคบที่สุดแม้ว่าจะสำเร็จ แต่สุดท้ายก็จะถูกฝังอยู่ในหิน ร่างกายจะถูกบดขยี้จนแหลกลาญ

            เมื่อมองดูกำแพงภูเขาที่พังทลายทั้งซ้ายขวาเศษหินปลิวว่อนส่งเสียงกึกก้อง ทุกคนก็รู้ถึงความตั้งใจของสือเหล่ยทันทีความรู้สึกโศกเศร้าตีตื้นขึ้นมาในใจ

            ชายร่างใหญ่คนนี้ต้องการเสียสละตัวเองเหมือนกับซ่งอี้!ช่วยเหลือผู้อื่น!

            “ให้ตายเถอะ กลับมานะ! กลับมา-”

            ดวงตาของเมิ่งซานเปลี่ยนเป็นสีแดงเขารีบวิ่งไปหาสือเหล่ย กอดขาของอีกคนไว้แน่นด้วยแรงทั้งหมดที่มีและตะโกนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อพยายามหยุดเขา

            แต่สือเหล่ยได้เปลี่ยนพลังชีวิตของตนเป็นความแข็งแกร่งอันบ้าคลั่งไปแล้วเขาไม่อาจหยุดมือได้ง่ายๆแม้ว่าเงาของวิญญาณยุทธ์เกราะคู่วัวเงินยังคงส่องแสงเจิดจ้า แต่หากมองใกล้ๆจะเห็นว่ามีรอยแตกปรากฏอยู่

            เงาวิญญาณยุทธ์เป็นศูนย์รวมพลังชีวิตของนักรบวิญญาณหากแตกสลาย ก็รับรู้ได้ว่าชีวิตของนักรบนั้นอยู่ได้อีกไม่นาน

            หากเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ว่าอย่างไรสือเหล่ยก็ต้องตายอยู่ดี

            “เจ้า... เจ้าก้อนหิน! เจ้ายังจำครั้งแรกที่ข้าสู้กับเจ้าได้หรือไม่? ตอนที่ข้าต่อยเจ้าสลบได้ด้วยหมัดเดียว?” ดวงตาของฉู่อวิ๋นเต็มไปด้วยน้ำตา แต่ปากของเขากลับสั่นระริกเขาห่อตัวโอบรอบแขนของสือเหล่ยไว้แน่น เสียงแหบแห้ง “คราวนี้... ข้าก็ยัง...พาเจ้ากลับไปได้!”

            คำพูดของฉู่อวิ๋นอ่อนโยนมากเมื่อเทียบกับเสียงคำรามของสัตว์ปีศาจทั้งหลายแหล่เขาใช้กำลังทั้งหมดเพื่อดึงสือเหล่ยกลับมา

            เขาไม่อาจมองเห็นชายคนนี้ตายต่อหน้าต่อตาเขาได้อีก!

            “ผู้เฒ่าเหยาและคนอื่นๆ ก็เป็นเช่นนี้...”

            “หัวหน้าซ่งก็เช่นนี้...”

            “เจ้าหินโง่... เจ้าก็เป็นเช่นนี้!”

            ดวงตาของฉู่อวิ๋นเบิกกว้างหลั่งเลือดเคล้าน้ำตา สีหน้าโศกเศร้าอย่างยิ่ง เส้นเลือดบริเวณแขนแตกออกกล้ามเนื้อโป่งพอง

            “เจ้าจะไม่ตาย... เจ้า...จะไม่!” เขากัดฟัน พ่นลมออกจากปากเส้นเลือดบนหน้าผากปูดออกมา ดวงตาจ้องเขม็งไปข้างหน้า

            แต่สือเหล่ยเดิมก็มีร่างกายที่แข็งแกร่งทั้งในเวลานี้เขาได้เปิดใช้พรสวรรค์วิญญาณยุทธ์เกราะคู่วัวเงินเพื่อแลกกับพละกำลังอันน่าพรั่นพรึงแล้วเขาไม่อาจปล่อยผ่านไปได้

            “พวกเจ้ารีบไป! ไป!!"

            สือเหล่ยตะโกนอีกหลายครั้งเมื่อถูกฉู่อวิ๋นดึงกลับไปได้ครึ่งก้าว ดวงตาของเขาก็เบิกโพลงทันทีเงาวิญญาณยุทธ์ที่ฉายแสงอยู่ด้านหลังก็แตกร้าวพร้อมกับพลังของเขาที่เพิ่มมากขึ้น

            ยามนี้แม้ว่าจะมีอีกสองคนยื้อยุดร่างเขาไว้ แต่เขาก็ยังคงโจมตีต่อไปอย่างสิ้นหวังความแข็งแกร่งนั้นช่างน่าตกใจ

            นี่คือการเอาชีวิตไปเสี่ยงทุกครั้งที่กระแทก ร่างกายของสือเหล่ยก็จะบอบช้ำลงเรื่อยๆ

            “ไม่ว่าเรื่องอะไร...เราจะเผชิญมันด้วยกัน! พวกเราสู้ได้...พวกเราอดทนผ่านมันไปได้แน่!”

            ฉู่อวิ๋นยังคงมีสีหน้าเศร้าโศกแม้ว่าเขาจะรู้จักสือเหล่ยได้เพียงไม่กี่วัน แต่เขาได้รับการดูแลอย่างดีมาตลอดทางทั้งสองรักใคร่กลมเกลียว มิตรภาพแน่นแฟ้น

            ดังนั้นเมื่อเห็นชายร่างใหญ่ที่ซื่อสัตย์คนนี้พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อปกป้องทุกคนจนหลั่งเลือดออกมาทั่วร่างกายพาลให้คิดถึงซ่งอี้ที่เสียชีวิตอย่างกล้าหาญเมื่อครู่นี้น้ำตาลูกผู้ชายของฉู่อวิ๋นก็หลั่งริน ทิ้งร่องรอยคราบน้ำตาไว้บนแก้มที่เปื้อนเลือด

            “โฮก! ไปเถอะ... รีบหนีไปเถอะ!"

            “พวกเจ้ารีบหนีไปเร็ว!”

            “ตึง!”

            ยามที่เขาพูด พลังปราณของเขาก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น และเงาวิญญาณยุทธ์ที่อยู่ข้างหลังเขาก็แตกร้าวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆผลักเมิ่งซานและฉู่อวิ๋นกระเด็นออกไปพร้อมๆ กัน

            “โฮก!!!”

            ในเวลาเดียวกันหมาป่าปีศาจเพลิงทมิฬที่รวดเร็วหลายสิบตัวในกระแสสัตว์ปีศาจได้เป็นผู้นำพุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังอันดุร้ายพวกมันเจ็ดแปดตัวกระโจนเข้าใส่ร่างของสือเหล่ยโดยตรงและอ้าปากจะกัดเขา

            ทันใดนั้นร่างของสือเหล่ยก็เต็มไปด้วยหมาป่าปีศาจ น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก แต่เขาไม่กลัวทั้งยังตะโกนเสียงดังและรีบวิ่งกลับไปกลับมาระหว่างกำแพงภูเขาทั้งสองข้างทำให้เกิดเสียงดังกระแทกบดขยี้จนจ่าฝูงของหมาป่าปีศาจและสมุนต่างก็ปกคลุมไปด้วยเศษเลือดเศษเนื้อ

            “อ๊าก——! รีบไป... ที่นี่... ยกให้ข้า!”

            พละกำลังของสือเหล่ยไม่ลดลงเลยแม้ว่าแขนของเขาจะถูกหมาป่าปีศาจกัด แต่เขาก็ยังโจมตีต่อไปต่อมาก้อนหินจำนวนมากตกลงไปในแม่น้ำทำให้เกิดเสียงตกกระทบจนน้ำกระฉอกขึ้นสะท้อนแสงจันทร์

            กำแพงภูเขาสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก้อนหินกลิ้งตกลงมาทำให้เกิดเสียงสั่นสะเทือนพื้นพสุธา ในไม่ช้าสถานที่แห่งนี้ก็จะพังทลายลง แม้แต่แม่น้ำก็จะแหลกสลายไป

            “โฮก--!"

            ในขณะที่หมาป่าปีศาจหลายตัวพุ่งเข้ามาหาพวกเขาสัตว์ปีศาจที่ขับเคลื่อนด้วยมังกรอีกหลายตัวก็โฉบเข้ามาพวกนี้คือกองหน้าของสัตว์ปีศาจ พวกมันบินผ่านสือเหล่ยที่น่าพรั่นพรึงมาโจมตีฉู่อวิ๋นและเมิ่งซาน

            “ชิ้ง!”

            ฉู่อวิ๋นโกรธแค้นจนดวงตาแดงก่ำเขาโบกแสงกระบี่ออกไปสิบกว่าครั้ง สังหารสัตว์ปีศาจที่เข้ามาโจมตีทั้งหมดทันที

            แต่ชั่วครู่ต่อมาสัตว์ปีศาจระดับเก้าอย่างหมีศิลาก็พุ่งเข้ามาอีกยี่สิบตัวกรงเล็บของพวกมันเล่นแสงและโจมตีฉู่อวิ๋นทันที ทางเดินแคบๆนี้ทั้งหนาแน่นและน่ากลัว

            “อ๊าก! ข้าไม่ไป… ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น!”ฉู่อวิ๋นหลั่งน้ำตาและตะโกนร้องอย่างสลดใจ เขาโบกกระบี่ชื่อยวนในมือต่อไปเรื่อยๆสัตว์ปีศาจก็ล้มลงด้วยตัวที่เปื้อนเลือดไม่ขาดสาย

            แต่หลังจากจัดการได้ฝูงหนึ่งอีกฝูงหนึ่งก็จะพุ่งเข้ามาเพิ่มฝูงสัตว์ปีศาจมหึมาที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาเหมือนหอสูงที่อัดกันแน่นเหมือนภูตผีจากนรก เสียงคำรามของพวกมันน่ากลัวมาก

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากพวกเขารอจนกระทั่งฝูงสัตว์ปีศาจที่อยู่ด้านหลังมาถึง ทุกคนจะต้องตายทันทีอย่างแน่นอน

            “ตายซะ...ตายกันให้หมด!”

            ในเวลานี้ เมิ่งซานแลดูเคร่งขรึมราวกับว่าเขาตัดสินใจแน่แล้ว ดวงตาของเขาเป็นสีแดงเลือดลูกธนูพุ่งออกมาจากมือไม่หยุดเขารีบวิ่งเข้าไปในฝูงสัตว์ปีศาจที่แห่กันมาราวพายุและหายตัวไปในนั้น

            “พี่เมิ่ง!”

            เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉู่อวิ๋นก็ตกตะลึงเมิ่งซานรีบวิ่งไปข้างหน้าอย่างสิ้นหวัง ทำให้เกิดอาการบาดเจ็บทั่วร่างกายเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการสู้ไปกับสือเหล่ย ต้องการช่วยเขาชนกำแพงภูเขาหนาทึบนี่!

            “น่าตายนัก!” ฉู่อวิ๋นแค่นเสียงจนแหบแห้งเมื่อใดก็ตามที่กระบี่ชื่อยวนพัดผ่านไป ก็จะมีลมและเลือดพัดกระโชก

            เขาไม่ได้ใช้ทักษะกระบี่เขาแค่ฆ่าอย่างบ้าคลั่ง

            เพราะมีสัตว์ปีศาจรุมล้อมสะบัดกระบี่ไปมั่วๆ ก็ฆ่าตายไปได้หลายตัว

            “ตายซะ! ย๊า---!”

            ฉู่อวิ๋นคร่ำครวญในใจและตะโกนอย่างดุเดือดเขาสังหารพวกมันไม่หยุด พยายามช่วยเมิ่งซานและสือเหล่ย

            แต่สัตว์ปีศาจนั้นมีมากเกินไปซ้ำยังมากขึ้นเรื่อยๆ... มากขึ้นเรื่อยๆ! ช่องทางแม่น้ำอัดแน่นไปด้วยสัตว์ปีศาจ!

            “ย๊า--!”

            ฉู่อวิ๋นฟาดฟันออกไปอีกครั้งทำให้แผ่นดินแตกกระจาย เสียงของเขาแหบแห้งเขาเป็นเหมือนมังกรที่พุ่งเข้าไปในฝูงสัตว์ร้าย เข่นฆ่าทุกสิ่งทุกอย่างบรรยากาศอันหนักอึ้งเคลื่อนตามไปทุกที่ ศพกองพะเนินกลิ่นคาวสนิมคละคลุ้งเหมือนทะเลเลือด

            แต่ด้วยความเร็วในการฆ่าของฉู่อวิ๋นในตอนนี้เขาทำได้เพียงอยู่ในเส้นทางแคบๆ นี้เท่านั้นการรีบไปข้างหน้าเพื่อช่วยเมิ่งซานและสือเหล่ยนั้นไม่ต้องพูดถึง

            แค่คิดก็รู้ได้ว่าจำนวนสัตว์ปีศาจที่มีในตอนนี้นั้นน่ากลัวเพียงใด

            “คุณหนูเช่นข้าจะฆ่าพวกสัตว์หน้าเหม็นพวกนี้ให้หมด!”มู่หรงซินเองก็น้ำตาไหลเช่นกัน นางยืนอยู่ตรงหน้าพ่านพ่านยกคันธนูตามจันทร์ขึ้นสูง พลังปราณส่องแสงราวกับฟ้าร้องก่อนที่ลูกธนูจะพุ่งไปในกระแสสัตว์ปีศาจ

            แต่สัตว์ปีศาจเองก็โจมตีเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆเพื่อปกป้องผู้หญิงสองคนที่อยู่ข้างหลังฉู่อวิ๋นทำได้เพียงกัดฟันและถอยหนีอย่างต่อเนื่อง

            ในไม่ช้าเขาก็คอยปกป้องอยู่ด้านหน้าผู้หญิงสองคน โดยมีฝูงสัตว์ร้ายอยู่ข้างหน้าเขาอีกที

            หากเป็นเช่นนี้ต่อไปยังไม่ต้องพูดถึงมู่หรงซินและพ่านพ่าน แม้แต่ฉู่อวิ๋นเองก็จะต้องตายด้วยความเหนื่อยล้า

            “เวรเอ้ย...เวรเอ้ย! อ๊าก——!!!”

            ความโกรธ ความเศร้าและความเจ็บปวดยังคงอยู่ในใจของเขาทำให้ฉู่อวิ๋นเงยหน้าร้องตะโกนใส่ท้องฟ้าด้วยน้ำตาที่ยังคงไหลออกมา

            “ตึง!”

            ทันใดนั้นกำแพงภูเขาทั้งสองก็เริ่มพังทลายลง ก้อนหินเล็กใหญ่ตกลงมาทีละก้อนราวกับดาวตกที่ร่วงหล่น ส่งเสียงดังลั่นไปทั่วสายน้ำ

            น้ำในแม่น้ำกระฉอกกระเซ็นจนพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสัตว์ปีศาจจำนวนมากถูกหินตกใส่ ส่งเสียงร้องกันไม่หยุดหย่อน

            “พี่สือ! พี่เมิ่ง!”

            หัวใจของฉู่อวิ๋นคล้ายถูกควักเขาตะโกนเสียงดัง ต้องการใช้โอกาสนี้รีบไปด้านหน้าเพื่อช่วยสองคนนั้นออกมา

            แต่ในตอนนี้ สถานที่แคบๆแห่งนี้กลับวุ่นวายยิ่งนัก หินหนักจำนวนมากพังทลายและร่วงลงแม่น้ำพวกมันกองรวมกันอย่างรวดเร็วและค่อยๆ บดบังทัศนียภาพเบื้องหน้า บังคับให้ฉู่อวิ๋นต้องล่าถอยในขณะที่สังหารสัตว์ปีศาจอยู่

            “ชิ้ง!”

            หลังจากฆ่าสัตว์ปีศาจตัวสุดท้ายที่อยู่รอบตัวเขาแล้วฉู่อวิ๋นก็เงยหน้าขึ้นมองและเห็นว่ากำแพงภูเขาทั้งสองที่อยู่ตรงหน้าเขาพังทลายลงมาจนหมดแม่น้ำทั้งสายถูกปิดกั้น

            แม้ว่ายังคงมีเสียงคำรามอันทรงพลังมาจากด้านหน้าแต่พื้นที่เล็กๆ นี้ถูกตัดขาดและไม่สามารถทะลุผ่านมาได้อย่างง่ายดาย

            “ย๊า! อ๊าก——!! อ๊าก——!!!”

            เลือดเคล้าน้ำตาไหลรินอย่างต่อเนื่องฉู่อวิ๋นปักกระบี่ลงบนพื้น กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเลือดไหลเขามองขึ้นไปบนฟ้าแล้วตะโกนเสียงดัง รู้สึกราวกับว่าท้องฟ้ากำลังพังทลายลงมาเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ : เทพยุทธ์จ้าวกระบี่ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน