ดินแดนทะเลทรายไกลออกไปมองไม่เห็นความแตกต่างของแต่ละทิศ 20 คนแยกออกเป็น 3 กลุ่ม ระดับชั้นหัวกะทิแยกเป็น 4 คน หนึ่งกลุ่มซึ่งก็คือกลุ่มของเขาเอง มีตัวเขา เนลกับนีล และซีโน่ กลุ่ม 6 คนอีกหนึ่งกลุ่มเป็น โอลิเวีย เซเลีย ชาล็อต รีส ไลท์ และชายอีกคนที่เขาไม่รู้จัก ผู้มีความสามารถปกติรวมกันทั้ง 10 คนและเดินทางด้วยกันในกลุ่มนี้มี เทียร์ อยู่ในกลุ่มด้วย ในตอนแรกเขาคิดจะชวนเทียร์เดินทางด้วยกันหากว่าเธอแยกออกมาแค่ 2-3 คนแต่พอเห็นแบบนี้แล้วเองก็สบายใจ
ทุกคนตกลงเรื่องกลุ่มกันอย่างรวดเร็วหลังจากที่เข้ามา โดยมีคนหนึ่งใช้เต็นท์ขนาดกองทัพ สำหรับ 20 คนออกมา ทุกคนต่างเข้าไปด้านในและพูดคุยกันเพียงไม่นาน พอตกลงกันได้ก็ทยอยกันออกมาและเดินไปในทิศที่แตกต่างกัน กลุ่มของระดับชั้นหัวกะทิ 6 คนดูจะเป็นกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด แบ่งเป็นผู้ชาย 3 คนและผู้หญิง 3 คน
แม้ว่ากลุ่มของผู้มีความสามารถปกติจะมีด้วยกันถึง 10 คนและเป็นระดับชั้น 90-100 กันถึง 8 คนแต่ว่าทั้ง 8 คนต่างมีอายุมากกว่า 40 ปีแล้ว แต่ถ้าไม่ทราบข้อมูลจริงๆคงคิดว่าอายุประมาณ 30 กว่าๆ อย่างไรก็ตามอายุ 40 ก็ยังไม่ได้มากนักสำหรับผู้มีความสามารถ ในกลุ่ม 10 คนนั้นมี ผู้ชาย 6 คนและผู้หญิง 4 คน
สำหรับเขาแล้วจะคนเดียวหรือหลายคนถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะไม่แตกต่างกัน แต่สำหรับตัวเขาตอนนี้ที่เป็นผู้มีความสามารถและเริ่มที่จะมีเพื่อน ก็อดที่จะห่วงคนอื่นๆไม่ได้ หวังว่าการเดินทางของทุกคนจะเป็นไปด้วยดี กลุ่มของเขามีด้วยกัน 4 คนและแบ่งเป็น ผู้ชาย 2 คนและผู้หญิง 2 คน การมีนีลอยู่ในกลุ่มนับเป็นความได้เปรียบของกลุ่มเขาอย่างแท้จริง
จะว่าไปแล้วเขาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่มีใครชวนนีลเข้ากลุ่มด้วย กลุ่มผู้มีความสามารถปกติอาจจะไม่รู้ถึงความสามารถของนีล แต่ว่ากลุ่มของระดับชั้นหัวกะทิทราบดี เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว คนเยอะอาจจะนำมาซึ่งปัญหามากมาย แต่ก็มีข้อดีในตัวของมัน สำหรับเขากลุ่ม 4-5 คนค่อนข้างเป็นตัวเลขที่โอเคสำหรับการต่อสู้กับบอสต่างๆ
ตลอดทางที่เดินมากลุ่มของเราไม่ได้เงียบเหงาแต่อย่างใด ซีโน่พูดเรื่องต่างๆมากมายและชวนเนลกับนีลคุยอยู่ตลอดทาง ดูเป็นชายหนุ่มที่ค่อนข้างเข้ากับคนอื่นง่าย แตกต่างจากตัวเขาที่ไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว แม้ว่าจะดูน่ารำคาญเล็กน้อย แต่ก็ลดความตึงเครียดให้กับกลุ่มของเราได้
"ผมคิดว่าเราควรจะแบ่งหน้าที่หรืออะไรทำนองนั้นก่อนที่จะทำการต่อสู้หรือเปล่า ?" ซีโน่เสนอความคิดออกมา
"ก็ดีเหมือนกัน" เขารอเนลพูดอะไรออกมาก่อน แต่เหมือนอีกฝ่ายจะไม่พูดออกมา เขาจึงพูดสนับสนุนความคิดของซีโน่ ความจริงเขาก็กำลังคิดถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน และกำลังคิดถึงความจำเป็นของเรื่องนี้ว่า สมควรจะแบ่งหน้าที่หรือปล่อยมันไปตามสถานการณ์ พอซีโน่พูดออกเขาจึงสนับสนุน อย่างน้อยก็ขอฟังความคิดเห็นของคนอื่นๆก่อน
"เนลแล้วแต่หลินเลย"
"ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ฮ่าๆ" ซีโน่เกาหัวและหัวเราะออกมา
"นีลก็แล้วแต่เนล"
"ไหงงั้น" เขาอดที่จะเกาหัวตามซีโน่ไม่ได้ กลายเป็นว่าทุกคนเลือกเขา แม้ว่าเขาจะมีความสามารถมากที่สุดในกลุ่มก็ตาม แต่เขาไม่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้นำเหมือนกับเนล
เขาไม่ได้พูดอะไรต่อและเลิกคิดเกี่ยวกับการแบ่งหน้าที่ พอถึงสถานการณ์จริงทุกคนจะรู้หน้าที่ของตัวเอง มันก็ไม่ได้แตกต่างจากกลุ่มของเนลมีฮาร์ทและยาส ตัวเขาก็เปรียบเสมือนฮาร์ทและซีโน่ก็เปลี่ยนเสมือนยาส เนลและนีลก็ทำสิ่งที่ตัวเองถนัด แม้ว่าซีโน่จะยังไม่เข้าใจ แต่ว่าหากได้สู้กับบอสสักตัวหรือสองตัวก็คงจะเข้าใจได้เอง
"เราหยุดตั้งแคมป์ตรงนี้ก่อน ให้เนลตั้งเต็นท์ตรงนี้ เดี๋ยวหลินจะไปสำรวจด้านหน้าหน่อย ถ้าเราเดินโดยไม่มีจุดหมายแบบนี้จะเสียเวลา ตกลงนะ" เขาบอกออกมาหลังจากที่พวกเราเดินห่างจากกลุ่มอื่นๆได้ระยะหนึ่ง
"โอเค"
"ให้ผมไปด้วยไหม"
"ไม่เป็นไรนายอยู่นี่ คงใช้เวลาไม่นาน"
เขาใช้ทักษะความเร็วของอัจฉริยะและออกวิ่งทันที 1 กิโลเมตรผ่านไป 5 กิโลเมตรผ่านไป ...... 20 กิโลเมตรผ่านไป 50 กิโลเมตรผ่านไป ......................... 100 กิโลเมตรผ่านไป ................. 200 กิโลเมตรผ่านไป ยังคงเป็นทะเลทรายที่ราบเรียบตลอดทาง 300 กิโลเมตรผ่านไป เขาหยุดลงและมองไปรอบๆ มันไม่ต่างจากจุดที่เขาแยกออกมาจากกลุ่มของเขาหรือจุดที่เขาเข้ามาในดันเจี้ยนพิเศษแห่งนี้ มันไม่มีอะไรเลย แม้แต่มอนสเตอร์ตัวเล็กๆเขาก็ยังไม่เห็น ไม่ต้องพูดถึงคนอื่นๆ
ความจริงเขาต้องการที่จะวิ่งต่ออีกสักหน่อย แต่เขายังต้องวิ่งกลับอีก 300 กิโลเมตร กลุ่มของเขาอาจจะเป็นห่วงถ้าเขาไปนานเกินไป เขาจึงวิ่งกลับไปทางเดิมที่วิ่งมา ดีที่มันมีรอยเท้าของเขาอยู่ตลอดเส้นทางทำให้เขาสามารถกลับไปทางเดิมได้อย่างถูกต้อง แม้ว่ารอยเท้าบางส่วนอาจจะถูกกลบไปแล้วแต่มันก็ยังเหลือร่องรอยอยู่ ไม่งั้นเขาอาจจะหลงกับกลุ่มของเขาได้
เขาไม่รู้ว่าตัวเองใช้เวลาไปนานแค่ไหน แต่เขาคิดว่าคงจะเป็นเวลาพอสมควร เขาวิ่งกลับมามากกว่า 250 กิโลเมตรและเขารู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างที่คุ้นเคย บอส !! เขาวิ่งไปด้านหน้าไกลถึง 300 กิโลเมตรไม่เจออะไรเลย กับกันในขณะที่เขาวิ่งกลับมากับเจอ มันทำให้เขาอดที่จะรู้สึกแสดงอาการดีใจออกมาไม่ได้ เขาเกือบจะสิ้นหวังแล้วเหมือนกัน ในดันเจี้ยนปกติแม้ว่าจะไม่เจอบอสก็ยังเจอมอนสเตอร์ตามทางจำนวนมากอยู่ตลอดทาง แต่ในสถานที่แห่งนี้เขากับไม่เจออะไรเลย มันเกือบจะทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังออกมา