เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เล่มที่ 4 บทที่ 97 ไม่มีอะไรสิแปลก

            ที่บริษัทยังมีงานอีกมากมายกำลังรอให้ลู่เป๋าเหยียนเข้าไปจัดการหลังลงมาข้างล่าง เขาจึงหยิบกุญแจรถเตรียมตัวออกจากบ้านทันที

            “แม่ครับวันนี้ผมคงกลับดึก ไม่ต้องรอนะครับ”

            ถังอวี้หลันรู้ดีว่าลูกชายของตนงานเยอะจึงพยักหน้าตอบรับ

            “ไปเถอะจ้ะเดี๋ยวแม่อยู่เป็นเพื่อนเจี่ยนอันเอง”

            แต่ในขณะนี้สมองของซูเจี่ยนอันมีเพียงคำว่า คืนนี้ คืนนี้...นอนห้องเดียวกัน...เตียงเดียวกัน...

            ถังอวี้หลันเห็นสีหน้าซูเจี่ยนอันดูแปลกไปจึงถามอย่างสงสัย

            “เจี่ยนอันช่วงนี้เป๋าเหยียนกลับดึกบ่อยงั้นเหรอจ๊ะ”

            “อะไรนะคะ?”ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าหลังเรียกสติตัวเองกลับคืนมาได้

            “เปล่าคะเขาตรงกลับบ้านทันทีที่เลิกงานทุกวันค่ะ เว้นแต่งานเยอะจริงๆ”

            “งั้นก็แล้วไปพวกลูกเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน เป๋าเหยียนทำโอทีแบบนี้บ่อยๆ คงไม่ดีเท่าไรพวกลูก...”

            เห็นได้ชัดว่าถังอวี้หลันมีเรื่องอยากจะถามซูเจี่ยนอันแต่ก็อ้ำอึ้งอยู่นานเพราะไม่รู้จะเริ่มพูดอย่างไรดี ซูเจี่ยนอันจึงยิ้มก่อนจะเอ่ย

            “แม่อยากถามอะไรหนูหรือเปล่าคะถามมาได้เลยค่ะ”

            ถังอวี้หลันยิ้มก่อนจะถาม“ที่จริงแม่อยากจะถามว่า พวกลูกได้วางแผนว่าจะมีลูกเมื่อไรกันบ้างหรือยังหนูยังเด็ก เป๋าเหยียนก็ยังไม่อยู่ในวัยที่ต้องรีบร้อนอะไร แม่เองก็ไม่อยากเร่งแค่อยากจะถามหนูว่าได้คิดเรื่องนี้เอาไว้บ้างแล้วหรือเปล่า”

            ช่วงก่อนที่ถังอวี้หลันยังไม่คิดจะถามเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะอยากรอให้ความสัมพันธ์ของลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันมั่นคงเสียก่อน ซึ่งตอนนี้เธอเห็นแล้วว่าทั้งสองคนเข้ากันได้ดีแค่ไหนถ้ามีลูกตอนนี้ ครอบครัวน้อยๆ ก็จะสมบูรณ์สักทีความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนก็จะยิ่งมั่นคงหนักแน่นขึ้นอีก

            แต่ในความเป็นจริงซูเจี่ยนอันไม่เคยกล้าคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

            เธอกับลู่เป๋าเหยียน...จะไปมีลูกด้วยกันได้อย่างไร?

            “เอ่อ แม่คะ...เรื่องนี้พวกเราคงรออีกสักสองปีค่อยคุยกันน่ะค่ะ”พูดจบเธอก็หน้าแดงขึ้นมา

            “ยังจะเขินอยู่อีกหนูแต่งงานแล้วนะจ๊ะ เรื่องแบบนี้ไม่ต้องอายไปหรอกลูก” ถังอวี้หลันยิ้มขำ“คราวที่แล้วเป๋าเหยียนก็บอกแม่เหมือนกันว่าคงรออีกสองปีค่อยคิดดูท่าพวกลูกคงปรึกษากันไว้แล้ว งั้นแม่จะไม่ถามอีกเรื่องมีลูกแม่ตามใจพวกเราแล้วกันตอนนี้แม่ขอแค่พวกลูกใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขก็พอ”

            คนแก่มักจะอยากได้หลานมาอุ้มเล่นคลายเหงาถังอวี้หลันเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น เรื่องนี้ซูเจี่ยนอันรู้ดี แต่ถึงอย่างนั้นถังอวี้หลันเองก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้มาผูกมัดเพื่อรักษาความสัมพันธ์ของเธอกับลู่เป๋าเหยียนเอาไว้

            นอกจากจะซาบซึ้งในความเมตตาของถังอวี้หลันแล้วซูเจี่ยนอันก็หน้าแดงยิ่งกว่าเดิม เธอยกมือสัมผัสใบหน้าตัวเองที่เริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ

            ตอนนั้นเองชุดราตรีของซูเจี่ยนอันก็ถูกส่งมาที่บ้าน ถังอวี้หลันรีบเดินไปดูอย่างตื่นเต้นเธอแกะชุดออกมาดูอย่างละเอียดพลางยิ้ม

            “เหมาะกับหนูมาก”พูดจบถังอวี้หลันก็หันไปถามผู้ช่วยดีไซเนอร์

            “นี่เป็นชุดสั่งตัดพิเศษเพราะฉะนั้นมันควรจะมีแค่ชุดเดียวในโลก คุณมั่นใจนะว่าจะไม่ไปซ้ำกับของใคร”

            ผู้ช่วยดีไซเนอร์อดคิดถึงหานรั่วซีแต่เมื่อพิจารณาจากแบบและดีไซน์ที่ไม่เหมือนกันเลย เธอจึงพยักหน้า

            “ใช่ค่ะ คุณนาย”

            ถังอวี้หลันหยิบชุดไปทาบตัวซูเจี่ยนอัน

            “คืนวันพรุ่งนี้ลูกสะใภ้ของฉันจะต้องสวยจนคนตะลึงทั้งงานแน่ๆ”

            พูดจบถังอวี้หลันก็ยื่นชุดให้ป้าหลิวนำไปแขวนไว้ในห้องของซูเจี่ยนอัน

            คนรับใช้ในบ้านทุกคนต่างรู้ดีว่าลู่เป๋าเหยียนกับซูเจี่ยนอันมีเรื่องบางอย่างที่กำลังปิดบังถังอวี้หลันอยู่เพื่อไม่ให้ความแตก ป้าหลิวจึงนำชุดไปแขวนไว้ที่ห้องของลู่เป๋าเหยียน

            ซูเจี่ยนอันไม่ได้ว่าอะไรอย่างมากพรุ่งนี้เธอแค่เข้าไปเอาชุดในห้องเขาก็เท่านั้น

            และแล้วลู่เป๋าเหยียนกลับมาไม่ทันกินข้าวเย็นอย่างที่บอกหลังมื้อเย็นซูเจี่ยนอันและถังอวี้หลันก็นั่งดูทีวีอยู่ด้วยกันในห้องรับแขกจนกระทั่งสามทุ่มกว่าลู่เป๋าเหยียนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมา

            ซูเจี่ยนอันรู้ดีว่าถังอวี้หลันเป็นคนนอนเร็วจึงเอ่ยขึ้นว่า

            “แม่ไปนอนก่อนเถอะค่ะ”

            “ถ้าแม่เห็นเป๋าเหยียนออกจากบ้านไปแต่ไม่เห็นตอนเขากลับมา แม่รู้สึกไม่วางใจยังไงก็ไม่รู้ตอนที่บริษัทเพิ่งก่อตั้งใหม่ๆ เป๋าเหยียนมักจะโหมงานยันดึกดื่นแม่เองก็นอนไม่หลับเลยทั้งคืน...” ถังอวี้หลันพูดพลางถอดแว่นสายตาออก“นี่แหละสาเหตุที่แม่ไม่ยอมมาอยู่บ้านนี้กับเขา เจี่ยนอัน หนูลองโทรถามเขาสิว่าจะกลับมาเมื่อไร”

            ซูเจี่ยนอันนิ่งคิดไปชั่วครู่ก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาลู่เป๋าเหยียน

            เสียงสัญญาณดังขึ้นไม่นานเขาก็รับสายซูเจี่ยนอันพูดอ้ำอึ้ง

            “นายจะกลับมาตอนไหน? แม่ไม่เห็นนายกลับมาสักทีท่านนอนไม่หลับ”

            “ที่บริษัทยังมีงานต้องเคลียร์ประมาณเที่ยงคืนถึงจะกลับไปได้” ลู่เป๋าเหยียนตอบ “เธอบอกแม่ให้เข้านอนก่อนเลย”

            “โอเค งั้น...นายทำงานต่อเถอะ”

            ซูเจี่ยนอันวางสายก่อนจะบอกถังอวี้หลันไปตามจริง

            ถังอวี้หลันถอนหายใจ“งานยุ่งแบบนี้ แม่ล่ะกลัวจริงๆ ว่าเป๋าเหยียนจะเหนื่อยจนป่วยไข้บางครั้งแม่ก็อยากให้เขาเป็นแบบพ่อ เปิดแค่สำนักงานเล็กๆหาเงินพอกินพอใช้ก็พอแล้ว”

            “แม่คะตอนนี้ธุรกิจของเครือลู่มีขนาดใหญ่มาก เรื่องบางเรื่องเขาอาจจะทำตามใจมากไม่ได้”ซูเจี่ยนอันประคองถังอวี้หลันขึ้นบันไดไป

            “อย่าเป็นห่วงไปเลยค่ะบริษัทใหญ่ขนาดนี้เขายังดูแลได้ เรื่องสุขภาพเขาก็ต้องดูแลได้ดีจริงไหมคะอีกอย่างยังมีหนูอยู่ทั้งคน เพราะฉะนั้นแม่ไม่ต้องห่วงนะคะ เข้านอนเถอะค่ะ”

            ถังอวี้หลันพยักหน้าอย่างภูมิใจในตัวลูกสะใภ้

            “งั้นหนูก็รีบนอนเถอะนะ”

            ซูเจี่ยนอันช่วยปิดประตูห้องให้ถังอวี้หลันก่อนจะเดินไปยังห้องนอนของตนแต่ระหว่างทางก็นึกขึ้นได้ว่าวันนี้ตนต้องไปนอนที่ห้องลู่เป๋าเหยียนจึงเปลี่ยนทิศเดินไปอีกทาง

            ข้าวของของเธอที่ลู่เป๋าเหยียนช่วยหยิบมาให้เมื่อช่วงบ่ายยังคงอยู่ในตะกร้าซูเจี่ยนอันค่อยๆ นำพวกมันออกมา ก่อนจะนำไปวางไว้ตามที่ต่างๆ ที่ควรจะเป็นห้องนอนของลู่เป๋าเหยียนจึงเริ่มมีสีสันขึ้นมาบ้าง

            ห้องนอนของเขานอกจากผนังแล้วส่วนอื่นถูกตกแต่งโดยใช้โทนสีดำเป็นหลักขนาดของใช้ส่วนตัวบางอย่างของเขาก็ยังเป็นสีดำแต่เมื่อข้าวของขวดเล็กขวดน้อยของซูเจี่ยนอันถูกนำไปวางไว้ ก็ทำลายบรรยากาศทึมๆ เหล่านี้ไปจนหมด

            เธอกับลู่เป๋าเหยียนช่างต่างกันเหลือเกิน

            หลังจัดของเสร็จซูเจี่ยนอันก็หยิบชุดนอนเข้าไปอาบน้ำ

            เพื่อไม่ให้ลู่เป๋าเหยียนเข้าใจผิดเธอจึงหยิบชุดนอนผ้าฝ้ายแสนมิดชิดออกมา แต่เพราะเธอใช้มือไม่ค่อยถนัดทำให้ถอดเสื้อผ้าได้อย่างยากลำบาก ถอดไปถอดมาก็เผลอไปโดนแผลเข้าให้จนเจ็บน้ำตาซึม

            เธอหมดอารมณ์จะจัดเก็บเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยจึงโยนเข้าไปในตะกร้าผ้าที่ใช้แล้ว ก่อนจะเดินเข้าห้องนอนไปหลังอาบน้ำเสร็จ

            ห้องนอนของเขาดีไซน์ค่อนข้างเรียบง่ายในห้องมีเพียงเตียงขนาดใหญ่ราวสองเมตรตั้งตรงอยู่กลางห้องเท่านั้นที่เป็นจุดเด่นซูเจี่ยนอันเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะปีนขึ้นไปนอน

            หมอนและผ้าห่มยังคงมีกลิ่นอายของเขาหลงเหลืออยู่ซูเจี่ยนอันไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นสาวโรคจิตไปตั้งแต่เมื่อไร เธอหยิบมันขึ้นมาดมก่อนหัวใจจะเริ่มเต้นแรง

            และกอดผ้าห่มเอาไว้แน่นก่อนจะหลับตาลง

            ส่วนเรื่องที่ว่าลู่เป๋าเหยียนจะกลับบ้านไหมจะเกิดเรื่องอะไรหรือเปล่านั้นซูเจี่ยนอันไม่ได้คิดฟุ้งซ่านเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว

            ทุกคนต่างรู้ดีว่าพวกเธอคือสามีภรรยากันในสายตาคนนอก พวกเธอดูรักกันดี ถ้าไม่มีเรื่องขัดแย้งอะไรสักอย่าง...ก็คงจะแปลกเกินไปจริงไหม?

            คิดได้ดังนั้นซูเจี่ยนอันก็หลับไปอย่างสบายใจ

            กว่าลู่เป๋าเหยียนจะกลับมาก็เที่ยงคืนแล้วเมื่อเข้ามาในห้อง ก็เห็นซูเจี่ยนอันหลับอยู่บนเตียงของเขาน่าแปลกที่วันนี้เธอไม่เตะผ้าห่มออก แถมนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างเรียบร้อยมีเพียงศีรษะเท่านั้นที่โผล่ออกมา ลมหายใจของเธอเป็นจังหวะแผ่วเบานอนหลับปุ๋ยราวกับเด็กน้อย

            ภาพดังกล่าวโจมตีหัวใจของลู่เป๋าเหยียนไม่น้อยเขาเดินเข้าไปจ้องเธอใกล้ๆ แพขนตางอนยาวที่อยู่บนเปลือกตาของเธอราวกับปีกนกที่ทำให้เธอสามารถโบยบินจากเขาไปได้ทุกเมื่อ

            เขาค่อยๆ ดึงผ้าห่มออกก่อนจะเห็นแขนขวาที่ถูกเธอล้างคราบยาไปจนหมดสิ้น

            กะแล้วเชียวว่าเธอจะต้องลืมทายา...

            คนซุ่มซ่ามไม่รอบคอบแบบนี้เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอใช้ชีวิตอยู่เมืองนอกคนเดียวได้อย่างไร

            ลู่เป๋าเหยียนหยิบยาที่ตั้งอยู่บนหัวเตียงก่อนจะช่วยพ่นยาให้เธอ อาจเพราะยามีฤทธิ์เย็น ซูเจี่ยนอันจึงขยับแขนหนีเขาจึงดึงมือเธอกลับมา

            “อยู่นิ่งๆ สิ”

            เธอหยุดนิ่งในทันทีก่อนจะปล่อยให้เขาพ่นยาอย่างว่าง่าย

            ลู่เป๋าเหยียนกำลังจะยกผ้าห่มคลุมตัวเธอดังเดิมแต่จู่ซูเจี่ยนอันกลับนอนดิ้นเตะผ้าห่มไปอีกทางพลางบ่นงึมงำราวกับกำลังฝันเรื่องอะไรสักอย่าง

            ขาเรียวยาวที่โผล่ออกมาเมื่อค่อยๆ มองไล่ขึ้นไป ก็จะเห็นเรือนร่างอันงดงามของเธอ

            ลู่เป๋าเหยียนลอบกลืนน้ำลายเขารีบห่มผ้าให้ซูเจี่ยนอัน ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว

            ห้องน้ำของเขามีขนาดใหญ่ก็จริงแต่โดยปกตินอกจากของใช้และอุปกรณ์จำเป็นต่างๆ ในห้องน้ำแล้วเขาไม่ได้มีข้าวของอะไรมากมายแต่วันนี้ในห้องน้ำแสนกว้างกลับมีข้าวของของซูเจี่ยนอันวางเอาไว้เต็มไปหมดของใช้หลากหลายสีสันส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายกับกลิ่นอายของเธอทำให้บรรยากาศของห้องน้ำนั้นดูสดใสขึ้นกว่าเดิม

            ที่จริงเขาไม่ชอบสิ่งของสีสดๆและยิ่งไม่ชอบใจหากมีของมากมายวางระเกะระกะอยู่แบบนี้แต่น่าแปลกก็ที่วันนี้เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจมัน

            หลังอาบน้ำเสร็จลู่เป๋าเหยียนก็เดินกลับมาในห้องนอน แล้วก็พบว่าซูเจี่ยนอันนอนดิ้นจนผ้าห่มมากองรวมกันอยู่ที่เอวเขาขึ้นไปนอนบนอีกฝั่งของเตียง และจะหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เธอราวกับซูเจี่ยนอันรู้ว่าเขาอยู่ตรงนี้ เธอพลิกตัวเขยิบเข้าหาเขาในทันที

            เธอขยับมาซบข้างกายเขาราวกับเด็กน้อยที่กำลังหลบพายุฝนลมหายใจของเธอดูสบายใจไร้กังวล

            ไม่ว่าเธอจะคิดพึ่งพาเขาจริงหรือไม่แต่เมื่อเห็นภาพดังกล่าวความอบอุ่นก็แทรกซึมเข้ามาในจิตใจของลู่เป๋าเหยียนจนหัวใจอ่อนยวบ

            เขาตะแคงตัวหันข้างเล็กน้อยซูเจี่ยนอันเขยิบเข้ามาในอ้อมกอดของเขาในทันที เขายื่นแขนโอบเอวบางของเธอพลางรู้สึกว่าคนตรงหน้าเขานี่แหละที่เข้ามาเติมเต็มโลกทั้งใบของเขา

            ทำไมโลกใบนี้ถึงมีคนแบบนี้อยู่กันนะ? คนที่สามารถทำให้เขาโมโหในชั่วพริบตาแต่ในวินาทีต่อมาก็ทำให้เขาสงบลงได้ ทั้งที่เธอยังไม่ทันทำอะไรแต่ในบางครั้งเขากลับรู้สึกว่า เธอคนนี้คือคนที่ให้โลกทั้งใบกับเขา

            ซูเจี่ยนอันเหมือนจะรู้ว่าลู่เป๋าเหยียนกำลังถอนหายใจเธอดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของเขาเล็กน้อยราวกับจะประท้วงลู่เป๋าเหยียนจึงกอดเธอแน่นขึ้นกว่าเดิม

            ทั้งที่รู้ดีว่าเธอกำลังนอนฝันอยู่ตรงนี้ ไม่มีทางหนีไปไหนได้แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะใช้แรงกอดเธอเอาไว้แน่น

            ในเมื่อเธอเป็นคนเข้ามาหาเขาก่อนงั้นก็อย่าหาว่าเขาไม่ยอมปล่อยมือจากเธอแล้วกัน

            ...

            หลายชั่วโมงให้หลังพระอาทิตย์ก็ค่อยๆ ขึ้นจากทางทิศตะวันออก ก่อนท้องฟ้าจะเริ่มส่องสว่าง

            ซูเจี่ยนอันสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาโดยลืมเรื่องที่ตนกำลังนอนอยู่ในห้องของลู่เป๋าเหยียนและเรื่องที่ตนแขนเจ็บอย่างสิ้นเชิง เธอพลิกตัวอย่างไม่ระวังจึงเผลอไปโดนแผลของตัวเอง

            “โอ๊ย!”เสียงร้องโอดโอยดังขึ้นก่อนเจ้าตัวจะตื่นเต็มตา

            “โง่จริงๆ” ลู่เป๋าเหยียนตลบผ้าห่มออก“ลุกขึ้น”

            เดิมทีซูเจี่ยนอันกำลังทำท่าอยากจะร้องไห้แต่เมื่อได้ยินเสียงของลู่เป๋าเหยียนก็ตกใจจนลืมความเจ็บปวดไปจนหมดเธอหันหน้าไปหาเขาอย่างตื่นตระหนก

            เขาจริงด้วย!

            “นาย...”เธอกำลังจะถามว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ในห้องเธอแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานถังอวี้หลันมาที่นี่ จึงรีบเปลี่ยนคำพูดกลางคัน

            “นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไร?”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่ ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663