ในห้องพิเศษของร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองหลวงของราชวงศ์เพลิงสวรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบและอุดมไปด้วยกลิ่นอาหารอันหอมกรุ่น เสียงสนทนาอันแผ่วเบาค่อย ๆ ดังก้องในห้องนั้น
"นายน้อย ท่านคิดว่ามันจะได้ผลจริง ๆ หรือเจ้าค่ะ?" หญิงสาวในชุดสีเข้มซึ่งนั่งอยู่ใกล้ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความลังเล
ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ นาง เขามีใบหน้าหล่อเหลาและรอยยิ้มอันชั่วร้าย เขามองหญิงสาวด้วยแววตาที่เย็นชา ก่อนจะเอ่ยอย่างมั่นใจ "แน่นอนว่ามันจะสำเร็จแน่นอน... หลี่หวงถูกตราหน้าว่าเป็นขยะมาตลอดไม่ว่าเรื่องอะไรก็ทำไม่ได้ดีสักอย่าง ขยะยังไงก็เป็นขยะอยู่วันยังค่ำ ถึงแม้เขาจะมีกองทัพที่แข็งแกร่งแต่ตัวหลี่หวงนั้นจะอ่อนแออย่างแน่นอนเชื่อข้าสิ ข้ารู้จักพี่ชายข้าดีเพราะว่าข้าเคยอยู่กับเขามาตั้ง 16 ปีเลยนะ"
ชายหนุ่มยกจอกสุราในมือขึ้นจิบเบา ๆ อย่างผ่อนคลาย ขณะสายตาของเขามีแววเหยียดหยามที่ยากจะซ่อนเอาไว้อยู่ หญิงสาวจ้องมองนายน้อยของตนด้วยแววตาที่กังวลเล็กน้อย ก่อนจะตอบรับอย่างนอบน้อม "รับทราบเจ้าค่ะนายน้อย ข้าจะทำตามแผนที่ท่านได้วางไว้ทุกประการ"
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วสามวัน ภายในพระราชวังอันกว้างใหญ่ของราชวงศ์เพลิงสวรรค์ หลี่หวงกำลังนั่งอยู่ในห้องส่วนตัวของเขา เขาจรดพู่กันลงบนกระดาษ เพื่อบันทึกแผนการสำหรับพัฒนาราชวงศ์ขั้นต่อไป
ขณะที่หลี่หวงเขียนแผนการต่าง ๆ อยู่นั้น เงาทมิฬคนหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นจากเงามืดในห้อง เขาคุกเข่าลงต่อหน้าหลี่หวงและรายงานด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเคารพ
"ท่านองค์จักรพรรดิ ตอนนี้กองทัพทุกหน่วยเข้าประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้วขอรับ"
เมื่อได้ยินคำรายงานนี้ หลี่หวงวางพู่กันลงบนแท่น รอยยิ้มบางปรากฏขึ้นบนใบหน้า เขาพลางคิดถึงช่วงเวลาสามวันที่ผ่านมา
ในช่วงเวลานั้น ระบบการเงินและความเป็นอยู่ของประชาชนได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็ว หอการค้าของราชวงศ์เพลิงสวรรค์เริ่มตั้งตัวได้อย่างมั่นคง การหมุนเวียนของเงินตราภายในราชวงศ์ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลี่หวงยังได้จัดสรรข้าราชการและขุนนางใหม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นคนจากกองทัพบัลลังก์ทองคำ ไปยังเมืองต่าง ๆ เพื่อทำการควบคุมและบริหารบ้านเมืองอย่างเป็นระบบ
ในขณะเดียวกัน การสอบจักรพรรดิเพื่อคัดเลือกผู้บริหารใหม่ที่เคยวางแผนไว้ กลับกลายเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นอีกต่อไป เนื่องจากหลี่หวงมีคนจากกองทัพบัลลังก์ทองคำซึ่งมีความสามารถอยู่ในระดับยอดเยี่ยม ในการบริหารจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลี่หวงจึงตัดสินใจมุ่งเน้นไปที่การเกณฑ์ทหารเข้ากองทัพมากกว่า
ส่วนที่ภาคเหนือ ฟาร์มขนาดใหญ่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นเรื่อย ๆ และใกล้สำเร็จแล้วเร็วๆนี้น่าจะไม่เกิน 1 วัน เนื่องจากว่า จือหยวน แม่ทัพของกองทัพบัลลังก์ทองคำ ได้รับคำสั่งจากหลี่หวงให้ลงไปกำกับดูแลด้วยตนเอง เพื่อให้มั่นใจว่าฟาร์มเหล่านั้นจะสามารถผลิตอาหารให้เพียงพอต่อความต้องการของทั้งราชวงศ์ในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับทหารจากเมืองต่างๆ ที่ต้องทำงานเพื่อชดใช้ความผิดในข้อหาต่างๆ หลายล้านคนรวมถึงประชาชนจากภาคเหนือก็ได้เข้าไปช่วยทำฟาร์มด้วยเนื่องจากว่ามีอาหารให้กินฟรี 3 มื้อ
ใน 3 วันที่ผ่านมากองทัพของหลี่หวงมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างมาก เช่น ทหารม้ามังกรดำ 17,700 นาย, หน่วยลับเงาทมิฬ 22,100 คน และกองทัพบัลลังก์ทองคำอีก 16,000 นาย ที่ภาคตะวันตก มีกองทัพทหารม้ามังกรดำ 17,700 นายพร้อมโจมตีราชวงศ์ขนนกตลอดเวลา ส่วนที่ภาคใต้ มีหน่วยลับเงาทมิฬ 10,000 คน พร้อมจะโจมตีนิกายหมัดสายฟ้า และที่ภาคตะวันออก มีหน่วยลับเงาทมิฬอีก 10,000 คน พร้อมทำลายราชวงศ์ดาบเสมอ ในขณะที่หน่วยลับเงาทมิฬอีก 2,100 นายมีหน้าที่รวบรวมข้อมูลข่าวกรองจากภูมิภาคอื่นๆ
หลี่หวงยังมีกองทัพบัลลังก์ทองคำ 16,000 นายโดย 8,000 คนประจำการอยู่ที่เมืองหลวงคอยดูแลรักษาความปลอดภัยและจัดการหอการค้าต่าง ๆ ส่วนที่เหลืออีก 8,000 นายกระจายอยู่ตามเมืองต่าง ๆ ของราชวงศ์เพลิงสวรรค์ เพื่อควบคุมและจัดการควบคุมสิ่งต่าง ๆ ภายในเมือง
หลังจากพิจารณาแผนการอย่างละเอียด หลี่หวงจึงออกคำสั่งขึ้นทันที
"เริ่มโจมตีได้! หากมีใครที่กล้าต่อต้าน ไม่จำเป็นต้องปรานีมัน ฆ่าพวกมันให้หมด! ส่วนพวกบุคคลที่สำคัญจงฆ่าพวกมันทิ้งให้หมด รวมถึงครอบครัวของพวกมันด้วยอย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
เงาทมิฬที่ได้ยินคำสั่งนั้นแล้วเขาทำความเคารพและรีบออกไปส่งคำสั่งทันที หลี่หวงนั่งลงและเขียนสิ่งที่เขากำลังวางแผนไว้ มันเป็นการออกแบบเรือสำหรับการใช้งานในภาคเหนือที่ติดกับทะเล
ตัดภาพไปยังชายแดนทั้งสามทิศ การโจมตีได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกันทั้งสามทิศทาง ในภาคตะวันตก กองทัพทหารม้ามังกรดำ เคลื่อนพลเข้าสู่เมืองชายแดนของราชวงศ์ขนนกทันที เมืองนี้มีทหารกว่า 500,000 นายประจำการอยู่ แต่ทหารส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับการบ่มเพาะเพียงแค่ระดับสร้างรากฐานหรือการควบคุมชี่เท่านั้น ส่วนแม่ทัพที่รับผิดชอบในเมืองนี้มีพลังเพียงแค่ระดับนิพพานขั้นที่ 9 เท่านั้น
ในคฤหาสน์ของเจ้าเมือง เสียงงานเลี้ยงที่สนุกสนานของเหล่าทหารยศสูงๆ ที่กำลังดื่มสุราและเพลิดเพลินไปกับนารี แม่ทัพใหญ่หัวเราะออกมาดังลั่น
"เอาเหล้ามาอีก! ข้ายังต้องการมากกว่านี้ ฮ่าฮ่า!"
ขณะที่รองแม่ทัพอีกคนกำลังดื่มและกอดสตรีข้างกาย เขากล่าวขึ้น
"สาวน้อย เจ้าเป็นของข้าแล้ว!"
แต่ในขณะที่ความสนุกสนานกำลังดำเนินไป ทันใดนั้น ทหารคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามาพร้อม ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนก
"ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ ศัตรู……"
คำพูดของเขาหยุดลงทันที หัวของทหารคนนั้นหลุดออกจากร่างและกลิ้งตกลงบนพื้น ท่ามกลางความเงียบงันที่เกิดขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น
แม่ทัพใหญ่หรี่ตามองศพทหารที่นอนอยู่บนพื้นพร้อมเก็บดาวเข้าฝัก ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย
"เจ้าเป็นสายลับสินะ ข้าไม่เชื่อเรื่องไร้สาระของเจ้าหรอก มาเอาศพมันออกไป แล้วเอาเหล้ามาให้ข้าอีก……"
ทันใดนั้น หัวของแม่ทัพใหญ่ก็ถูกตัดออกจากร่าง กลิ้งไปบนพื้นพร้อมกับเลือดที่ไหลกระเซ็นออกมา หญิงสาวในคฤหาสน์กรีดร้องด้วยความตกใจ รองแม่ทัพที่อยู่ใกล้เคียงตะโกนขึ้น
"เจ้า! เจ้า……"
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ หัวของเขาก็ถูกตัดขาดเช่นกัน เสียงหนึ่งดังก้องขึ้นในห้องนั้น
"เมืองแห่งนี้ตกเป็นของราชวงศ์เพลิงสวรรค์แล้ว ผู้ที่ยอมจำนนจะมีชีวิตรอด แต่ถ้าหากว่ามีใครกล้าต่อต้าน พวกเจ้าทุกคนในเมืองนี้จะต้องกลายเป็นศพตามันผู้นั้นไป!"