ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต

    เล่มที่ 3 บทที่ 80 ระเบิดพลัง! โรคมรณะ: เนื้อร้าย!

            HP-122!

            HP-147!

            HP-169!

            ...

            ตัวเลขดาเมจเด้งขึ้นมาจากเหนือศีรษะของทั้งสี่คนอย่างต่อเนื่อง

            “อะไรกัน? นี่มันผลของโรคอีกชนิดงั้นเหรอ?”

            สี่นักฆ่าตกใจจนหน้าถอดสีรีบเช็กแผงสถานะของตนเองทันที

             [โรคทรมาน: อาเจียนเป็นเลือด!]

            ผลของโรคด้านลบ:ทุก 10วินาทีจะสูญเสีย 1% ของค่าพลังชีวิตและทำให้เป้าหมายตกอยู่ในสถานะอาเจียน ต่อเนื่องเป็นเวลา 15 นาที!

            ...

            “เฮ้อ ยังดีที่แม้โรคนี้จะทำให้พวกเราเสียพลังชีวิตอย่างต่อเนื่องแต่ปริมาณที่เสียไปก็ไม่ได้มากมายอะไรในระยะสั้นยังไม่ถือว่าเป็นภัยคุกคามที่รุนแรงนัก”

            เมื่อได้เห็นรายละเอียดเอฟเฟกต์ดีบัฟของ‘โรคทรมาน: อาเจียนเป็นเลือด’ พัคยูจีก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

            นักฆ่าอีกสามคนที่เหลือก็มีสีหน้าดีขึ้นเล็กน้อยเช่นกัน

            เพราะบนดาวสีน้ำเงินในปัจจุบันเหล่าผู้ใช้อาชีพต่างก็มีค่าสถานะจิตวิญญาณคอยหนุนนำ ทำให้แม้จะอยู่ในสถานะต่อสู้ก็ยังสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตกลับคืนมาได้อย่างช้าๆ

            และ‘โรคทรมาน: อาเจียนเป็นเลือด’ นั้นเสียพลังชีวิตเพียง1% ต่อ 10 วินาทีเท่านั้น

            ความสูญเสียระดับนี้สำหรับพวกเขาแล้วถือว่ายอมรับได้

            ดังนั้นสี่นักฆ่าจึงไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักและเตรียมจะตั้งหลักเพื่อบุกโจมตีลู่เซิ่งต่อ

            ทว่าในวินาทีถัดมาสกิลที่ลู่เซิ่งปลดปล่อยออกมากลับฉุดกระชากพวกเขาที่เพิ่งจะมีความหวังขึ้นมาเพียงริบหรี่ให้ดิ่งลงสู่ก้นบึ้งแห่งความสิ้นหวังโดยสมบูรณ์

            “โรคมรณะ: เนื้อร้าย!”

            ปัง!ปัง! ปัง! ปัง!

            “อ๊ากกก...”

            ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนอย่างแสนสาหัส

            สี่นักฆ่าที่ไม่ทันตั้งตัวต่างรู้สึกราวกับถูกสายฟ้าฟาดร่างทั้งร่างอ่อนแรงและล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที

            ในขณะเดียวกันตัวเลขดาเมจที่น่าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุดก็กระโดดพรวดออกมาจากเหนือศีรษะของพวกเขา

            HP-7,033!

            HP-7,208!

            HP-8,753!

            HP-7,600!

            “อะไรกัน? พลังชีวิตของฉัน... ทำไมจู่ๆถึงหายไปเยอะขนาดนี้?”

            เมื่อเห็นว่าแถบเลือดของตนเองวูบหายไปเกือบ90%ในพริบตา พัคยูจีก็เกือบจะช็อกหมดสติไปตรงนั้น

            “นี่... นี่มันเป็นไปไม่ได้”

            นักฆ่าอีกสามคนที่เหลือก็ขวัญหนีดีฝ่อไปตามๆกัน

            “ลู่... ลู่เซิ่ง นาย... นายทำอะไรลงไปน่ะ”

            ทางด้านลั่วเซวียนเซวียนเองก็ตกใจจนร่างบางสั่นเทาแม้แต่คำพูดยังตะกุกตะกัก

            ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันช่างพิลึกพิลั่นเกินไปจริงๆ

            สี่นักฆ่าที่ยังดูท่าทางปกติดีเมื่อครู่กลับสูญเสียพลังชีวิตไปเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ในพริบตาเดียว!

            ไม่เพียงเท่านั้นคุโมฮาชิ ฮานาโกะ ซึ่งเป็นคนเดียวในกลุ่มที่มีค่าสถานะ‘ค่ามานา’ ยังสูญเสียมานาไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์พร้อมกันด้วย

            ส่วนพัคยูจีที่เดิมทีมี‘ค่าพลังงาน’ อยู่ 100 แต้มบัดนี้ก็เหลือเพียง 10 แต้มสุดท้ายเท่านั้น

            แม่-เอ๊ยนี่มันยังเรียกว่าการต่อสู้ซึ่งๆ หน้าที่ยุติธรรมอยู่อีกเหรอ?

            นี่มันคือ‘ศาสตร์ลบหลอดเลือด’ ชัดๆ

            ในความเป็นจริงณ ขณะนี้ ไม่ใช่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นแม้แต่ตัวลู่เซิ่งที่เป็นผู้ลงมือทำทั้งหมดเองก็ยังอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง

            “โคตรเท่ ทำไมมันแรงขนาดนี้?”

            สวรรค์เป็นพยาน!

            เมื่อครู่นี้ลู่เซิ่งมัวแต่กังวลว่าลั่วเซวียนเซวียนจะเข้ามาก่อกวนการฝึกมือของเขาอีกด้วยความรีบร้อน เขาจึงไม่ได้แม้แต่จะเหลือบมองผลจากสกิลของออสการ์ด้วยซ้ำก็หลับตาออกคำสั่งให้มันปล่อยสกิลที่สามออกมาทันที

            บัดนี้เมื่อเห็นว่าสกิลนี้มันทรงพลังจนเหนือความคาดหมายไปไกลขนาดนี้

            ลู่เซิ่งจึงรีบสำรวจในช่องสกิลของออสการ์ตามสัญชาตญาณจนกระทั่งหาสกิลที่เขาเพิ่งจะหลับตาปล่อยออกไปเจอในที่สุด

             [โรคมรณะ: เนื้อร้าย!]

            ผลของโรคด้านลบ:จะทำการจุดชนวนผลของโรคทั้งหมดที่อยู่บนตัวเป้าหมายทำให้ดาเมจทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในช่วงเวลาต่อเนื่องของโรคนั้นๆระเบิดพลังซ้อนทับออกมาในคราวเดียว

            ....

            “อะไรกันเนี่ย! ระเบิดพลัง... ซ้อนทับในคราวเดียวงั้นเหรอ?”

            เมื่อได้เห็นคำอธิบายโดยละเอียดของสกิลนี้ลู่เซิ่งก็ถึงกับสติหลุดไปชั่วขณะ

            ด้วยเพราะอานุภาพของสกิล‘โรคมรณะ: เนื้อร้าย’ นั้นน่าสยดสยองเกินไปมันสามารถทำให้ผลของโรคอื่นๆ อีกสองชนิดระเบิดออกมาได้ทันที

            ต้องรู้ก่อนว่าไม่ว่าจะเป็น ‘โรคทรมาน: ลำไส้เน่าเฟะ’ หรือ ‘โรคทรมาน: อาเจียนเป็นเลือด’ ทั้งสองสกิลนี้ต่างมีระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานถึง 15 นาที!

            และภายใน15นาทีนี้ ตามทฤษฎีแล้วทั้งสองสกิลจะทำให้เป้าหมายที่โดนเข้าไปสูญเสียพลังชีวิตรวม 90 เปอร์เซ็นต์ และสูญเสียค่าทรัพยากรอีก 90 เปอร์เซ็นต์

            แน่นอนว่านั่นเป็นเพียงแค่ในทางทฤษฎีเท่านั้น

            เพราะเหล่าผู้ใช้อาชีพไม่ใช่กระสอบทรายหลังจากที่ถูกสถานะด้านลบเล่นงานพวกเขาย่อมมีไม้ตายรักษาชีวิตมากมายที่ขุดออกมาใช้ได้ เช่นการใช้เวทรักษาเพื่อเพิ่มเลือด หรือใช้ไอเทมต่างๆ เพื่อเพิ่มพลังชีวิตเป็นต้น

            ยิ่งไปกว่านั้นต่อให้ผู้ใช้อาชีพจะไม่ทำอะไรเลย เพียงแค่อาศัยโบนัสจากค่าสถานะจิตวิญญาณ เวลา 15นาทีก็เพียงพอที่จะฟื้นฟูพลังชีวิตกลับคืนมาได้ราวๆ 20 เปอร์เซ็นต์แล้ว

            ดังนั้นแม้สกิลทั้งสองนี้จะดูน่ารังเกียจ แต่ดาเมจที่ทำได้จริงกลับค่อนข้างจำกัดแถมยังต้องใช้เวลานานในการสะสมผล

            และก่อนหน้านี้สี่นักฆ่าเองก็เพราะเหตุผลนี้ จึงไม่ได้ใส่ใจสกิลโรคทั้งสองนี้มากนักถึงขนาดคิดจะอาศัยจังหวะนี้จัดการลู่เซิ่งและลั่วเซวียนเซวียนให้สิ้นซากในคราวเดียว

            จนกระทั่งตอนนี้

            จนกระทั่งวินาทีนี้

            ที่ได้เห็นว่าสกิลเพียงหนึ่งเดียวของลู่เซิ่งกลับลบล้างหลอดเลือดของพวกเขาไปถึง 90 เปอร์เซ็นต์!

            คราวนี้สี่นักฆ่าต่างก็หวาดกลัวจนถึงขีดสุดจริงๆ แล้ว

            “ไม่ดีแล้ว ที่แท้ไอ้หมอนี่มันก็แค่แกล้งเป็นหมูหลอกกินเสือมาตลอดมันมีความสามารถที่จะฆ่าพวกเราได้ในพริบตา แต่กลับดึงเช็งไม่ลงมือสักที”

            พัคยูจีแผดเสียงสั่นเครือ“มัน... มันตั้งใจจะปั่นหัวพวกเราให้ตายทั้งเป็น”

            เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมานักฆ่าอีกสามคนที่เหลือต่างก็มีสีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด

            ด้วยลู่เซิ่งนั้นลึกลับเกินไป

            ในฐานะพาลาดินเขากลับไม่ได้ใช้วิธีการใดๆ ที่พาลาดินทั่วไปใช้กันเลย แต่ยืนอยู่เฉยๆเพียงแค่ขยับปาก ก็สามารถทรมานสี่นักฆ่าจนปางตายได้

            ที่เหลวไหลไปกว่านั้นคือจนถึงตอนนี้ สี่นักฆ่ายังดูไม่ออกเลยว่าลู่เซิ่งยังมีไพ่ตายซ่อนอยู่อีกเท่าไหร่

            “ไม่ได้การ พาลาดินคนนี้เขย่าขวัญเกินไปแล้ว ด้วยสภาพของฉันในตอนนี้หากขืนยังอยู่ที่นี่ต่อไปก็มีแต่ทางตายทางเดียว”

            เมื่อคิดได้ดังนั้นพัคยูจีก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันทีเขาหยิบไอเทมรักษาชีวิตออกมาจากช่องเก็บของติดตัวของตนเอง

            “ระเบิดควันลวงจิต!”

            ปัง!

            ควันสีแดงประหลาดพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศบดบังวิสัยทัศน์ของลู่เซิ่งไว้ทันที

            ส่วนพัคยูจีก็อาศัยจังหวะนี้กลับหลังหันแล้วใส่เกียร์หมาโกยแน่บไปทันที

            “ม้วนคัมภีร์เพิ่มความเร็ว!”

            “ม้วนคัมภีร์ล่องหน!”

            “ม้วนคัมภีร์เคลื่อนย้ายพริบตา!”

            ในเวลาเดียวกันโคทาเคจิ ทาโร่ คุโมฮาชิ ฮานาโกะ และคนอื่นๆ ต่างก็มีปฏิกิริยาตอบสนองที่ไม่ช้า

            เมื่อเห็นว่าพัคยูจีโกยหนีไปโดยไม่แม้แต่จะส่งสัญญาณบอกกล่าว ทั้งสามคนก็ไม่กล้ารอช้าต่างพากันเลียนแบบด้วยการงัดเอาไอเทมรักษาชีวิตในช่องเก็บของติดตัวออกมาเพื่อหาโอกาสหลบหนีเช่นกัน

            ทว่าทั้งสี่คนกลับมีความรู้ใจกันอย่างน่าประหลาดแม้แต่ตอนหนีก็ยังไม่หนีไปทางเดียวกันแต่กลับแยกย้ายกันไปสี่ทิศทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

            แต่ในเมื่อสี่นักฆ่ากำลังจะถูกเขาปั่นหัวจนตายอยู่รอมร่อแล้ว

            ในฐานะผู้ยึดมั่นในลัทธิรักชาติอย่างแรงกล้าและเป็นพวกเกรียนคีย์บอร์ดสายเลือดใหม่ที่ฮึกเหิมอย่างยิ่งมีหรือที่ลู่เซิ่งจะยอมปล่อยให้ไอ้พวกสัตว์นรกที่มือเปื้อนเลือดเพื่อนร่วมชาติของเขาหนีไปได้ง่ายๆแบบนี้?

            “คิดจะหนีต่อหน้าฉันงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ!”

            หึ!

            มุมปากของเขาหยักโค้งเป็นรอยยิ้มหยันลู่เซิ่งเพียงแค่คิดสั่งการเท่านั้น...

             

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : สกิลข้าทวีคูณหมื่นเท่า ใครว่าข้าเป็นสายซัพพอร์ต ที่คุณอ่าน