ยอดยุทธชุดชมพู

    67.องค์ชายฉินเยี่ยนเฟย

    67.องค์ชายฉินเยี่ยนเฟย

                   ขณะนั้นฮ่องเต้เฟยและสกุลเฟยต่างหนีกลับวังด้วยความอับอาย เมื่อถูกฉีกหน้าจนยับเยินเหลือเพียงเฟยหานตงที่ยืนอยู่ในเหตุการณ์ต่อจากนั้น

                   “นี่พวกท่านยังเลี้ยง ราชนิกุลสกุลอื่นไว้ในอาณาจักรอีกหรือไม่!”ไป๋หลงหันไปถลึงตาใส่ฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ยด้วยความโมโหที่ทั้งสองพระองค์ปกปิดความจริงมาโดยตลอด

                   ฮ่องเต้และอ๋องฮุ่ยต่างมีท่าทางร้อนรนทันที“เรื่องขององค์หญิงเฉินเมิ่งไฉพวกเราไม่รู้มาก่อนจริงๆว่านางเป็นองค์หญิง...”อ๋องฮุ่ยรีบอธิบายทันทีกลัวหลานสาวสุดที่รักจะโกรธจนไม่ยอมพูดด้วย

                   “ส่วนเยี่ยนเฟยนั้น...ก่อนหน้านี้เขาไม่ใช่องค์ชายเป็นเพียงเชื้อสายราชนิกุลผู้หนึ่งเท่านั้น บิดาของเยี่ยนเฟยคือหนึ่งในองค์ชายของอาณาจักรเมื่อไม่นานมานี้ฮ่องเต้สกุลฉิน สิ้นพระชนม์ บิดาของเยี่ยนเฟยได้ขึ้นเป็นฮ่องเต้แทนรัชทายาทที่ป่วยตายไปก่อนหน้านี้ไม่นาน”

                   “เจ้าอย่าได้โทษทั้งสองพระองค์ที่ปิดบังความจริงแล้วเป็นข้าที่ขอให้ทั้งสองพระองค์ไม่แพร่งพรายเรื่องนี้แก่ผู้ใด”น้ำเสียงนุ่มนวลของเยี่ยนเฟยดังขึ้น

                   ด้วยใบหน้าหล่อเหลาท่าทางอ่อนโยนทำให้สตรีมากมายล้วนจ้องมองด้วยความหลงใหล พากันเทใจให้องค์ชายผู้นี้ทันที 

                   ขณะนั้น ไป๋หลงเห็นเสี่ยวเมิ่งหรือเฉินเมิ่งไฉ กำลังขมวดคิ้วซ้ำยังทำจมูกคล้ายสูดกลิ่นบางอย่างในอากาศ ก่อนจะทำหน้าบึ้งตึงคล้ายว่าพบบางอย่างที่ทำให้มีโทสะเข้าให้แล้วแววตาที่จ้องมองเยี่ยนเฟยเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น

                   ทว่าเยี่ยนเฟยที่ถูกจ้องมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร กลับยิ้มทักทายเสี่ยวเมิ่งด้วยความอ่อนโยน “ไม่ได้พบกันเพียงปีเดียว เจ้าก็กลายเป็นองค์หญิงไปเสียแล้ว”เยี่ยนเฟยทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

                   “ฮึ!”เสี่ยวเมิ่งทำเสียงขึ้นจมูกด้วยความไม่พอใจก่อนจะหันไปหาไป๋หลง “คุณหนู ข้าขอตัวไปทำธุระก่อนขืนอยู่ที่นี่ต่อข้าคงได้ลงมือสังหารคนแน่”เสี่ยวเมิ่งกล่าวขณะน้ำเสียงพยายามสะกดกลั้นความโมโหเดือดดาลเอาไว้ “วันหลังข้าจะแวะไปหาท่านเองแล้วอธิบายทุกอย่าง”กล่าวจบก็เดินจากไปก่อนไปยังหันไปถลึงตาใส่เยี่ยนเฟยด้วยแววอาฆาตแค้น

                   ไป๋หลงยืนเกาหัวด้วยความงุนงง“นางเป็นอะไร อยู่ดีๆก็โมโหใส่เจ้า”ไป๋หลงหันไปถามเยี่ยนเฟยด้วยความงุนงง

                   “ข้าก็ไม่ทราบเช่นกัน”เยี่ยนเฟยตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

                   “ช่างเถอะ”ไป๋หลงกล่าวก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย“ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นทำไมเจ้ากลายเป็นองค์ชายอาณาจักรฉินไปได้

                   “ข้ามีนามที่แท้จริง ว่าฉินเยี่ยนเฟยตอนเด็กครอบครัวข้าถูกลอบสังหารระหว่างเดินทาง ข้ากับครอบครัว ถูกไล่ล่า เกือบจะต้องตายกันหมดในเวลานั้นอ๋องฮุ่ยเดินทางไปเป็นตัวแทนของอาณาจักรฮุ่ย และบังเอิญได้ช่วยครอบครัวข้าเอาไว้ข้าซึ่งเป็นทายาทเพียงหนึ่งเดียวหากเกิดอะไรขึ้น บิดาของข้าจะไร้ผู้สืบทอด ดังนั้นบิดาจึงขอร้องให้อ๋องฮุ่ยช่วยซ่อนและชุบเลี้ยงข้าไว้ในจวนสกุลฮุ่ยเพื่อไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามหาข้าพบ ดังนั้นหลายสิบปีที่ผ่านมาข้าจึงเติบโตที่จวนอ๋องในฐานะข้ารับใช้ผู้หนึ่ง”ฉินเยี่ยนเฟย อธิบาย

                   “หลายปีที่ผ่านมานี้ข้าอ้างว่าได้รับงานบางอย่างจากอ๋องฮุ่ยจึงหายตัวไปบ่อยครั้งบางครั้งก็เป็นเดือน หรือนานกว่านั้น นั่นเป็นเพราะข้ากลับอาณาจักรฉิน ไปช่วยบิดาโค่นล้มศัตรู”กล่าวขณะก้าวไปหาไป๋หลง กุมมือนางด้วยความอ่อนโยน

                   “ที่ข้าปกปิดฐานะก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง เจ้าอย่าได้โกรธเคืองเลย”ฉินเยี่ยนเฟยกล่าว ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะแววตาเต็มไปด้วยความสำนึกผิด

                   เฟยหานตงดึงมือของไป๋หลงออกจากมือของเยี่ยนเฟยแล้วกุมมือของไป๋หลงไว้เอง “พูดเฉยๆ ไม่ต้องมาจับมือถือแขนผู้หญิงของข้า!”เฟยหานตงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

                   ขณะที่คนถูกกุมมืออ้าปากค้างไปครู่นึง กับคำว่า‘ผู้หญิงของข้า!’ ก่อนจะหยิกแขนของเฟยหานตงบิดเต็มแรงจนเฟยหานตง สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ขณะปล่อยมือไป๋หลง

                   “เจ้านั่นแหละ ไม่ต้องมาเนียน อะไรคือผู้หญิงของเจ้า! ข้าไม่ใช่ของใครทั้งนั้น”ไป๋หลงถลึงตาใส่เจ้าคนที่ชอบทึกทักเอาเอง“แล้วก็อยู่เงียบๆไปอย่ามาขัดจังหวะคนอื่นคุยกัน!”

                   ดังนั้นเฟยหานตงจึงได้แต่ทำสีหน้าไม่พอใจยืนเงียบๆอยู่ข้างไป๋หลงไม่กล้ากล่าววาจาใดอีก...

                   “เรื่องที่ข้าขอหมั้นหมายท่าน ข้าอยากให้ท่านลองตรองดูให้ดีข้าเยี่ยนเฟยเป็นคนรักมั่นเมื่อได้รักใครแล้วข้าก็ไม่มีทางเปลี่ยนใจไม่ว่าเมื่อใด”เยี่ยนเฟยกล่าว ขณะแววตาบ่งบอกถึงความรักลึกซึ้งมากมายที่มีต่อไป๋หลง

                   เฟยหานตงเห็นแล้วขบเขี้ยวเคี้ยวฟันแม้จะรู้ว่าไป๋หลงในตอนนี้รักชอบตนเอง... แต่คู่แข่งอย่างเยี่ยนเฟยผู้นี้ประมาทไม่ได้จริงๆหลายเดือนที่ผ่านมาตอนที่เขาไม่ได้อยู่ข้างกายไป๋หลงคนผู้นี้คอยวนเวียนอยู่ข้างกายไป๋หลงเสมอไม่รู้ว่าเป่าหูไป๋หลงให้หลงคารมไปมากน้อยเพียงใดแล้ว...

                   น่าโมโห! น่าโมโหที่สุด!เฟยหานตงได้แต่หงุดหงิดในใจ นึกเกลียดชังบุรุษท่าทางอ่อนโยนเหลือคณา

                   “แล้วต่อจากนี้เจ้าก็ต้องกลับอาณาจักรฉิน กลับไปเป็นองค์ชายหรือ”ไป๋หลงเปลี่ยนเรื่อง

                   เยี่ยนเฟยเห็นดังนั้นจึงยิ้มอย่างอ่อนโยนไม่ได้ต้องการบีบบังคับไป๋หลง ให้ต้องรีบตอบแต่อย่างใด

                   “เสด็จพ่อกำลังเร่งให้ข้ากลับวังหลวงคืนสู่ฐานะเดิมอย่างเป็นทางการ”แววตาของเยี่ยนเฟย แฝงไปด้วยความเศร้าใจ“เรื่องหมั้นหมายระหว่างเรา ข้าอยากให้เจ้าทบทวนดูดีๆ”น้ำเสียงอ้อนวอน อ่อนหวานอ่อนโยนของเยี่ยนเฟยชวนให้คนใจอ่อน “เลือกข้าเถอะข้าสัญญาว่าจะรักและดูแลเจ้าเป็นอย่างดี จะไม่ทำให้เจ้าเสียใจ”

                   ไป๋หลงเห็นสีหน้าอ่อนโยนน่ามองของอีกฝ่าย ประกอบกับน้ำเสียงและท่าทางอบอุ่นอ่อนโยนนั้นที่ชวนให้รู้สึกใจสั่นไหวมีคนรูปงามมาอ้อนวอนขอความรักอย่างอบอุ่นอ่อนโยนเช่นนี้...ชวนให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มหลงใหลเสียจริง

                   แต่ไป๋หลง กลับเหลือบมองเฟยหานตงโดยสัญชาตญาณเห็นอีกฝ่ายขมวดคิ้วแววตาแฝงไปด้วยความกังวล กังวลว่าเธอจะเลือกเยี่ยนเฟย ก่อนเธอจะหันกลับมาสบตากับเยี่ยนเฟยอีกครั้ง

                   “เจ้าอย่าพึ่งด่วนตัดสินใจลองตรองดูให้ดีก่อน”เยี่ยนเฟยกล่าวด้วยน้ำเสียงอบอุ่นอ่อนโยน ยังไม่ต้องการให้ไป๋หลงรีบตอบ‘ไว้ความทรงจำเจ้ากลับคืนมาค่อยตอบข้าก็ได้’เยี่ยนเฟยกล่าวในใจ

                   ขณะเดียวกันนั้นฮ่องเต้ฉินบิดาของเยี่ยนเฟยก็ให้คนมาตามเยี่ยนเฟยกลับไปยังที่นั่งของสกุลฉินดังนั้นเยี่ยนเฟยจึงจากไป

                   ไป๋หลงมองตามเยี่ยนเฟยที่หันหลังเดินจากไป

                   ขณะที่ไป๋หลงจะละสายตาจากเยี่ยนเฟยพลันพบว่าชายเสื้อคลุมชุดด้านหลังของเยี่ยนเฟย มีรอยเปื้อนเลือด เพ่งมองให้ดีคล้ายว่าจะเป็นรอยเท้าสัตว์ขนาดเล็กน่าจะเป็นรอยเท้าแมว หรืออาจจะเป็นกระต่าย!

                   ไป๋หลงพลันตัวแข็งทื่อตกตะลึงกับความคิดนี้... รอยเลือดนั่นคงไม่ใช่เจ้าเสี่ยวไป๋ทำไว้ใช่ไหม...ไป๋หลงยืนเหม่อมองตามหลังเยี่ยนเฟยที่จากไปไกล

                   “ไป๋หลงเจ้าเหม่ออะไรอยู่”เฟยหานตงถาม

                   ไป๋หลงพลันได้สติหันกลับมาตามเสียงเรียก พบว่าคนสกุลฮุ่ยและเฟยหานตงกำลังมองเธออยู่

                   “ฝ่าบาท ท่านตาหลานขอตัวไปพักผ่อนก่อนหลังการต่อสู้เมื่อครู่รู้สึกอ่อนเพลียเล็กน้อย”ไป๋หลงหันไปกล่าวกับญาติผู้ใหญ่ทั้งสองโดยไม่ตอบคำถามของเฟยหานตง

                   “จริงด้วยข้าลืมเสียสนิทว่าเจ้าเพิ่งจะต่อสู้มา ถ้าเช่นนั้นเจ้าไปพักผ่อนเถอะ”ฮ่องเต้ฮุ่ยตรัสอนุญาต

                   ไป๋หลงหันไปกล่าวลาผู้ดูแลหอจิวหรง และผู้อาวุโสของหอจิวหรงทั้งหลายก่อนจะลากแขนเฟยหานตงเดินออกมาด้วยกัน เมื่อปลอดคนไป๋หลงจึงกล่าวขึ้น

                   “เมื่อครู่ข้าเห็นที่ชายชุดคลุมของเยี่ยนเฟยมีรอยเท้าเปื้อนเลือดข้าคิดว่านั่นอาจจะเป็นของเจ้าเสี่ยวไป๋ ดังนั้น เสี่ยวไป๋อาจถูกเยี่ยนเฟยทำร้ายหรือได้พบเยี่ยนเฟยขณะถูกทำร้าย”ไป๋หลงกล่าวขณะสีหน้าเคร่งเครียด

                   หากเยี่ยนเฟยทำร้ายเจ้าเสี่ยวไป๋จริงคนผู้นี้ก็จะกลายเป็นศัตรูสำหรับเธอทันที!   เสี่ยวไป๋เป็นทั้งสหาย และครอบครัวของเธอ ดังนั้นใครกล้าทำร้ายมันเท่ากับทำร้ายเธอ!

                   “หากผู้ที่ทำร้ายเสี่ยวไป๋คือเยี่ยนเฟยเจ้าจะทำอย่างไร”เฟยหานตงถามขึ้น

                   ไป๋หลงขยับยิ้มเหี้ยมเกรียม “ฆ่าเยี่ยนเฟย!”คำตอบหนักแน่นดุดัน“และเช่นกันหากคนที่ทำร้ายเสี่ยวไป๋คือเจ้า...ข้าก็จะฆ่าเจ้าเช่นกัน”ไป๋หลงหันไปจ้องเฟยหานตงแววตาบ่งบอกถึงความจริงจัง

                   เฟยหานตงได้ยินแล้วกลับยิ้ม คล้ายกับคำพูดของไป๋หลงไม่ใช่เรื่องใหญ่“ฆ่าข้าแล้ว เจ้าจะไม่เสียใจหรือ เจ้าจะสังหารคนรักของตัวเองได้ลงคอหรือ”เฟยหานตงถามขณะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ไป๋หลง ห่างจากใบหน้าไป๋หลงแค่คืบเดียว

                   ใบหน้าหล่อเหลางดงามราวกับเทพเจ้าโน้มลงมาใกล้เรื่อยๆ ยังมีริมฝีปากบางอมชมพูของอีกฝ่ายที่คล้ายจงใจจะจุมพิตเธอ...ไป๋หลงรู้สึกใจเต้นแรง คล้ายจะกระโดดออกมาจากอกยังมีความร้อนที่แผ่ลามไปทั่วทั้งใบหน้า

                   ในวินาทีนั้นไป๋หลง รีบใช้ฝ่ามือดันหน้าของเฟยหานตงออกก่อนที่ใบหน้าอีกฝ่ายจะสัมผัสเธอ

                   “พูดเฉยๆก็ได้ไม่ต้องยื่นหน้าตาชั่วร้ายนี่เข้ามา!”ไป๋หลงตะโกนใส่กลบเกลื่อนความอายและความตื่นเต้น ขณะที่ใจเต้นรัวราวกับกำลังลั่นกลองรบ

                   ‘เหอะ คิดจะใช้แผนชายงามมายั่วยวนข้ารึ!ฝันไปเถอะ!’ไป๋หลงคิดอย่างรู้ทันอีกฝ่ายบุรุษหลงตัวเองเช่นเฟยหานตงย่อมใช้วิธีนี้มายั่วยวนเธอ ให้เธอหายโกรธ...

                   ใช้วิธีนี้เธอไม่หายโกรธหรอก! แต่ยอมรับว่าใจเต้นรัวกับใบหน้างดงามทรงเสน่ห์ ริมฝีปากได้รูปน่าหลงใหล เห็นแล้วอยากโดดเข้าไปขย้ำให้หนำใจ...

                   เอ๊ะ...ไม่ได้สิ ไม่ได้อย่าไปหลงเสน่ห์เฟยหานตงนะ!

                   ไป๋หลงได้แต่พร่ำเตือนตัวเองพยายามดึงตัวเองออกจากความคิดเหลวไหลเวลานี้เธอสมควรต้องคิดเรื่องเจ้าเสี่ยวไป๋จึงจะถูก!

                   “แน่นอนว่าหากเจ้าทำร้ายเสี่ยวไป๋ต่อให้ข้ารัก ข้าก็สังหารเจ้าได้เช่นกัน!”ไป๋หลงกลับมาทำสีหน้าจริงจัง“ข้าไม่ใช่สตรีโง่งม ที่เห็นความรักของชายหญิงสำคัญกว่าเรื่องอื่น...”ไป๋หลงกล่าวขณะเหม่อมองท้องฟ้า“ระหว่างบุรุษ กับสหาย ข้าเลือกสหาย”น้ำเสียงของไป๋หลงหนักแน่นจริงจัง

                   “สำหรับความรัก เมื่อมันจบลง เมื่อข้าทำใจได้ก็สามารถหาคนใหม่มาแทนได้ แต่สำหรับสหาย ที่เป็นมิตรแท้ กลับไม่อาจหาใครมาแทนได้ มิตรแท้นั้นนานวันยิ่งมีค่าไม่อาจทิ้งขว้างได้ ไม่อาจทรยศ และไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายต้องผจญเภทภัยเพียงลำพังสหายของข้า ข้าย่อมต้องปกป้องเขาให้ดีที่สุด หากปกป้องไม่ได้ก็ต้องล้างแค้นให้!”

                   เฟยหานตงได้ฟังแล้วกลับยิ้ม “ข้าย่อมไม่ทำร้ายสิ่งที่เจ้ารักเพราะข้ารู้ว่าหากสิ่งที่เจ้ารักถูกทำร้าย เท่ากับข้าทำร้ายจิตใจของเจ้า...”คำพูดของเฟยหานตงทำให้ไป๋หลงหันกลับมาสบตาอีกฝ่ายมองเห็นความจริงใจที่สื่อออกมาจากแววตาคู่นั้น และเฟยหานตงก็กล่าวต่อ

                   “สำหรับข้าขอเพียงเจ้ามีความสุข ข้ายินยอมทำทุกสิ่งแม้ว่าความสุขของเจ้าคือการไม่มีข้าในชีวิตของเจ้าก็ตาม”น้ำเสียงของเฟยหานตงเศร้าโศกยามนึกย้อนไปเมื่อแสนปีก่อน ที่ไป๋หลงต้องไปเกิดในอีกภพ เป็นมนุษย์ธรรมดาเวียนว่ายตายเกิดครั้งแล้วครั้งเล่า มีครอบครัวมีสามี ครั้งแล้วครั้งเล่า...

                   จู่ๆลมหอบใหญ่ก็พัดมาพลันร่างของเป่าเล่อในร่างเด็กหญิงก็ปรากฏตัวขึ้น

                   “อะ แฮ่ม ข้าขอขัดจังหวะหน่อยเถอะ!”เสียงเป่าเล่อดังขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังเคร่งเครียด

                   ทำให้ไป๋หลงและเฟยหานตงหันกลับไปมอง

                   ฝ่ามือของเด็กสิบขวบ แดงฉานเต็มไปด้วยเลือดมือน้อยๆสั่นเทา สีหน้าซีดเผือด

                   ไป๋หลงเห็นแล้วใจดิ่งวูบคิดในแง่ร้ายว่าอาจเกิดเรื่องร้ายแรงกับเสี่ยวไป๋...หรือว่านิมิตของเป่าเล่อจะผิดพลาด หรือว่าเจ้าเสี่ยวไป๋อาจจะ....

                   ทันใดนั้นเสียงเป่าเล่อก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของไป๋หลง

                   “ข้า...ข้าหาเสี่ยวไป๋ไม่พบ!”เป่าเล่อน้ำเสียงร้อนรน“ข้าตามหาทุกที่ในบริเวณใกล้เคียงแล้ว ข้าเจอแต่กองเลือดของเจ้าเสี่ยวไป๋ดูเหมือนมันจะต่อสู้กับใครบางคนจนได้รับบาดเจ็บ”เผ่าพันธุ์เทพอสูรกลิ่นเลือดสามารถบ่งบอกได้ว่าเจ้าของเลือดเป็นเผ่าพันธุ์ใดและเลือดที่เป่าเล่อพบก็เป็นเลือดของเผ่าจิ้งจอกเงินเผ่าของเจ้าเสี่ยวไป๋

                   เป่าเล่อกล่าวคณะสีหน้าเคร่งเครียดเป็นห่วงเจ้ากระต่ายปัญญาอ่อนอย่างน้อยเจ้ากระต่ายนี่ก็เป็นลูกหลานสหายของตน...แม้นิมิตจะบอกว่าเจ้าเสี่ยวไป๋ไม่ถึงตายแต่ถึงอย่างไรก็ยังคงอดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี

                   “ไม่เจอตัว...”ไป๋หลงขมวดคิ้ว สีหน้ากลัดกลุ้มร้อนรนไปด้วยอีกคนยามมองเลือดบนฝ่ามือของเป่าเล่อ ความกังวลใจ ห่วงใยก็วิ่งพล่านหากตอนนี้เธอมีพลังของเทพมังกร เจ้าเสี่ยวไป๋ก็คงไม่ได้รับอันตรายเช่นนี้เธอสามารถไปช่วยมันได้ในทันที...  ไป๋หลงเริ่มโทษตัวเองที่ไม่ยอมทำลายผนึกพลังของตัวเอง

                    “ไม่เจอตัวก็แปลว่าอาจจะหลบหนีไปได้แล้วก็ยังไม่ตาย”เสียงปลอบโยนของเฟยหานตงดังขึ้น

                   เฟยหานตง กุมมือไป๋หลง ถ่ายทอดความอบอุ่นสู่มือของเธอคล้ายกับกำลังให้กำลังใจเธอ ไป๋หลงเงยหน้า สบตากับดวงตาคู่สีเงินที่ปกติดูเย่อหยิ่งเย็นชาแต่ในเวลานี้กลับอบอุ่นอ่อนโยนเต็มไปด้วยความห่วงใย     

                   “อะแฮ่ม...”เป่าเล่อกระแอมขัดจังหวะด้วยความหมั่นไส้ “น้อยๆหน่อย ช่วยเห็นหัวคนไม่มีความรักอย่างข้าด้วย!”

                   ไป๋หลงถูกแซว จนต้องดึงมือออกจากการเกาะกุมของเฟยหานตง ก่อนจะหันไปด่าเจ้านกปากมาก กลบเกลื่อนอาการเขินอายของตน

                   “เจ้านกไร้ประโยชน์ ยังไม่ไปตามหาเสี่ยวไป๋อีก!”ไป๋หลงด่านกแก้เขิน

                   “ไอ้หยา... มีคนเขินแล้ว”เป่าเล่อเย้าแหย่ไป๋หลงเล่นก่อนจะรีบร่ายเวทหายตัวจากไป เกรงว่าช้ากว่านี้อีกนิดไปหลงจะเล่นงานตัวเองแก้เขิน

                   “จริงสิ”ไป๋หลงกล่าวหลังจากความคิดบางอย่างแล่นเข้ามาในหัว “ไปขอให้ท่านย่าหลง ช่วยตามหาเจ้าเสี่ยวไป๋อีกแรงดีกว่า”ย่าหลงผู้ฝึกคัมภีร์ยมทูต สามารถสัมผัสได้ถึงเทพเซียนและเหล่าวิญญาณรวมทั้งไปเยือนยมโลกได้ หากให้คนผู้นี้ช่วยตามหาเจ้าเสี่ยวไป๋อาจจะช่วยหาได้เร็วขึ้น

                   “งั้นเราไปหาย่าหลงกัน”เฟยหานตงกล่าวขณะยื่นมาข้างหน้ารอให้ไป๋หลงกุมมือตัวเอง

                   “ชิ!”ไป๋หลงทำเมินใส่ไม่ยอมกุมมือเฟยหานตง แสดงออกให้รู้ว่ายังโกรธเคืองอีกฝ่ายอยู่ ทั้งๆที่แอบยิ้มด้วยความเขินอายก่อนจะเดินนำเฟยหานตงไปยังสวนร้อยพิษของย่าหลง วันนี้ย่าหลงไม่เข้าร่วมชมการประลองคาดว่าอาจจะอยู่ที่สวนร้อยพิษ

                   สำหรับการแข่งขันในวันนี้เหลือเพียงกลุ่มที่สองลงแข่งขันก็ถือเป็นอันจบการแข่งขันสำหรับวันนี้ดังนั้นเวลาที่เหลือทั้งวันไป๋หลงจึงสามารถใช้เวลาออกตามหาเจ้าเสี่ยวไป๋ได้

                   ระหว่างทางไปสวนร้อยพิษไป๋หลง และเฟยหานตง ก็พยายามมองหาเจ้าเสี่ยวไป๋ ทว่าล้วนไม่พบร่องรอยใดๆ

                   ไม่นานนักก็มาถึงสวนร้อยพิษทว่าไป๋หลงกับเยี่ยนเฟยต่างชะงักหยุดยืนอยู่หน้าสวนด้วยความตกตะลึง

                   สวนร้อยพิษบัดนี้สมุนไพรทั้งหลายในสวนที่ยืนต้นรับแสงแดด กลับค่อยๆเหี่ยวเฉาลงลำต้นและใบต่างหงิกงอเป็นสีดำคล้ายถูกสืบพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว

                   พลังงานสีดำแผ่ออกจากที่พักของย่าหลงแผ่กระจายครอบคลุมไปทั่วทั้งสวนที่ใดที่พลังสีดำนั้นต้นไม้ สมุนไพรแม้แต่ต้นหญ้าต่างถูกสูบพลังชีวิตจนแห้งเหี่ยวหงิกงอเป็นสีดำ

                   ฉับพลันสีหน้าไป๋หลงพลันซีดเผือดร่างทรุดฮวบลงกับพื้น สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ทั่วทั้งร่างปวดร้าวเจียนตายพลังสีดำไหวระริกคล้ายตอบสนองต่อไปหลง พลังสีดำหยุดแผ่ขยายทันทีเมื่อมาถึงปลายเท้าของไป๋หลงและไม่รุกคืบแผ่ขยายออกไปอีก

                   เฟยหานตงตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า คิดจะเข้าไปช่วยพยุงไป๋หลงทว่ากลับได้ยินนางกัดฟันพูด

                   “อย่า...อย่าเข้า...มา”ไป๋หลงกัดฟันพูดด้วยความยากลำบากรู้สึกร่างกายปวดร้าวไปทุกส่วนด้วยเฉพาะหน้าอกที่คล้ายถูกกดทับด้วยของหนักจนหายใจลำบาก

                   ทว่าเฟยหานตงกลับไม่ฟังคิดจะก้าวเข้าไปหาไป๋หลงที่ฝืนข่มความเจ็บปวดจนตัวสั่น กลับถูกใครบางคน คว้าแขนเอาไว้

                   “อย่าได้ก้าวเข้าไป”น้ำเสียงทุ้มของบุรุษกล่าวเตือนขณะฉุดรั้งแขนเฟยหานตงไว้

                   บุรุษเจ้าของรูปร่างสูงใหญ่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ องอาจ ผ่าเผย ลักษณะสุขุม ทรงอำนาจ คนผู้นี้คือหวงหลงเทพมังกรทอง ผู้ปลอมตัวเป็นมนุษย์อาศัยอยู่ในสำนักฝึกยุทธพยัคฆ์ทมิฬครึ่งปีที่แล้ว หวงหลงหายตัวไปจากสำนัก แจ้งแค่ว่ามีธุระอื่นต้องไปจัดการ  

                   “เทพมังกรทองเจ้าห้ามข้าทำไม!”น้ำเสียงของเฟยหานตงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ

                   “หืม...หลันหลงความทรงจำของเจ้ากลับคืนมาแล้ว”มังกรทองกล่าวขณะเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนหน้าที่เขาจะจากไปคนผู้นี้ยังเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาอยู่เลย

                   “ปล่อยข้า!”เฟยหานตงหันมาตวาดดวงตาลุกวาวขณะในใจร้อนรนเป็นห่วงไป๋หลง ที่กัดฟันกับความเจ็บปวด จนได้ยินเสียงฟันบดกัน

                   ทว่าหวงหลงเทพมังกรทองกลับไม่ยอมปล่อยมือซ้ำยังกำแขนเฟยหานตงแน่นกว่าเดิม ด้วยพลังเทพมังกรที่หวงหลงมีทำให้เฟยหานตงที่มีสังขารเป็นมนุษย์ไม่อาจสู้แรงของเทพมังกรได้ไม่ว่าจะดิ้นอย่างไรก็ไม่อาจหลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่ายไปได้

                   ทำได้เพียงเบิ่งตามองไป๋หลงที่ตอนนี้ลงไปดิ้นพล่าน บนพื้นด้วยความเจ็บปวด สีหน้าบิดเบี้ยวทุกข์ทรมานตัวงอพลิกซ้ายขวา ดีดดิ้นคลุกฝุ่นจนเลอะไปทั้งตัว ผมเผ้าหลุดลุ่ย สภาพน่าสงสารอย่างมากซ้ำยังกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมาน

                   เทพมังกรทองโบกมือไปในอากาศพลันปรากฏโดมแก้วพลัง ครอบสวนร้อยพิษทั้งหมดไว้ทำให้พลังสีดำที่ตอนนี้กำลังจะแผ่ขยายขึ้นอีกครั้ง ไม่อาจแผ่ขยายออกไปได้อีกพลังสีดำไหวระริก ก่อนจะกลายเป็นพลังหลายสายกระหน่ำโจมตีเกราะพลังที่เทพมังกรทองกางขึ้น...

                   “หวงหลง มันเกิดอะไรขึ้น!”เฟยหานตงหันไปถามเทพมังกรทองความทรงจำและพลังของตนคืนกลับมาเพียงส่วนเดียว ทว่าก็มากพอที่จะรู้ว่าคนผู้นี้คือเทพมังกรทองแต่พลังของเขากลับไม่อาจระบุได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในส่วนร้อยพิษและเหตุใดไป๋หลงจึงมีท่าทางเช่นนั้น

                   “พลังของเฮยหลงเทพมังกรดำกำลังจะตื่นแล้ว...”ผู้ที่ตอบคำถามกลับกลายเป็นเด็กน้อยวัยสิบขวบเป่าเล่อผู้เป็นพัดหยกอาวุธคู่กายของประมุขสวรรค์...

                   “แล้วทำไมไป๋หลงถึงได้รับผลกระทบไปด้วย”เฟยหานตงถามขณะยังคงพยายามสะบัดให้หลุดจากมือของเทพมังกรทองแต่ก็ยังคงไร้ประโยชน์เช่นเดิม

                   “เมื่อพลังของเทพมังกรดำตื่นขึ้นมาหายนะ จะเกิดขึ้น แผ่นดินจะนองเลือด มีเพียงเทพมังกรขาวที่หยุดเฮยหลงได้ เมื่อพลังเทพมังกรดำตื่นพลังเทพมังกรขาวก็ถูกกระตุ้นให้ตื่นเช่นกัน ผลึกพลังของไป๋หลงกำลังถูกทำลาย”เป่าเล่ออธิบายขณะขมวดคิ้วจ้องมองไปในโดมที่กักพลังความมืดเอาไว้

                   “ปะ...เปรียะ”

                   “เปรียะ”

                   “เปรียะ”เสียงปริแตกของโดมกักพลังดังขึ้นทำให้เป่าเล่อต้องรีบร่ายเวทสร้างเกราะครอบพลังเอาไว้อีกชั้นขณะที่หวงหลงรีบร่ายเวทอีกชั้นครอบโดมเอาไว้...พลังมังกรดำช่างน่าหวาดผวา

                   ตอนนี้เกราะชั้นแรกค่อยๆปริแตกร้าวขึ้นเรื่อยๆก่อนจะแตกสลายลงในที่สุด เพียงชั่วพริบตา...

                   “แล้วเหตุใดจู่ๆพลังของเฮยหลงถึงได้ตื่นขึ้นมา ชาตินี้นางสมควรเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาไร้แม้กระทั่งพลังยุทธไม่ใช่หรือ!”เฟยหานตงถามขึ้นขณะหยุดดิ้นเมื่อเห็นไป๋หลงอาการค่อยๆสงบลง นอนหอบหายใจอยู่บนพื้น

                   ขณะเดียวกันพลังสีดำของเฮยหลงก็ค่อยๆถดถอยกลับไป สุดท้ายจึงสลายไปจนสิ้น ราวกับไม่เคยมีอยู่

                   หวงหลงปล่อยแขนของเฟยหานตงในที่สุดเมื่อเห็นทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ ทว่าเขายังไม่วางใจจึงไม่ยอมสลายเกราะพลัง

                   “จอม...มาร”น้ำเสียงของไป๋หลงแผ่นเบาอ่อนแรง ขณะเฟยหานตงวิ่งเข้าไปประคอง “ต้องเป็นจอมมารคืนชีพ แน่นอน”น้ำเสียงของไป๋หลงเต็มไปด้วยความมั่นใจ“มีเพียงแค่สองเรื่องเท่านั้น ที่จะกระตุ้นพลังของเฮยหลงให้ตื่นขึ้นมาได้...”ไป๋หลงกล่าวขณะมองไปที่เรือนพักของย่าหลงคาดว่าเฮยหลงต้องอยู่ในเรือนพักนั้น “เรื่องแรกคือนางถูกมุ่งหมายชีวิตมีคนจะฆ่านาง เรื่องที่สอง...พลังชั่วร้ายของจิตมารอยู่ใกล้ๆ จนนางสัมผัสได้พลังของจอมมาร”

                   “โชคดีที่ตอนนี้เฮยหลงสงบลงแล้ว...หากพลังเทพมังกรดำตื่นขึ้นมาจริงๆละก็ เกรงว่า แม้แต่จอมมารก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาง”เป่าเล่อกล่าวขณะขนลุกยังสยดสยองไม่หายกับเรื่องเมื่อครู่ที่เกิดขึ้น หากไป๋หลงมาช้ากว่านี้อีกก้าว น่ากลัวว่าเฮยหลงจะตื่นขึ้นมาจริงๆ

                   ยังดีที่ไป๋หลงเทพมังกรขาว คือดาวข่มพลังของเทพมังกรดำ และยังมีหวงหลง ผู้ถือครองดาบวิเศษซึ่งเป็นดาวพิฆาตเทพมังกรดำ ขอเพียงมีสองคนนี้อยู่ ก็สามารถจัดการกับเฮยหลงได้หากคนทั้งคู่ไม่อยู่ที่นี่...น่ากลัวว่าโลกมนุษย์คงได้นองเลือดเช่นสวรรค์และแดนเทพอสูรต้องพบเจอ...

                   ขณะที่พวกเขาคุยกันอยู่นั้นเสี่ยงร้องไห้โฮ ของเด็กหญิงก็ดังลั่นที่พักของย่าหลง

                   “ย่าหลง...ฮือ ฮือ ย่าหลง!”เสียงเด็กหญิงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก...

                   เทพทั้งสี่ได้แต่มองหน้ากันสีหน้าหนักใจขึ้นมาทันที

                   “หรือว่าจะเกิดเรื่องร้ายกับย่าหลง”เฟยหานตงกล่าวขณะสีหน้าไม่สบายใจ แม้กระทั่งเป่าเล่อ และเทพมังกรทองยังทำสีหน้าหนักใจ ย่าหลงแม้ฝึกวิชายมทูตมีพลังแข็งแกร่งทว่ากลับมีร่างกายเป็นมนุษย์ สุดท้ายก็เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้นจะรอดพ้นจากพลังของเทพมังกรได้อย่างไร

                   “น่าจะยังไม่ถึงตาย”ไป๋หลงกล่าวขณะทาบมือลงบนเกราะพลังของมังกรทองและเป่าเล่อที่กางเอาไว้ เกราะพลังก็สลายลงอย่างง่ายดาย

                   อ่า...ที่แท้แล้วเมื่อครู่ ผนึกพลังของไป๋หลงก็ถูกกระตุ้นจนผนึกพลังสลายไปแล้ว

                   ทุกคนพลันถอนหายใจอย่างโล่งอกขอเพียงมีพลังของไป๋หลงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเทพมังกรดำ หรือจอมมาร ก็ไม่จำเป็นต้องไปกลัวแล้ว!

    ณ สถานที่แห่งหนึ่งในสำนักพยัคทมิฬ

                   “แค่ก แค่ก”เสียงไอเบาๆดังขึ้น ขณะที่ไอก็ก็พ่นเลือดสีแดงออกมาจนเลอะพื้น

                   ร่างจิ้งจอกสีเงินนอนอยู่บนพื้นห้องหายใจแผ่วเบา ขนสีเงินถูกย้อมไปด้วยเลือด ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่เลือดไหลอาบพื้น... ดูแล้วชวนให้สยดสยอง

                   ‘นี่ข้าจะตายแล้วสินะ’เจ้าจิ้งจอกเงินคิด ขณะที่รู้สึกอ่อนเพลีย ดวงตาของมันปรือลงเรื่อยๆ ขณะที่มันพยายามถ่างตาเอาไว้

                   มันยังไม่อยากตาย! ทว่าบาดแผลของมันมากมายเหลือเกินอวัยวะภายในยังบอบช้ำอย่างรุนแรง มันไม่เหลือเรี่ยวแรงที่จะร่ายเวทรักษาตัวเองด้วยซ้ำตอนนี้แค่ขยับตัวยังทำไม่ได้...

                   หากว่าคนผู้นั้นตามมันมาทันหาตัวมันจนเจอ มันคงทำได้เพียงนอนรอให้อีกฝ่ายเชือดมันเท่านั้น...

                   ‘แดงน้อย...ชาตินี้ข้าคงไม่มีโอกาสออกตามหาเจ้าอีกแล้ว...วันนี้ข้าคงต้องตายอยู่ที่นี่แล้ว’เสี่ยวไป๋ในร่างจิ้งจอกเงิน อันเป็นร่างที่แท้จริงของมันคิดด้วยความสิ้นหวัง ขณะเฝ้ารอความตายมาเยือน มันบาดเจ็บสาหัสเกินไปรู้ตัวดีว่าอาจจะไม่รอด

                   ทันใดนั้นมันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆคล้ายเจ้าของฝีเท้านั้นกำลังเดินตรงมาที่มัน

                   ‘สุดท้ายข้าก็หนีความตายไม่พ้นสินะ’เสี่ยวไป๋คิดอย่างเศร้าใจ

                   มันอุตส่าห์ใช้พลังเฮือกสุดท้ายฝืนร่ายเวทมายาก่อนจะรีบเผ่นหนีจากมัจจุราช ตนนั้นมาได้มีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้ คิดไม่ถึงมัจจุราชตนนั้นกลับร้ายกาจตามมาสังหารมันเสียแล้ว!

                   ว่าแต่ก่อนตาย เหตุใดมันจึงรู้สึกว่ากลิ่นอายในห้องนี้ช่างคุ้นเคยนัก คล้ายกับกลิ่นอายของเจ้าแดงน้อยเหลือเกิน

                   “แดงน้อย เจ้ามารับข้าแล้วสินะ”เจ้าเสี่ยวไป๋พึมพำขณะได้ยินเสียงฝีเท้าหยุดลงหน้าห้องที่มันพุ่งตัวเข้ามาหลบซ่อนแต่มันไม่มีปัญญาร่ายเวท หรือแม้แต่ลุกไปปิดประตูดังนั้นประตูห้องจึงถูกเปิดอ้าเอาไว้

                   เสี่ยวไป๋ไม่อาจข่มกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดได้อีกต่อไป...ดวงตาของมันค่อยๆปิดลงจนในที่สุดสติก็ดับวูบลง

                   ทว่าใบหน้าของมันกลับเปี่ยมสุขเพราะมันได้กลิ่นอายของแดงน้อยเด่นชัดกว่าครั้งใดๆแม้มันจะไม่มีโอกาสตามหาแดงน้อยอีกแล้วทว่าก่อนตายได้กลิ่นอายของเจ้าแดงน้อยก็ยังดี...

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน