ราชาผู้ถือดาบใหญ่ปรากฏกายออกมาพร้อมประกายแสงและเงาดำที่ห่อหุ้มชุดเกราะสีดำเงาปลาบเด่นชัดอยู่ที่ด้านหน้าของบลานซ์หมวกที่มีเขาคล้ายวัวกระทิงชี้ไปที่กลุ่มศัตรูตรงหน้าตามมาด้วยการปรากฏตัวของซัมมอนเผ่าอัศวินและนักรบอันแข็งแกร่งอีก 2 ตนนาดัสผู้ไร้ความดีที่แทนเคยจัดการได้ในหุบเขาคนบาปนักรบมืดผู้สวมชุดเกราะเบาและปรากฏกายพร้อมมอนสเตอร์เผ่าสัตว์ป่า เสือเขี้ยวดาบเซเบอร์ทูธระดับ7 ดาว
และมอนสเตอร์ตนสุดท้ายที่ถูกเรียกออกมาจากพลังของการ์ดแบกเดอมากัสก็คือนายกองของกษัตริย์แบกเดอมากัสเอง มาลาฟินนายกองแห่งทัพอัศวินต้องสาปซัมมอนเผ่าอัศวินธาตุความมืดระดับ 14 ดาวที่จะทำให้ค่าพลังโจมตีของเผ่านักรบอัศวินเพิ่มขึ้น 50% และหากการ์ดใดที่เป็นธาตุความมืดก็จะได้รับพลังเพิ่มขึ้นอีก50%
แบกเดอมากัสเป็นเผ่าอัศวินซึ่งมีธาตุความมืดผสมอยู่ด้วยจึงทำให้แข็งแกร่งขึ้นอีกเท่าตัวในขณะที่นาดัสเป็นเผ่านักรบธาตุมืด ซัมมอนทั้ง 2 ตนที่ว่าจึงมีพลังเพิ่มขึ้นกว่า1 เท่าตัวเช่นเดียวกัน
“กลอรี่เบลด!แรมเพจโซล! บลัดดี้รีเวนจ์!”
เสียงจากระบบแจ้งท่าการโจมตีของมอนสเตอร์ทั้ง3 ตนที่บลานซ์เรียกออกมา และหลังจากสิ้นเสียงนั้นแบกเดอมากัสก็ฟาดดาบลงกับพื้นก่อนให้เกิดประกายแสงสีดำพุ่งขึ้นจากพื้นเป็นแนวยาวมาลาฟินควงดาบยักษ์สองเล่มที่หนึ่งในนั้นน่าจะเรียกว่าแท่งเหล็กเสียมากกว่าพุ่งเข้าไปกลางกลุ่มของผู้เล่นตรงข้ามแล้วเรียกใช้ท่าโจมตีที่มีรัศมีเป็นวงกลม...แรมเพจโซลส่วนนาดัสนั้นเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจนสายตามมองตามไม่ทันและเมื่อร่างของนักรบเงาตนนี้หยุดนิ่ง คมมีดคู่ในมือก็โจมตีต่อเนื่องนับสิบๆครั้งใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้าม 1 คน
“4,578!” “6,014!” “4,781!” “3,850!” “6,488!” “2,770!” “2,674!” “2,346!” “2,985!” “2,512!” “2,512!”
“4,823!” “6,993!” “4,309!” “4,432!” “6,799!” “4,116!” “4,616!” “2,512!” “2,098!” “2,435!” “2,112!”
“4,396!” “6,157!” “4,901!” “4,009!” “4,613!” “6,719!” “4,931!” “2,844!” “2,309!” “2,941!” “2,513!”
“4,168!” “4,919!” “6,710!” “4,891!” “4,115!” “4,003!” “6,541!” “2,674!” “2,346!” “2,985!” “2,512!”
“4,778!” “6,398!” “4,903!” “6,777!” “4,364!” “4,781!” “4,443!” “4,874!” “4,443!” “4,874!” “4,874!”
“4,996!” “6,810!” “4,771!” “6,339!” “4,901!” “6,116!”
“อ๊าก!”
“บ้าเอ้ย!”
“หลบเร็ว!”
“แท็งค์ขึ้นหน้าไปเร็ว!”
“ทำไมซัมมอนพวกนี้มันเก่งขนาดนี้!”
การโจมตีของมอนสเตอร์ที่บลานซ์เรียกออกมาทำเอาคนของกิลด์ไวท์พาลาดินถึงกับตกตะลึงการโจมตีที่ต่อเนื่องและรุนแรง ฝ่ายตรงข้ามไม่รอช้าใครคนหนึ่งกำลังร่ายคาถาฟื้นพลังระดับ 15 ดาวขึ้นไป
“แม่พระแห่งแสงนักบุญผู้โอบอ้อม ความปราณีแห่งทวยเทพ...”ผู้เล่นในชุดนักบวชที่หลบอยู่ด้านหลังของฝ่ายศัตรูกำลังร่ายคาถาสำหรับฟื้นพลังให้พวกของตัวเอง
“เอสเซนสแคตเตอร์!” เสียงหญิงสาวดังขึ้นจากกลุ่มของแทนอายะใช้สกิลของเธอยับยั้งการร่ายเวทเมื่อสังเกตเห็นผู้เล่นที่กำลังจะเรียกใช้คาถาฟื้นพลังด้วยสกิลของเธอสกิลที่มีโอกาสสกัดการร่ายเวทของเป่าหมาย
...และสกิลที่เธอใช้ออกไปก็ประสบผลสำเร็จเสียด้วย
พลังเวทที่กำลังรวมตัวกันสลายออกไปทันทีสีหน้าของผู้ร่ายเวทตื่นตระหนกนิกกี้ที่มองเห็นว่าฝ่ายสนับสนุนของศัตรูเป็นใครโจมตีใส่เป้าหมายไม่ยั้งสกิลหนึ่งถูกเรียกใช้เพื่อโจมตีใส่คนของไว้พาลาดิน...เซเวนเรย์ กระสุนเจ็ดแสง
“เซเว่นเรย์!” นิกกี้เรียกใช้สกิลกระสุนเจ็ดแสง 3 นัดถูกบรรจุอยู่ที่ปืนกระบอกทางด้านขวาแต่มันไม่จบเพียงแค่นั้น เธอเรียกใช้ท่าเดิมอีกครั้งหนึ่ง “เซเว่นเรย์!” ประกายแสงเจ็ดสีสถิตในปืนที่เหลืออีกกระบอก
หลังจากนั้นเธอก็เล็งเป้าไปที่กลุ่มศัตรูโดยเน้นไปที่ผู้เล่นอาชีพเพิ่มพลังเป็นหลัก...ใช้การตัดกำลังฝ่ายสนับสนุนเสียก่อนที่จัดการกับพวกที่อยู่ในแนวหน้า
แต่ฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงคนของกิลด์ใหญ่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดกลุ่มคู่ต่อสู้เรียกใช้การ์ดอีควิปเพื่อลดค่าความเสียหายที่กำลังจะเกิดขึ้นทันที
“เรียกการ์ดอีควิปเร็ว!ยัยนั่นจะยิงมาแล้ว!” เสียงชายคนหนึ่งที่เห็นนิกกี้ซึ่งกำลังรวบรวมพลังไว้ที่กระบอกปืนตะโกนบอก
“อีควิป!อีควิป! อีควิป!”
“อีควิป!อีควิป! อีควิป! อีควิป!”
“อีควิป!อีควิป!”
“อีควิป!อีควิป! อีควิป!”
เสียงเรียกใช้อุปกรณ์สวมใส่ดังระรัวหลังจากนั้นทั้งอาวุธและเครื่องป้องกันก็ถูกสวมใส่ให้กลุ่มศัตรูแต่ในตอนนั้นไม่มีใครสังเกตเห็นชายอีกคนในกลุ่มที่ยังไม่ได้เรียกใช้การ์ดอีควิปใดๆทั้งสิ้น เขาเรียกมอนสเตอร์ออกมา 3 ตัวด้วยการ์ดมังกรเคออส-ลอว์ ตามด้วยการ์ดซิลเวอร์วิงก์ แต่มอนสเตอร์ทั้ง 3 ตัวที่ถูกเรียกออกมานั้นไม่ใช่เป้าหมายแท้จริงที่เขาต้องการเรียกใช้แต่เมื่อเงื่อนไขของการอัญเชิญมีอยู่ครบแทนไทยก็เรียกใช้การ์ดผู้พิทักษ์แห่งวิหารมิเรดัสในอดีตแมนติคอร์ผู้เคยแย่งชิงพลังของไอไป...คัลโดร่าและรูโดร่าแมนติคอร์
“ซัมมอน!” เมื่อสิ้นเสียงนั้นมอนสเตอร์ระดับ 15 ดาวก็ปรากฏตัว สิงโตผู้มีขนเป็นโลหะสีดำและใบหน้าเป็นหญิงสาวก็ปรากฏตัวออกมาเสียงคำรามก้องดังสนั่น ศัตรูที่เห็นมอนสเตอร์ระดับสูงมีสีหน้าประหลาดใจมอนสเตอร์เผ่าอสูรสัตว์เพียง 2 ตนเท่านั้นที่อยู่ในเด็คที่เต็มไปด้วยมังกรของแทน

แต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ศัตรูของแทนควรจะหวาดหวั่นถึงคัลโดร่าแมนติคอร์จะมีพลังมหาศาลแต่เมื่อเทียบกับมอนสเตอร์ที่กำลังจะเรียกออกมานั้นยังด้อยกว่า แทนยอมสละมอนสเตอร์2 ตนเพื่อเรียกใช้พลังพิเศษของคัลโดร่าแมนติคอร์เขากำลังจะเรียกผู้พิทักษ์ที่แท้จริงแห่งวิหารมิเรดัสออกมา สัตว์อสูรระดับ 17ดาว รูโดร่าแมนติคอร์การ์ดซึ่งแข็งแกร่งที่สุดเท่าที่แทนมีอยู่ในขณะนี้...
“ซัมมอน!”
เมื่อสิ้นเสียงเรียกใช้แมนติคอร์อีกตนที่ทรงพลังกว่าก็ปรากฏตัวมอนสเตอร์ที่มีร่างของราชสีห์ขนเหล็กสีเงิน มอนสเตอร์ที่มีใบหน้าของบุรุษแมนติคอร์ผู้มีพลังพิเศษที่ผู้เล่นทุกคนหวาดหวั่นพลังที่จะทำลายอุปกรณ์สวมใส่ของศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าทุกตัวตน

“อาร์มเดสทรอยเยอร์!(Arms Destroyer)”เมื่อสิ้นเสียงประกาศจากระบบอุปกรณ์สวมใส่ของศัตรูทั้งหมดก็ถูกทำลายลง หลังจากนั้นแมนติคอร์ทั้ง 2 ตนก็ขู่คำรามก้องก่อนจะพุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูที่ยังตกตะลึงกับพลังของรูโดร่าแมนติคอร์ที่ทำลายอุปกรณ์สวมใส่ของพวกเขา
เมื่อร่างกายของศัตรูตรงหน้าไร้สิ่งปกป้องค่าพลังป้องกันก็ลดต่ำลงมากและในเวลานั้นเองการโจมตีผสานของคัลโดร่าและรูโดร่าแมนติคอร์ก็บดขยี้ใส่ศัตรูด้วยพลังอันรุนแรงของพายุแห่งคมเขี้ยวและพลังของกรงเล็บ..
“ดับเบิลแฟงก์!(Double Fangs)”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศจากระบบแมนติคอร์ทั้งสองตนก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มศัตรูตรงหน้าด้วยความเร็วราวกับมันทั้งคู่เป็นคมเขี้ยวโลหะของอาวุธอันทรงอานุภาพ
เงาร่างของแมนติคอร์สีเงินและแมนติคอร์สีดำวูบไหวก่อนจะปรากฏค่าความเสียหายบนร่างของกลุ่มศัตรูที่ไร้สิ่งป้องกันค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรุนแรงและต่อเนื่องเกินกว่าพลังของผู้เล่นบางคนจะต้านทานไว้ได้
“10,563!” “9,732!” “10,114!” “9,784!”
“10,098!” “9,410!” “10,832!” “9,911!
“11,765!” “9,092!” “10,157!” “9,626!”
“10,298!” “9,187!” “10,459!” “9,619!”
“11,176!” “9,772!” “10,385!” “9,723!”
ค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทำเอา3 ใน 8 คนที่รับการโจมตีนี้เข้าไปเกมโอเวอร์ในทันทีและไม่ใช่เพียงแค่นั้นอายะที่พุ่งเข้าฟันศัตรูอย่างรวดเร็วและรุนแรงทำให้ศัตรูอีกคนตายทันที ส่วนอีก 4คนที่เหลือเริ่มรู้สึกได้ถึงความแตกต่างของพลัง
พวกนั้นเริ่มถอยหนี...
“ถ้าเลิกฉันจะไม่ฆ่าพวกนายแต่ถ้ายังพูดไม่ฟังจะจัดการให้มันหมดๆ ไป”แทนพูดขึ้นโดยที่มีแมนติคอร์ทั้งสองตนยืนขนาบข้างส่วนนิกกี้และอัศวินทั้งสามของบลานซ์ก็จัดการมอนสเตอร์ที่ศัตรูเรียกออกมาจนหมด
พวกที่เหลือไม่พูดอะไรไม่มีคำพูดใดๆ ถูกเอ่ยออกมาตรงหน้าของแทนเหลือเพียงเงาด้านหลังของสมาชิกกิลด์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 1 ใน4 กิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนี้พวกนั้นหันหลังหนีไปจากที่ตรงนั้น ทำให้เส้นทางสู่ชั้นดาดฟ้าถูกเปิดออก
นิกกี้รีบจัดการเลือกการ์ดที่ได้จากการชนะการต่อสู้ด้วยความเร็วแสง“ใบนี้ นี้ๆๆๆๆๆๆ” เธอเลือกการ์ดที่ปรากฏออกมาจากกลุ่มผู้แพ้ซึ่งส่วนมากก็ไม่ได้เป็นการ์ดที่ดีอะไรนัก
ภายในกิลด์ไวท์พาลาดินไม่มีคนอยู่สักเท่าไรนั่นก็เพราะกำลังคนส่วนใหญ่ของกิลด์นี้ออกไปต้านพวกที่บุกเข้ามาและสมาชิกอื่นของไวท์พาลาดินก็อยู่ในดันเจี้ยนต่างๆ ยังกลับมาไม่ถึงการถูกบุกโจมตีโดยไม่ตั้งตัวแบบนี้ทำให้แม้จะเป็นกิลด์ใหญ่ก็ไม่อาจต้านรับได้ทัน
“นั่น!”นิกกี้เสียงดังพร้อมกับชี้ไปที่บันไดทางขึ้นสู่ชั้นบนเมื่อเห็นดังนั้นพวกแทนก็รีบใช้เส้นทางที่ว่าขึ้นไปยังชั้นต่อไปทันที
บนชั้นสองมีการต่อสู้เกิดขึ้นหลายจุดพวกของแทนอาศัยการหลบหลีกการต่อสู้ที่ว่าไปยังบันไดสู่ชั้นต่อไปพวกเขารีบใช้บันไดนั้นทันทีและในที่สุดประตูสู่ชั้นดาดฟ้าที่โล่งกว้างก็ถูกเปิดออกด้วยมือของบลานซ์ที่ออกนำหน้าทุกคนตั้งแต่เริ่มเข้ามาในเขตการต่อสู้
ในเกมนี้การเป็นหัวหน้ากิลด์มีอะไรมากกว่าการผู้นำถ้าหัวหน้ากิลด์ใดถูกจัดการลงได้โดยเงื้อมมือของเพลเยอร์ด้วยกันจะทำให้กิลด์นั้นมีทางเลือกเพียง2 ทาง ยอมตกเป็นกิลด์สาขาของกิลด์ที่ปราบหัวหน้ากิลด์ลงได้หรือไม่ก็มีอีกหนึ่งทางเลือก...ผู้แพ้เลือกยุบกิลด์ของตนเอง
ในขณะนี้ถ้าจากการคาดการณ์ของแทนไรอันร้อยศาสตราน่าจะอยู่ในปาร์ตี้เดียวกับเนตและไอรินแน่เพราะจากที่เขามองเห็นตอนที่อยู่นอกตัวตึก เขาเห็นทั้งสามคนรวมทั้งคนอีกสองกลุ่มอยู่บนนั้นและสองกลุ่มที่ว่าก็น่าจะเป็นคนของทั้งสองกิลด์ไวท์พาลาดินและคริสตัลอินเฟอร์โนที่ไม่รู้ว่าทำไมจึงบุกเข้าทำสงครามกันในตอนนี้
เมื่อประตูสู่ดาดฟ้าเปิดออกแทนก็เห็นการต่อสู้ดุเดือดและชุลมุนคนนับร้อยเข้าห้ำหั่นกัน มอนสเตอร์ อาวุธและชุดเกราะถูกเรียกใช้ไม่ยั้งบางคนที่ล้มลงก็สลายกลายเป็นละอองแสงส่วนคนที่ยังรอดอยู่ก็เข้าห้ำหั่นกับฝ่ายตรงข้าม จากที่แทนประมาณด้วยสายตาในตอนนี้คนของไวท์พาลาดินน่าจะเหลืออยู่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของคนฝ่ายคริสตัลอินเฟอร์โน
“หัวหน้าไอ้พวกไวท์พาลาดินอยู่ข้างบน!มาทางนี้เร็ว!” เสียงดังมาจากบันไดทางขึ้นดูเหมือนว่าคนของคริสตัลอินเฟอร์โนน่าจะบุกเข้ามาได้คนของไวท์พาลาดินที่คอยจัดการพวกศัตรูตรงทางเข้าน่าจะถูกจัดการไปแล้วพวกศัตรูจึงบุกเข้ามาได้โดยง่าย
“พวกนายช่วยกันสกัดพวกนั้นไม่ให้ขึ้นมาได้ไหม!” แทนหันไปหาพวกบลานซ์และคนอื่นๆ
“เดี๋ยวพวกฉันจัดการพวกมันเองบลานซ์! อายะ! ลงไปปะทะไว้ก่อนเดี๋ยวฉันยิงมันจากข้างบน!” นิกกี้ตะโกนสั่งหลังจากนั้นอายะและบลานซ์ก็ออกสู่แนวหน้าเตรียมเข้าปะทะกับพวกที่กำลังขึ้นมาโดยมีลินเป็นฝ่ายสนับสนุน
ยังนับว่าโชคดีที่บันไดขึ้นสู่ชั้นดาดฟ้านี้เป็นทางแคบทำให้เหมือนเป็นการบังคับโดยอัตโนมัติให้ใครก็แล้วแต่ที่จะขึ้นมาไม่สามารถเข้ามาได้ที่ละหลายคนทำให้พวกของนิกกี้สามารถดักจัดการพวกที่ขึ้นมาทีละกลุ่มได้
“ชิลด์!รีเจน! ชิพท์! นัลลิฟายดาเมจ!ดาเมจลิงค์!”
“ราเซ็น!อิดะเท็น!”
“บิท!บิท! บิท! บิท! เซเว่นเรย์! เซเว่นเรย์!”
“เบลส! โฮลี่เวพพอน!”
เสียงเรียกใช้สกิลดังระรัวพวกของแทนที่คอยดักจัดการพวกที่กำลังจะขึ้นมาบนดาดฟ้าเตรียมพร้อมเต็มที่หลังจากนั้นเสียงการต่อสู้ก็เริ่มขึ้นแทนซึ่งมองดูสถานการณ์อยู่ครู่หนึ่งวางใจได้เมื่อศัตรูที่บุกเข้ามาโดนจัดการไปสามกลุ่มติดๆกัน
จากเรื่องที่ผ่านมาทำให้กลุ่มของเขาแข็งแกร่งขึ้นโดยไม่รู้ตัวในตอนนี้กลุ่มของแทนน่าจะขึ้นเป็นผู้เล่นระดับสูงแต่ไม่ใช่เพราะเรื่องเลเวลเพียงอย่างเดียวที่ทำให้เป็นเช่นนั้นเพราะเรื่องเลเวลนั้นพวกแทนมีไม่มากนัก แต่จากการต่อสู้ที่เข้าขากันเหมือนกับรู้ใจและการ์ดที่พวกเขาครอบครองเป็นการ์ดในระดับสูงแทบทั้งสิ้นจึงทำให้กลุ่มของเขาแข็งแกร่งจนคนของกิลด์ขนาดใหญ่ยังไม่สามารถโค่นลงได้
“ไม่ต้องห่วง!สบายมาก!” เสียงบลานซ์ที่ลงไปสะกัดศัตรูไว้ตะโกนขึ้นมา“นายไปเถอะแทน พวกนี้เดี๋ยวพวกฉันจัดการเอง!”
“ฝากด้วย!”แทนตะโกนบอกบลานซ์ก่อนจะออกจากบริเวณนั้นไป
บนดาดฟ้าการรบกำลังชุลมุนไม่แพ้ด้านล่างแต่เมื่อชายหนุ่มกวาดสายตาไปรอบๆก็ต้องหยุดสายตาลงบนท้องฟ้า...การต่อสู้ที่กำลังเกิดขึ้นกับคนสองกลุ่มที่ลอยอยู่ในอากาศ
กลุ่มหนึ่งนำโดยชายหนุ่มสวมผ้าคลุมสีดำใบหน้านิ่งเรียบเมื่อมองใบหน้าชายคนนั้นแล้วทำให้แทนคิดถึงชายอีกสองคนที่เขารู้จัก คิทและคอส...
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังขี่อยู่บนหลังมังกรสามตัวนั้นแทนรู้จักดีคนหนึ่งคือไรอันที่ขี่หลังมังกรเพลิงสีแดงดำดวงตามังกรตนนั้นราวกับมีเพลิงลุกไหม้อยู่ตลอดเวลา ส่วนปีกมหึมาทั้งสองข้างมีเปลวเพลิงลุกท่วมผู้ชายอีกคนที่อยู่บนหลังมังกรที่มีร่างเป็นน้ำแข็งนั้นคือคนที่แทนไม่ค่อยจะชอบหน้านักคีย์อยู่บนหลังมังกรน้ำแข็งที่พ่นไอเย็นออกจากปาก
ส่วนมังกรตัวสุดท้ายมีสองคนขี่อยู่บนหลังของมันนักบวชของกิลด์ไวท์พาลาดิน...ไอรินอยู่บนหลังมังกรสีขาวล้วน มังกรที่แทนมีอยู่ในครอบครองเช่นกันเพิร์ลดราก้อน...มังกรไข่มุก
แต่เรื่องมังกรนั้นไม่ใช่เรื่องที่แทนสนใจสายตาของเขาจ้องไปยังหญิงสาวที่อยู่หน้าไอรินหญิงสาวอีกคนที่ขี่อยู่บนหลังมังกรตัวเดียวกันกับเธอ...
“เนต!”แทนตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นผู้หญิงที่อยู่บนหลังมังกรไข่มุกแต่ถึงแม้เสียงตะโกนของเขาจะดังแต่ก็ไม่ได้ทำให้เนตที่กำลังอยู่ในการต่อสู่อันดุเดือดบนท้องฟ้าได้ยินไรอันและมังกรยักษ์กำลังเข้าปะทะกับชายในชุดคลุมสีดำ ชายที่กำลังเรียกใช้การ์ดอีก 1ใบ...การต่อสู้ของหัวหน้ากิลด์ทั้งสองกำลังอยู่ในช่วงตัดสิน
“แอเรีย!”หลังจากสิ้นเสียงนั้นอสุรกายก็ปรากฏตัวอสรพิษผลึกปรากฏกายทำให้สนามรบเปลี่ยนแปลงขนาดของมันใหญ่โตกว่าตึกที่แทนยืนอยู่เสียอีกอสรพิษผลึกผู้มีดวงตาสีน้ำเงินเย็นยะเยียบ แต่มันไม่ได้จบเพียงแค่นั้นการ์ดอีกใบถูกเรียกใช้ต่อไป
“แอเรีย!” เมื่อชายชุดดำเรียกใช้การ์ดอีก1 ใบพระเพลิงก็สถิตในร่างเทพแห่งอัคคีประทานพลังอันมหาศาลให้ผู้เรียกใช้ร่างของชายในชุดคลุมมีเปลวไฟสีแดงฉานก่อนรูปเป็นปีศาจเพลิงผู้มีสี่ปีกที่ด้านหลังแขนทั้งสองข้างแปรเปลี่ยนเป็นแส้ไฟที่เผาผลาญทุกสิ่งขนาดตัวของเขาขยายขึ้นใหญ่กว่าเดิมเกือบ 10 เท่า