“ข้าพาศิษย์มาให้เ้าน่ะซิ”เทพพฤกษาพูดพลางปรายตาไปที่ร่างเล็กข้างหลังญาติผู้พี่ซึ่งกำลังเดินเข้ามา
“อ่อ...งั้นรึ”เทพาเหลือบตาตามพยักหน้ารับรู้ “ได้ ข้าจะรับไว้”
เทพพฤกษาลุกขึ้น เสด็จเข้าไปจับชีพจรญาติผู้พี่“เ้าาเ็”
“ยังรู้ดีเหมือนเดิม”เทพาพูดหน้านิ่ง
เทพพฤกษาค้อนขวับ “ฮึ!”
แล้วนางก็หยิบขวดโอสถออกมาจากถุงผ้ายัดใส่มือญาติผู้พี่“กินซะ นี่เป็ยาสมานแผล”
“ขอบใจ” เทพาพูดหน้านิ่งแล้วก็หันไปสั่งลี่จิ่นว่า “เตรียมทำพิธีรับศิษย์”
“ขอรับ” ลี่จิ่นรับคำสั่งแล้วก็เดินไปเรียกศิษย์น้องให้มาทำพิธีรับศิษย์
“ปกติอาจารย์เลือกรับศิษย์เข้มงวดจะตายแล้วเหตุใดเ้าแมวป่านั่นถึงได้เป็ศิษย์ง่ายนักเล่า?” ศิษย์สี่กระซิบถาม
“ก็เทพพฤกษาพามาน่ะซิ”ศิษย์สามกระซิบบอก
“ไปๆรีบไปเตรียมทำพิธีรับศิษย์กันเถอะ” ลี่จิ่นบอกพลางไล่ศิษย์น้อง
ไม่นานนักบรรดาศิษย์ทั้งสี่รวมถึงบ่าวไพร่ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องโถงเพื่อทำพิธีรับศิษย์
เทพายืนกลางห้องโถงรอรับการคารวะจากศิษย์คนใหม่
ลี่จิ่นถือจอกเหล้ารอท่า
ไป๋เมาคุกเข่ารอ
“วันนี้ข้าขอประกาศรับศิษย์คนที่5 ณ บัดนี้” เทพาประกาศก้อง ลี่จิ่นส่งจอกเหล้าให้ศิษย์น้องคนใหม่
ไป๋เมารับจอกเหล้าไปแล้วยื่นไปให้เทพา“ข้า...ไป๋เมาขอคารวะอาจารย์ด้วยเหล้าจอกนี้”
เทพารับจอกเหล้าจากศิษย์ไปดื่มรวดเดียวหมดจอก
“นับั้แ่นี้เป็ต้นไปไป๋เมาคือศิษย์คนที่ 5 ของข้า...หนิงจ้าน”เสียงประกาศกึกก้องดังไปทั่วทั้งขุนเขาระฆังใหญ่บนหอระฆังดังกังวานไปทั่วดั่งจะแจ้งข่าวให้รับรู้กันทั่วทั้งพิภพ
เมื่อจบพิธีรับศิษย์แล้วเทพพฤกษาก็ขอตัวกลับทันที “ข้าไปล่ะ แล้ววันหน้าข้าจะมาใหม่”
“เชิญ” เทพาพูดหน้านิ่ง
เทพพฤกษาหันไปพูดกับไป๋เมาว่า“อยู่นี่เ้าก็อย่าดื้ออย่าซนให้มากนักล่ะ”
มือเรียวนุ่มลูบหัวไป๋เมาหัวอย่างอ่อนโยน
“มาหาข้าบ่อยๆ นะท่านหนิงเฟิ่ง”ไป๋เมาบอกหน้าระรื่นอย่างกำลังปลื้มใจที่ได้เป็ศิษย์ของเทพา
“ได้” เทพพฤกษาพยักหน้า
คำเรียกขานอย่างสนิทสนมสร้างความสงสัยกับทุกคนยิ่งนักว่า...เ้าแมวน้อยมีความสัมพันธ์อันใดกับเทพพฤกษากันแน่?
ข่าวการรับศิษย์คนใหม่ของเทพาลือเลื่องไปทั่วทั้งพิภพ
เมื่อต้องมาอยู่ต่างแดนคืนแรกไป๋เมาก็นอนไม่ค่อยหลับด้วยความตื่นเต้นดีใจ หลังจากอาบน้ำเสร็จ ไป๋เมาก็เริ่มเดินสำรวจไปทั่วทั้งตำหนัก
เสียงขลุ่ยแว่วมาร่างเล็กเดินตามเสียงไปจนถึงตำหนักเทพา
เทพากำลังเป่าขลุ่ยอยู่หน้าตำหนัก
ไป๋เมาเดินไปหยุดดูอยู่ห่างๆ
เทพารับรู้ถึงเสียงฝีเท้าที่เดินเข้ามาก็หยุดเป่า“เข้ามาซิ”
ไป๋เมาเดินเข้าไปกุมมือคารวะอาจารย์
“นั่งซิ”เทพาชี้ไปที่เบาะรองนั่งข้างโต๊ะเตี้ย
ไป๋เมาเดินเข้าไปนั่งพับเพียบเรียบร้อยอย่างเคยชิน
“ทำไมยังไม่นอน”เทพาถามพลางมองศิษย์คนใหม่
“นอนไม่หลับ” ไป๋เมาตอบเสียงเบา
เทพามองแล้วก็เริ่มเป่าขลุ่ย
ไป๋เมานั่งฟังอย่างเพลิดเพลินชวนให้คิดถึงพี่รองที่ชอบบรรเลงพิณให้น้องเล็กฟังทุกค่ำคืน เสียงขลุ่ยชวนให้ดวงตาคู่สวยค่อยๆปรือลง
เมื่อเป่าขลุ่ยจบศิษย์คนใหม่ก็ฟุบหลับกับโต๊ะเตี้ย
เทพามองอย่างเอ็นดู
ครั้นจะปลุกให้ลุกกลับไปนอนที่ห้องก็กลัวว่าจะตื่นจนนอนไม่หลับ
เขาจึงตัดสินใจอุ้มร่างเล็กเข้าไปนอนในตำหนักแทนเขาค่อยๆ วางร่างเล็กลงบนพรมขนหมีผืนใหญ่ที่ใช้รองนั่งอ่านหนังสือความรู้สึกบอกชัดเมื่อได้โอบอุ้มร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน...นางเป็สตรี!
คงเป็เพราะเวทมายาของญาติผู้น้องที่บิดเบือนสายตาให้เห็นว่าเป็บุรุษดวงตาคมฉายแววดุดัน นางช่างกล้าส่งสตรีมาเป็ศิษย์ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าข้าไม่มีทางรับสตรีเข้าตำหนักเด็ดขาดหนิงเฟิ่งหนอ...หนิงเฟิ่ง เ้าช่างทำกับข้าได้!
ครั้นจะส่งนางกลับก็ไม่ได้แล้วเพราะเขาประกาศรับนางเป็ศิษย์ไปแล้วก็คงต้องปล่อยเลยตามเลย เฮ้อ...
ดวงตาคมมองร่างเล็กอย่างเอ็นดูลุกขึ้นไปหยิบผ้าห่มมาห่มให้นาง
ย่ำรุ่งไป๋เมาลืมตาตื่น...ที่นี่ที่ไหน?
ดวงตางามค่อยๆ กรอกมองไปรอบๆอย่างงงๆ แล้วสายตาก็สะดุดกับร่างหนึ่งบนเตียงด้านหนึ่งของห้องนางค่อยๆขยับลุกขึ้นมอง...อาจารย์!
สมองนิ่งคิด...จริงซิเมื่อคืนข้านั่งฟังอาจารย์เป่าขลุ่ยนี่ข้าเผลอหลับไปหรือ!
ร่างเล็กค่อยๆลุกขึ้นก้าวย่องออกจากตำหนักอย่างแ่เบา
เสียงประตูปิดลง ดวงตาคมลืมตาขึ้นเขาตื่นั้แ่ได้ยินเสียงนางขยับตัวลืมตาแล้วแต่ยังแกล้งหลับเพื่อไม่ให้นางรู้สึกตะขิดตะขวงใจ
พอออกห่างจากตำหนักพอสมควรไป๋เมาก็รีบวิ่งกลับห้องทันทีพอเข้าห้องได้นางก็นั่งตำหนิตัวเอง...ข้านี้ช่างแย่จริงต้องให้อาจารย์คอยดูแล
นั่งตำหนิตัวเองไปมาแล้วก็คิดได้ว่าควรจะตอบแทนอาจารย์บ้าง...แต่เอข้าจะทำอะไรตอบแทนอาจารย์ดีล่ะ?
แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นวาบ! ทำอาหารให้อาจารย์กินอย่างไรล่ะ
พอคิดได้แล้วนางก็ลุกขึ้นออกจากห้องตรงไปยังห้องครัว
ยังไม่มีใครตื่น ห้องครัวจึงเงียบเชียบนางเริ่มลงมือหุงข้าวทำกับข้าวจนแสงตะวันเริ่มจับขอบฟ้านางก็ทำกับข้าวเสร็จจากนั้นนางก็ตักแบ่งแล้วยกไปให้อาจารย์ที่ตำหนัก
เทพายืนนิ่งอยู่หน้าตำหนักได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาก็หันไปมอง
ไป๋เมาถือถาดอาหารเดินเข้าไปแล้วก็หยุดมองอยู่ห่างๆ
เทพากวักมือ“เข้ามาซิ”
ไป๋เมาเดินเข้าไปหา“อาจารย์ข้าทำอาหารมาให้ท่าน”
เทพาพยักหน้า“อืม” แล้วก็เดินไปนั่งตรงระเบียงหน้าตำหนัก
ไป๋เมาถือถาดเข้าไปวางบนโต๊ะสีหน้ายิ้มแย้มแล้วก็ถอยห่างไปนิดหนึ่ง
“ถ้าท่านชอบก็บอกข้าได้หรือถ้าไม่ชอบก็บอกข้าได้” นางพูดอย่างคาดหวังคำติชม
เทพาตักอาหารลองชิมไป๋เมารอลุ้นอยู่ไม่ห่าง
“อร่อย” เทพาบอกสั้นๆแล้วก็กินต่อจนหมด
ไป๋เมายิ้มหน้าบาน
พออาจารย์กินเสร็จแล้วลุกออกไปนางก็รีบเก็บถาดกลับไปที่ห้องครัว
บ่าวไพร่กำลังซักถามกันให้วุ่นว่าใครมาทำอาหารเอาไว้?
“ข้าทำเองแหละ” ไป๋เมารีบบอก
บรรดาบ่าวไพร่มองตาแทบถลน“ท่านเนี่ยนะทำอาหาร?”
“อื้ม ก็ข้าน่ะซิ” ไป๋เมาพยักหน้ารับ“ข้าเอาไปให้อาจารย์กินแล้วด้วย อาจารย์บอกว่าอร่อยด้วยล่ะ”
“ข้าไม่เคยเห็นศิษย์คนไหนทำกับข้าวเลยสักครั้งมีท่านคนแรกนี่แหละที่เข้าครัวทำกับข้าว” บ่าวมองอย่างงงๆ
“ทำไมล่ะ?ข้าไม่เห็นว่ามันจะแปลกตรงไหนเลย อยู่ที่บ้านข้าก็ทำกับข้าวบ่อยไป” ไป๋เมาบอกพลางวางถาดไว้แล้วก็เดินออกไป
หลังจากอยู่ที่ตำหนักซีฮันผ่านไปได้ 7 วันบรรดาศิษย์พี่ก็เริ่มสงสัยว่าทำไมศิษย์น้องเล็กถึงไม่ยอมอาบน้ำร่วมกับพวกเขาเลยสักครั้ง
“ศิษย์พี่ใหญ่ไม่สงสัยบ้างเหรอ?เ้าห้าไม่เคยอาบน้ำกับพวกเราเลยสักครั้ง ท่านไม่คิดว่ามันแปลกบ้างรึไง?”ศิษย์สามถาม
“ช่างเถอะๆบางทีเ้าห้าอาจจะอายรูปร่างตัวเองก็ได้ที่ตัวเล็กกว่าพวกเรามากนัก” ศิษย์พี่ใหญ่บอก
“คงงั้นแหละตัวเล็กขนาดนั้นก็คงจะอายที่อะไรๆ ก็เล็กไปหมดน่ะซิ” ศิษย์รองเสริม
“งั้นต้องพิสูจน์”ศิษย์สี่เสนอ
“ใช่ๆ ต้องพิสูจน์”ศิษย์สามเห็นด้วย
“พวกเ้าจะทำอะไรก็ทำเถอะไร้สาระจริงเชียว” ศิษย์พี่ใหญ่บอกแล้วก็เดินจากไป ศิษย์รองก็รีบตามไป
ศิษย์สามกับศิษย์สี่มองหน้ากัน“ต้องพิสูจน์”
ศิษย์น้องห้าเดินมาพอดี“ต้องพิสูจน์อะไรเหรอศิษย์พี่?”
ศิษย์พี่สามกับศิษย์พี่สี่จับแขนศิษย์น้องห้าไว้คนละข้าง
“ก็พิสูจน์ว่าเ้าเป็อะไรถึงไม่ยอมอาบน้ำร่วมกับพวกเราเลยสักครั้งน่ะซิ”ศิษย์พี่สี่บอก
“ไปอาบน้ำด้วยกันดีกว่าเ้าห้า”ศิษย์พี่สามพยักหน้า
ศิษย์น้องส่ายหน้าเดี๊ยะ“ไม่เอานะศิษย์พี่ อย่าแกล้งข้าแบบนี้ซิ”
“มาเร็วเ้าห้า”ศิษย์พี่ทั้งสองรั้งแขนสุดแรง
“ไม่เอา! ข้าไม่ไป! ปล่อยข้านะศิษย์พี่สาม ศิษย์พี่สี่”ศิษย์น้องร้องโวยวายลั่นตำหนักขืนตัวสุดฤทธิ์
“มาเถอะน่า แค่อาบน้ำด้วยกันแค่นี้ทำไมต้องทำท่าจะเป็จะตายเสียให้ได้”ศิษย์พี่สามออกแรงดึงเต็มที่
ศิษย์น้องยิ่งดิ้นสะบัดสุดแรง“ไม่เอา! ข้าไม่ไป! ปล่อยข้า!”
“ทำอะไรกัน?”เสียงถามดังขึ้น
ทุกคนชะงักหันไปมอง“อาจารย์!”
“ข้าก็แค่กำลังจะไปอาบน้ำกับเ้าห้าเท่านั้นเองขอรับ”ศิษย์สามบอก
“พวกข้าก็แค่สงสัยว่าเ้าห้าเป็อะไรถึงไม่ยอมอาบน้ำพร้อมพวกเราเลยสักครั้งเท่านั้นเอง”ศิษย์สี่เสริม
เทพาตาดุวาวถลันเข้าไปคว้าตัวศิษย์คนเล็กแยกออกมา พร้อมกับดันร่างเล็กไปไว้ข้างหลัง
สายตาดุดันมองศิษย์สามและสี่เขม็ง
จนคนถูกจ้องรู้สึกเหมือนกำลังถูกดาบจ่อลำคออย่างไรอย่างนั้น
“อย่าได้ทำเช่นนี้อีกเป็อันขาด!” เสียงดุต่ำทรงอำนาจพูดออกมาเหมือนคมดาบเสียบทะลุคอผู้ฟัง
จนศิษย์ทั้งสองไม่กล้าแม้แต่จะกลืนน้ำลาย
แล้วเทพาก็คว้าข้อมือศิษย์คนเล็กเดินจากไป
ศิษย์สามและสี่ยืนตัวแข็งอยู่อย่างนั้นไม่เคยเห็นอาจารย์จะโมโหมากเช่นนี้เลยสักครั้ง
ทั้งสองมองหน้ากันพลางค่อยๆกลืนน้ำลายลงคอ
เทพาพาศิษย์คนเล็กเดินไปที่สวนซึ่งไร้ผู้คนเขาหันกลับไปมองอย่างเป็ห่วง “เป็อย่างไรบ้างเ้าห้า?”
ไป๋เมาเงยหน้ามองอาจารย์น้ำตาคลอ“อาจารย์...อึก”
นางพยายามกลั้นน้ำตาสุดฤทธิ์
เทพาตบบ่าเบาๆ ปลอบใจ“ไม่เป็ไรแล้วนะๆ”
“อึก...อึกอาจารย์...ฮือๆๆๆๆๆ” ไป๋เมาร้องไห้น้ำตาไหลพรากโผเข้ากอดอาจารย์ไว้แน่น
“ไม่เป็ไรแล้วๆ”เทพากอดพลางลูบหลังปลอบโยน
“ฮือๆๆๆๆๆ อาจารย์ๆฮือๆๆๆๆ”
ครู่ใหญ่กว่าศิษย์คนเล็กจะหยุดร้องไห้อาภรณ์ชุ่มไปด้วยน้ำตา เสียงสะอื้นค่อยๆเงียบลง ไป๋เมาค่อยๆดันตัวออกจากอ้อมอกพอมองเห็นคราบน้ำตาบนอาภรณ์ของอาจารย์ก็รู้สึกผิดที่ทำให้อาภรณ์ของอาจารย์ต้องเปรอะเปื้อน“ข้าขออภัย ข้าทำให้เสื้อท่านเปื้อนหมดแล้ว”
“ไม่เป็ไร” มือใหญ่ลูบศีรษะปลอบใจ“เ้ากลับไปพักซะเถอะ”
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรเตอร์ได้ทางเพจreadfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readfree.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : https://lin.ee/qEBuZvK
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ