ภายในหอคอยสวรรค์ในยามนี้นั้นตัวของหลินเทียนก็เข้ามาสู่ภายในที่ชั้นที่ 11 จนได้ ผู้คนภายในสถานที่แห่งนี้นั้นบางตาลงอย่างชัดเจน ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นคล้ายกับเขาวงกตขนาดใหญ่ ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้นั้นไม่รู้จุดหมายไม่รู้ปลายทางว่าสุดเขตของเขาวงกตแห่งนี้นั้นอยู่ที่ใด บรรยากาศภายในสถานที่แห่งนี้นั้นมืดมนเยือกเย็นสุดขั้ว ราวกับว่าสถานที่แห่งนี้นั้นมันไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ปกติธรรมดาควรจะมาเยือนราวกับว่าสถานที่แห่งนี้นั้นสามารถพรากชีวิตของพวกมันไปได้ทุกเมื่อชั่วเวลา“นี่มันอะไรกันสถานที่แห่งนี้มันช่างให้ความรู้สึกที่ชั่วร้ายนัก ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ชั่วร้ายอยู่เต็มไปหมด” ที่ปากทางเข้าของเขาวงกตแห่งนี้มีเด็กรุ่นเยาว์เป็นจำนวนหนึ่งที่กำลังพูดคุยกันอยู่พวกมันยังไม่สามารถที่จะตัดสินใจกันได้ว่าพวกตนจะเอายังไงกันต่อดีที่เบื้องหน้าของพวกตนในยามนี้นั้นมีเพียงแค่เส้นทางเดียวเท่านั้นนั่นคือต้องผ่านเขาวงกตแห่งนี้ให้ได้เพื่อที่จะผ่านเข้าไปสู่ชั้นถัดไป แต่กลิ่นไอที่อยู่ด้านในเขาวงกตแห่งนี้นั้นไม่ว่าจะใช้จิตสัมผัสอย่างไรมันก็เป็นพลังงานด้านมืดอย่างสุดขั้วพวกมันสามารถจับจิตสัมผัสได้ว่าที่ด้านในเขาวงกตแห่งนี้จะต้องมีภัยอันตรายซ่อนตัวอยู่แน่นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้คนจำนวนหนึ่งเกิดความลังเล ว่าพวกตนนั้นควรที่จะเดินทางเข้าไปต่อหรือควรที่จะพอแค่นี้ดี จริงอยู่การที่มาเยือนหอคอยสวรรค์แห่งนี้นั้นจะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตแต่ก็ไม่แน่ว่าจะไม่มีผลข้างเคียง และผลข้างเคียงของการไม่รู้จักประมานตนนั้นนับว่าร้ายแรงเป็นอย่างมากดีไม่ดีมันผู้นั้นอาจจะต้องพิการหรือเสียสติไปตลอดกาล“เหอ เหอ พวกที่รู้ตัวเองว่าไม่มีความสามารถก็จงไสหัวออกไปจากสถานที่แห่งนี้ซ่ะ” เจ้าของน้ำเสียงนี้นั้นตัวของมันย่อมรู้เป็นอย่างดีว่าภายในเขาวงกตแห่งนี้นั้นมีตัวอะไรซุกซ่อนอยู่ และรู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของมันเป็นอย่างดีนั่นเป็นเพราะตัวของมันเคยพบเห็นเจ้าสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายนี้มาก่อนและตัวของมันก็สามารถที่จะผ่านชั้นนี้ไปได้ครั้งหนึ่ง แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นตัวของมันในยามนี้ก็ดูเหมือนว่าจะรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนัก“นี่สหายเจ้ารู้อย่างงั้นเหรอว่าที่ด้านในเขาวงกตนั้นแท้จริงแล้วมันมีอะไรซ่อนอยู่กันแน่” เหล่ารุ่นเยาว์คนอื่นย่อมไม่อยากพลาดเลยที่จะสอบถามข้อมูลกับมันผู้นี้ถึงแม้ว่าน้ำเสียงของมันจะฟังดูไปแล้วน่าหมั่นไส้ไปบ้าง แต่หากได้ข้อมูลกับมันสักเล็กน้อยย่อมมีประโยชน์ต่อพวกตนเองอย่างมากมายมหาศาลทางด้านตัวของหลินเทียนนั้นตัวของเขาก็ยังไม่ได้ก้าวเท้าเข้าไปที่ภายในเขาวงกตแห่งนี้เช่นกัน การที่จะได้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ย่อมมีประโยชน์ต่อตนมิใช่น้อยหลินเทียนนั้นไม่ได้คาดหวังหรอกว่าตนเองต้องขึ้นไปสู่ที่ชั้นสูงสุดระดับใดตัวของเขาเพียงแต่คิดที่จะทำให้เต็มที่เท่านั้นและผลมันจะออกมาเป็นอย่างไรก็สุดแท้แล้วแต่โชคชะตา“ที่ด้านในสถานที่แห่งนี้นั้นมันมีสัตว์อสูรอยู่ 3 ตนด้วยกันรูปร่างของมันแต่ล่ะตัวนั้นสูงใหญ่เป็นอย่างมากคล้ายกับว่าพวกมันนั้นไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้หรือมิติแห่งนี้ด้วยซ้ำที่บริเวณรอบตัวของพวกมันนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังงานที่ชั่วร้ายอยู่เต็มไปหมดอย่าได้คิดสู้กับพวกมันเป็นอันขาด มีเพียงแต่หนีแล้วก็หนีเท่านั้นเพราะพลังของพวกมันนั้นเหนือกว่าที่พวกเจ้าจินตนาการไปไกล” หลินเทียนตั้งใจที่จะฟังคำพูดของชายตรงหน้าด้วยความตั้งใจ พลังฝีมือของมันผู้นี้นั้นนับว่าไม่ต่ำทรามเลยหากจะให้พูดว่าตัวของมันในยามนี้นั้นแทบที่จะมีพลังฝีมืออยู่ในชั้นหัวแถวของศิษย์ฝ่ายในด้วยซ้ำแต่คำแนะนำของมันกับบอกให้หนีแล้วก็หนีอย่างงั้นเหรอไม่อยากจะคาดคิดเลยว่าแท้จริงแล้วสิ่งมีชีวิตด้านในมันมีความแข็งแกร่งอยู่ที่ละดับใดกันแน่“นี่มันไม่ต่างอะไรไปจากเกมส์ไล่จับหนูเลยซินะ มีเพียงแต่ผู้ที่จะหนีรอดเท่านั้นที่จะสามารถผ่านด่านนี้ไปได้” จากคำบอกเล่าที่ตัวของหลินเทียนได้ยินจากชายตรงหน้าแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเอาชนะเจ้าสัตว์อสูรพวกนี้ได้ด้วยกำลัง มีเพียงแต่ต้องหนีแล้วก็หนีเท่านั้นผู้ที่รวดเร็วและว่องไวเท่านั้นถึงจะผ่านชั้นที่ 11 นี้ไปได้เวลาผ่านไปไม่นานนักก็มีผู้ที่ใจกล้าที่จะเปิดฉากบุกตะลุยเข้าไปภายในเขาวงกตแห่งนี้ในทันทีถึงแม้ว่าบรรยากาศภายในของมันนั้นจะอึมครึมดูน่ากลัว แต่พวกมันทุกคนก็ไม่มีทางเลือกอื่นนี่คือเส้นทางเดียวเท่านั้นที่จะนำทางพวกตนไปสู่ชั้นที่ 12 ได้
หวืดดดด หวืดดด โฮกกกกก เพียงแค่เหล่าเด็กรุ่นเยาว์ทั้งหลายต่างพากันก้าวเท้าเข้ามาภายในเขาวงกตแห่งนี้ พวกมันต่างก็ได้ยินเสียงกู่ร้องของสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวราวกับว่าพวกมันนั้นรับรู้ถึงผู้ที่ทำการบุกรุกภายในอาณาเขตของพวกมันเพียงแค่เสียงคำรามของมันถึงกับทำให้ทุกคนมีสีหน้าที่เปลี่ยนสี เพียงแค่นี้ก็สามารถที่จะสัมผัสรับรู้ความแข็งแกร่งของมันแล้วว่า พวกมันนั้นทรงพลังสักเพียงไหน ภายในเขาวงกตแห่งนี้นั้นมีนักเรียนจอมเวทเป็นจำนวนนับร้อยคนพวกมันต่างก็แยกย้ายกันเดินไปในเส้นทางของตนเองและดูเหมือนว่าภายในสถานที่แห่งนี้นั้นจะมีเส้นทางหลักๆอยู่ 3 ทางให้เลือกเดินหลินเทียนในยามนี้นั้นเฝ้าระวังตัวเองอย่างถึงขีดสุด เขาปิดซ่อนตัวตนเท่าที่ตัวของมันเองจะทำได้ มีเพียงแต่วิธีนี้เท่านั้นที่จะให้ตัวเองอยู่รอดปลอดภัย ภายในเส้นทางเขาวงกตแห่งนี้นั้นมันเต็มไปด้วยความสลับซับซ้อน พวกเขาเสียเวลานานเป็นอย่างมากกว่าจะสามารถก้าวเดินไปได้ในแต่ละครั้งนี่นับว่าเป็นความยากลำบากอย่างแท้จริงไม่เพียงที่จะต้องระวังพบเจอกับเหล่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งแต่พวกเขานั้นก็ต้องระวังตัวเกี่ยวกับเส้นทางเขาวงกตแห่งนี้ ภาพเบื้องหน้าของคนทุกคนในยามนี้นั้นเป็นกำแพงที่สูงใหญ่ตลอดเส้นทางมีเพียงแต่ความมืดมิดเท่านั้นที่รอคอยอยู่เบื้องหน้าถึงจะเป็นอย่างงั้นก็ยังมีแสงไฟจากตะเกียงตลอดสองข้างทาง บรรยากาศภายในนั้นหนาวเย็นยะเยือกสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนได้อย่างไร้ที่มาโฮกกกกกกก และดูเหมือนว่าเส้นทางที่ตัวของหลินเทียนเลือกเดินนั้นจะเป็นเส้นทางที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะดูเหมือนว่าในยามนี้นั้นมีสัตว์อสูรสี่ขาขนาดยักษ์นอนตัวบังปิดบังเส้นทางเอาไว้อยู่ขนของมันนั้นสีดำสนิดมันส่งเสียงคำรามออกมาคล้ายกับว่าต้องการบดขยี้ทุกคนภายในสถานที่แห่งนี้เด็กรุ่นเยาว์ที่พบเห็นในยามนี้นั้นแข็งขาของพวกมันถึงกับสั่นไปหมดจนก้าวขาไม่ออก แม้แต่ตัวของหลินเทียนเองยังรู้สึกตื่นตกใจเช่นกันเกี่ยวกับภาพเบื้องหน้าพรึบ พรึบ มันบุกขย้ำผู้คนที่อยู่เบื้องหน้าในทันที ราวกับว่าเสียงกรีดร้องของผู้คนนั้นสร้างความหรรษาให้กับมันอ๊ากกกก เด็กรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งถึงกับส่งเสียงกรีดร้องเสียงหลงด้วยความเจ็บปวดทรมาน ราวกับว่าแขนและขาของมันนั้นถูกบดขยี้เป็นชิ้นๆน้ำเสียงของมันในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและตกใจกลัว หากจะสังเกตุให้ดีที่ร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นถูกเขียนไว้ซึ่งอักขระเอาไว้อยู่ราวกับว่าเจ้าอักขระพวกนี้นั้นมีไว้เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์อสูรพวกนี้ทำร้ายร่างกายของผู้คนได้โดยตรงมีเพียงแต่สร้างความบาดเจ็บและความเสียหายทางวิญญาณเท่านั้น แต่การที่พวกมันถูกบดขยี้เช่นนี้นั้นราวกับว่าพวกมันศูนย์เสียแขนและขาไปจริงๆพรึบ พรึบ ทางด้านของหลินเทียนในยามนี้นั้นเคลื่อนที่ไปที่เบื้องหน้าของเจ้าสัตว์อสูรด้วยความรวดเร็วและสามารถก้าวข้ามผ่านมันไปได้อย่างง่ายดายทักษะที่ตัวของเขาเลือกใช้อยู่นั้นคือเหยียบย่ำพระจันทร์ขั้นที่ 5โฮกกกก เจ้าสัตว์อสูรกู่ร้องด้วยความโกรธแค้นที่มีผู้คนสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของมันได้ในยามนี้นั้นตัวของมันจึงพุ้งเป้ามาที่หลินเทียนแต่เพียงผู้เดียวโดยไม่สนใจผู้อื่นอีกตัวของมันในยามนี้นั้นวิ่งไล่ตามหลังหลินเทียนมาติดๆเพื่อหมายที่จะจัดการเจ้ามนุษย์ผู้นี้ให้จงได้