ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 57 ปะทะศัตรูเก่า

    ตอนที่57 ปะทะศัตรูเก่า


    “สวัสดีเสี่ยวเย่”อาจารย์กู่ทักทายหลิวเย่เมื่อมองเห็นเขาเดินเข้าไปในห้องสมุด


    “สวัสดีอาจารย์กู่”เขาทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ


    “อืมฉันสนใจความคิดของคุณเรื่องเปิดโรงเรียน” อาจารย์พาเขาไปนั่งคุยในมุมหนึ่งที่เงียบสงบของห้องสมุดและถามถึงเรื่องที่พูดค้างไว้


    “ใช่มันเป็นอย่างนี้อาจารย์กู่ โรงเรียนนี้จะมีนักเรียนหลากหลายอายุ ซึ่งจะเน้นการศึกษาและฝึกทักษะเฉพาะวิชาที่จำเป็นในการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทักษะการต่อสู้ และทักษะรอดชีวิต”


    “อืม น่าสนใจอะไรเป็นที่มาแนวความคิดของเธอ?” อาจารย์แปลกใจกับแนวคิดของเขา


    “ฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยหากวันหนึ่งโลกถูกโจมตีจากศัตรูที่เราไม่รู้จัก อย่างน้อยให้มีคนสามารถรอดชีวิตได้”


    หลิวเย่ตอบเลี่ยงประเด็นสำคัญบางอย่าง


    “อืม อันที่จริงมีโครงการอวกาศของหลายประเทศที่วางแผนอพยพผู้คนบางส่วน”อาจารย์กู่แสดงความคิดเห็น


    “ใช่แต่นั่นอพยพเฉพาะผู้ที่ได้รับการคัดเลือก แล้วคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือก?”หลิวเย่แสดงมุมมองอีกด้าน


    “เข้าใจคุณแล้ว”อาจารย์กู่เข้าใจทัศนคติของหลิวเย่แล้ว


    “อ่อ แล้วอาจารย์ที่จะมาสอนล่ะต้องมาจากหลายที่เลย” อาจารย์กู่แสดงความกังวล


    “ไม่ต้องกังวลฉันมีพร้อมแล้ว” เขายืนยันเสียงหนักแน่นเนื่องจากมีตัวช่วยที่ทรงพลัง


    นั่นคือฮัทจากดาวขยะ


    เมื่อพวกเขาพูดคุยรายละเอียดอย่างเข้าใจแล้ว


    หลิวเย่โอนเงินให้อาจารย์กู่โดยตรงและอาจารย์กู่ไปยื่นเรื่องลาออกจากมหาวิทยาลัยทันที


    ..........


    ในห้องเรียนวิชาเอกวิทยาการกระดูก


    “นี่ น้องสี่รุ่นพี่หลิวนี่นี่มาเรียนและทำงานแล้ว!”เสียงตื่นเต้นของซุนเอ้อพูดเสียงดัง


    “ใช่แต่น่าเห็นใจรุ่นพี่ เธอคงตกใจกลัวจนจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย!” จางไค่แสดงความแปลกใจ


    “ดีแล้วดีกว่าอยู่อย่างหวาดกลัว” จูปิงเสนอความคิดเห็นอีกด้าน


    “อืมฉันเห็นด้วยกับพี่ใหญ่” หลิวเย่สนับสนุนความคิดของจูปิง


    ซุนเอ้อขยับหน้าตัวเองมาใกล้พวกเขาและกระซิบเสียงเบาว่า“รู้ไหมว่ามีเรื่องแปลกของเทพธิดาของพวกเรา?”


    “เรื่องอะไร?”จางไค่ถามแทนทุกคน


    “มีคนเห็นเล่อคังทะเลาะกับเทพธิดาดูท่าเป็นเรื่องร้ายแรงทีเดียว”ซุนเอ้อพูดพลางทำมือเชือดคอตนเอง


    “แปลกตรงไหน?”จูปิงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ


    “ก็แปลกตรงที่ว่าสุดท้ายแล้วเล่อคังคุกเข่าขอร้องเทพธิดาน่ะสิ!”ซุนเอ้อลูบคางและขมวดคิ้วครุ่นคิดหาคำตอบ


    “อืมนายรู้ได้งัย?”จางไค่แสดงความแปลกใจกับข้อมูลของซุนเอ้อ


    “มันมีโพสต์ในฟอรัมของมหาวิทยาลัยแต่ภายในห้านาทีโพสต์เหล่านั้นหายวับเหมือนคราวก่อนเลย” ซุนเอ้อตอบกลับเสียงเบา


    “อ่อ” ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจถึงความแปลกของเรื่องราวนั้น


    ยกเว้นหลิวเย่ที่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย


    เขาเข้าใจและรู้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างดี!


    ขณะที่พวกเขาทั้งสี่คนกำลังทานอาหารกลางวันในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย


    พลันมีเสียงโทรศัพท์ของหลิวเย่ดังขึ้น


    มันมาจากโจวเริ่น“สวัสดีบอสหลิว รายงานความก้าวหน้าการค้นหาเป้าหมายมีทั้งหมด 200 คน ชาย 140 คนหญิง 60 คน”


    “อืมคุณทำได้ดีมาก!ให้ติดต่อกับอาจารย์กู่และค้นหาเพิ่มเติมอีก”


    จากนั้นเขามอบเบอร์โทรอาจารย์กู่ให้กับโจวเริ่น


    แล้วส่งข้อความถึงฟู่หยางเกาหยาน ต้าเป่าโจว และเฉียงเต๋อ ผู้จัดการคนใหม่ของบริษัทเย่หราน ผงปรุงรสสวรรค์


    มอบหมายให้พวกเขาจัดตารางหัวหน้าแผนกและพนักงานให้หมุนเวียนเข้าเรียนในหลักสูตรที่จำเป็น


    หลังจากส่งข้อความเสร็จเรียบร้อย


    พลันมีสัญญาณจากตัวสอดแนมที่เขาส่งตามหาจ้าวเชิงชุนและจ้าวหวางห่าว!


    มันเป็นสัญญาณมาจากตัวสอดแนมของจ้าวหวางห่าว!


    สถานที่คือ หมู่บ้านเล็กๆในหุบเขาเขตชายแดนระหว่างจีน-รัสเซีย


    อยู่ห่างไกลจากเมืองเทียนจินเกือบ2,000 กิโลเมตร!


    หลิวเย่ตัดสินบินตรงไปยังจุดสัญญาณนั้นทันที!


    ..........


    ครึ่งชั่วโมงต่อมา


    หลิวเย่ลงจอดลงบนพื้นกลางหมู่บ้านที่ตอนนี้มีแต่ซากปรักหักพัง


    กระท่อมที่มีอยู่40 หลังถูกทำลายจนหมดสิ้นเหมือนมีการต่อสู้อย่างดุเดือด


    ซากศพชาวบ้านทั้งชายหญิงคนแก่ชรา คนหนุ่มสาวและเด็กเล็ก นอนตายเกลื่อนทั้งหมู่บ้าน


    หลิวเย่เปิดใช้สัมผัสสวรรค์ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ


    เขาพบเห็นการต่อสู้ระหว่างหม่าเหยียนศัตรูเก่าของเขา กับเด็กชายอายุ 12 ปีและจ้าวหวางห่าว


    ห่างไกลออกไปอีก5 กิโลเมตร เขากระโดดพุ่งตัวไปยังทิศทางนั้นทันที


    “จงนำเม็ดยามาให้ข้า!” เสียงเหี้ยมเกรียมของหม่าเหยียนดังขึ้น


    เด็กชายและจ้าวหวางห่าวที่บาดเจ็บมีเลือดท่วมตัวจ้องมองหม่าเหยียนอย่างโกรธแค้น“ฝันไปเถอะ!”


    จ้าวหว่างห่าวตอบพลางกุมหน้าอกและพ่นเลือดจำนวนมากออกจากปาก


    เขานั่งบังร่างของเด็กชายที่มีใบหน้าซีดเผือดและเลือดปกคลุมตัว


    “ในเมื่อข้าเสียเวลาบอกกล่าวไปแล้วพวกเจ้าอย่าคิดว่าข้าจะหาเม็ดยานั้นไม่เจอ จงตายเสียเถอะ!”


    ก่อนที่หม่าเหยียนจะส่งพลังปราณอันแข็งแกร่งจากฝ่ามือพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่


    หลิวเย่ในตอนนี้ที่มีความแข็งแกร่งขอบเขตแกนทองคำและอีกครึ่งก้าวจะเข้าสู่ระดับสูงสุด


    ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าของหม่าเหยียนที่เป็นแค่ขอบเขตแกนทองคำระดับกลาง!


    “ฟิ้ว! พรึ่บ!”ลำแสงพลังปราณอันแข็งแกร่งจากฝ่ามือของหลิวเย่พุ่งเข้าใส่ร่างของหม่าเหยียนด้วยความเร็วเหนือแสง


    “อ๊าก! ตุ๊บ!”ร่างของหม่าเหยียนกระเด็นพุ่งลอยละลิ่วแล้วหล่นลงพื้นเสียงดังลั่น


    หม่าเหยียนดับชีวิตลงด้วยฝ่ามือเดียวของหลิวเย่!


    “.....”จ้าวหว่างห่าวและเด็กชายจ้องมองหลิวเย่ด้วยสายตาตื่นตะลึง!


    พวกเขาหวาดกลัวที่พบกับความแข็งแกร่งของหม่าเหยียน!


    แต่ในตอนนี้ที่ได้พบกับผู้ทรงพลังมากกว่าหม่าเหยียนทำให้สร้างความตื่นตกใจกับพวกเขาเป็นอย่างมาก!


    “โอ้ คุณหลิวคุณหลิวนั่นเอง!” จ้าวหวางห่าวพยายามฝืนพูดชื่อของหลิวเย่ออกมา


    “บอสจ้าวคุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” หลิวเย่โบกมือห้ามเขาฝืนพูด


    จากนั้นหลิวเย่โบกมือนำขวดน้ำอมฤตสีดำฟื้นคืนชีพออกมาแล้วยื่นให้กับจ้าวหวางห่าวและเด็กชาย


    “ดื่มเสียมันจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในของคุณ”


    “อึ๊ก! อึ๊ก!”จ้าวหว่างห่าวไว้ใจหลิวเย่และดื่มทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก


    เขาไว้ใจและเชื่อมั่นหลิวเย่ตั้งแต่ที่ช่วยพวกเขาทำลายค่ายกลพันปี!


    พลังการทำลายค่ายกลพันปีการโบกมือนำสิ่งของต่างๆออกมาจากอากาศ เป็นการกระทำของเทพ


    ซึ่งตรงกับบันทึกโบราณของตระกูลจ้าว


    “มีเวทมนตร์คาถามากมายสามารถผ่าท้องฟ้า ผ่าท้องทะเลได้เพียงแค่โบกมือ”


    เด็กชายที่ยังรีรออยู่เมื่อเห็นจ้าวหวางห่าวดื่มน้ำอมฤตทันที เขาจึงดื่มตาม


    หลังจากนั้นสิบห้านาที


    จ้าวหวางห่าวและเด็กชายที่นั่งไขว้ขาเพื่อฟื้นฟูร่างกายได้ลืมตาขึ้นมาและกล่าวขอบคุณหลิวเย่


    “ขอบคุณบอสหลิวที่ช่วยพวกเราอาหลานในครั้งนี้!”


    จ้าวหวางห่าวเปลี่ยนคำเรียกขานหลิวเย่ด้วยความเคารพและซาบซึ้งใจที่ช่วยเหลือพวกเขาไว้


    “อืม ไม่เป็นไรคุณตั้งใจที่จะใช้ยาเม็ดแกนทองคำกับเด็กน้อยคนนี้ใช่ไหม?”


    เขาถามเพื่อความแน่ใจเนื่องจากพบว่าขอบเขตการฝึกฝนของเด็กชายก้าวหน้าถึงแกนเสมือนระดับกลางแล้ว


    “ใช่เขาเป็นความหวังเดียวของตระกูลที่จะสืบทอดเจตจำนงของบรรพาจารย์!”


    “เขาคือ?”หลิวเย่สงสัยว่าเด็กชายเป็นใคร


    “จ้าวหลง! ขอบคุณพี่ชายท่านนี้เสียสิ!”จ้าวหวางห่าวบอกให้เด็กชายทำความเคารพหลิวเย่


    “ขอบคุณพี่ชาย!”


    “จ้าวหลงเป็นหลานชายคนเดียวของพี่ชายฉันเองพี่ชายและพี่สะใภ้เสียชีวิตหลังจากการต่อสู้ในเวทีประลองฝีมือของ

    สมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติเมื่อห้าปีก่อนพวกเราเกรงว่าอาหลงจะถูกสังหารจึงให้เขามาแอบซ่อนฝึกฝนอยู่ที่นี่

    ตั้งแต่ยังเด็ก”


    คำอธิบายของจ้าวหวางห่าวทำให้หลิวเย่สนใจในสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติมากขึ้น!


    บางทีเขาควรไปเยี่ยมเยียนพวกเขาในเร็วๆนี้เนื่องจากต้องตกลงเจรจาเครื่องจักรกลสำหรับโรงงานบริษัทซ่งหราน


    “พวกคุณจงเก็บรักษาไว้ให้ดี!” หลิวเย่เอ่ยเตือนพวกเขาอย่างจริงจัง


    “บอสหลิวไม่ได้ต้องการ?”จ้าวหวางห่าวแปลกใจที่หลิวเย่ไม่ได้แสดงความสนใจในเม็ดยานั้น


    “มันไม่จำเป็นสำหรับฉัน!” หลิวเย่ส่ายหน้าและยืนยันคำตอบ


    “ขอบคุณ!” น้ำเสียงซาบซึ้งใจจากจ้าวหวางห่าวและจ้าวหลง


    ..........


    ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวเย่กลับถึงอพาร์ตเมนท์


    เขาได้จัดการสามนักฆ่าระดับสูงขององค์กรซีเคร็ตนั่นคือหวงตง จินอ้าย และหม่าเหยียนแล้ว


    คงเหลือหัวหน้าองค์กรที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร?


    หม่าจงลูกครึ่งจีน-พม่า อายุ 36 ปี ความแข็งแกร่ง ไม่ระบุ!


    หลิวเย่พยายามแฮ็คข้อมูลจากเครือข่ายและฐานข้อมูลลับจากหลายองค์กรและหลายประเทศ


    ปรากฏว่าไม่มีข้อมูลหรือรายละเอียดของหม่าจงมากไปกว่านี้!


    เขาหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดและเป็นกังวล!


    หากไม่กวาดล้างพวกเขาให้สิ้นซาก!


    อาจมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับประชาชนมากไปกว่านี้!


    แหล่งกบดานหรือฐานปฏิบัติการลับไม่มีระบุว่าเป็นที่ใด?!


    มีเพียงภาพของห้องโถงจากความทรงจำที่เขาดึงมาจากจินอ้าย เท่านั้น!


    “กริ๊ง กริ๊ง” เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นปลายสายคือเจียงฮ้วย ลูกชายของผู้เฒ่าเจียง


    “สวัสดีหมอหลิวฉันเจียงฮ้วย!” เสียงทักทายอย่างสุภาพจากอีกฝั่ง


    “สวัสดีคุณเจียงฮ้วยมีอะไร?”


    “พวกเราได้ตรวจสอบสุขภาพของพ่อฉันแล้วปรากฏว่าท่านหายดีเป็นปกติ พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจที่คุณช่วยเหลือและ

    อยากเชิญมาทานอาหารเย็นด้วยกันส่วนทางตระกูลเล่อได้มอบเข็มทองคำไว้กับฉันแล้ว”


    “อืม ไม่เป็นไรฉันขอบคุณน้ำใจของพวกคุณแต่ฉันไม่สะดวก” หลิวเย่ครุ่นคิดเรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว


    เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเจียงในเวลานี้!


    หากสถานการณ์ของเจียงผิงผิงคลี่คลายและเย็นลงแล้ว!


    อนาคตข้างหน้าของพวกเขาจะเป็นเช่นไร?


    ยังมีเวลาในการเดินทางระหว่างเขากับเจียงผิงผิง!


    “โอ้น่าเสียดายถ้าเช่นนั้นฉันจะส่งมอบเข็มทองคำและของขวัญจากพวกเราให้กับคุณอย่างไร?”


    น้ำเสียงกังวลดังมาจากปลายสาย


    “มาส่งที่พักของฉันก็แล้วกันที่.....” หลิวเย่แจ้งพิกัดที่อยู่อพาร์ตเมนท์ให้กับเขา


    หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง


    เจียงฮ้วยและคนขับรถได้มาส่งมอบเข็มทองและของขวัญให้แก่เขา


    หลิวเย่ไม่ได้สนใจในของขวัญนั้นมากไปกว่าเข็มทองที่จะเป็นเครื่องมือรักษาคนป่วย


    ..........


    รุ่งเช้าหลิวเย่โทรหาต้าเป่าโจวเพื่อแจ้งนัดหมายเดินทางไปประเทศ M ในวันหยุดสัปดาห์นี้


    เขาต้องการตรวจสอบอะไรบางอย่าง?!


    และบริษัทซ่งหรานฟาร์มาซูติคอลจำเป็นต้องมีเครื่องจักรกลบางส่วนเพื่อใช้ในการผลิต!


    เขาไม่สามารถนำหุ่นยนต์มาใช้งานแทนเครื่องจักรได้ทั้งหมด!


    แต่สามารถนำพวกแรงส์มาใช้แทนแรงงานคนในหลายจุดได้!


    ทางด้านซ่งซิงเหอหัวหน้าแผนกผลิตและจัดหาวัตถุดิบ ได้ติดต่อสั่งซื้อสมุนไพรที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว


    ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้กระบวนการผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคยาเสริมความงามแห่งอนาคต และยาอายุวัฒนะ


    ต้องสะดุดและทำให้การรักษาคนป่วยล่าช้าออกไป


    สัปดาห์นี้ชีวิตของเขายังคงวนเวียนเหมือนเดิมนั่นคือ


    เช้าไปเรียนในห้องเรียนเพื่อใช้เวลากับเพื่อนร่วมห้องและดื่มด่ำกับบรรยากาศการเป็นนักศึกษา


    บ่ายจัดหลักสูตรและแบ่งกลุ่มคนเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งความหวัง“ซ่งเย่” ที่บริหารงานโดยอาจารย์กู่


    สลับกับไปตรวจสอบผลการฝึกทหารของกองกำลังพิเศษ


    เย็นไปช่วยตรวจรักษาคนป่วยกับอาจารย์กู่ในชุมชนคนยากจน


    กลางคืนฝึกฝนในหอพักสลับกับอพาร์ตเมนท์


    ในคืนวันพุธเขาวาร์ปกลับโลกโบราณ


    ..........


    หลิวเย่มองรอบห้องนอนในคฤหาสน์เมืองซู


    ตั้งแต่ที่เขามีแหล่งพำนักใหม่ในพระราชวังอาณาจักรเจียงแล้ว


    ที่นี่ไม่ได้มานานมากแต่สภาพแวดล้อมได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี


    “นายท่าน?”เสียงเรียกของชายชรากวนเต๋าคล้ายตรวจสอบสถานการณ์ภายในห้องนอน


    “ใช่”หลิวเย่ขานรับ


    “โอ้นายท่านมาพอดี”น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจดังขึ้น


    หลิวเย่เดินไปเปิดประตูเมื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเรียบร้อยแล้ว


    “มีอะไร?” เขาถามอย่างแปลกใจ


    “มีข่าวจากท่านโยวจี้ประกาศตามหาผู้ที่มีความสามารถเพื่อระบุแร่ชนิดหนึ่งที่คนงานในเหมืองหยกค้นพบขอรับ”


    กวนเต๋ารายงานเสียงนอบน้อม


    “หือ แร่เหรอ?” เขาแปลกใจเล็กน้อย


    “ใช่ขอรับ ตอนนี้ยังไม่มีนักปราชญ์คนใดบอกได้ว่ามันคือแร่อะไรและมีประโยชน์ไว้ใช้ทำอะไร?”


    “อืมเข้าใจแล้วแล้วร้านบะหมี่เล่า?”หลิวเย่ถามถึงกิจการสำคัญพวกเขาเมื่อครั้งมาเมืองซูครั้งแรก


    “โอ้พ่อครัวที่ร้านเพิ่งจะทำผงปรุงรสเหมือนกับที่นายท่านนำมาให้ในซองเล็กๆนั่นได้แล้ว”


    กวนเต๋ามีน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีมากกว่าเดิม!


    เนื่องจากพวกเขาได้รับบะหมี่จากหลิวเย่จำนวนหนึ่ง!


    แต่พวกมันไม่เพียงพอที่จะขายให้กับคนซื้อ!


    โดยเฉพาะในยามเกิดวิกฤติสงครามที่ผ่านมา!


    ทำให้พวกเขาริเริ่มที่จะคิดค้นและทดลองจนสามารถทำผงปรุงรสบะหมี่ได้เทียบเท่ากับต้นแบบ


    “โอ้พวกเจ้าเก่งมาก! ดีมาก!”หลิวเย่ยิ้มกว้างที่พวกเขารู้สึกแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง


    “แล้วสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร?”


    “เรียนนายท่าน ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ซึ่งถูกคัดเลือกโดยท่านโยวจี้และขุนนางในวังเป็นคนซื่อตรงและยุติธรรมดี


    ชาวเมืองมีการค้าขายและรุ่งเรืองเป็นเท่าตัวขอทานมีน้อยและเป็นคนชราที่ขี้เกียจกับเมาเหล้าทั้งวัน ส่วนโถงมังกรชางมีศิษย์หกรุ่นแล้วและแต่ละคนล้วนมีฝีมือดีหลายคนเข้าร่วมกับกองทัพของท่านแม่ทัพฟางและแม่ทัพซุน”กวนเต๋าสาธยายร่ายยาวด้วยน้ำเสียงแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ


    เขาชื่นชมและเคารพหลิวเย่อย่างแท้จริงที่ทำให้ชีวิตของครอบครัวเขาและชาวบ้านมีความสุขตามอัตภาพ


    “อืมใบเว่ยจัดซื้อได้มากไหม?”หลิวเย่ต้องการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานบะหมี่และโรงงานผงปรุงรส


    “โอ้ได้มากมายขอรับนายท่านอยู่ในโกดังที่พวกเราได้สร้างเพิ่มเติมเพราะมีหลายแสนชั่ง”


    “ดีมากให้รับซื้อต่อไป หากไม่มีอะไรแล้วข้าจะไปเอาใบเว่ยและไปหาโยวจี้” หลิวเย่สั่งการและมองหน้ากวนเต๋า


    เมื่อพบว่าเขาไม่มีเรื่องหรือปัญหาอื่นใด


    เขาจึงจากไปเพื่อตรวจสอบการค้นพบแร่กับโยวจี้


    ..........


    ทางด้านพระราชวังอาณาจักรเจียงทางเหนือ


    “ท่านจินกุ้ยทานองุ่นอีกสิ” เสียงอ่อนหวานของสาวงามรอบกายของจินกุ้ยจำนวน 4 คนในห้องทำงานของพระราชวัง

    อาณาจักรเจียงทางเหนือ


    “โอ้พวกเจ้าปรนนิบัติข้าดีเช่นนี้ ข้าจะมอบรางวัลให้อย่างงาม”


    “อุ๊ยดียิ่งท่านจินกุ้ย” สาวงามอีกสองคนนวดแขนขาเขาอย่างนุ่มนวล


    “ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า”


    ทางด้านพระราชวังอาณาจักรเจียงทางใต้


    โยวจี้นั่งหน้าดำคร่ำเครียดเมื่อขุนนางมารายงานผลการค้นหานักปราชญ์


    “ท่านโยวจี้พวกเราพยายามประกาศและให้ทหารไปสอบถามทุกหลังคาในแถบนี้จนหมดแต่ไม่มีใครตอบได้เลย”


    “เฮ้อถ้านายท่านมา ข้าจะตอบคำถามได้อย่างไร?”โยวจี้คิดในใจและถอนหายใจอย่างกังวล


    “พวกเจ้าส่งเจ้าหน้าที่และทหารออกไปมากขึ้นไม่เว้นแม้แต่เมืองเล็กหรือหมู่บ้านเล็กๆ”


    น้ำเสียงเข้มและจริงจังของโยวจี้ดังขึ้น


    “รับคำสั่งท่านโยวจี้!” ขุนนางและทหารต่างตอบรับขันแข็ง


    ทันใดนั้นพลันมีเสียงดังเข้ามาในห้อง


    “พวกเจ้าเอาแร่ปริศนานั่นมาให้ข้าดูสิ”


    “โอ้ นายท่านมาแล้ว!” โยวจี้ตื่นตกใจที่พบว่าหลิวเย่มาแล้ว


    “คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!” ขุนนาง แม่ทัพฟาง และทหารก้มลงทำความเคารพเขา


    “อืม ลุกขึ้นไปเอามาให้ดูสิ!” หลิวเย่สั่งการพวกเขาอีกครั้ง


    “น้อมรับคำสั่ง!” แม่ทัพฟางส่งสัญญาณให้ทหารคนหนึ่งรีบนำแร่ในกล่องไม้มายื่นให้กับขันที


    เมื่อขันทีตรวจสอบแล้วจากนั้นได้ยื่นให้กับหลิวเย่!


    ปรากฏว่ามันเป็นแร่ละเอียดสีเงินปนน้ำตาลจางๆ!


    เขาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ!


    พลันคิดถึงฮัทขึ้นมาจึงหยิบฮัทออกจากมิติพื้นที่แล้วทดลองใช้งาน


    ปรากฏว่าฮัทสามารถทำงานในโลกโบราณได้!


    โอ้นี่มันช่างวิเศษนัก!


    หลิวเย่ค้นหาความรู้จากฮัทเพื่อดูว่าแร่ชนิดนี้คือแร่อะไร?!


    เขามองโฮโลแกรมตรงหน้าที่มีข้อความและภาพเคลื่อนขึ้นลงไปมาอย่างรวดเร็ว!


    แต่อีกด้านหนึ่ง


    บรรดาขุนนาง แม่ทัฟฟางทหาร และข้ารับใช้ที่อยู่ในห้องโถงของพระราชวังต่างอ้าปากค้างนิ่งตะลึงงัน!


    พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพการทำงานของเทพเป็นเช่นนี้!


    ชื่อเสียงขององค์จักรพรรดิหลิวเย่เป็นที่กล่าวขานมานาน!


    เขาสามารถบินและเหาะได้!


    เขาสามารถโบกมือครั้งเดียวแล้วทำให้คนตายนับพัน!


    เขามีทาสรับใช้เป็นนกอินทรียักษ์และเต่าทองคำยักษ์!


    เขาสามารถหายตัวได้ชั่วพริบตา!


    และอื่นๆอีกมากมาย!


    แต่การได้เห็นความอัศจรรย์ของจักรพรรดิหลิวเย่ต่อหน้าต่อตาตนเอง


    ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงและตกใจกับภาพเหล่านั้น


    นี่คือเทพอย่างแท้จริง!


    เทพที่เหนือกว่าเทพ!


    ในที่สุดภาพโฮโลแกรมก็หยุดอยู่กับที่เมื่อพบชนิดของแร่ปริศนานั้น


    “โอ้!” หลิวเย่มีน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีทันใด


    “นี่ นี่มัน!”



    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน