ตอนที่57 ปะทะศัตรูเก่า
“สวัสดีเสี่ยวเย่”อาจารย์กู่ทักทายหลิวเย่เมื่อมองเห็นเขาเดินเข้าไปในห้องสมุด
“สวัสดีอาจารย์กู่”เขาทักทายอย่างเป็นธรรมชาติ
“อืมฉันสนใจความคิดของคุณเรื่องเปิดโรงเรียน” อาจารย์พาเขาไปนั่งคุยในมุมหนึ่งที่เงียบสงบของห้องสมุดและถามถึงเรื่องที่พูดค้างไว้
“ใช่มันเป็นอย่างนี้อาจารย์กู่ โรงเรียนนี้จะมีนักเรียนหลากหลายอายุ ซึ่งจะเน้นการศึกษาและฝึกทักษะเฉพาะวิชาที่จำเป็นในการพัฒนาความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทักษะการต่อสู้ และทักษะรอดชีวิต”
“อืม น่าสนใจอะไรเป็นที่มาแนวความคิดของเธอ?” อาจารย์แปลกใจกับแนวคิดของเขา
“ฉันแค่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยหากวันหนึ่งโลกถูกโจมตีจากศัตรูที่เราไม่รู้จัก อย่างน้อยให้มีคนสามารถรอดชีวิตได้”
หลิวเย่ตอบเลี่ยงประเด็นสำคัญบางอย่าง
“อืม อันที่จริงมีโครงการอวกาศของหลายประเทศที่วางแผนอพยพผู้คนบางส่วน”อาจารย์กู่แสดงความคิดเห็น
“ใช่แต่นั่นอพยพเฉพาะผู้ที่ได้รับการคัดเลือก แล้วคนที่ไม่ผ่านการคัดเลือก?”หลิวเย่แสดงมุมมองอีกด้าน
“เข้าใจคุณแล้ว”อาจารย์กู่เข้าใจทัศนคติของหลิวเย่แล้ว
“อ่อ แล้วอาจารย์ที่จะมาสอนล่ะต้องมาจากหลายที่เลย” อาจารย์กู่แสดงความกังวล
“ไม่ต้องกังวลฉันมีพร้อมแล้ว” เขายืนยันเสียงหนักแน่นเนื่องจากมีตัวช่วยที่ทรงพลัง
นั่นคือฮัทจากดาวขยะ
เมื่อพวกเขาพูดคุยรายละเอียดอย่างเข้าใจแล้ว
หลิวเย่โอนเงินให้อาจารย์กู่โดยตรงและอาจารย์กู่ไปยื่นเรื่องลาออกจากมหาวิทยาลัยทันที
..........
ในห้องเรียนวิชาเอกวิทยาการกระดูก
“นี่ น้องสี่รุ่นพี่หลิวนี่นี่มาเรียนและทำงานแล้ว!”เสียงตื่นเต้นของซุนเอ้อพูดเสียงดัง
“ใช่แต่น่าเห็นใจรุ่นพี่ เธอคงตกใจกลัวจนจำเรื่องอะไรไม่ได้เลย!” จางไค่แสดงความแปลกใจ
“ดีแล้วดีกว่าอยู่อย่างหวาดกลัว” จูปิงเสนอความคิดเห็นอีกด้าน
“อืมฉันเห็นด้วยกับพี่ใหญ่” หลิวเย่สนับสนุนความคิดของจูปิง
ซุนเอ้อขยับหน้าตัวเองมาใกล้พวกเขาและกระซิบเสียงเบาว่า“รู้ไหมว่ามีเรื่องแปลกของเทพธิดาของพวกเรา?”
“เรื่องอะไร?”จางไค่ถามแทนทุกคน
“มีคนเห็นเล่อคังทะเลาะกับเทพธิดาดูท่าเป็นเรื่องร้ายแรงทีเดียว”ซุนเอ้อพูดพลางทำมือเชือดคอตนเอง
“แปลกตรงไหน?”จูปิงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ
“ก็แปลกตรงที่ว่าสุดท้ายแล้วเล่อคังคุกเข่าขอร้องเทพธิดาน่ะสิ!”ซุนเอ้อลูบคางและขมวดคิ้วครุ่นคิดหาคำตอบ
“อืมนายรู้ได้งัย?”จางไค่แสดงความแปลกใจกับข้อมูลของซุนเอ้อ
“มันมีโพสต์ในฟอรัมของมหาวิทยาลัยแต่ภายในห้านาทีโพสต์เหล่านั้นหายวับเหมือนคราวก่อนเลย” ซุนเอ้อตอบกลับเสียงเบา
“อ่อ” ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจถึงความแปลกของเรื่องราวนั้น
ยกเว้นหลิวเย่ที่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย
เขาเข้าใจและรู้เรื่องราวเหล่านั้นเป็นอย่างดี!
ขณะที่พวกเขาทั้งสี่คนกำลังทานอาหารกลางวันในโรงอาหารของมหาวิทยาลัย
พลันมีเสียงโทรศัพท์ของหลิวเย่ดังขึ้น
มันมาจากโจวเริ่น“สวัสดีบอสหลิว รายงานความก้าวหน้าการค้นหาเป้าหมายมีทั้งหมด 200 คน ชาย 140 คนหญิง 60 คน”
“อืมคุณทำได้ดีมาก!ให้ติดต่อกับอาจารย์กู่และค้นหาเพิ่มเติมอีก”
จากนั้นเขามอบเบอร์โทรอาจารย์กู่ให้กับโจวเริ่น
แล้วส่งข้อความถึงฟู่หยางเกาหยาน ต้าเป่าโจว และเฉียงเต๋อ ผู้จัดการคนใหม่ของบริษัทเย่หราน ผงปรุงรสสวรรค์
มอบหมายให้พวกเขาจัดตารางหัวหน้าแผนกและพนักงานให้หมุนเวียนเข้าเรียนในหลักสูตรที่จำเป็น
หลังจากส่งข้อความเสร็จเรียบร้อย
พลันมีสัญญาณจากตัวสอดแนมที่เขาส่งตามหาจ้าวเชิงชุนและจ้าวหวางห่าว!
มันเป็นสัญญาณมาจากตัวสอดแนมของจ้าวหวางห่าว!
สถานที่คือ หมู่บ้านเล็กๆในหุบเขาเขตชายแดนระหว่างจีน-รัสเซีย
อยู่ห่างไกลจากเมืองเทียนจินเกือบ2,000 กิโลเมตร!
หลิวเย่ตัดสินบินตรงไปยังจุดสัญญาณนั้นทันที!
..........
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
หลิวเย่ลงจอดลงบนพื้นกลางหมู่บ้านที่ตอนนี้มีแต่ซากปรักหักพัง
กระท่อมที่มีอยู่40 หลังถูกทำลายจนหมดสิ้นเหมือนมีการต่อสู้อย่างดุเดือด
ซากศพชาวบ้านทั้งชายหญิงคนแก่ชรา คนหนุ่มสาวและเด็กเล็ก นอนตายเกลื่อนทั้งหมู่บ้าน
หลิวเย่เปิดใช้สัมผัสสวรรค์ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ
เขาพบเห็นการต่อสู้ระหว่างหม่าเหยียนศัตรูเก่าของเขา กับเด็กชายอายุ 12 ปีและจ้าวหวางห่าว
ห่างไกลออกไปอีก5 กิโลเมตร เขากระโดดพุ่งตัวไปยังทิศทางนั้นทันที
“จงนำเม็ดยามาให้ข้า!” เสียงเหี้ยมเกรียมของหม่าเหยียนดังขึ้น
เด็กชายและจ้าวหวางห่าวที่บาดเจ็บมีเลือดท่วมตัวจ้องมองหม่าเหยียนอย่างโกรธแค้น“ฝันไปเถอะ!”
จ้าวหว่างห่าวตอบพลางกุมหน้าอกและพ่นเลือดจำนวนมากออกจากปาก
เขานั่งบังร่างของเด็กชายที่มีใบหน้าซีดเผือดและเลือดปกคลุมตัว
“ในเมื่อข้าเสียเวลาบอกกล่าวไปแล้วพวกเจ้าอย่าคิดว่าข้าจะหาเม็ดยานั้นไม่เจอ จงตายเสียเถอะ!”
ก่อนที่หม่าเหยียนจะส่งพลังปราณอันแข็งแกร่งจากฝ่ามือพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่
หลิวเย่ในตอนนี้ที่มีความแข็งแกร่งขอบเขตแกนทองคำและอีกครึ่งก้าวจะเข้าสู่ระดับสูงสุด
ซึ่งเป็นระดับที่สูงกว่าของหม่าเหยียนที่เป็นแค่ขอบเขตแกนทองคำระดับกลาง!
“ฟิ้ว! พรึ่บ!”ลำแสงพลังปราณอันแข็งแกร่งจากฝ่ามือของหลิวเย่พุ่งเข้าใส่ร่างของหม่าเหยียนด้วยความเร็วเหนือแสง
“อ๊าก! ตุ๊บ!”ร่างของหม่าเหยียนกระเด็นพุ่งลอยละลิ่วแล้วหล่นลงพื้นเสียงดังลั่น
หม่าเหยียนดับชีวิตลงด้วยฝ่ามือเดียวของหลิวเย่!
“.....”จ้าวหว่างห่าวและเด็กชายจ้องมองหลิวเย่ด้วยสายตาตื่นตะลึง!
พวกเขาหวาดกลัวที่พบกับความแข็งแกร่งของหม่าเหยียน!
แต่ในตอนนี้ที่ได้พบกับผู้ทรงพลังมากกว่าหม่าเหยียนทำให้สร้างความตื่นตกใจกับพวกเขาเป็นอย่างมาก!
“โอ้ คุณหลิวคุณหลิวนั่นเอง!” จ้าวหวางห่าวพยายามฝืนพูดชื่อของหลิวเย่ออกมา
“บอสจ้าวคุณไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” หลิวเย่โบกมือห้ามเขาฝืนพูด
จากนั้นหลิวเย่โบกมือนำขวดน้ำอมฤตสีดำฟื้นคืนชีพออกมาแล้วยื่นให้กับจ้าวหวางห่าวและเด็กชาย
“ดื่มเสียมันจะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บภายในของคุณ”
“อึ๊ก! อึ๊ก!”จ้าวหว่างห่าวไว้ใจหลิวเย่และดื่มทันทีโดยไม่คิดอะไรมาก
เขาไว้ใจและเชื่อมั่นหลิวเย่ตั้งแต่ที่ช่วยพวกเขาทำลายค่ายกลพันปี!
พลังการทำลายค่ายกลพันปีการโบกมือนำสิ่งของต่างๆออกมาจากอากาศ เป็นการกระทำของเทพ
ซึ่งตรงกับบันทึกโบราณของตระกูลจ้าว
“มีเวทมนตร์คาถามากมายสามารถผ่าท้องฟ้า ผ่าท้องทะเลได้เพียงแค่โบกมือ”
เด็กชายที่ยังรีรออยู่เมื่อเห็นจ้าวหวางห่าวดื่มน้ำอมฤตทันที เขาจึงดื่มตาม
หลังจากนั้นสิบห้านาที
จ้าวหวางห่าวและเด็กชายที่นั่งไขว้ขาเพื่อฟื้นฟูร่างกายได้ลืมตาขึ้นมาและกล่าวขอบคุณหลิวเย่
“ขอบคุณบอสหลิวที่ช่วยพวกเราอาหลานในครั้งนี้!”
จ้าวหวางห่าวเปลี่ยนคำเรียกขานหลิวเย่ด้วยความเคารพและซาบซึ้งใจที่ช่วยเหลือพวกเขาไว้
“อืม ไม่เป็นไรคุณตั้งใจที่จะใช้ยาเม็ดแกนทองคำกับเด็กน้อยคนนี้ใช่ไหม?”
เขาถามเพื่อความแน่ใจเนื่องจากพบว่าขอบเขตการฝึกฝนของเด็กชายก้าวหน้าถึงแกนเสมือนระดับกลางแล้ว
“ใช่เขาเป็นความหวังเดียวของตระกูลที่จะสืบทอดเจตจำนงของบรรพาจารย์!”
“เขาคือ?”หลิวเย่สงสัยว่าเด็กชายเป็นใคร
“จ้าวหลง! ขอบคุณพี่ชายท่านนี้เสียสิ!”จ้าวหวางห่าวบอกให้เด็กชายทำความเคารพหลิวเย่
“ขอบคุณพี่ชาย!”
“จ้าวหลงเป็นหลานชายคนเดียวของพี่ชายฉันเองพี่ชายและพี่สะใภ้เสียชีวิตหลังจากการต่อสู้ในเวทีประลองฝีมือของ
สมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติเมื่อห้าปีก่อนพวกเราเกรงว่าอาหลงจะถูกสังหารจึงให้เขามาแอบซ่อนฝึกฝนอยู่ที่นี่
ตั้งแต่ยังเด็ก”
คำอธิบายของจ้าวหวางห่าวทำให้หลิวเย่สนใจในสมาคมนักศิลปะการต่อสู้นานาชาติมากขึ้น!
บางทีเขาควรไปเยี่ยมเยียนพวกเขาในเร็วๆนี้เนื่องจากต้องตกลงเจรจาเครื่องจักรกลสำหรับโรงงานบริษัทซ่งหราน
“พวกคุณจงเก็บรักษาไว้ให้ดี!” หลิวเย่เอ่ยเตือนพวกเขาอย่างจริงจัง
“บอสหลิวไม่ได้ต้องการ?”จ้าวหวางห่าวแปลกใจที่หลิวเย่ไม่ได้แสดงความสนใจในเม็ดยานั้น
“มันไม่จำเป็นสำหรับฉัน!” หลิวเย่ส่ายหน้าและยืนยันคำตอบ
“ขอบคุณ!” น้ำเสียงซาบซึ้งใจจากจ้าวหวางห่าวและจ้าวหลง
..........
ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลิวเย่กลับถึงอพาร์ตเมนท์
เขาได้จัดการสามนักฆ่าระดับสูงขององค์กรซีเคร็ตนั่นคือหวงตง จินอ้าย และหม่าเหยียนแล้ว
คงเหลือหัวหน้าองค์กรที่ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นอย่างไร?
หม่าจงลูกครึ่งจีน-พม่า อายุ 36 ปี ความแข็งแกร่ง ไม่ระบุ!
หลิวเย่พยายามแฮ็คข้อมูลจากเครือข่ายและฐานข้อมูลลับจากหลายองค์กรและหลายประเทศ
ปรากฏว่าไม่มีข้อมูลหรือรายละเอียดของหม่าจงมากไปกว่านี้!
เขาหรี่ตาลงอย่างครุ่นคิดและเป็นกังวล!
หากไม่กวาดล้างพวกเขาให้สิ้นซาก!
อาจมีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้นกับประชาชนมากไปกว่านี้!
แหล่งกบดานหรือฐานปฏิบัติการลับไม่มีระบุว่าเป็นที่ใด?!
มีเพียงภาพของห้องโถงจากความทรงจำที่เขาดึงมาจากจินอ้าย เท่านั้น!
“กริ๊ง กริ๊ง” เสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้นปลายสายคือเจียงฮ้วย ลูกชายของผู้เฒ่าเจียง
“สวัสดีหมอหลิวฉันเจียงฮ้วย!” เสียงทักทายอย่างสุภาพจากอีกฝั่ง
“สวัสดีคุณเจียงฮ้วยมีอะไร?”
“พวกเราได้ตรวจสอบสุขภาพของพ่อฉันแล้วปรากฏว่าท่านหายดีเป็นปกติ พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจที่คุณช่วยเหลือและ
อยากเชิญมาทานอาหารเย็นด้วยกันส่วนทางตระกูลเล่อได้มอบเข็มทองคำไว้กับฉันแล้ว”
“อืม ไม่เป็นไรฉันขอบคุณน้ำใจของพวกคุณแต่ฉันไม่สะดวก” หลิวเย่ครุ่นคิดเรื่องนี้เป็นอย่างดีแล้ว
เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลเจียงในเวลานี้!
หากสถานการณ์ของเจียงผิงผิงคลี่คลายและเย็นลงแล้ว!
อนาคตข้างหน้าของพวกเขาจะเป็นเช่นไร?
ยังมีเวลาในการเดินทางระหว่างเขากับเจียงผิงผิง!
“โอ้น่าเสียดายถ้าเช่นนั้นฉันจะส่งมอบเข็มทองคำและของขวัญจากพวกเราให้กับคุณอย่างไร?”
น้ำเสียงกังวลดังมาจากปลายสาย
“มาส่งที่พักของฉันก็แล้วกันที่.....” หลิวเย่แจ้งพิกัดที่อยู่อพาร์ตเมนท์ให้กับเขา
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมง
เจียงฮ้วยและคนขับรถได้มาส่งมอบเข็มทองและของขวัญให้แก่เขา
หลิวเย่ไม่ได้สนใจในของขวัญนั้นมากไปกว่าเข็มทองที่จะเป็นเครื่องมือรักษาคนป่วย
..........
รุ่งเช้าหลิวเย่โทรหาต้าเป่าโจวเพื่อแจ้งนัดหมายเดินทางไปประเทศ M ในวันหยุดสัปดาห์นี้
เขาต้องการตรวจสอบอะไรบางอย่าง?!
และบริษัทซ่งหรานฟาร์มาซูติคอลจำเป็นต้องมีเครื่องจักรกลบางส่วนเพื่อใช้ในการผลิต!
เขาไม่สามารถนำหุ่นยนต์มาใช้งานแทนเครื่องจักรได้ทั้งหมด!
แต่สามารถนำพวกแรงส์มาใช้แทนแรงงานคนในหลายจุดได้!
ทางด้านซ่งซิงเหอหัวหน้าแผนกผลิตและจัดหาวัตถุดิบ ได้ติดต่อสั่งซื้อสมุนไพรที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้กระบวนการผลิตยาสมุนไพรรักษาโรคยาเสริมความงามแห่งอนาคต และยาอายุวัฒนะ
ต้องสะดุดและทำให้การรักษาคนป่วยล่าช้าออกไป
สัปดาห์นี้ชีวิตของเขายังคงวนเวียนเหมือนเดิมนั่นคือ
เช้าไปเรียนในห้องเรียนเพื่อใช้เวลากับเพื่อนร่วมห้องและดื่มด่ำกับบรรยากาศการเป็นนักศึกษา
บ่ายจัดหลักสูตรและแบ่งกลุ่มคนเข้าเรียนในโรงเรียนแห่งความหวัง“ซ่งเย่” ที่บริหารงานโดยอาจารย์กู่
สลับกับไปตรวจสอบผลการฝึกทหารของกองกำลังพิเศษ
เย็นไปช่วยตรวจรักษาคนป่วยกับอาจารย์กู่ในชุมชนคนยากจน
กลางคืนฝึกฝนในหอพักสลับกับอพาร์ตเมนท์
ในคืนวันพุธเขาวาร์ปกลับโลกโบราณ
..........
หลิวเย่มองรอบห้องนอนในคฤหาสน์เมืองซู
ตั้งแต่ที่เขามีแหล่งพำนักใหม่ในพระราชวังอาณาจักรเจียงแล้ว
ที่นี่ไม่ได้มานานมากแต่สภาพแวดล้อมได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี
“นายท่าน?”เสียงเรียกของชายชรากวนเต๋าคล้ายตรวจสอบสถานการณ์ภายในห้องนอน
“ใช่”หลิวเย่ขานรับ
“โอ้นายท่านมาพอดี”น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจดังขึ้น
หลิวเย่เดินไปเปิดประตูเมื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเรียบร้อยแล้ว
“มีอะไร?” เขาถามอย่างแปลกใจ
“มีข่าวจากท่านโยวจี้ประกาศตามหาผู้ที่มีความสามารถเพื่อระบุแร่ชนิดหนึ่งที่คนงานในเหมืองหยกค้นพบขอรับ”
กวนเต๋ารายงานเสียงนอบน้อม
“หือ แร่เหรอ?” เขาแปลกใจเล็กน้อย
“ใช่ขอรับ ตอนนี้ยังไม่มีนักปราชญ์คนใดบอกได้ว่ามันคือแร่อะไรและมีประโยชน์ไว้ใช้ทำอะไร?”
“อืมเข้าใจแล้วแล้วร้านบะหมี่เล่า?”หลิวเย่ถามถึงกิจการสำคัญพวกเขาเมื่อครั้งมาเมืองซูครั้งแรก
“โอ้พ่อครัวที่ร้านเพิ่งจะทำผงปรุงรสเหมือนกับที่นายท่านนำมาให้ในซองเล็กๆนั่นได้แล้ว”
กวนเต๋ามีน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีมากกว่าเดิม!
เนื่องจากพวกเขาได้รับบะหมี่จากหลิวเย่จำนวนหนึ่ง!
แต่พวกมันไม่เพียงพอที่จะขายให้กับคนซื้อ!
โดยเฉพาะในยามเกิดวิกฤติสงครามที่ผ่านมา!
ทำให้พวกเขาริเริ่มที่จะคิดค้นและทดลองจนสามารถทำผงปรุงรสบะหมี่ได้เทียบเท่ากับต้นแบบ
“โอ้พวกเจ้าเก่งมาก! ดีมาก!”หลิวเย่ยิ้มกว้างที่พวกเขารู้สึกแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง
“แล้วสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้เป็นอย่างไร?”
“เรียนนายท่าน ท่านเจ้าเมืองคนใหม่ซึ่งถูกคัดเลือกโดยท่านโยวจี้และขุนนางในวังเป็นคนซื่อตรงและยุติธรรมดี
ชาวเมืองมีการค้าขายและรุ่งเรืองเป็นเท่าตัวขอทานมีน้อยและเป็นคนชราที่ขี้เกียจกับเมาเหล้าทั้งวัน ส่วนโถงมังกรชางมีศิษย์หกรุ่นแล้วและแต่ละคนล้วนมีฝีมือดีหลายคนเข้าร่วมกับกองทัพของท่านแม่ทัพฟางและแม่ทัพซุน”กวนเต๋าสาธยายร่ายยาวด้วยน้ำเสียงแห่งความสุขและความภาคภูมิใจ
เขาชื่นชมและเคารพหลิวเย่อย่างแท้จริงที่ทำให้ชีวิตของครอบครัวเขาและชาวบ้านมีความสุขตามอัตภาพ
“อืมใบเว่ยจัดซื้อได้มากไหม?”หลิวเย่ต้องการนำไปเป็นวัตถุดิบสำหรับโรงงานบะหมี่และโรงงานผงปรุงรส
“โอ้ได้มากมายขอรับนายท่านอยู่ในโกดังที่พวกเราได้สร้างเพิ่มเติมเพราะมีหลายแสนชั่ง”
“ดีมากให้รับซื้อต่อไป หากไม่มีอะไรแล้วข้าจะไปเอาใบเว่ยและไปหาโยวจี้” หลิวเย่สั่งการและมองหน้ากวนเต๋า
เมื่อพบว่าเขาไม่มีเรื่องหรือปัญหาอื่นใด
เขาจึงจากไปเพื่อตรวจสอบการค้นพบแร่กับโยวจี้
..........
ทางด้านพระราชวังอาณาจักรเจียงทางเหนือ
“ท่านจินกุ้ยทานองุ่นอีกสิ” เสียงอ่อนหวานของสาวงามรอบกายของจินกุ้ยจำนวน 4 คนในห้องทำงานของพระราชวัง
อาณาจักรเจียงทางเหนือ
“โอ้พวกเจ้าปรนนิบัติข้าดีเช่นนี้ ข้าจะมอบรางวัลให้อย่างงาม”
“อุ๊ยดียิ่งท่านจินกุ้ย” สาวงามอีกสองคนนวดแขนขาเขาอย่างนุ่มนวล
“ฮ่ะ ฮ่า ฮ่า”
ทางด้านพระราชวังอาณาจักรเจียงทางใต้
โยวจี้นั่งหน้าดำคร่ำเครียดเมื่อขุนนางมารายงานผลการค้นหานักปราชญ์
“ท่านโยวจี้พวกเราพยายามประกาศและให้ทหารไปสอบถามทุกหลังคาในแถบนี้จนหมดแต่ไม่มีใครตอบได้เลย”
“เฮ้อถ้านายท่านมา ข้าจะตอบคำถามได้อย่างไร?”โยวจี้คิดในใจและถอนหายใจอย่างกังวล
“พวกเจ้าส่งเจ้าหน้าที่และทหารออกไปมากขึ้นไม่เว้นแม้แต่เมืองเล็กหรือหมู่บ้านเล็กๆ”
น้ำเสียงเข้มและจริงจังของโยวจี้ดังขึ้น
“รับคำสั่งท่านโยวจี้!” ขุนนางและทหารต่างตอบรับขันแข็ง
ทันใดนั้นพลันมีเสียงดังเข้ามาในห้อง
“พวกเจ้าเอาแร่ปริศนานั่นมาให้ข้าดูสิ”
“โอ้ นายท่านมาแล้ว!” โยวจี้ตื่นตกใจที่พบว่าหลิวเย่มาแล้ว
“คารวะองค์จักรพรรดิหลิวเย่!” ขุนนาง แม่ทัพฟาง และทหารก้มลงทำความเคารพเขา
“อืม ลุกขึ้นไปเอามาให้ดูสิ!” หลิวเย่สั่งการพวกเขาอีกครั้ง
“น้อมรับคำสั่ง!” แม่ทัพฟางส่งสัญญาณให้ทหารคนหนึ่งรีบนำแร่ในกล่องไม้มายื่นให้กับขันที
เมื่อขันทีตรวจสอบแล้วจากนั้นได้ยื่นให้กับหลิวเย่!
ปรากฏว่ามันเป็นแร่ละเอียดสีเงินปนน้ำตาลจางๆ!
เขาขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ!
พลันคิดถึงฮัทขึ้นมาจึงหยิบฮัทออกจากมิติพื้นที่แล้วทดลองใช้งาน
ปรากฏว่าฮัทสามารถทำงานในโลกโบราณได้!
โอ้นี่มันช่างวิเศษนัก!
หลิวเย่ค้นหาความรู้จากฮัทเพื่อดูว่าแร่ชนิดนี้คือแร่อะไร?!
เขามองโฮโลแกรมตรงหน้าที่มีข้อความและภาพเคลื่อนขึ้นลงไปมาอย่างรวดเร็ว!
แต่อีกด้านหนึ่ง
บรรดาขุนนาง แม่ทัฟฟางทหาร และข้ารับใช้ที่อยู่ในห้องโถงของพระราชวังต่างอ้าปากค้างนิ่งตะลึงงัน!
พวกเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้เห็นภาพการทำงานของเทพเป็นเช่นนี้!
ชื่อเสียงขององค์จักรพรรดิหลิวเย่เป็นที่กล่าวขานมานาน!
เขาสามารถบินและเหาะได้!
เขาสามารถโบกมือครั้งเดียวแล้วทำให้คนตายนับพัน!
เขามีทาสรับใช้เป็นนกอินทรียักษ์และเต่าทองคำยักษ์!
เขาสามารถหายตัวได้ชั่วพริบตา!
และอื่นๆอีกมากมาย!
แต่การได้เห็นความอัศจรรย์ของจักรพรรดิหลิวเย่ต่อหน้าต่อตาตนเอง
ทำให้พวกเขาตื่นตะลึงและตกใจกับภาพเหล่านั้น
นี่คือเทพอย่างแท้จริง!
เทพที่เหนือกว่าเทพ!
ในที่สุดภาพโฮโลแกรมก็หยุดอยู่กับที่เมื่อพบชนิดของแร่ปริศนานั้น
“โอ้!” หลิวเย่มีน้ำเสียงตื่นเต้นยินดีทันใด
“นี่ นี่มัน!”