สู่เหนือสรรพสิ่ง

    ตอนที่ 50 ออกเดินทาง

    หลังจากที่หลี่ซวนก้าวออกจากเรือลำหลักซึ่งเป็นที่พักของเหล่าผู้อาวุโส ผู้บำเพ็ญระดับฐานวิญญาณท่านหนึ่งก็รับหน้าที่เดินนำทาง พาเขาไปยังเรืออีกลำซึ่งเป็นจุดรวมพลของเหล่าศิษย์ผู้เข้าร่วมการประลอง หลี่ซวนจึงประสานมือรับคำและเดินตามไปอย่างนอบน้อม


    เมื่อมาถึงหน้าเรือ แม้ขนาดและความโอ่อ่าจะเทียบไม่ได้กับเรือลำยักษ์สามลำแรก แต่ก็ยังดูหรูหราประณีตกว่าเรือสามลำที่รั้งท้ายขบวน ตัวเรือสร้างจากไม้ปราณสีขาวบริสุทธิ์ สลักลวดลายเกลียวคลื่นและสายลมอันเป็นเอกลักษณ์ ยอดเสากระโดงมีธงตราสัญลักษณ์สายลมโบกสะบัด บ่งบอกถึงเกียรติภูมิของสำนักเฟิงหยวน รอบตัวเรือมีม่านพลังอาคมคุ้มกันส่องแสงจาง ๆ คลุมไว้ทั่วบริเวณจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า


    ทันทีที่สองเท้าเหยียบขึ้นไปบนเรือ หลี่ซวนก็พบกับศิษย์ร่วมสำนักกว่าสามสิบคนกระจายตัวอยู่ตามจุดต่าง ๆ บางกลุ่มยืนคุยกันอย่างออกรส ขณะที่บางคนเลือกปลีกวิเวกยืนสงบนิ่งอยู่ลำพัง หนึ่งในสามของคนบนเรือลำนี้คือตัวแทนผู้เข้าแข่งขัน ส่วนที่เหลือคือศิษย์ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายที่ติดตามมาชมการประลองและคอยคุ้มกันเรือ


    การปรากฏตัวของหลี่ซวนดึงดูดสายตาหลายคู่ให้หันมามอง ศิษย์บางคนที่ไม่คุ้นหน้า เมื่อสัมผัสได้ถึงไอวิญญาณอันแข็งแกร่งที่แผ่ออกมาจากตัวเขา ก็พยักหน้าทักทายอย่างเป็นมิตรแล้วหันกลับไปสนใจธุระของตน ขณะเดียวกัน ศิษย์บางคนที่จำเขาได้ ต่างเห็นว่าบัดนี้ระดับพลังของหลี่ซวนก้าวขึ้นมาทัดเทียมพวกตนแล้ว อีกทั้งกลิ่นอายยังเข้มข้นไม่ต่างจากศิษย์หลัก จึงยกมือประสานคารวะด้วยรอยยิ้ม หลี่ซวนก็ประสานมือตอบกลับไปตามมารยาท ทว่าก็ยังมีบางส่วนที่เพียงแค่ปรายตามองอย่างเย็นชาและไม่ใส่ใจ


    ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยยอดฝีมือ สิ่งที่ทำให้มุมปากของหลี่ซวนยกยิ้มขึ้นมาได้โดยไม่รู้ตัว คือภาพของบุรุษคุ้นตาที่ยืนถือกระบี่สงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งของเรือ


    หลี่ซวนไม่รอช้า สาวเท้าเดินตรงเข้าไปหา ชายผู้นั้นเมื่อรับรู้ถึงสายตาที่มองมาก็เงยหน้าขึ้น พอสบตากัน เขาก็เผยรอยยิ้มกว้างแล้วเดินเข้ามาหาหลี่ซวนเช่นกัน


    "พี่จาง ไม่ได้พบกันเสียนาน ท่านสบายดีสินะ?" หลี่ซวนเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงยินดี


    "เห... สหายหลี่ เพียงไม่กี่เดือนดูเหมือนว่าศิษย์ใหม่ในตอนนั้น จะแข็งแกร่งกว่าข้าไปแล้วแฮะ?" จางเหว่ยเอ่ยด้วยความประหลาดใจ


    "เป็นเรื่องบังเอิญน่ะที่ข้าเข้าสู่ระดับนี้ได้ไว แต่ว่าท่านเรียกข้าตามสบายเถอะพี่จาง ท่านเป็นคนที่ข้าเคารพ หากท่านมาเรียกข้าอย่างงั้น ข้ารู้สึกไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่"


    "อืม..." จางเหว่ยทำท่าครุ่นคิดอยู่สักพัก "ในเมื่อเจ้าว่ามาเช่นนั้น งั้นข้าจะไม่เกรงใจล่ะนะ ฮึ ๆ 


    แต่ว่าอีกไม่นาน ข้าคงต้องเปลี่ยนไปเรียกเจ้าว่า 'ผู้อาวุโสหลี่' แล้วกระมัง?" จางเหว่ยเอ่ยหยอกล้อด้วยน้ำเสียงสนิทสนม

       


    ชายหนุ่มตรงหน้าคือ จางเหว่ย ศิษย์พี่ที่เป็นดั่งสหายและเคยพาเขาเดินชมสำนักและคอยชี้แนะเรื่องราวต่าง ๆ ความช่วยเหลือเหล่านั้นทำให้หลี่ซวนรู้สึกซาบซึ้งและสนิทใจกับคนผู้นี้อย่างแท้จริง


    หลี่ซวนส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มถ่อมตน "พี่จางก็ล้อข้าเล่นเกินไปแล้ว การจะทะลวงระดับต่อไปนั้นจะง่ายดายขนาดนั้นได้อย่างไร ข้าสามารถเลื่อนขั้นมาถึงขั้นปลายได้ก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว... ว่าแต่ พี่จางก็มาลงแข่งด้วยเช่นกันหรือ?"


    "หืม? เจ้าก็ลงแข่งด้วยงั้นรึ?" จางเหว่ยเลิกคิ้วประหลาดใจ "แต่เดี๋ยวก่อน ไม่ใช่ว่าเจ้าไม่ได้เข้าร่วมการประลองคัดเลือกหรอกหรือ?"


    "อืม ข้าเพิ่งถูกผู้อาวุโสเรียกตัวให้มาลงแข่งแทนศิษย์หลักผู้หนึ่งน่ะ ดูเหมือนว่าเขาจะมีเหตุให้มาไม่ได้ ผู้อาวุโสจึงสั่งให้ข้ามาทำหน้าที่แทน"


    "เช่นนี้นี่เอง..." จางเหว่ยพยักหน้าช้า ๆ รอยยิ้มดูกว้างขึ้น "มีน้องหลี่ร่วมลงแข่งด้วย ข้าก็เบาใจขึ้นเยอะ ขนาดตอนที่เจ้ายังอยู่แค่ขั้นกลางสูงสุด เจ้ายังเอาชนะหลินเซวียนที่ชอบทำตัวกร่างหาเรื่องคนไปทั่วได้ บัดนี้เจ้าทะลวงสู่ขั้นปลายแล้ว คงจะแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ฮึ ๆ"


    "ตอนนั้นสหายหลินเพียงแค่ออมมือให้ข้าเท่านั้น หากเขาเอาจริงตั้งแต่ทีแรก ข้าคงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปแล้ว" หลี่ซวนตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ


    จางเหว่ยฟังแล้วก็ถอนหายใจยาว ส่ายหน้าเบา ๆ ให้กับความถ่อมตนของสหาย "เจ้าเนี่ยนะ ถ่อมตัวเกินไปแล้วจริง ๆ... แต่จำไว้นะหลี่ซวน ชนะก็คือชนะ ไม่มีใครในยุทธภพนี้มาสนหรอกว่าศัตรูออมมือให้หรือไม่"


    จู่ ๆ รอยยิ้มขี้เล่นของจางเหว่ยก็จางหายไป แทนที่ด้วยสีหน้าและแววตาจริงจัง "ในโลกของผู้บำเพ็ญ เมื่อถึงการต่อสู้จริงนั้น หากเจ้า 'พ่ายแพ้' ย่อมหมายถึง 'ความตาย' เพราะฉะนั้น ในคราใดที่ต้องสู้ เจ้าห้ามประมาทเด็ดขาด! และหากประเมินแล้วว่าสู้ไม่ได้จริง ๆ... การหนีเพื่อเอาชีวิตรอดก็ไม่ใช่หนทางของคนขี้ขลาดหรอกนะ"


    หลี่ซวนได้รับฟังคำเตือนที่ออกมาจากใจจริงก็พยักหน้ารับ รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นในใจ


    ‘ในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรที่โหดร้ายเช่นนี้ จะมีสักกี่คนกันที่คอยชี้แนะและหวังดีต่อข้าอย่างพี่จาง?’


    เขาเคยผ่านการเฉียดความตายจากการถูกลอบสังหารมาแล้ว ย่อมรู้ซึ้งดีว่า 'ความประมาทเท่ากับความตาย' คำเตือนสติด้วยความจริงใจของจางเหว่ย ยิ่งทำให้สายใยมิตรภาพระหว่างพวกเขากระชับแน่นขึ้นไปอีกขั้น


    หลังจากนั้น ทั้งสองก็ยืนพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่าง ๆ กันอย่างเป็นกันเอง


    คุยกันได้ไม่นานนัก ผู้บำเพ็ญระดับฐานวิญญาณอีกท่านหนึ่งก็เดินนำขึ้นมาบนเรือ พร้อมกับกลุ่มศิษย์ที่เดินตามหลังมาอีกเจ็ดแปดคน ขุมพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของคนกลุ่มนี้ ล้วนอยู่ในระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายทั้งสิ้น


    เมื่อคนกลุ่มนั้นก้าวขึ้นมาบนเรือ พวกเขาก็กวาดสายตาสำรวจไปรอบ ๆ ทว่าในบรรดาศิษย์กลุ่มนั้น มีสองคนที่สายตาบังเอิญมาหยุดอยู่ที่ร่างของหลี่ซวนพอดี ปฏิกิริยาของทั้งสองคนนั้นแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว


    คนแรก เมื่อเห็นหลี่ซวน ใบหน้าก็พลันสว่างวาบ เผยรอยยิ้มกว้างด้วยความดีใจและรีบเดินตรงเข้ามาหาทันที เขาคือ 'อวี่ฟ่าน' ศิษย์หลักผู้อัธยาศัยดีที่เคยพบกับหลี่ซวนตอนไปเช่าถ้ำฝึกตนนั่นเอง


    ส่วนอีกคนหนึ่ง... ทันทีที่สบตากับหลี่ซวน ใบหน้าก็พลันบิดเบี้ยว สีหน้าเปลี่ยนไปจนดูไม่ได้ เขาแทบจะผงะถอยหลัง ก่อนจะรีบหันขวับเดินหนีไปหลบมุมเงียบ ๆ อย่างรวดเร็ว


    คนผู้นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน... เขาคือ 'หลินเซวียน' คนที่เคยพ่ายแพ้การประลองเดิมพันให้กับหลี่ซวนเมื่อครั้งที่เพิ่งเข้าสำนักเมื่อครึ่งปีก่อนเช่นกัน


    เมื่ออวี่ฟ่านเดินเข้ามาใกล้ หลี่ซวนก็ยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ทว่าจางเหว่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง เขาเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกัก


    "นะ... หนึ่งในศิษย์หลักของสำนัก! แถมยังเป็นศิษย์พี่อวี่ที่เก่งกาจติดอันดับหนึ่งในสาม! เหตุใดศิษย์พี่ถึงเดินมาทางนี้...แล้วดูเหมือนรู้จักกับเจ้าด้วยงั้นรึ?"


    แม้จะอยู่ระดับลมปราณแรกเริ่มขั้นปลายเหมือนกัน แต่ศิษย์หลักนั้นล้วนอยู่ห่างจากระดับฐานวิญญาณเพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น หากไม่ใช่เพราะพวกเขากำลังพยายามขยาย 'ห้วงลมปราณ' ของตนเองให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก็คงทะลวงระดับกันไปหมดแล้ว


    ด้วยเหตุนี้ ศิษย์หลักจึงแข็งแกร่งกว่าคนในระดับเดียวกันมาก เพราะเพียงแค่ขนาดของห้วงลมปราณต่างกันแค่ห้าจั้ง พลังก็แตกต่างกันอย่างชัดเจนแล้ว... ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศิษย์หลักจากสำนักอันดับต้นๆของพันธมิตรเมฆา ที่มีห้วงลมปราณขนาดใหญ่กว่าศิษย์หลักของสำนักรั้งท้ายอย่างสำนักเฟิงหยวนเสียอีก


    อวี่ฟ่านเดินเข้ามาใกล้ แผ่สัมผัสวิญญาณตรวจสอบหลี่ซวนเล็กน้อย ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างออกมา


    "ฮ่า ๆ น้องหลี่ นึกไม่ถึงเลยว่าจะได้มาเจอเจ้าที่นี่! ข้าได้ยินมาว่ามีศิษย์หลักคนหนึ่งมีปัญหาจนมาร่วมงานไม่ได้ ดูจากการที่เจ้ามายืนอยู่บนเรือลำนี้ แถมไอวิญญาณรอบตัวยังทะลักออกมาขนาดนั้น คงเป็นเจ้าสินะที่ถูกเลือกมาแทนเขาน่ะ"


    หลี่ซวนเผยรอยยิ้มก่อนตอบกลับอย่างถ่อมตน "เป็นอย่างที่ท่านว่ามาเลย ผู้อาวุโสให้ข้ามาแทนศิษย์หลักผู้นั้นจริง ๆ ส่วนเรื่องไอวิญญาณรอบตัว เป็นเพราะข้าเพิ่งทะลวงระดับมาจึงยังควบคุมได้ไม่ดีนัก ระหว่างเดินทางข้าคงต้องรีบฝึกวิชาสะกดไอวิญญาณให้ได้ก่อนถึงที่หมาย"


    อวี่ฟ่านได้ยินดังนั้นก็ตอบกลับอย่างอารมณ์ดี "วิชานี้ง่ายมาก ฝึกเพียงไม่กี่วันก็สำเร็จแล้วล่ะ หากมีตรงไหนไม่เข้าใจระหว่างเดินทาง ข้าจะเป็นคนชี้แนะเจ้าเอง... เอ๊ะ คนข้าง ๆ เจ้านี่หน้าตาคุ้น ๆ แฮะ" อวี่ฟ่านหันไปมองจางเหว่ย


    "ศิษย์พี่อวี่คงจำข้าไม่ได้ ตอนที่ท่านยังไม่ได้เป็นศิษย์หลักแต่ก็มีชื่อเสียงโด่งดัง เมื่อห้าปีก่อนข้าเพิ่งเข้าสู่ขั้นปลายจึงเคยขอท้าประลองกับท่านครั้งหนึ่ง แต่กลับพ่ายแพ้ให้ท่านในไม่กี่กระบวนท่า ท่านจะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอกขอรับ" จางเหว่ยตอบกลับอย่างเคารพ


    เขาลูบคางครุ่นคิดก่อนกล่าว "อืม… อ้อ ข้าจำได้แล้ว! แม้ตอนนั้นดูเหมือนข้าจะชนะง่าย ๆ แต่จริง ๆ แล้วข้าก็ใช้พลังไปมากอยู่เหมือนกันนะฮ่า ๆ ๆ" อวี่ฟ่านหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ในเมื่อเจ้าเป็นสหายของน้องหลี่ เจ้านับเป็นสหายข้าเช่นกัน ไม่ต้องเรียกข้าว่าศิษย์พี่อะไรนั่นหรอก"


    เมื่อจางเหว่ยได้ยิน ก็มีสีหน้าลังเลครู่หนึ่ง พอตัดสินใจได้จึงเอ่ยรับ "หากพี่อวี่กล่าวเช่นนี้ ข้าก็ไม่เกรงใจแล้ว"


    อวี่ฟ่านเห็นดังนั้นก็ยิ้มพอใจ "แบบนี้สิค่อยสบายหูหน่อย ข้าไม่ค่อยชอบให้ใครมาเรียกศิษย์พี่ศิษย์น้องอะไรนักหรอก ทำตัวเป็นกันเองดีกว่านะ แล—"


    ทว่ายังพูดไม่ทันจบประโยค ก็มีเสียงเข้มเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาจากหน้าเรือ เป็นเสียงที่แฝงไปด้วยพลังวิญญาณอันหนักแน่นและทรงอำนาจ ผู้พูดคือบุรุษหนุ่มใบหน้าหมดจด ท่าทางเข้มขรึม ระดับพลังของเขาอยู่ในลมปราณแรกเริ่มขั้นปลาย


    คนผู้นี้คือ 'จินซวน' ศิษย์หลักอันดับหนึ่งของสำนัก ผู้ซึ่งเคยเป็นที่พูดถึงอย่างมากในหมู่ศิษย์หญิง


    "สหายทุกท่าน… ข้าขอกล่าวเอาไว้ตรงนี้ งานประลองพันธมิตรเมฆาครั้งนี้ พวกเราต้องทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ! หากผู้ใดทำผลงานได้ดีในการประลอง และสร้างชื่อเสียงให้กับสำนักได้ ผู้อาวุโสของพวกเราจะตกรางวัลให้อย่างงาม!"


    รางวัลอย่างงาม... ชื่อเสียงของสำนัก... ผู้ที่ได้ฟังต่างตื่นเต้นดีใจ มีกำลังใจฮึกเหิมและพร้อมจะสู้ศึกอย่างเต็มที่


    "แต่… หากมีผู้ใดคิดจะยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้สู้ และทำให้สำนักต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงล่ะก็..." พูดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของจินซวนก็เข้มขรึมขึ้นไปอีกและแผ่แรงกดดันออกมาทันที "พวกท่านคงรู้สินะว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น?"


    ทุกคนบนเรือเมื่อได้ยินคำขู่นี้ก็พากันขนลุกซู่ไปทั้งตัว มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยและไม่สะทกสะท้านกับแรงกดดันนี้ ซึ่งกลุ่มของหลี่ซวนก็คือหนึ่งในนั้น


    ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงของบุรุษวัยกลางคนอายุราวสี่สิบปีดังขึ้นทำลายความตึงเครียด


    "เอาล่ะ ๆ พอได้แล้วเจ้าหนูจินซวน ขืนเจ้ายังแกล้งขู่เด็กพวกนี้ต่อไป เดี๋ยวพวกเขาก็พากันโดดเรือหนีไปก่อนจะได้ออกเดินทางกันพอดี"


    เมื่อทุกคนหันไปมอง ก็รีบประสานมือโค้งคำนับคนตรงหน้าด้วยความเคารพทันที


    "พวกเจ้าทำตัวตามสบายเถิด ข้ามาเพียงเพื่อปกป้องและนำทางพวกเจ้าให้ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย ข้ามีนามว่าชิงหยาง"


    {ผู้อาวุโสชิงหยาง ระดับฐานวิญญาณขั้นปลาย} เอ่ยด้วยน้ำเสียงใจดี "หากมีเรื่องด่วนจริง ๆ ค่อยไปเรียกข้าที่ห้องในสุดของเรือลำนี้ก็แล้วกัน แต่หากมีเรื่องใหญ่จริง ๆ ผู้อาวุโสบนเรือลำหลักคงจัดการให้อยู่แล้ว พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไป ตอนนี้พวกเจ้าพักผ่อนกันตามสบายเถิด เรือทั้งหมดของสำนักใกล้จะออกเดินทางแล้ว เมื่อถึงที่หมายข้าจะแจ้งให้ทราบอีกที"


    "ขอรับ!"


     ศิษย์ทุกคนล้วนเอ่ยตอบพร้อมเพรียงกันสุดเสียง พร้อมประสานมือคารวะอย่างนอบน้อม


    และหลังจากนั้นไม่นาน เรือเหาะทั้งเจ็ดลำของสำนักเฟิงหยวนก็ค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นจากพื้นดิน ทะยานมุ่งหน้าออกไปสู่ท้องฟ้ากว้าง จนกระทั่งภาพของสำนักค่อย ๆ เล็กลงและหายลับไปจากสายตา

    คล้ายกับเรื่องสู่เหนือสรรพสิ่ง ที่คุณอ่าน

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    กำเนิดใหม่ : มหาปราชญ์เทพเซียนโอสถ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.00M 2954
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    (The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    279K 178
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เทพกระบี่เงาสังหาร

    เทพกระบี่เงาสังหาร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    717K 554