“ คุณคะปล่อยเอาไว้แบบนี้จะดีเหรอคะ ”
จินม่ายถามด้วยความกังวล เธอกลัวว่าผู้อาวุโสตระกูลเจียงจะหาทางเล่นงานพวกเขาทั้ง 3 คนไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง การเดินทางกลับในครั้งนี้คงจะเป็นแผนหลอกเพื่อหาทางเอาคืน
“ ถ้าจะใช้กำลังคงยากหน่อย คุณก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าพวกเขาทุบเข้ามาไม่ได้ ตึกนี้แข็งแกร่งพอจะป้องกันการโจมตีของเลเวล 180 ได้สบายๆ ”
“ ฉันว่าพวกเขาไม่ได้จะใช้กำลังหรอกค่ะแต่จะใช้อย่างอื่นแทน คุณคงคิดไม่ถึงแน่ ”
เฉินห่าวทำหน้าครุ่นคิด เขายังไม่สามารถหาทางแก้ไขเรื่องในวันนี้ได้จึงต้องรอให้ผู้อาวุโสตระกูลเจียงเปิดหน้าไพ่ตนเองก่อน
“ อย่ากลัวไปเลย พวกเขาฆ่าผมและเป่าเป้ยในเขต X ไม่ได้หรอก ”
“ ทำไมเหรอคะ ”
“ เรามีค่ายกลปกป้องอยู่ คุณนอนเถอะดูเหมือนลูกอยากจะอยู่กับคุณมาก ”
“ ป๊ะป๋าจาไปไหนเหยอ ”
เด็กสาวตัวน้อยหันมองผู้เป็นพ่อที่เหมือนจะแยกตัวออกไป เธอจึงกวักมือเรียกให้เข้าไปในห้องด้วยกัน คืนนี้เธออยากจะนอนกับป๊ะป๋าและมาม้าพร้อมกันทั้งสองคน เฉินห่าวจึงตามเข้าไปในห้องแล้วนั่งดูจินม่ายเล่านิทานให้ลูกสาวฟัง โดยมีเจ้าตัวน้อยหันมาหาเขาเรื่อยๆเพื่อถามความเห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้น เฉินห่าวจึงตอบกวนๆเพื่อให้ภรรยาของเขาต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ด้วยการแต่งขึ้นมาเพื่อให้ภรรยาของเขาแต่งเรื่องต่อเพื่อหาจุดจบให้ได้ไม่อย่างนั้นลูกสาวของเขาจะไม่ได้นอน
เป่าเป้ยทำตาโตแสดงออกถึงความตื่นเต้น มือทั้งสองกำผ้าห่มเอาไว้แน่นหลังจากป๊ะป๋าและมาม้าเล่านิทานสลับกันไปมา
“ เต่าพยายามใช้ขาสั้นๆกลิ้งหลบกระต่ายที่ใช้ดาบไล่ฟัน แล้วยังไงต่อคุณ ” เฉินห่าวโยนไปให้จินม่ายเล่าต่อ
“ เต่าบังเอิญกลิ้งไปเจอเข้ากับไม้เท้าวิเศษจึงรีบขอพรให้สิ่งที่คิดเป็นจริง ”
“ เต่าขอยัยเหยอคะ ” เด็กน้อยทำตาแป๋วแหววอยากรู้อยากเห็นว่าเต่าจะขออะไรจากไม้เท้าวิเศษ
เฉินห่าวถูกโยนเนื้อเรื่องมาให้เล่าต่อจึงยิ้มแล้วตัดจบไม่อย่างนั้นมันจะดึกไปมากกว่านี้
“ เต่าขอให้พวกเขากลับมาเป็นเพื่อนกันอีกครั้ง จากนั้นพวกเขาทั้งสองก็แบ่งหัวแครอทกัน ปิ๊ง จบบริบูรณ์ ”
เด็กสาวทำตาเป็นประกายก่อนจะค่อยๆเอนตัวนอนโดยมีแม่นอนอยู่ข้างซ้ายส่วนพ่อนอนอยู่ข้างขวา
เฉินห่าวไม่คิดขยับกลัวว่าลูกจะตื่นนอนเขาจึงปล่อยตัวให้สบายหวังว่าลูกสาวจะหลับเร็วๆ จนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจมั่นคงส่งออกมาจากลูกสาวเขาจึงรู้ว่าเธอหลับไปแล้ว เฉินห่าวจึงใช้ม่านพลังคลุมทับเป่าเป้ยเอาไว้เพราะมีเรื่องที่ยังอยากจะคุยต่อกับภรรยา
“ คุณกลับมาที่ร้านได้ยังไง ”
เฉินห่าวอยากรู้ว่าอีกฝ่ายกลับมาที่ร้านได้ยังไง จากระยะเวลาแล้วเธอควรจะติดอยู่ในซากโบราณสถานหมายเลข 1 จนกลับมาช้ากว่าเขา ต่อให้จะเดินทางออกมาจากซากโบราณสถานหมายเลข 2 แล้วก็ตาม เร็วสุดที่เขาคิดว่าคนอื่นๆสามารถผ่านซากโบราณสถานหมายเลข 1 ได้คือ 5 วันเพราะมันเป็นสถิติสูงสุดที่เจ้าหน้าที่หยางทำได้ การผ่านทางไม่ใช่ว่าต้องวิ่งอย่างเดียวเพราะต้องอาศัยการสังเกตเป็นหลักแค่ก้าวเท้าพลาดไปเพียงแค่ก้าวเดียวอาจจะทำให้การเดินทางช้าลงกว่าเดิม
“ ฉันมีไอเทมชิ้นหนึ่งมันสามารถจดจำเส้นทางที่เคยผ่านแล้วพาฉันลอยกลับไปจุดเริ่มต้นได้ ฉันจึงใช้มันดึงตัวเองจากประตูอีกฝั่งไปยังประตูอีกฝั่ง ”
“ ใช้เวลาเท่าไหร่เหรอ ”
“ ราวๆ 1 วันได้ ”
เฉินห่าวลูบคางเบาๆ แม้จะใช้ไอเทมช่วยเหลือยังต้องใช้เวลามากถึง 1 วัน
“ หลังจากที่ตระกูลไม่ให้กลับมาที่เขต X คุณทำอะไรเหรอ ”
“ ตอนแรกฉันก็เสียใจมากเพราะข่าวทั้งหมดที่ฉันรับรู้จากสมาชิกในตระกูลคือคุณและลูกสาวเสียชีวิตไปแล้ว ต่อให้จะลองเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อหาข่าว สิ่งที่เจอยังคงยืนยันว่าคุณและลูกสาวไม่รอด ฉันจำไม่ได้ว่าช่วงนี้ตัวเองทำอะไรไปบ้าง เห็นน้องสาวบอกว่าฉันเหมือนหมาข้างถนนเลย เอาแต่อยู่ในห้องไม่ไปไหน จนเข้าสู่เดือนที่ 5 ผู้อาวุโสก็เริ่มบังคับให้ฉันออกจากห้องมาดูแลตระกูล ”
“ แล้วคุณทำยังไงต่อ ”
“ เริ่มต้นจากการล่าเพื่อสานต่อสิ่งที่พ่อของฉันทำค้างเอาไว้ ฉันต้องเพิ่มให้เยอะกว่านี้เพื่อจะไปถึงจุดๆนั้นให้ได้ แต่ก็อย่างที่เห็นฉันอัพเลเวลมาได้แค่ 130 เท่านั้น แม้จะเร็วมากแต่มันก็ยังไม่พอ ”
เฉินห่าวไม่ได้แปลกใจกับเลเวลของจินม่ายเลย การมีตระกูลใหญ่หนุนหลังเป็นเรื่องง่ายที่จะเพิ่มเลเวล
“ ฉันก็ออกล่าไปเรื่อยๆ ทำงานกับกลุ่มนั้นทีกลุ่มนี้ที ตระกูลจับกลุ่มล่าอะไรฉันก็ไปหมด แต่อยู่มาวันหนึ่งคนที่ฉันรู้จักเธออัพโหลดโพสต์เกี่ยวกับเขต X ฉันสะดุดตากับเรื่องนี้ก็เลยรีบตามไปดูแล้วก็พบเรื่องที่น่าสงสัย ”
“ อะไรเหรอ ”
“ โพสต์ของเธอหายไป ฉันก็เลยเข้าไปในกลุ่มเขต X เพื่อดูความเคลื่อนไหวต่างๆ แล้วก็บังเอิญพบกับโพสต์ที่หายไปเช่นกัน วันนั้นฉันเจอข่าวเกี่ยวกับการปิดถนนหน้าบ้านเราด้วย แล้วก็เจอข่าวหลายอย่าง สิ่งที่สะดุดตามากที่สุดคือมีคนกำลังด่าชายคนหนึ่งชื่อเฉินห่าวเจ้าของร้านฟิตเนสว่าเป็นพวกลวงโลกที่หลอกปลุกพรสวรรค์ให้ผู้คน ”
“ คุณก็เลยคิดว่าเป็นผม ”
“ ใช่ ”
“ เสียใจจังที่คุณคิดว่าผมลวงโลก ”
“ ไม่ไม่ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉันเชื่อว่าเป็นคุณเพราะหลักฐานหลายอย่างชี้ว่าคุณยังมีชีวิตอยู่ ส่วนเรื่องปลุกพรสวรรค์ฉันไม่เชื่อข่าวเพราะคุณเองที่เป็นคนปลุกพรสวรรค์ให้กับฉัน ”
“ อ้าว! เป็นผมเองเหรอที่ปลุกพรสวรรค์ให้กับคุณ ”
“ ใช่ คุณบอกแนวทางในการปลุกพรสวรรค์ที่ 1 ให้ฉัน แล้วก็บอกวิธีปลุกพรสวรรค์อีกอย่างให้ฉันด้วย แต่ฉันไม่สามารถปลุกพรสวรรค์ที่ 2 ได้เพราะเราต้องแยกจากกันก่อน ”
“ อ๋อเป็นแบบนี้นี่เอง ”
“ ว่าแต่เป็นยังไงบ้างคะกับการเสียความทรงจำ คุณรู้สึกเหมือนว่าฉันเป็นคนแปลกหน้าอยู่หรือเปล่า ผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้จู่ๆก็โผล่มาแล้วบอกว่าตนเองเป็นแม่ของเป่าเป้ย คุณรู้สึกยังไงบ้าง ”
“ ตอนแรกผมก็คิดหนักเช่นกันว่าจะเป็นยังไง จู่ๆก็ต้องเจอกับคนที่เป็นแม่ของเป่าเป้ยโดยที่ผมไม่รู้เกี่ยวกับตัวของเธอคนนั้นเลยเพราะสูญเสียความทรงจำ แต่ดูเหมือนว่าผมจะรู้สึกได้ถึงบางอย่าง มันทำให้ผมรู้สึกผูกพันธ์ ผมก็เลยปล่อยให้สัญชาตญาณการเป็นพ่อคนนำทางไปโดยไม่ต้องคิดมาก อย่างน้อยลูกสาวผมก็มั่นใจว่าคนที่นอนตักจะต้องเป็นแม่ของเธอแน่นอน หากไม่ใช่เธอคงไม่กล้าปีนตักใครขึ้นไปหลับแบบนั้น ”
“ แล้วคุณคิดจะฟื้นความทรงจำกลับมาไหม ”
“ การฟื้นความทรงจำมันก็ดีอีกแบบ แต่การจำอะไรไม่ได้มันก็มีดีอีกแบบ ถ้าหากมันไม่คิดจะกลับมาผมก็ไม่คิดจะฟื้นฟู แม้จะน่าเสียดายที่ต้องสูญเสียความทรงจำสำคัญๆไปหมด ผมกลับคิดว่าดีเหมือนกันเพราะการเริ่มต้นใหม่ อาจจะทำให้ผมได้ความทรงจำที่ดีกว่าเดิมมาแทนก็ได้ ”
เฉินห่าวหันมองไปสบตากับจินม่าย อีกฝ่ายทำเพียงแค่ยิ้มส่งมาให้เท่านั้น
“ คุณยิ้มอะไร ”
“ ฉันชอบแนวคิดของคุณค่ะ ถ้าจำไม่ได้ก็แค่สร้างใหม่ให้มันสวยงามกว่าเดิม ว่าแต่ฉันมีเรื่องจะถาม เรื่องลูกสาวเรา คุณพาเธอออกไปเสี่ยงอันตรายเพื่ออัพเลเวลอย่างนั้นเหรอคะ ”
เฉินห่าวยิ้มแห้งหลังจากที่จินม่ายเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังราวกับจะลงโทษเขาให้ได้
“ คุณฟังก่อน ” เฉินห่าวนอนตะแคงหน้าแล้วมองเข้าไปในตาของอีกฝ่าย เขารู้สึกคุ้นเคยมาก ไม่รู้ว่าเป็นความคุ้นเคยที่หลงเหลือเอาไว้ในร่างนี้ หรือว่าเป็นความคุ้นเคยจากชีวิตก่อน หญิงสาวตรงหน้าราวกับภาพทับซ้อนของภรรยาเขา ทั้งการพูด ท่าทาง ทุกอย่างเหมือนกันทั้งหมดแม้แต่เวลาโกรธก็เช่นเดียวกัน
“ คุณพาลูกไปล่าใช่ไหมคะ ”
“ คืองี้ ผมไม่ได้พาลูกสาวไปล่าเลยนะ วันนั้นผมกลับจากสงครามเขต X ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่เดือนก่อน เห็นว่าเมืองมันว่างๆก็เลยแอบจับมอนสเตอร์กลับมาด้วยหนึ่งตัว ขนาดมันเท่าลูกไก่นี่แหละ ผมวางแผนที่จะควบคุมมือของเธอให้เล่นงานมันด้วยทักษะที่ผมมี แต่บังเอิญลูกสาวของเราน่ะสิ ดันพลิกตัวดึงมอนสเตอร์ไปขยำจนคอหักตาย ”
“ จะเป็นไปได้ยังไงกันคะ เด็กตัวเล็กๆแค่นี้ ”
“ เห็นแบบนี้ซนไม่น้อยเลยนะคุณ ไม่รู้ว่าได้ใครมา คุณรู้ไหมว่าลูกสาวของคุณแอบไปเล่นเครื่องออกกำลังกายจนค่าสถานะเพิ่มขึ้นมา 20 หน่วยเลยนะ เทียบเท่าฮันเตอร์เลเวล 20 เลย ”
“ จริงเหรอคะคุณ ”
“ จริงสิ แต่ก็บังเอิญมีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น อุปกรณ์ที่จำลองความเจ็บให้ผู้ใช้กลับไม่ทำงาน ลูกสาวของเราก็เลยคิดว่าตัวเองกำลังเล่นสนุกชวนมังกรออกกำลังกายราว 7 วันติด ไอ้มอนสเตอร์ตัวนั้นก็เลยถูกหักคออย่างที่เห็น ”
“ มันน่าจะดิ้นบ้างสิ ”
“ ผมลบพลังของมันออกไปแล้ว ถ้าจะอธิบายคงยากงั้นผมจะแสดงให้ดูก็แล้วกัน ”
เฉินห่าวลบพลังออกจากตัวของจินม่ายให้เธอเห็น ปรากฎว่าใบหน้าของเธอแสดงออกถึงความตกใจเมื่อเห็นว่าพลังทั้งหมดหายไปจนกลายเป็นคนธรรมดา
“ ต่อให้จะเป็นผู้อาวุโสของคุณเข้ามาในร้าน พวกเขาก็คงไม่ต่างจากตาแก่คนหนึ่ง ขอแค่คุณหลบเข้ามาในร้านได้ทุกอย่างก็สงบแล้ว ”
“ คุณใช้ที่นี่จัดการกับมือสังหารอย่างนั้นเหรอคะ ”
“ ใช่แล้วล่ะ แต่ผมไม่บอกหรอกนะว่าได้มันมาจากที่ไหน ”
“ ถ้าคุณไม่บอกฉันไม่รู้ก็ได้ค่ะ ฉันขอนอนก่อนนะคะ ”
“ นอนเลย หลังจากคุณหลับแล้วผมจะลงไปดูข้างล่างสักหน่อย มีฮันเตอร์หลายคนรอผมไปชี้แนะอยู่ ”
จินม่ายยิ้มเล็กน้อยเธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากหลังจากได้คุยกับสามีอีกครั้ง ยิ่งได้เห็นใบหน้าลูกสาวอีกหนทำให้เธอไม่อยากจากที่นี่ไปไหนเลย
เฉินห่าวเห็นว่าภรรยาหลับแล้วเขาจึงเดินลงมาชั้น 1 เหล่าฮันเตอร์ที่รอให้เขาชี้แนะทักษะยังคงรอเช่นเดิม แม้จะหนีไปก่อนหน้านี้เพราะกลัวตระกูลเจียงและตระกูลหานแต่ก็กลับมาอย่างเร็วไวหลังจากเห็นว่าไม่มีอันตรายแล้ว
“ เถ้าแก่คุณหายไปที่ไหนมา ”
“ ไปล่าที่ซากโบราณสถานหมายเลข 1 และหมายเลข 2 ”
“ หา! ว่ายังไงนะเถ้าแก่ งั้นก็หมายความว่าคุณรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นั่นใช่ไหม”
“ เดี๋ยวเล่าให้ฟัง ไหนมีใครอยากจะปลุกพรสวรรค์และอยากให้ฉันชี้แนะทักษะให้บ้าง ”
เฉินห่าวบอกให้ฮันเตอร์เรียงแถวแล้วเข้าไปดูบอร์ดภารกิจ เขาต้องการอัพเกรดร้านไปยังเลเวล 3 เพื่อเพิ่มค่าสถานะให้สูงกว่านี้ นอกจากนั้นเขาอยากจะเพิ่มอาณาเขตปลอดภัยเช่นกันเพราะมันจะทำให้เขาเคลื่อนไหวได้โดยไม่ต้องหวาดกลัวความตาย
เหล่าฮันเตอร์เห็นว่าเจ้าของร้านเปิดทำการในรอบดึกต่างโทรเรียกกันให้กลับมาที่ร้านจนฮันเตอร์ยืนออกันเต็มชั้น 1
“ มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย ”