กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    SS2_No.8 เปิดตัวลูกสาว [1]

    เมื่อมู่เป่ยก้าวขึ้นเวทีการประลอง ก็รีบเอ่ยเงื่อนไขในการประลองรอบนี้ทันที ท่ามกลางความแปลกใจ ของผู้คุมกฏ และเหล่าศิษย์ต่างๆ ภายในสนามประลอง
    "ศิษย์น้องหลิง ข้าตรวจสอบพลังของเจ้าแล้ว รู้ว่าตัวเจ้านั้นอยู่ในแดนจักรพรรดิขั้น 1 แต่ข้านั้นอยู่ในแดนจักรพรรดิขั้น 3 ฉะนั้นเพื่อไม่เป็นการเอาเปรียบ การประลองในรอบนี้ พวกเราจะมิใช่ออกซึ่งลมปราณ แต่จะเป็นการประลองกันด้วยกระบวนท่าเท่านั้น มิทราบว่าศิษย์น้องหลิงคิดเห็นเช่นไร?"
    หลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย จากคำพูดของมู่เป่ยนั้น แสดงออกว่าเห็นใจเขาอย่างชัดเจน และเหมือนจงใจให้จำกัดขอบเขตการใช้พลังปราณ เพราะโดยทั่วไปแล้วนั้น สายเลือดศักดิ์สิทธิ์ทุกคน แม้ระดับชั้นจะต่ำกว่า แต่ขอบเขตพลังปราณนั้น สูงกว่าคนทั่วไป นี่จึงไม่ใช่การแสดงออกที่เห็นใจเขาอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่ามู่เป่ยอาจจะรู้เรื่องที่เขาเป็นสายเลือดศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็เป็นได้ จึงได้เลือกต่อสู้โดยใช้แค่กระบวนท่า ทว่าหลิงเทียนเองก็ไม่อยากขัดศรัทธา
    "ข้ายินดีรับข้อเสนอของท่าน!!"
    มู่เป่ยยกยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ ในขณะที่ผู้คุมกฏอี้หลินนั้นได้แต่ส่ายศีรษะเล็กน้อย ที่หลิงเทียนนั้นหลงกลอุบายตื้นๆ ของมู่เป่ย ก่อนจะประกาศเสียงดังกร้าวขึ้น และดีดตัวออกจากสนามประลองทันที
    "เมื่อพวกเจ้าทั้งสองตกลงเงื่อนไขเพิ่มเติม ฉะนั้นในรอบนี้จะเป็นการประลองโดยใช้เพียงแค่กระบวนท่าเท่านั้น หากใครใช้ออกซึ่งลมปราณ จะถือว่าเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ทันที เริ่มการประลองได้"
    หลิงเทียนที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้ตะขิดตะขวงใจ พร้อมกับตั้งท่าเตรียมรับมือ มู่เป่ยคำรามเบาๆ และกระโดดขึ้นไปด้านบนทันที ขาขวาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง แหวกลมขณะที่เพ่งจุดมุ่งหมายไปที่หัวของหลิงเทียน
    "ตู้ม ตู้ม ตู้มม!!"
    เมื่อมู่เป่ยกวัดแกว่งเท้าของเขา ส่งเสียงให้เกิดระเบิดอันดังกึกก้องไปทั่ว ทั้งที่ไม่ได้ใช้ออกด้วยลมปราณ แต่กลับทรงพลังเป็นอย่างมาก
    หลิงเทียนมองเท้าของมู่เป่ยที่หมายจะเตะเข้าที่หัวของเขา ก่อนจะเอี้ยวตัวหลบและใช้แขนปัดป้องไปมา แต่ก็ต้องถอยหลังไปหลายก้าวและแขนของเขาเองก็เริ่มชา
    พละกำลังของมู่เป่ยนั้นนับว่าเหนือกว่าหลิงเทียนเป็นอย่างมาก สำหรับหลิงเทียนแล้วร่างกายของเขา ถูกผนึกในรังไหมมาตลอด 1 ปี แม้จะถูกบรรพบุรุษช่วยเสริมร่างกายและกล้ามเนื้อให้ ทว่านั่นทำเพียงเพื่อรองรับพลังที่สูงมากขึ้นของเขาเท่านั้น ถ้าหากเทียบกับมู่เป่ยแล้ว ถือว่าห่างชั้นกันมากพอสมควร
    ถ้าหลิงเทียนต่อสู้กับมู่เป่ย ด้วยกำลังกายล้วนๆ เขาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมู่เป่ยแน่นอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโจมตีที่หนักหน่วงของมู่เป่ย ที่พยายามใช้ระดับพละกำลังเข้าข่ม
    แม้ว่าการโจมตีจะรุนแรงเพียงใด แต่สำหรับหลิงเทียนแล้วนั้น กลับพบว่าวิชาที่มู่เป่ยใช้นั้น มีข้อผิดพลาดมากมาย และยังมีช่องโหว่ให้โจมตีสวนกลับอีกด้วย ทว่าเขาเพียงแค่ต้องการทดสอบพละกำลังที่เขามีอยู่เท่านั้น จึงยังมิได้โจมตีสวนกลับ
    มู่เป่ยที่เป็นฝ่ายได้เปรียบไล่รุกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะเตะด้วยแรงทั้งหมดที่มีติดต่อกันสี่ครั้งอย่างต่อเนื่อง แต่กลับเผยจุดอ่อนออกมาด้วยเช่นกัน เมื่อหลิงเทียนประเมินแล้ว เขาควรเก็บแรงเอาไว้ให้มากที่สุด จึงเลิกปะทะด้วยกำลังซึ่งหน้า ก่อนจะเตะสวนไปที่โคนขา และซัดฝ่ามือสวนไปที่ลำตัว
    แม้หลิงเทียนจะไม่ได้มีพละกำลังมากมายนัก แต่ก็เพียงพอให้มู่เป่ยเสียหลัก จนกระเด็นถอยหลังกลับไปหลายสิบก้าว
    ขณะที่มู่เป่ยนั้นถึงกับมึนงง ตัวมันนั้นค่อนข้างมั่นใจในพละกำลังตัวเองเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเคยดื่มโลหิตมังกร ที่ช่วยทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่กลับถูกหมัดที่ดูบางเบาของหลิงเทียนโจมตี จนร่างของเขากระเด็นได้
    มู่เป่ยเองก็เริ่มรู้สึกปวดและชาตรงโคนขา ก่อนจะหันไปเหลือบมองผู้คุมกฏ เพื่อดูว่าการโจมตีเมื่อครู่นั้น หลิงเทียนแอบแฝงมาลมปราณมาด้วยหรือเปล่า เมื่อไม่เห็นการตอบรับ จึงเข้าใจได้ทันทีว่าหลิงเทียนนั้นไม่ได้โกง แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น มันเองก็ยังไม่เชื่อว่าจะมาแพ้ให้กับหลิงเทียน ที่พละกำลังอ่อนด้อยกว่า ก่อนจะเริ่มบุกจู่โจมอีกครั้ง
    "ตู้ม ตู้ม ตู้มม!!"
    การต่อสู้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมีคลื่นพลังพุ่งออกมาจากการปล่อยหมัดของพวกเขา แม้ทั้งสองจะไม่ได้ใช้พลังปราณในการเสริมพลัง แต่ในการต่อสู้ครั้งนี้ทั้งรวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างมาก
    ทุกคนภายในสนามประลองถึงกับตกตะลึง จากการจ้องมองการต่อสู้ของทั้งสอง เพราะหากทั้งสองใช้ออกซึ่งพลังปราณ ไม่รู้ว่าผู้คนที่อยู่ในสนามประลองนั้น จะโดนลูกหลงไปด้วยหรือเปล่า
    มู่เป่ยปลดปล่อยขีดจำกัดพลังทางด้านกายภาพ ที่ได้จากโลหิตมังกรจนถึงขีดสุด ทำให้พลังในทุกด้านเฉียบคมและรุนแรงขึ้นอย่างมาก
    "ตู้มมม!!"
    มู่เป่ยมุ่งเป้าโจมตีไปที่จุดตายของหลิงเทียน แต่ก็ถูกป้องกันและหลบเลี่ยงได้ตลอด แต่ถึงอย่างนั้นหลิงเทียนเองก็แทบไม่มีเวลาหยุดพักหายใจเลย การโจมตีของมู่เป่ยราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ
    เซียงเซียงขมวดคิ้วอยู่ครู่หนึ่ง นางไม่ได้กังวลอะไรในตัวของหลิงเทียน ทว่านางกลับรู้สึกว่าการประลองรอบนี้มันมีอะไรแปลกๆ ก็เท่านั้น เพราะนางรู้ว่ามู่เป่ยนั้นเป็นพวกเจ้าเล่ห์เพทุบาย ในการประลองคงคิดไม่ซื่อเป็นอย่างแน่นอน แต่นางกลับคิดไม่ตกว่ากลลวงแท้จริงของมู่เป่ยนั้นคืออะไรกันแน่
    หลิงเทียนที่ทำได้แค่เพียงหลบการโจมตีที่ราวกับพายุโหมกระหน่ำของมู่เป่ย พลันในใจของเขาก็คิดเหมือนกับเซียงเซียงเช่นเดียวกัน เขาจึงยังไม่ได้ทำการตอบโต้ แต่ทว่าหลิงเทียนก็เริ่มที่จะเบื่อหน่ายกับการประลองในรอบนี้แล้ว หรือเพราะอยากรู้เหตุผลที่แท้จริงของมู่เป่ยก็ไม่ทราบแน่
    จนในที่สุดความอดทนในการรอของหลิงเทียนก็หมดลง และเมื่อมู่เป่ยบุกเข้าจู่โจมจุดตายของหลิงเทียนอีกครั้ง คราวนี้หลิงเทียนตั้งใจสวนกลับไปยังจุดอ่อน โดยไม่ออมแรงแม้แต่น้อย จนมู่เป่ยถึงกับเสียหลักไป ทว่าหลิงเทียนไม่ได้หยุดแค่นั้น ในช่วงจังหวะที่มู่เป่ยเสียหลักนั้น เขาก็ใช้มือคว้าขาของมู่เป่ยก่อนจะยกขึ้นกลางอากาศแล้วฟาดลงกับพื้นอย่างเลือดเย็น
    "ตู้มมม!!"
    พื้นสนามประลองถึงกับดังสนั่นหวั่นไหวทันที หากไม่ใช่เพราะพื้นสนามประลองมีออร่าพลังปราณเคลือบไว้ พื้นสนามประลองที่ทำจากหินคงต้องแตกกระจายเป็นแน่ มู่เป่ยที่กระแทกกับพื้นสนามประลองถึงกับมึนงง แต่ยังไม่ทันที่จะตอบสนอง ก็ถูกยกลอยขึ้นไปและฟาดลงกับพื้นอย่างต่อเนื่อง
    "ตู้ม ตู้ม ตู้มมม!!"
    หลิงเทียนจับมู่เป่ยฟาดกระแทกพื้น ราวกับเขาเป็นเพียงแค่กระสอบทราย ส่วนมู่เป่ยนั้นกลับมิอาจตอบโต้ใดใดได้ แม้ร่างกายของเขาจะแข็งแกร่ง ทว่ามู่เป่ยกลับรู้สึกราวกับว่า กระดูกของเขาแทบจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
    "ตู้มมมมมมม!!!?"
    จนกระทั่งการโจมตีครั้งสุดท้ายของหลิงเทียน ถึงกับเรียกเลือดออกจากมู่เป่ยได้เป็นอย่างดี ในตอนนี้มู่เป่ยนั้นรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่าง แต่เขากลับไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้นี้ได้ จึงพยายามฝืนยันกายลุกขึ้นอีกครั้ง แม้จะบาดเจ็บสาหัสก็ตาม ก่อนจะมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
    หลิงเทียนหรี่ตาลงเล็กน้อย ได้แต่คิดในใจว่าคงจะได้เวลาเริ่มแล้วสินะ สำหรับกลโกงของมู่เป่ย และมันก็เป็นไปตามที่เขาคาดคิด เมื่อมู่เป่ยเรียกอสูรในพันธะสัญญาออกมาถึงสามตัว ดวงตาของหลิงเทียนถึงกับเบิกกว้าง ก่อนจะเริ่มขมวดคิ้วขึ้น พลันได้แต่สบถอย่างหัวเสีย
    "เวรเอ้ยยย!! นี่สินะเงื่อนไขห้ามใช้ลมปราณ!!?"
    หลิงเทียนถึงกับปั้นหน้าเครียดทันที เพราะการต่อสู้กับสัตว์อสูรลมปราณ โดยไม่ใช้พลังปราณนั้น โอกาสชนะแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เขาจึงหันไปมองผู้คุมกฏเพื่อจะเอ่ยถามว่าอีกฝ่ายถือว่าโกงเขาหรือไม่
    ผู้คุมกฏอี้หลินที่เห็นหลิงเทียนมองมา ก็เข้าใจในความหมายของสายตาคู่นั้น ก่อนจะส่ายหัวเป็นเชิงบอกว่าอีกฝ่ายไม่ได้ผิดกฏแต่อย่างใด แต่เป็นเพราะหลิงเทียนไปหลงกลของมู่เป่ยเอง
    มู่เป่ยที่เห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าที่เคร่งเครียด ก็หัวเราะออกมาราวกับผู้ชนะ ใบหน้าฉายแววเคียดแค้นอย่างเห็นได้ชัด ไม่ว่ายังไงเขาก็ต้องให้หลิงเทียนมาคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนขอชีวิตอย่างน่าสมเพศให้ได้ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หยิ่งผยอง ราวกับผู้ชนะ
    "ศิษย์น้อง หากเจ้ามาคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิตจากข้า ข้าอาจจะไม่สังหารเจ้าก็เป็นได้นะ"
    "เหอะ!! ไร้สาระ"
    มู่เป่ยถึงกับคิ้วกระตุกขึ้นทันที เมื่อได้เห็นท่าทีตอบรับที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัว ก่อนจะยกยิ้มขึ้นอย่างน่ารังเกียจ ท่ามกลางความไม่พอใจของบรรดาเหล่าศิษย์ต่างๆ กระทั่งศิษย์หลักด้วยกันเอง เพราะนี่ถือว่าเป็นรูปแบบการเอาชนะที่น่ารังเกียจเป็นอย่างมาก
    "ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าจะช่วยสงเคราะห์เจ้าให้เอง!!" สิ้นเสียงของมู่เป่ย กิเลนฟ้าสังหาร อสรพิษหางแดง และพญาเหยี่ยว ต่างพุ่งเข้าจู่โจมหลิงเทียนอย่างพร้อมเพรียงกัน หลิงเทียนจับจ้องมองไปยังอสูรระดับเทวะทั้งสามตน ใช้เวลาขบคิดเพียงเล็กน้อย ด้วยความเร็วในการใช้ออกด้วยก้าวนภาสวรรค์ของเขา แม้จะไม่ใช้ออกซึ่งลมปราณก็ยังรวดเร็วกว่าอสูรทั้งสามตน และเป้าหมายเดียวของเขาคือ ต้องโจมตีมู่เป่ยแบบทีเดียวจอดเท่านั้น สัตว์อสูรในพันธะสัญญาจึงไม่อาจสู้ต่อได้ แต่หากผิดพลาดแล้วนั่นหมายถึง เขาก็จะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไปทันที และอาจตกตายด้วยพลังของสัตว์อสูร
    เมื่อหลิงเทียนประเมินสถานการณ์เสร็จสิ้น เขาเองก็รอจังหวะที่สัตว์อสูรมาถึงตัวเขา เพื่อใช้ทักษะหลบเลี่ยงและพุ่งจู่โจมมู่เป่ย ทว่า.....
    "ปัง!! ปัง!! ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม!!!!?"
    จู่ๆ ก็ปรากฏร่างของเด็กสาวรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ลอยอยู่กลางอากาศ ก่อนจะร่อนลงพื้นอย่างสวยงาม ใต้เท้าของนางมีร่างของกิเลนฟ้าสังหาร ที่โดนเหยียบราวกับเป็นเพียงแค่มดปลวก ส่วนอสรพิษหางแดง และพญาเหยี่ยว ต่างก็กระเด็นไปติดขอบสนามประลองทั้งสองฝั่ง จนเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งลานประลอง เหล่าศิษย์ถึงกับแตกตื่นทันที จะมีก็แต่เพียงเหล่าเจ้าตำหนัก รองเจ้าตำหนัก ผู้คุมกฏ และเหล่าอาวุโสที่ไม่แปลกใจอะไรมากนัก เมื่อรับรู้ถึงออร่าพลังของเด็กสาวที่แทรกแซงเข้ามา
    หลิงเทียนมองเด็กสาวเบื้องหน้า ด้วยสายตาที่หลงใหลเป็นอย่างมาก ทั้งใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกที่ใสบริสุทธิ์ เส้นผมที่ยาวสลวยสีม่วงอมแดง ดวงตาที่คมกริบ และยังริมฝีปากที่อวบอิ่ม อีกทั้งรูปลักษณ์ที่ดูแล้ว สามารถฉีกกระชากใจชายหนุ่มได้ทั่วหล้า ก่อนจะรีบสงบใจลง พลันฉุกคิดได้เรื่องนึง ก่อนจะสบถออกมาในใจ
    "..........ใครฟร่ะนั่น!!?"

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน

    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    [นิยายแปล] เทพมังกรสงครามอหังการ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.72M 5471
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810