กษัตริย์ของแคว้นซยงหนูตื่นเต้นมาก เขากลับไปที่ตลาดอีกครั้งและกวาดสินค้าแปลกใหม่ รวมทั้งอาหารหลายอย่างซึ่งคิดแล้วว่าสามารถพกพาเดินทางได้สะดวก โดยเฉพาะการอยู่กลางพื้นทรายอย่างนั้น มีทั้งน้ำ และอาหารซึ่งพกพาไปด้วยได้อย่างน้อยสิบวัน เื่เช่นนี้ช่างดีนัก
แล้วที่น่าตกตะลึงไปมากกว่านั้น ก็คือพวกเขามีน้ำแข็งขาย คนที่อยู่ในร้านท่าทางเหมือนทหารพวกนั้นบอกว่าพวกเขาทำเอง ในเมื่อทำเองได้ราคาน้ำแข็งจึงถูกลง ที่สำคัญไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าน้ำแข็งราคาถูกลง แต่อยู่ตรงที่ว่าพวกเขาทำเองได้ เื่นี้สร้างความงุนงงให้กับกษัตริย์ของซยงหนูมาก พวกเขาทำน้ำแข็งได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าจะต้องขุดน้ำแข็งแล้วเก็บกักเอาไว้ในชั้นใต้ดินหรอกหรือ ทำเช่นนั้นจึงจะมีน้ำแข็งใช้ในฤดูอื่นได้ และเพราะเป็เช่นนั้นน้ำแข็งโดยปกติแล้วจึงมีราคาแพง เื่นี้เป็ที่รู้กันทั่วไป
ไม่เพียงแต่ในจุดนั้น ยังมีเื่ที่ว่าเหตุไฉนเมืองรอยต่อชายแดนระหว่างทะเลทรายและเขตแดนที่หนาวเย็น จึงมีน้ำแข็งให้ผู้คนจับจ่ายมาใช้สอยราวกับว่ากำลังซื้อเนื้อรา หรือเนื้อแพะอยู่แบบนั้น เพราะว่าน้ำแข็งกว่าจะขนส่งมาถึงเมืองนี้ แม้ว่าจะอยู่ติดกับูเาเขตหนาวก็ตาม แต่ต้องละลายหมดแน่ ๆ การ์ทานจึงมองสิ่งของแปลกใหม่ และสูตรทำน้ำแข็งเป็ของล้ำค่า
เขาส่งคนไปสืบเลยทันที ทำให้รู้ว่าแคว้นเซี่ยมีโรงน้ำแข็งกระจายเพื่อขายน้ำแข็งอยู่ทั่วแคว้น เท่านั้นยังไม่พอยังมีร้านค้าที่เหมือนกับร้านซื่อจี้ซิงหลุงเปิดสาขาไปทั่ว แล้วในนั้นก็มีของแปลก ๆ ขาย ได้ยินว่าการทำน้ำแข็งอยู่ในมือทหาร ข่าวนี้ทำให้กษัตริย์ของซยงหนูถึงกับรู้สึกเหมือนว่าต้องข้ามเขาอีกหลายลูก ถึงจะได้สิ่งที่้า แต่ว่าไม่ว่าสูตรลับนี้จะอยู่ในมือของทหาร หรือว่าอยู่ในมือของฮ่องเต้แคว้นเซี่ยพวกเขาก็จะต้องคว้ามาให้ได้
ไม่เพียงที่จะต้องสร้างเมืองกลางทะเลทราย ขยายอาณาจักร รวบรวมพวกพ้อง แต่บ้านเมืองภายใต้การนำของเขาจะต้องเจริญรุ่งเรือง นี่คือปณิธานของอันแรงกล้าของกษัตริย์หนุ่ม แล้วที่ส่งน้องสาวและน้องชายมาเจริญสัมพันธไมตรี แน่นอนว่าไม่ใช่เพราะสูตรทำน้ำแข็งอย่างเดียว พวกเขาเหล่าคนทะเลทราย หาก้าอะไรก็ไม่ใช่คนที่มักน้อย หากลงแรงไปแล้ว ก็ต้องกอบโกยให้ได้ทั้งหมด
การ์ทาน : ฮึ ถึงข้าจะเกิดกลางทะเลทราย รอบข้างแร้นแค้นจนถึงขั้นขัดสนในบางครั้ง แต่ว่าปณิธานของข้ายิ่งใหญ่ ความพยายามของข้าก็ร้อนแรงดุจเพลิง หัวใจข้าก็เร่าร้อนดั่งแสงตะวัน คนหนุ่มเช่นข้าย่อมแสวงหาความก้าวหน้า ต่อไปข้าจะทำให้ใครก็ดูถูกชนเผ่าทะเลทรายไม่ได้ จะต้องยิ่งใหญ่เกรียงไกรจนเป็ที่อิจฉาริษยาให้ได้ โดยเริ่มต้นจาก…ส่งคนเข้ามาเพื่อที่จะขโมยสูตรเด็ดสูตรลับ พี่จะทำเงินมหาศาล และพัฒนาคุณภาพชีวิตของเหล่าคนทะเลทราย
ทั้งหมดนี้เป็เหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้กูฮาน่าและพี่ชายรองการ์คูจานเดินทางมาเป็ทูตเชื่อมสัมพันธไมตรี น้องสาวกับพี่ชายรองเดินทางมาอย่างเปิดเผย เพื่อสร้างฉากหน้าให้กับการ์ทานได้เคลื่อนไหวสะดวก เห็นที่พวกเขาต้องเดินทางไกลมาเช่นนี้ เพราะคนของการ์ทานสืบรู้แล้วว่าของประหลาด ๆ และสิ่งที่เขาคิดว่าล้ำค่ามีประโยชน์ต่อคนในทะเลทราย ล้วนมีที่มาจากเมืองเล็ก ๆ ที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงนามว่าสุยโจว
ที่นั่นมีกลุ่มการค้าอยู่หลายกลุ่ม ล้วนเป็กลุ่มการค้าที่เป็พันธมิตรกัน การ์ทานที่เพิ่งเรียนรู้ว่าหากเขาอยากที่จะมีเงินเพื่อสร้างเมืองของตนเอง นอกจากการไปปล้นเงินทอง แย่งชิงที่ดินของผู้อื่น (ซึ่งตอนนี้เป็เื่ยากเพราะว่ากองทัพฉินแข็งแรงเหลือเกิน จะไปตีกับเมืองอื่นก็ไกลเกินไป มีทางเดียวที่จะรวยได้ก็คือแย่งชิงสูตรลับของผู้อื่นเท่านั้น!!)
การ์ทาน : พอขบวนของน้องสาว น้องชายเข้าเมืองหลวงแล้ว ข้าต้องรีบไปที่สุยโจว ข่าวของคนที่ส่งเข้าไปสืบบอกว่า ของแปลก ๆ ใช้สอยได้ดียิ่งนักเ่าั้ แท้จริงเป็ท่านหญิงหลันหลันคิดค้นขึ้นมา ตอนนี้ท่านหญิงหลันหลันไม่อยู่ที่สุยโจว แต่กิจการต่าง ๆ และแผนการค้าล้วนอยู่ในมือของน้องสาวนาง ข้าต้อไปหาแม่นางน้อยเหมยฮวาคนนั้น! จัดการสั่งสอนนางให้มอบความลับทางการค้า และสูตรลับในการผลิตสินค้าออกมาให้หมด ….
ในขณะที่กษัตริย์ของซยงหนูผู้เป็พี่ชายกำลังมุ่งหน้าทำตามความใฝ่ฝันให้เป็ความจริง คณะเดินทางของน้องชายกับน้องสาวที่อาละวาดจนกระทั่งคุณชายรองสกุลลู่ พร้อมด้วยขุนนางที่มีหน้ามีตาหน่อยไปรับพวกนางเข้าเมืองก็เดินทางมาถึงประตูเมือง พวกเขาเข้าที่พักแล้วเย็นวันนั้นก็เข้าวังไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ แต่ที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือว่า
กูฮาน่าที่ในหัวมีแต่ความงามของชายหนุ่มแคว้นเซี่ย เห็นหน้าลู่จางเหว่ยจนเกิดเป็รักแรกพบ ประกาศก้องในท้องพระโรงว่า ห
“ข้าจะแต่งงานกับท่าน มาเป็บุรุษของข้าเถอะ ข้าจะปกป้องคุ้มครองท่านเอง!”
ทุกคน “...”
นายท่านผู้หนึ่งไม่ปรายตามองนาง ซ้ำยังแผ่รังสีสังหารที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ เขามองตรงไปที่ฝ่าาที่พูดไม่ออก แล้วบอกเอ่ยขึ้นว่า “ถ้าฝ่าาไม่ขัดข้อง ก็ให้เ้ารองบ้านกระหม่อมจัดการเื่นี้เถอะ” แล้วเขาก็ถอนหายใจเบา ๆ เปรยว่า “ที่บ้านข้าเลี้ยงลูกวัวอยู่ตัวหนึ่ง มันเป็ลูกวัวที่ประหลาดมาก จะไม่ยอมกินข้าวหากข้าไม่ไปหามันเกินสามวัน”
กูฮาน่า กัดฟันกรอดดดด “เ้า...เ้าถึงกับเห็นลูกวัวดีกว่าข้า!”
ลู่จางเหว่ยไม่ได้ปรายตามองนางเลยแม้แต่นอน แต่กลับพูดเสียงเรียบว่า “อย่าน้อยลูกวัวก็ไม่เคยะโโหวกเหวกให้ข้ารำคาญใจ”
กูฮาน่า “...”
จะ...เ้าคนน่าตายคนนี้...ทะ...ทะ ทำไมถึงกล่าววาจาเช่นนั้นช่างดิบเถื่อนได้ใจ อ๊างงงงง ช่างถูกใจข้าจริง ๆ ! ข้าจะเอา ข้าจะเอา!
ในขณะที่กูฮาน่าดิ้นปัด ๆ อยากได้อยู่ในใจ ลูกวัวตัวน้อยที่ถูกคนเขากล่าวถึงว่าจะไม่ยอมกินข้าว ก็ฟาดโจ๊กไปสามชาม นั่งเรอ ลูบท้องน้อย ๆ ของตนอยู่ในห้องทำงานของลู่จางเหว่ย พลางนึกในใจว่า โอ๊ะ คุณชายคนโปรดยังไม่กลับมา เขาโดนใครลักพาตัวหรือไม่!
พอคิดเช่นนั้น ใบหน้าดื้อ ๆ ก็เคร่งขรึมลง นางใช้ความคิดก่อนที่จะเคาะโต๊ะเป็รหัสลับ ที่ลู่จางเหว่ยเคยสอนนางเอาไว้ นี่เป็รหัสที่จะใช้เพื่อสั่งการองครักษ์ของเขาได้ ทหารของลู่จางเหว่ยนอกจากตัวเขาเองแล้ว ก็มีเพียงเหมยฮวาเท่านั้นที่สั่งการได้
“ขอรับ นายหญิงน้อย” สิ้นเสียงเหมยฮวา ก็มีชายชุดดำปิดหน้าตาปรากฎตัวขึ้นต่อหน้ารอฟังคำสั่งจากนาง
“ข้า้าซานซาน”
“...”
“ด่วน”
“ขอรับ!”
หนึ่งก้านธูปต่อมาก็มีคนชุดดำปิดหน้าปิดตาพุ่งตัวเข้ามาจากทางหน้าต่าง มาถึงก็วางนางหนูซานซานวัยห้าปีที่ยังถือช้อนกินข้าวค้างอยู่ลงกับพื้น ก่อนจะพุ่งตัวออกไป...
นางหนูซานซานได้สติ นางพบว่าตนเองที่กำลังกินข้าวเช้าอยู่ จู่ ๆ ก็ถูกอุ้มตัวออกมาจากบ้าน นี่นับว่าไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดเป็ครั้งแรก ครอบครัวของนางพอเห็นคนชุดดำประกาศว่าฮวาฮวาเรียกหาซานซานแล้วอุ้มนางหนูออกมา ก็ทำเพียงแค่พยักหน้าแล้วกินข้าวต่อ ซานซานยกมือน้อย ๆ ขึ้นหยิบข้าวที่ติดแก้มเข้าปากแล้วเคี้ยวต่อ มองเหมยฮวาตาปริบ ๆ
เหมยฮวาเหลือบตามองนาง บนโต๊ะยังมีกับข้าวเหลืออยู่ “เ้ามานั่งนี่เถอะ เดี๋ยวข้าจะให้คนยกข้าวมาให้เ้าสักถ้วย กินเสร็จแล้วไปผจญภัยกับข้า”
ซานซานวัยห้าปีมานั่งที่ตั่งอย่างว่าง่าย นางใช้ช้อนที่ถือมาด้วยตักเนื้อหมูเข้าปากแล้วคุยตุ้ย ๆ ไม่นานนักข้าวต้มก็มาวางตรงหน้า นางเอาช้อนที่ถือมาจากบ้านตักข้าวต้มขึ้นมาซดหนึ่งช้อนแล้วทำหน้าเหมือนได้ขึ้น์ ครู่ใหญ่...เมื่อกินอิ่มแล้วก็เงยหน้าขึ้นมาบอกฮวาฮวาว่า
“ข้าไม่ได้เอากระบองสองท่อนมาด้วย”
ฮวาฮวาไม่พูดอะไร หันไปเปิดหีบด้านหลังแล้วหยิบของที่ว่าให้นาง...