ตอนที่ 55
หลังจากที่ฟ่านเสี่ยวโหรว ตกลงเรื่องการก่อสร้างสำนักงานใหญ่ กับหานจื่อรุ่ยเรียบร้อยแล้ว เธอก็ขับรถไปรับจิ่วฟาง เพื่อไปรายงานกับชิงเทียน
ชิงเทียนได้แจ้งกับพวกเธอแล้ว ว่าเขาพึ่งกลับมาถึงวิลล่า เมื่อเข้ามาในวิลล่า สิ่งที่พวกเธอเห็นคือ ชิงเทียนกำลังถูกนั่งรุมล้อม โดยเหล่าหญิงสาว ถึงแม้หน้าตาเขาจะดูเหย๋เก แต่นั่นก็เหมือนเป็นสวรรค์สำหรับเหล่าชายหนุ่ม
เย่เสวี่ยหลันและหลานลู่จื่อ กำลังผลัดกันป้อนองุ่นเข้าปากชิงเทียน โดยมีเย่วหนิงเอ๋อคอยนวดไหล่ให้ ส่วนหลิวลู่ซือก็นั่งเล่นเกมมือถืออยู่ใกล้ๆ
“เอ่อ...นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหรอค่ะบอส?" ฟ่านเสี่ยวโหรวรู้สึกถึงความผิดปกติ เพราะเหล่าสาวๆดูจะสามัคคีกันจนเกินไป
ชิงเทียนปั้นหน้ายาก ภายในเขาเต็มไปด้วยองุ่น เขาทำหน้าขอความช่วยเหลือ เหมือนกำลังจะบอกว่า ‘พาฉันออกไปจากที่นี่ที'
“หืม? ขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นกลาง ไม่เลวเลยทีเดียว" เย่เสวี่ยหลันหันมามองจิ่วฟาง
จิ่งฟางชะงักไปชั่วขณะ ทั้งที่เย่เสวี่ยหลันอยู่ในขอบเขตรวมรวมลมปราณขั้นต้น แต่เธอกลับรู้สึกว่าไม่สามารถปิดบังอะไรได้เลย
“แล้วเธอเป็นใครกัน?"
“ฉันเป็นภรรยาของเขา ที่ตามมาเกิดใหม่บนดาวดวงนี้" เย่เสวี่ยหลันตอบอย่างไม่ปิดบัง
ใบหน้าของหลานลู่จื่อ ฟ่านเสี่ยวโหรว และจิ่วฟางต่างเต็มไปด้วยความสับสน ชิงเทียนรีบฝืนกลืนองุ่นลงคออย่างยากลำบาก และอธิบายทุกอย่างให้พวกเธอฟัง พวกเธอยิ่งวืงเวียนศรีษะยิ่งกว่าเดิม ต้องใช้เวลาสักพัก กว่าสมองจะประมวลข้อมูลทัน
“สรุปง่ายๆ ก็คือบอสใหญ่คือเซียนที่มาจุติใหม่ ในร่างชายที่ชื่อว่าชิงเทียน... ถ้าเช่นนั้นเรื่องที่ท่านอาจารย์มอบหอนพเก้าให้คุณดูแล ก็ดูมีเหตุผลขึ้นมาบ้างแล้ว"
ชิงเทียนยืนขึ้น “เอาล่ะ พวกเธอต้องไปฝึกที่หอนพเก้าสาขาหลัก เพื่อเป็นผู้บ่มเพาะอย่างเต็มตัว" ทุกคนดูตกใจ แต่ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะพัฒนาตนเอง
ชิงเทียนชี้มาที่จิ่วฟาง “จิ่วฟาง เม็ดยาที่ฉันหลอมไว้ จะมีประโยชน์ต่อเธอไม่น้อย ไปรับเม็ดยามาดูดซับ จากนั้นก็กลับมาประจำหอนพเก้าสาขาเมืองหลวงเช่นเดิม"
“ทราบแล้วค่ะ" เธอก้มหัวใช้ชิงเทียนเล็กน้อย
“แล้วฉันต้องออกจากงานงั้นเหรอ" หลานลู่จื่อพึ่งจะทำงานไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ
ชิงเทียนยิ้มให้เธอ “แล้วแต่เธอจะตัดสินใจ ฉันไม่สามารถบังคับเธอได้" เขาอยากให้พวกเธอแข็งแกร่งขึ้น แต่นั่นก็แล้วแต่พวกเธอ ว่าจะคว้าโอกาสไว้หรือไม่
เขาได้รับข้อความจากชิงถิงฟง ว่าให้กลับไปที่บ้านหลักตระูลชิง เพื่อหารือเรื่องสพคัญ “ฉันขอตัวก่อนนะ จิ่วฟางจะเป็นคนนำทางพวกเธอไป ถ้าฉันจัดการธุระเสร็จแล้วจะแวะไปหานะ"
ชิงเทียนขับรถออกไปด้วยความเร่งรีบ เขาพึ่งจะกลับมาได้ไม่ถึงชั่วโมง แต่กลับถูกเรียกตัวกลับไป อาจเกิดเรื่องฉุกเฉินขึ้นก็ได้
ชิงเหอไป่มารอรับเขาที่หน้าประตู “อาขอโทษด้วย ที่ต้องเรียกกลับมากะทันหัน"
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ?"
“เข้าไปคุยด้านในกันเถอะ" ชิงเหอไป่นำทางชิงเทียนเข้ามาในห้องประชุม เหล่าแกนหลักต่างอยู่กันพร้อมหน้า แต่มีเด็กหนุ่มและเด็กสาว ที่เขาไม่คุ้นหน้ายืนอยู่ตรงมุมห้อง
ชายหนุ่มเข้ามาแนะนำตัว “สวัสดี ฉันชิงเจียมู่" ดูจากหน้าตาแล้ว เขาน่าจะแก่กว่าชิงเทียนไม่กี่ปี
“ฉันชิงรุ่ยซิน เป็นแฟนคลับของนาย" เธอฉีกยิ้มก่อนจะเดินกลับไปประจำที่
ชิงเหอไป่แนะนำเพิ่มเติมว่า ชิงเจียมู่เป็นลูกชายของเขาเอง ส่วนชิงรุ่ยซินเป็นลูกสาวของชิงเหอหลง ภายในห้องยังมีชิงเหอตี้นั่งอยู่ด้วย เขาตัดผมสั้นแล้ว แต่แผลเป็นทั่วร่าง ก็ยังทำให้เขาดูน่ากลัวอยู่ดี
ชิงเทียนได้สัญญาว่าจะรักษาแผลเป็นให้ชิงเหอตี้ แล้วค่อยพาเขากลับไปหาชิงอันที่จี่หนาน หากกลับไปสภาพนี้ชิงอันคงจะร้องไห้ จนน้ำตาไหลเป็นสายเลือด
“ที่อาเรียกเธอมา ก็เพราะว่ามีข้อเสนอจะยื่นให้" หวังซิงเหยียน ภรรยาของชิงเหอไป่กล่าวขึ้น
“ข้อเสนออะไรครับ?"
หวังซิงเหยียน ยื่นตราสีแดงที่มีรูปมังกรและดาวสีทองประดับอยู่ ให้กับชิงเทียน “อาอยากเชิญเธอให้มาเป็นหน่วยพิเศษของรัฐบาล"
ชิงเทียนเบิกตากว้าง เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ชื่อมันฟังดูสุดยอดไปเลย
“หากเธอมีตรานี้ เธอจะสามารถออกคำสั่งกับเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนได้ แต่มีเงื่อนไขคือ เธอต้องช่วงปกป้องประเทศเวลามีภัย"
แลดูจะเป็นเงื่อนไขที่เข้าท่าทีเดียว สำหรับชิงเทียน “ตกลง ผมจะรับตรานี่เอาไว้" ชิงเทียนยื่นมือไปหยิบตรา พอดูใกล้ๆแล้วมันดูสวยจริงๆ
ชิงฟางหรงเดินมาหาชิงเทียน “เอ่อ... ชิงเทียน ป้ามีเรื่องจะปรึกษาหน่อย คือป้าไม่สามารถมีลูกได้ หลานพอจะช่วยได้ไหม" เธอคิดจะถามเขาตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรก แต่ชิงถิงฟงก็พาตัวเขาไปเสียก่อน
“ขอผมตรวจดูหน่อย" ชิงเทียนใช้มือสัมผัสหน้าท้องของเธอ และส่งปราณเข้าไปภายใน “รังไข่เสียหาย... แต่ผมพอจะรักษาได้"
ชิงฟางหรงรู้สึกมีความสุขที่สุดในชีวิต หลังจากได้ยินคำพูดของชิงเทียน เธอแต่งเข้าตระกูลกู่ หนึ่งใน 4 ตระกูลใหญ่ แต่กลับไม่สามารถมีลูกให้สามีได้ ตอนนี้เธออายุจะ 50 แล้ว แต่ก็ยังอยากจะมีลูกอยู่ดี
“ไม่ต่องห่วงครับ หลังจากผ่านการหลอมร่างกาย ทั้งใบหน้าและสภาพร่างกายของคุณป้า เทียบเท่ากับผู้หญิงอายุ 35 เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาแน่นอน" ชิงเทียนอ่านสีหน้าของชิงฟางหรง ก็รู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่
ชิงฟางหรงดูอ่อนเยาว์ลงจริงๆ ตั้งแต่ผ่านการหลอมร่างกาย แม้แต่สามีของเธอยังต้องอ้าปากค้าง เขาคิดว่าเธอไปทำศัลยกรรมมาด้วยซ้ำ
ชิงเทียนขอใช้ห้องว่าง เพื่อทำการกลั่นยา สมุนไพรหลายชนิดเรียงราย อยู่ตรงหน้า ชิงเทียนเริ่มหลอมยาสุริยะคราสก่อน เขาได้เก็บยาจันทร์จรัสแสงไว้กับตัวหนึ่งเม็ด ส่วนที่เหลือถูกมอบให้จิ่วหยวนปิงเป็นคนจัดการ
เม็ดยาถูกหลอมแยกส่วนประกอบ หินแก่นหยางถูกดึงพลังงานออกมา แล้วควบตัวเป็นแก่นสีแดงขนาดเท่านิ้วโป้ง ทั้งสองหลอมรวมกัน โดยมีเพลิงอัศนีฟ้าเป็นสื่อกลาง เกิดเป็นเม็ดยาสีดำสนิทที่ลอยอยู่ในอากาศ
ขั้นตอนทั้งหมดนี้ กินเวลาเกือบชั่วโมง ชิงเทียนกลืนเม็ดยาลงไปทันที ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท เกิดเปลวเพลิงสีดำทมิฬห่อหุ้มทั่วร่างกาย
โชคดีที่ห้องนี้เป็นห้องที่ว่างเปล่า ไม่เช่นนั้นคงเกิดไฟไหม้ไปแล้ว พลังงานมหาศาลทะลักออกมา มันกำลังอาละวาดอยู่ภายในจุดตันเถียน ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าเขาจะดูดซับจนหมด ชิงเทียนทะลวงขอบเขตในที่สุด ตอนนี้เขาอยู่ในขอบเขตก่อตั้งร่างกายขั้นกลางแล้ว
ชิงเทียนกลั่นยาสำหรับชิงเหอตี้ และชิงฟางหรงต่อ ผ่านไปอีกลายชั่วโมงกว่าชิงเทียนจะออกจากห้อง เขาส่งเม็ดยาให้ทั้งสองคนที่นั่งรออยู่ เม็ดยาพวกนี้ใช้รักษาร่างกาย ไม่ใช่ยาที่อันตรายอะไร จึงไม่ต้องใช้ปราณในการชักนำ
ทั้งสองคนกลืนเม็ดยาลงไปพร้อมกัน ชิงฟางหรงรู้สึกถึงความอบอุ่นบริเวณท้องน้อย ส่วนทางด้านชิงเหอตี้ แผลเป็นของเขาค่อยๆยุบลง จนเหมือนกับผิวหนังปกติ ความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี่มันอะไรกัน เขานึกว่าต้องรักษาเป็นเดือนเสียอีก
“คุณป้าต้องรอดูผล หลังจากทำกิจกรรมบนเตียงกับคุณลุงสักสองเดือน รับรองต้องมีข่าวดีเร็วๆนี้แน่ครับ"
“อ...อืม" เธอดูเขินอายเล็กน้อยที่ต้องพูดเรื่องเช่นนี้กับหลานชาย
ชิงเทียนขอยืมเครื่องบินส่วนตัว จากชิงถิงฟง เพื่อพาชิงเหอตี้กลับจี่หนานด้วยกัน ในตอนเย็นรถแท็กซี่ขับมาจอด ที่หน้าวิลล่าหมายเลข 29 ชิงเทียนเดินเข้ามาในห้องรับแขก ก็พบกับชิงอันกำลังอ่านหนังสืออยู่คนเดียว
“แม่ครับ ดูสิผมพาใครมาด้วย"
“เทียนเอ๋อ... ลูกกลับมาแล้วเหรอ" ชิงอันเงยหน้าขึ้นมา ก็พบกับลูกชาย และชายวัยกลางคนที่ดูคุ้นหน้า
“ที่รัก ผมกลับมาแล้ว"
คำพูดของชิงเหอตี้ ทำให้ชิงอันหลั่งน้ำตาออกมา เธอวิ่งมากอดสามี “คุณหายไปไหนมา... ฉันคิดว่าคุณตายไปแล้วซะอีก"
ชิงเหอตี้ลูบหลังปลอบใจภรรยา “ผมจะไม่ไปไหนอีกแล้ว"
ชิงเทียนเทียนเดินออกมานอกวิลล่า เพราะไม่อยากรบกวนทั้งสองคน ท้องฟ้าเริ่มมืดและมีดวงดาวปรากฏให้เห็น เขากำลังคิดวางแผนเดินทางไปตามหาประตูจูเชวี่ย การไปคนเดียวคงจะไม่ใช้เรื่องที่ดี อย่างน้อยก็ต้องมีคนเฝ้าทางเข้าไว้ หรือเขาจะพาจิ่วหยวนปิงไปด้วยกันดี
*****************************
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย บนเวทีมวยใต้ดิน มีคนไทยและชาวต่างชาติ ชกกันนัวเนีย พวกเขาไม่ได้ใช้นวม นั่นทำให้ร่างกายของทั้งสองฝ่ายช้ำใน คิ้วของชายต่างชาติแตก จนเลือดไหลออกมารบกวนการมองเห็น เขาถูกหมัดขวาเสยเข้าที่คาง จนหมดสติไป เสียงเชียร์และเสียงปรบมือดังสนั่น
บนชั้นสองมีชายสองคนนั่งดูการแข่งขันอยู่ พวกเขาต่างมีบอดี้การ์ดหลายคนยืนอยู่ด้านหลัง “ชัย นักมวยนายอ่อนจริงๆ ดูเหมือนนายจะต้องเสียให้ฉัน 200 ล้านนะวันนึ้" ชายหน้าตาคมเข้มพูดจาถากถาง
“โกมินทร์ อย่าให้มันมากนักนะ วันพระไม่ได้มีหนเดียวหรอก" ชัยโอนเงินให้โกมินทร์ แล้วเดินกระทืบเท้าลงไปชั้นล่าง หลังจากเดินมาถึงรถลีมูซีนสีดำ เขาก็หันมาสั่งกับเหล่าบอดี้การ์ด
“พวกแกขับรถตามมันไป พอได้จังหวะก็ฆ่ามันซะ แล้วก็ระวังเรื่องหลักฐานด้วยล่ะ" บอดี้การ์ดต่างพยักหน้ารับ
โกมินทร์ ที่กำลังนั่งดื่มไวน์สบายอารมณ์แสยะยิ้ม เขาได้ยินบทสนทนาที่ชัยพูดทั้งหมด จากคาถาหูทิพย์ เขารู้จักชัยเมื่อไม่กี่วันก่อน ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นลูกของนักการเมืองที่ร่ำรวยบางคน
“หึ หึ หาเรื่องตายแท้ๆ"
ใบไม้จากต้นไม้ที่ประดับในห้องถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ โกมินทร์กำใบไม้ไว้ใกล้ปาก แล้วท่องคาถาอะไรสักอย่าง เขาแบบมือพร้อมกับเป่าลมออกมา เศษใบไม้เปลี่ยนสภาพเป็นฝูงแตนหลายร้อยตัว มันบินผ่านช่องหน้าต่าง ลงไปลานจอดรถ และเข้ารุมต่อยกลุ่มบอดี้การ์ดที่ดักรอเขาอยู่ เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังไปทั่ว แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปเผชิญหน้า กับฝูงแตนที่บ้าคลั่ง
ฝูงแตนเริ่มมุดเข้าไปในผิวหนัง ไม่นานพวกบอดี้การ์ดก็สิ้นใจตายจากความเจ็บปวด โกมินทร์ดึงสร้อยคอออกมา ตรงจี้ของสร้อยคอ มีรูปควายสลักเอาไว้ เขาท่องคาถางึมงัมแล้วโยนมันออกไป เกิดเป็นกลุ่มควันสีแดงที่มีรูปร่างคล้ายควายยักษ์ โกมินทร์ใข้มือทาบที่กลางหัวของมัน เขานึกหน้าตาของเป้าหมาย
“ไปจัดการมัน!!" กลุ่มควันสลายหายไปในอากาศ
ชัย ที่นั่งอยู่ในรถลีมูซีน กำลังนั่งดื่มแชมเปญอย่างอารมณ์ดี ทันในนั่นเองมีอะไรบางอย่างชนรถเข้าอย่างแรง รถถูกงัดลอยขึ้นเหนือพื้น แล้วตกลงมาในสภาพหงายท้อง
ถังน้ำมันรั่วและเกิดประกายไฟอย่างไม่ทราบสาเหตุ รถทั้งคันถูกไฟคลอก เสียงกรีดร้องอย่างทรมานดังขึ้น สร้างความหวาดผวาต่อผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์
จี้รูปควายปรากฏในมือโกมินทร์ “เล่นไม่ซื่อก่อนเองนะ ช่วยไม่ได้" เขาและบอดี้การ์ดล้วนมีรอยสักอยู่ทั่วร่างกาย นั่นยิ่งช่วยเพิ่มความน่าเกรงขามให้กับกลุ่มของโกมินทร์
-------------------------------------
Facebook Fanpage : มารฟ้าพิชิตสวรรค์
https://www.facebook.com/มารฟ้าพิชิตสวรรค์-105158271890771