อาเธอร์ได้ฟังคำอธิบายของบุ๋น ก็ทำปากจู๋ ร้องขึ้นดัง ๆ ว่า
“อู้...ฮู...”
อันที่จริงแล้ว เขายังไม่เข้าใจสิ่งที่บุ๋นพูดเท่าไรเลย แต่เห็นแฮ็มกะแป็งแสดงความตื่นเต้นชื่นชมออกมาอย่างยิ่ง ก็แน่ใจว่าต้องเป็นสิ่งที่ดี จึงร้องอู้ฮู แถมปรบมือให้อีก
“บุ๋น มึงรีบเอาโครงการนี้ไปเสนออาจารย์วิชชาเลย” แฮ็มกะแป็งพูดอย่างรวดเร็ว
“ยังก่อน กูยังอยากหาข้อมูลเรื่องเครื่องทดไฟที่ต่อจากแผงพลังงานแสงอาทิตย์นี่ก่อน กูน่ะ ทำอะไรต้องชัวร์ก่อน ระดับนี้แล้ว” บุ๋นพูดพร้อมจดความคิดของเขาลงไปในแผ่นโครงการ
“เอาเหอะ รีบไปหาข้อมูลเลย อย่ามัวแต่โม้อยู่ วันนี้ห้องคอมฯปิด มึงจะกลับบ้านไปหาข้อมูลเพิ่มจากเน็ตไหมบุ๋น?” แฮ็มกะแป็งถาม
“วันก่อนเห็นที่ห้องสมุดมีหนังสือเกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าอยู่ เดี๋ยวกูขึ้นไปดูสักหน่อย ขึ้นไปด้วยกันไหม?” บุ๋นชวนเพื่อน ๆ
พอได้ยินคำว่าห้องสมุด อาเธอร์ก็ชักสีหน้า “ม่ายย อาวว อย่าไปเลย ห้องส..สะ...หมุดด มันน่ากลัววว”
“กลัวอะไรอาเธอร์ ไร้สาระ กลัวไปหมดได้ทุกเรื่องเลย มึงนี่” บุ๋นสั่นหัวทำหน้าเอือมระอา
แฮ็มกะแป็งพูดสวนขึ้น “งั้นกูอยู่ทำงานกับอาเธอร์ที่ห้องกิจกรรมตรงนี้ มึงขึ้นไปห้องสมุดคนเดียวก็แล้วกัน”
“เฮ้ย วันเสาร์ไม่มีใครอยู่ ปกติมีอาจารย์วิชชานั่งทำงานอยู่ด้วย วันนี้พวกอาจารย์เขาไปประชุมกันหมดที่ห้องชั้นล่าง กูไม่อยากไปคนเดียว แหม หอคอยห้องสมุดก็สร้างซะสูงเชียว ติดกับวัดอีกด้วย มองไปทางข้างหลังกะที่เปล่าข้างซ้าย มันหวิว ๆ อ่ะ”
“สูงที่ไหน แค่ชั้นสามเอง” แฮ็มกะแป็งหลิ่วตาล้อบุ๋นบ้าง “ตกลงมึงเองก็กลัว แล้วมึงว่าอาเธอร์ทำไม?” แฮ็มกะแป็งย้อนให้
“ก็ขึ้นไปคนเดียวก็กลัวสิ ไม่เหมือนอาเธอร์ ไปกันหลายคน ก็ยังจะกลัวอีก” บุ๋นเถียงไปได้เรื่อย ๆ
“เออ เดี๋ยวกูขึ้นไปกะมึงเอง ให้อาเธอร์นั่งทำงานรอพวกเราที่ห้องกิจกรรมก็แล้วกัน”
แฮ็มกะแป็งเสนอ แล้วก็หันมาถามอาเธอร์ว่า “อาเธอร์รอที่ห้องกิจกรรมคนเดียวได้ไหม”
แต่พอนึกขึ้นได้ว่าอาเธอร์อาจจะกลัวการอยู่คนเดียว แฮ็มกะแป็งจึงชวนให้ไปด้วย
“จะรอตรงนี้หรือจะไปด้วยกัน? อันที่จริง อาเธอร์ไม่ต้องกลัวหรอก สว่าง ๆ แบบนี้ ที่โรงเรียนน่ะ พวกอาจารย์ก็อยู่กันเต็มห้องประชุม อาเธอร์อยากไปดูการ์ตูนไม่ใช่หรือ? การ์ตูนบนห้องสมุดมีเยอะ อยากไปดูหรือเปล่า?”
อาเธอร์นิ่งคิด มองผ่านประตูห้องกิจกรรมเงยขึ้นไปบนหอคอยห้องสมุด เห็นต้นหางนกยูงประดับอยู่ข้างหน้า มันเป็นภาพที่เขาวาดได้สวยที่สุดซึ่งนำมาวางโชว์ไว้ที่หน้าห้องกิจกรรม อาเธอร์มองแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรน่ากลัวจริง ๆ ก็เลยตกลง ยอมขึ้นไปที่ห้องสมุดพร้อมกับเพื่อน ๆ
จากนั้นทั้งสามคนนั่งทำงานกันที่ห้องกิจกรรมกันอีกสักพัก เพื่อรอบุ๋นเตรียมแฟ้มเพื่อจะไปค้นคว้างานที่ห้องสมุด
ดวงตะวันยามสายเริ่มส่องสนามหญ้าจนเต็มพื้นที่ แสงแดดแผ่รัศมีความร้อนไปทั่วสนามกลางแจ้ง แก็งค์สามเพื่อนเดินขึ้นบันไดทางตึกกลาง ค่อย ๆ ผ่านบันไดชั้นสอง เห็นประตูห้องเรียนปิดหมด มองเข้าไปก็เห็นทางเดินเป็นแนวยาว
ในยามนี้ แม้จะมีแสงแดดส่องสว่าง ก็ดูเย็นเยียบอย่างประหลาด แสงแดดพาดผ่านเสาตามระเบียง เห็นเป็นแนวเส้น ส่องไปตามประตูห้องเรียนที่ใส่กุญแจอยู่ ยิ่งดูยิ่งรู้สึกวิเวก สถานที่ใดที่เคยคลาคล่ำด้วยผู้คน เวลาที่ไม่มีใครอยู่ กลับรู้สึกเงียบเหงาวังเวงกว่าที่ควรจะเป็น
อาเธอร์จ้ำอ้าว ๆ รีบเดินให้พ้นโค้งบันไดชั้นสอง และไปถึงชั้นสาม ทางเดินชั้นสามไม่เป็นทางที่ทอดยาวไกลเหมือนชั้นล่างหรือชั้นสอง เพราะไม่มีแนวห้องเรียน ที่ชั้นสามนี้มีแต่ทางเดินไปยังห้องสมุดและห้องทำงานของอาจารย์วิชชา
แฮ็มกะแป็งผลักประตูเข้าไป ทันใดนั้น เหมือนมีอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วผ่านหน้าเขาไป ความที่เขาเองก็รู้สึกปอด ๆ เหมือนกัน ตั้งแต่เห็นงูเหลือมตัวใหญ่นั้น และความเงียบวังเวงบนชั้นเรียน ทำให้อดสะดุ้งตัวเย็นไม่ได้
แฮ็มกะแป็งกวาดสายตามองเข้าไปในห้อง กลับไม่เห็นอะไร แฮ็มกะแป็งยืนทำใจเรียกขวัญอยู่ห้าวินาที เสียงบุ๋นอยู่ข้างหลังเขาดังขึ้นมา
“เอ้า เดินเข้าไปสิแฮ็มกะแป็ง ประตูไม่ได้ล็อคไม่ใช่หรือวะ?”
“เปล่า...ไม่ได้ล็อค...” แฮ็มกะแป็งเปิดประตูออก ค่อย ๆ เดินนำเพื่อนอีกสองคนเข้าไปในห้องสมุด
ห้องสมุดไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศ พอประตูปิด เสียงในห้องก็เงียบสงัด หน้าต่างทุกบานปิดหมด ดังนั้น แม้แต่เสียงลมก็ไม่ผ่านเข้ามาในห้อง เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างด้านหลัง ก็เห็นยอดอุโบสถของวัดไชยพินิจ เมื่อมองไปทางหน้าต่างด้านทิศใต้ ก็เห็นที่พงรกชัฏ เงายอดสนพัดพลิ้วโอนเอนไปมา
แฮ็มกะแป็งเริ่มขนลุก นึกในใจว่า เฮ้ย! อี๊ว์... ห้องสมุดนี่มันน่ากลัวเหมือนกันนี่หว่า...
เขารีบพูดขึ้นมาว่า “เอ้า...บุ๋น มึงจะดูหนังสืออะไรรีบ ๆ ดูเร็ว ๆ เดี๋ยวเที่ยงโรงเรียนจะปิดแล้ว”
แฮ็มกะแป็งเร่งบุ๋น นึกโมโหที่บุ๋นดันมาขยันอยากหาข้อมูลเกี่ยวกับไฟฟ้าในตอนนี้ เอาเข้าจริงในยามหน้าสิ่วหน้าขวาน ก็ไม่รู้ใครเกิดความขลาดหวาดกลัวที่สุดในบรรดาแก็งค์สามเพื่อน
บุ๋นเดินฉับ ๆ เข้าไปที่ชั้นหนังสือวิทยาศาสตร์ เดินหาหนังสือที่ตนต้องการค้นคว้า อาเธอร์เดินตามเข้าไป แล้ววกไปชั้นหนังสือเด็กเพื่อหาหนังสือการ์ตูน
แฮ็มกะแป็งทำเป็นเดินไปเดินมา ไม่รู้ว่าตัวเองอยากอ่านอะไร รู้แต่ว่าอยากให้บุ๋นรีบหาหนังสือค้นคว้าข้อมูลอะไรของเขาให้เสร็จเสียเร็ว ๆ จะได้ออกไปจากห้องสมุดยามวิเวกนี้สักที พลางนึกในใจว่าอาจารย์วิชชาจิตแข็งใจกล้าน่าดู ทำไมกินนอนอาศัยอยู่ที่หอคอยห้องสมุดนี้ได้ทุกวันทุกคืน?
แฮ็มกะแป็งนึกไปถึงเรื่องเล่าลือของผีตกตึกที่หอคอยห้องสมุดแห่งนี้ พอนึกขึ้นมาแล้ว เขาก็รู้สึกตัวเย็นซู่ ขนลุกชันชูไปทั้งตัว
