เปรี้ยง
ในค่ำคืนที่ฝนตกหนักทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ฤดูฝน ท้องฟ้าที่มืดครึ้มเหมือนย้อมด้วยสีดำทั่วทั้งผืนฟ้านั้น ภายในบ้านหลังน้อยได้มีอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้น
อุแว๊ อุแว๊
เสียงร้องของสิ่งมีชีวิตน้อย ๆ ที่เพิ่งลืมตาดูโลก ร้องดังแข่งกับเสียงสายฝนและเสียงฟ้าร้องด้านนอก ไม่รู้ว่าระหว่างเสียงร้องของทารกน้อยกับเสียงฟ้าร้องเสียงไหนดังกว่ากัน
แอ๊ด
เสียงเปิดประตูที่เปิดออกโดยผู้ที่อยู่ด้านในเรียกความสนใจจากผู้ที่อยู่หน้าประตูให้หันไปมองด้วยความสนใจ และความตื่นเต้นยินดีที่ปรากฏออกทางสายตา พวกเขารีบกรูกันเข้าไปล้อมหมอตำแย
“ยินดีด้วยนะอาเฉิน เ้าได้บุตรสาว” เสียงของหมอตำแยประจำหมู่บ้านเอ่ยบอกคนที่ได้เป็พ่อครั้งแรก ก่อนจะส่งร่างเด็กน้อยให้กับหญิงชรา ผู้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็ท่านย่าของเด็กทารกน้อยผู้นี้
มือเหี่ยวย่นรีบเอื้อมไปรับร่างของหลานสาวด้วยความทะนุถนอม เมื่อส่งเด็กน้อยให้กับคนในครอบครัวแล้ว ท่านหมอตำแยก็หันหลังเพื่อกลับเข้าไปภายในห้องอีกครั้ง
“น่าเกลียดน่าชังจังเลยหลานย่า” ‘เชาอิง’ กล่าวกับหลานสาวด้วยรอยยิ้มดีใจไปทั้งใบหน้า ดูสิหลานสาวของนางตัวแดงยับย่นช่างน่าเกลียดน่าชังเสียจริง
“ไหนให้ข้าดูหลานสาวของข้าหน่อยว่านางจะน่าเกลียดน่าชังเพียงใด” เสียงของ ‘เซียวิ’ ดังขึ้น ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้เป็ปู่เสียที ชายชราเดินเข้าไปใกล้ผู้เป็ภรรยาด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า ชะโงกหน้ามองดูหลานสาวที่หลับตาพริ้มอย่างน่าเอ็นดู เพียงแค่เห็นเขาก็หลงรักนางแล้ว “หลานของปู่ โตมาเป็เด็กดีนะลูก” ตอนนี้เขาทั้งตื่นเต้น ทั้งดีใจ จนไม่รู้ว่าจะกล่าวคำใดออกไปดี
แม้ว่านางอยากจะอุ้มหลานสาวคนแรกให้นานกว่านี้ แต่นางก็รู้ดีว่ามีอีกคนที่อยากจะอุ้มเด็กน้อยเช่นกัน หญิงชราเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้า ที่มองมายังร่างเล็กในห่อผ้าด้วยตายตาที่เต็มไปด้วยความรัก
“อาเฉิน เ้ามาอุ้มบุตรสาวของเ้าสิ” เชาอิงยื่นร่างเด็กน้อยในห่อผ้าให้กับบุตรชาย ในที่สุดวันนี้เขาก็ได้เป็พ่อแล้ว หลังจากที่เขาเฝ้ารอบุตรคนแรกมาตลอด
‘เซียวเฉิน’ มองดูบุตรสาว ใบหน้าน้อย ๆ ของนางเล็กกว่าฝ่ามือเขาเสียอีก ปากนิด จมูกหน่อย แขนก็เล็ก แขนก็เล็ก ใจหนึ่งเขาก็อยากอุ้มนาง แต่อีกใจเขาก้กลัวว่าจะทำบุตรสาวตัวน้อยเจ็บ
“ลูกของข้าตัวเล็กยิ่งนักขอรับท่านแม่ ข้ากลัวว่าจะทำนางเจ็บ หรือทำนางหลุดมือขอรับ” ชายหนุ่มกล่าว บุตรสาวของเขาตัวน้อยยิ่งนัก เขาที่ไม่เคยมีลูกจึงกลัวว่าจะทำนางหลุดมือเอาได้ ในขณะที่กล่าวออกไปสายตาของเขาไม่อาจละจากร่างเล็ก ๆ นั่นได้เลย
“ข้าอยู่ตรงนี้ทั้งคน ไม่มีทางที่จะให้เ้าทำหลานสาวของข้าหลุดมือไปได้”
เมื่อมารดากล่าวเช่นนั้น เซียวเฉินจึงพยักหน้ารับคำพูดของมารดา ก่อนจะยื่นมือที่หยาบกร้านแต่สั่นเทาไปรับตัวบุตรสาวมาอุ้มไว้ “เซียวเซียวลูกพ่อ” เขาดีใจจนไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดออกไป จึงกล่าวได้เพียงชื่อของนางที่เขาและภรรยาตั้งไว้ั้แ่ที่รู้ว่าพวกเขากำลังจะมีลูก
‘เซียวเซียว’ เป็ชื่อที่จะใช้ตั้งให้กับบุตรสาว แต่ถ้าเป็บุตรชายก็จะเป็อีกชื่อ
เด็กน้อยที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมแขนของท่านพ่อเหมือนจะรับรู้ได้ หลังจากที่หลับมานานนางจึงลืมตาขึ้นถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นสิ่งใดก็ตาม แต่นางสามารถหันไปตามเสียงที่ได้ยินได้ ก่อนปากน้อย ๆ จะฉีกยิ้มจนเห็นเหงือกและหลับไปอีกครั้ง
แต่เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ในขณะที่เด็กน้อยนามว่าเซียวเซียวอายุครบหนึ่งหนาว เซียวิผู้เป็ท่านปู่ของเด็กน้อยได้จากไปอย่างไม่มีวันกลับ เนื่องจากโดนสัตว์มีพิษกัดในตอนที่ชายชราขึ้นเขาไปหาฟืน กว่าจะมีชาวบ้านไปพบ ชายชราก็เหลือเพียงแค่ร่างแต่ไร้ลมหายใจแล้ว
“แมะ แมะ” เสียงเรียกชื่อมารดาของเซียวเซียวในวัยสองหนาวดังขึ้น นางเดินเต๊าะแต๊ะเข้ามาหามารดา ก่อนจะเงยหน้าส่งยิ้มอวดฟันซี่เล็ก ๆ อย่างน่ารัก
‘หลิวไฉ่หง’ ยกแขนเสื้อปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ก้มลงอุ้มบุตรสาวตัวน้อยขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน พยายามควบคุมเสียงให้เป็ปกติที่สุด ก่อนจะกล่าวกับบุตรสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “ว่าอย่างไรอาเซียวน้อยของแม่”
นิ้วเล็ก ๆ สั้น ๆ ชี้ไปนางเตียงนอน บนนั้นมีร่างของท่านย่านอนหลับอยู่ ท่านย่านอนนานเกินไปแล้วนะ ไม่ลุกขึ้นมาเล่นกับอาเซียวเลย “ย่าหยับไม่ตื่น” ปากน้อย ๆ จึงขยับเอ่ย นางเอียงคอหันมามองมารดาที่ยังมีน้ำตาไหลมาไม่ขาดสาย
“ท่านย่าของอาเซียว ฮึก ไปหาท่านปู่แล้วนะ ฮึก” หลิวไฉ่หงบอกแก่หลานสาวทั้งน้ำตา
“หาปู่หยือ” เซียวเซียวเป็เพียงเด็กน้อยที่ไร้เดียงสา ถึงแม้ท่านปู่จะจากไปตอนนางอายุหนึ่งหนาว แต่ตอนนั้นนางก็เป็เพียงเด็กเท่านั้น ในความทรงจำของนางจึงไม่มีเื่ราวของผู้เป็ปู่เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย นางจึงไม่อาจรู้ได้ว่าเหตุใดท่านย่าต้องไปหาท่านปู่ด้วย “ย่าจะมาหาอาเซียวไหม” นางหันนกลับไปมองท่านย่าอีกครั้ง
ถ้าท่านย่าไปหาท่านปู่ แล้วต่อไปนางเล่นกับใคร แล้วท่านย่าจะกลับมาหานางไหม ถ้าท่านย่าไปหลายวันท่านย่าจะคิดถึงนางไหม ในหัวสมองน้อย ๆ มีคำถามเต็มไปหมด แต่นางไม่สามารถกล่าวออกมาเป็คำพูดได้
“ฮือ ฮือ” เมื่อได้ยินคำถามของบุตรสาวเพียงคนเดียว หลิวไฉ่หงก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไป นางกอดบุตรสาวไว้แน่น ปล่อยน้ำตาออกมาอยากไม่อายสายตาของบุตรสาว
นางอยากเข้มแข็งกว่านี้ ไม่อยากร้องไห้ให้บุตรสาวเห็น แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเกินกว่าที่นางจะรับไว้ มารดาของสามีนางป่วยเป็ไข้ป่าหลายวันแล้ว ตลอดเวลาที่หญิงชราป่วยนางย่อมดูแลอย่างดี ไม่ว่าจะป้อนข้าว ป้อนน้ำ หรือแม้แต่ยานางก็ซื้อหามาอย่างไม่เสียดายเงิน แต่อนิจจาที่วันนี้หญิงชราไม่อาจทนพิษของไข้ป่าได้อีกแล้ว นางจึงหลับไปและไม่ตื่นขึ้นมาอีกตลาดกาล
เซียวเซียวได้ยินเสียงมารดาร้องไห้ ทำให้นางนึกถึงตอนที่ตนเองหกล้ม ตอนนั้นนางเจ็บจนร้องไห้งอแง ท่านแม่ที่เห็นว่านางร้องไห้ก็รีบเข้ามาปลอบโยนนาง ถึงเวลานี้ที่ท่านแม่ร้องนางจึงคิดที่จะปลอบท่านแม่เช่นที่นางเคยได้รับ นางจึงดึงตนเองออกจากอ้อมแขนของท่านแม่ เงยหน้ามองใบหน้างามของท่านแม่ ปากน้อย ๆ ขยับกล่าวว่า “แมะ ไม่ย้องนะ โอ๋ ๆ นะ” มือน้อย ๆ ยกขึ้นเช็ดน้ำตาให้มารดาด้วยความไร้เดียงสา
การกระทำของบุตรสาวยิ่งทำให้หลิวไฉ่หงร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม นางร้องไห้จนตัวโยน แต่ไม่ว่าน้ำตาของนางจะไหลออกมามากเพียงใด ก็จะได้บุตรสาวเกลี่ยน้ำตาให้ทุกครั้ง…
*****************
ยังไม่ได้ตรวจคำผิดค่ะ ^_^
เอาตอนแรกมาฝากค่าาาาาา
ฝากเด็กน้อยคนใหม่ของเ้าเต้าหู้น้อยด้วยนะคะ