จ้วบบ จ้วบบบ
แรงดูดที่หัวทรงเห็ดดังเคล้าออกมาจากโพลงปากมือเล็กช่วยสาวที่ลำโคน เขาเปลี่ยนมือจากที่กำมัดผมฉันมาปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาและคลึงเต้าอวบไปด้วย
“อืมมม เสียว…”
ความเร็วของรถเริ่มผ่อนไม่เป็จังหวะฉันรับรู้ได้ถึงอาการเสียทรงของชายตรงหน้า ยิ่งเร่งจังหวะคอ ดูดหัวลำแรงมากขึ้น
“ปะ ปิ่น จะแตกแล้ว”
เขาพูดพลางเด้งเอวสอบสู้โพลงปากฉัน กดหัวลงจนเกือบสุดลำ ทำฉันน้ำตาไหลกลิ่นเปรี้ยวขึ้นคอ
“อื้อออ อ้อก …”
“อาาาา”
หัวลำที่กระแทกเข้าในโพลงปากจนชนสุดผนังทำให้ฉันเกือบคายข้าวมือกลางวันออกมามันลึกจนน้ำเมือกอุ่นๆ ไหลลงคอโดยที่ไม่ต้องกลืน มือที่กดหัวไว้แน่น ค่อยๆ คลายออกเช่นเดียวกับลมหายใจที่ผ่อนลงจนปกติ
“อย่าคายนะ”
“นายก็รู้ว่าฉันอมไม่คาย” ฉันเงยหน้าขึ้นพูดพลางเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าออก
“หึ ให้ตายเถอะเธอจะทำให้ฉันหลงไปถึงไหน”
เขาพูดด้วยเสียงแหบทุ้มปลายนิ้วยาวลูบเบาๆ ที่ริมฝีปากฉัน เพื่อช่วยเช็ดคราบน้ำรักที่เหลือดวงตาของเขาไม่โกหก เขาหลงฉันจริงๆ
..หลงในร่างกายแต่มันไม่ใช่ความรัก..
-------------------------------------------------------------------------------------------
พลั้บ พลั้บ พลั้บ
เคร้งงง
เพล้ง!
แก้วไวน์บนโต๊ะรับแขกหล่นแตกเพราะแรงกระแทกจากเอวของเขา สองแขนเล็กโอบรอบคอไว้แน่น ปลายขาถูกยกชี้ฟ้า เทินไว้บนบ่ากว้างเขายิ้มเหยียดด้วยความสนุกในรสรักที่เร่าร้อน ดวงตาพราวดั่งดาวเจิดจรัส แม้ผิวกล้ามเนื้อจะถูกเล็บสวยข่วนจนเป็รอยเืซิบก็ไม่สามารถหยุดยั้งการกระทำที่รุนแรงของเขาได้เลย
“อึก ภะ ภามม์ เบาหน่อย อ้ะ..มันจุก”
“เธอก็รู้ว่าฉันเอาเบาๆไม่เป็… อาาาา”
“อื้ออออ..”
เขาบีบกรามฉันแน่นเพื่อเปิดโพลงน้ำหวาน ดูดเม้มริมฝีปาก จนบวมเปล่ง ส่งลิ้นอุ่นไล่ต้อนอย่างไม่ลดละมันทั้งนุ่ม ชื่น และอึดอัดแน่นท้องจนฉันหายใจไม่ทัน
ลำใหญ่ของเขากระแทกเข้าออกเป็จังหวะที่รวดเร็วเต้าขาวกระเพื่อมขึ้นลง เส้นผมสยายบนโต๊ะรับแขก ร่างกายของเราทั้งคู่โชกไปด้วยเหงื่อเหนียวบนพื้นกระจัดกระจายไปทั้งข้าวของ เสื้อผ้า และถุงยางที่ใช้แล้วอีก 6 ถุง
นั่นหมายความว่าเขาซัดฉัน 6 ครั้งรวด โดยไม่พัก
ถึงแม้ฉันจะไม่เคยผ่านมือชายคนอื่นแต่กล้ารับประกันได้เลยว่าเื่นี้ภามม์ไม่แพ้ใครแน่ เขาทั้งเอวหนัก แรงฮึกเหิมสารพัดร้อยแปดพันท่าที่จะทำ อารมณ์ขึ้นง่ายแต่ลงยาก ยิ่งครางชื่อเขาดังเท่าไรเสือบนร่างยิ่งกระหายเนื้อยิ่งขึ้น
ลำชายขยายใหญ่และแข็งอย่างกับกำลังถูกท่อนไม้ยัดในส่วนนั้น มันทั้งแสบร้อน เจ็บจนครางไม่ออก จุกจนหายใจไม่ทั่วท้องแต่ขณะเดียวกัน ขาก็อ้ารับอย่างกับชอบััท่วงท่าที่ป่าเถื่อนของเขา
พูดง่ายๆ ก็คือเขาเอาดุนั่นเอง
หว่างขาขาวแดงเถือกจากการโดนเนื้อเอวของเขาตีซ้ำๆกลีบดอกไม้ปวดแสบระบม ฉันตัวอ่อนเพราะหมดแรง ทำได้เพียงพลิกซ้าย พลิกขวา หันหลังแอ่นสะโพกตามคำสั่งเขาเท่านั้นถ้าตามใจเขามากกว่านี้ ตรงนั้นคงช้ำจนต้องไปหาหมอสูติฯ แน่
“แห้กๆ ภะ ภามม์ ฉันเหนื่อย…”
“เหนื่อยก็นอนถ่างขา ครางชื่อฉันไปก็พอ”
เสียงหอบของฉันไม่ได้ทำให้เขาใจดีขึ้นมาบ้างเลยแม้ตัวเขาเองก็หอบจนพูดเสียงแหบ แต่เอวนั้นก็ยังกระแทกไม่ยั้ง ถ้าเป็เครื่องจักรมันคงได้รางวัลทำงานดีเด่นประจำปีไปแล้ว
“นายจะไม่ให้ฉันเหลือแรงไปเรียนพรุ่งนี้เลยหรอ”
“อย่าพูดมาก …ครางชื่อฉันดังๆ ปิ่นมุก”
เขาสั่งเสียงเข้มที่ฉันพยายามขัดใจเขาพลางพลิกตัวฉันให้หันหลัง ยกสะโพกให้โค้งงอดั่งสะพานทรงสวย ยัดลำยาวเข้ามารวดเดียว
เอี้ยด อ้าดดด
“อาาาา แอ่นสะโพกสิปิ่นมุกซี้ดดดด”
“อ้ะ มันเจ็บ! กรี้ดดด”
ความป่าเถื่อนของเขาไม่ใช่แค่ที่เอวเพียงแค่หันหลังให้ เขาก็ก้มลงกัดที่หัวไหล่มน กระแทกเอวย้ำๆก่อนจะหยุดชะงักกระตุกลำในช่องท้องฉัน
หลังจบภารกิจอันร้อนฉ่าต่างคนต่างหมดแรง นอนพักอยู่ข้างกันบนโซฟาตัวใหญ่ที่เดิมเขาคว้าโทรศัพท์มาตอบแชทบรรดาสาวๆ ของเขา ฉันนอนตะแคงข้างเฝ้ามองใบหน้าที่ตราตรึงใจนั้น
“ภามม์…”
“อืม” เขาตอบรับ โดยที่ตายังจดจ่อกับแชทในมือถือ
“นายเคยคิดไหม ...ว่าถ้าเราคบกันจริงๆจะเป็ยังไง”
“ไม่เคย” เขาตอบทันทีแบบไม่คิด
“แล้วคิดว่าไง.....”
“ถามอะไรไร้สาระ นอนด้วยกันสนุกๆแบบนี้แหละ”
“อืม งั้นสินะ”
“เป็เพื่อนกันน่ะดีแล้วเธอเองก็เคยบอกว่าไม่อยากมีแฟนนิ” เขาพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งลูบหัวฉันเบาๆ
“อืม หึๆ”
ฉันเอ่ยรับและขำตอบดั่งกับมันเป็เื่หยอกเล่น ทั้งที่จริงมันออกมาจากความรู้สึกในจิตใจของฉันก็ตาม
“นอนพักเถอะพรุ่งนี้จะไปส่งที่คอนโดแต่เช้า ฉันต้องไปรับแบมต่อน่ะ”
เขาเปลี่ยนเื่ที่ไร้สาระให้เป็เื่อื่นพลางนอนตะแคงหันหลังหลับไป ฉันมองภาพนั้นในมุมเดิม แต่ครั้งนี้มันต่างกันตรงที่มันเ็ปกว่าทุกครั้งและมากขึ้นทุกวัน
‘ฉันเผลอเอาหัวใจลงไปเล่นในสนามั้แ่เมื่อไรนะ’
น้ำอุ่นๆไหลลงข้างขมับ ไร้แรงสะอื้น ไร้เสียงครวญครางฉันต้องนอนร้องไห้ให้กับแผ่นหลังกว้างนี้ไปอีกนานแค่ไหน แค่ไหนคือจุดจบเื่บ้าๆระหว่างเรา
เขามักพูดเสมอว่า ….
‘เธอพิเศษกว่าผู้หญิงคนอื่นและฉันชอบที่ความสัมพันธ์เรามีกรอบที่ชัดเจนแบบนี้’
คำปลอบโยนที่บ่งบอกว่าให้ฉันเป็ฝ่ายเงียบปากสงบคำอยู่ในมุมของตัวเองเพราะถ้าหากแสดงตัวล้ำเส้นออกไป ฉันก็คงไม่ต่างจากบรรดาผู้หญิงที่เขาเขี่ยทิ้ง
แม้จะเคยคิดว่าอยากจบความสัมพันธ์แบบนี้ แต่เพียงเห็นใบหน้าเขา ััของเขาหัวใจกลับเรียกร้องอ้อมกอดนั้น และกลัวการสูญเสียเขาไป บ่อยครั้งที่ฉันเคยเอ่ยปากถามเื่แนวนี้เขามักขำดั่งเป็เื่ที่ไม่ควรแยแส และมันจะปิดท้ายด้วยคำตอบที่ว่า
‘เป็เพื่อนกันก็ดีแล้ว’
…เอากันแทบทุกวัน หึเพื่อนพ่อมึงสิ…..