ชายาเกศาสั้น

    36. นางคงอยากใช้เวลากับท่านมากกว่าใคร

    “เปล่าเสียหน่อย ข้าแค่อยากโตเร็วๆ ตัวสูงขึ้นอีกหน่อย ท่านตัวสูงเกินไป” อันดาบอก อย่าบอกนะว่าอ่านความคิดเธอได้

    “ข้าย่อเข่าให้เจ้าแล้วนี่ไง” หยางเจียจุ้นลงไปคุกเข่า

    “ท่านทำอะไร” อันดาตกใจ แต่ไม่ทันไร หยางเจียจุ้นก็ดึงเธอมานั่งไว้บนตัก

    เธอก็เอามือคล้องที่คอเขาไว้

    “เห็นมั้ยดูสิเท่ากันแล้ว” หยางเจียจุ้นเอาหน้ามาใกล้เธอมากๆ

    “นั่งอยู่อย่างนี้เมื่อไหร่จะถึง” อันดายิ้มแต่ก็เอาหน้าผากชนกับเขา

    “ทางเดินมันสั้นไปข้าไม่อยากให้ถึงเลย” หยางเจียจุ้นงอแง มีแค่ตอนนี้ที่อยู่กับเธอเท่านั้นที่เขาสามารถเป็นแค่หยางเจียจุ้นได้ ไม่ต้องเป็นแม่ทัพ ไม่ต้องเป็นท่านจุนอ๋องชินอ๋องที่ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องเป็นอ๋องปีศาจหรือเทพสงคราม เขาอยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้

    “ไปกันเถอะ อย่างไรเสียเราก็ต้องไปให้ถึง แล้วตอนนี้แดดก็แรงด้วย” อันดาจับแก้มที่เต็มไปด้วยหนวดแข็งๆ บนใบหน้าของเขา

    “เจ็บหรือไม่” หยางเจียจุ้นถามแล้วจับมืออันดามาดู

    “ท่านคงต้องใช้ครีมบำรุงให้หนวดนิ่มขึ้น กินอาหารดีๆบ้างดูสิเนี่ย หนวดแห้งแข็งขนาดนี้ อย่าเข้มงวดกับตัวเองจนเกินไปนัก พ่อบุญธรรมข้าสอนว่าร่างกายของเราเป็นเสมือนวิหารของจิตวิญญาณ เราต้องเคารพและใส่ใจดูแลให้มาก ยิ่งต้องทำงานดูแลคนอื่น หากเราเป็นอะไรไปเราจะช่วยคนอื่นได้อย่างไร แล้วใครจะดูแลเราถ้าเราไม่ดูแลตัวเอง” อันดา

    นี่เองเป็นสาเหตุที่ทำให้อันดาหงุดหงิดโดยไม่รู้ตัว เธอไม่ชอบเจ็บตัวแม้แต่เล็กน้อยเพราะเธอไม่อยากให้ความเจ็บปวดใดๆ เป็นอุปสรรคในการทำงาน

    “พ่อบุญธรรมของเจ้าช่างมีปัญญา นับว่าเป็นวิญญูชนที่แท้จริง เขาเป็นปราชญ์รึ” แม่ทัพหยางลุกขึ้นและเดินจูงมือเธอไป

    “หึ เขาเป็นนักวิจัยพืชพันธุ์ไม้ที่เก่งมากๆ คนนึงเลย” อันดาเล่าถึงพ่อด้วยความชื่นชม

    “ท่านรู้หรือไม่ เขาน่ะเป็นคลังความรู้ที่เคลื่อนที่ได้ ข้ายังเคยคิดจะทำแอปใส่ข้อมูลพืชพันธุ์ทุกอย่างที่เขารู้เลย” อันดา

    “แอปเหรอ” แม่ทัพหยาง

    “มันเป็นเครื่องมือในการให้คนเข้าถึงสิ่งที่เขาต้องการทำน่ะ บางครั้งแอปก็ทำให้ท่านใส่รูปภาพ บางครั้งแอปก็อำนวยความสะดวกให้ท่านสามารถสั่งอาหารได้” อันดาตอบ

    “โลกของเจ้าช่างน่าสนใจ ดูเหมือนมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายที่ ที่นี่ไม่อาจจินตนาการไปถึง” แม่ทัพหยางต้องตัดใจปล่อยมือเธอแล้ว เมื่อมาถึงเรือนที่พัก
    …………………………………………….

    ในขณะที่ฝั่งชายแดนจะได้รับความสงบสุขอยู่นั้น ทางราชสำนักกำลังเกิดเรื่องวุ่นวาย เหตุเพราะราชทูตได้มาถึง พร้อมกับที่องค์ชายสี่ได้รับข่าวว่าท่านน้าถูกตัดสินประหารชีวิตทั้งครอบครัวและ

    “ข้าไม่ยอมรับ!” หยางเฟยเทียนหรือองค์ชายสี่ไม่พอใจมากที่ราชทูตจากเป่ยซานกล้ายื่นข้อเสนอบ้าๆ นี่ออกมา

    “ท่านอ๋อง หากท่านไม่รับเรื่องอาจจะบานปลายก็เป็นได้นะขอรับ” จื้อซานที่เป็นทั้งน้า และที่ปรึกษาของเขาแนะนำเรื่องนี้คอขาดบาดตายจริงๆ

    “ข้าไม่อยากเป็นตัวประกัน หากข้ารับนางมาเป็นชายาแล้วข้าจะขึ้นครองราชย์ได้อย่างไร” พูดแล้วก็โมโห มันต้องเป็นแผนของกู้ห่าวหรานแน่ๆ เพราะเขาเป็นลุงขององค์ชายใหญ่ อย่างไรเสียก็ต้องถือหางเขา

    “แต่ตอนนี้ท่านต้องยอมรับนางไปก่อน ไม่เช่นนั้นก็โยนให้หยางเจียจุ้น” จื้อซานแนะนำ

    “ไม่มีทางหรอก เสด็จพ่อน่ะรักเสด็จอามากกว่าลูก ใครๆก็รู้ ถ้าเสด็จอาไม่ปฏิเสธบัลลังก์ป่านนี้เขาคือฮ่องเต้องค์ใหม่ไปแล้ว และเราเพิ่งมีคดีกับเขา ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะเล่นงานเขา” องค์ชายสี่ตอบ

    “ถ้าอย่างนั้นก็รับมาเป็นชายารองได้หรือไม่” จื้อซานแนะนำ ภายนอกนั้นองค์ชายสี่ดูเป็นมิตรและอ่อนโยน แต่นิสัยจริงของเขาเป็นคนเจ้าอารมณ์ และเจ้าเล่ห์เพทุบาย ดูเหมือนจะมีแค่หยางเจียจุ้นและกู้ห่าวหรานเท่านั้นที่มองออก

    “ไปสืบว่าองค์หญิงแห่งเป่ยซานเป็นใคร ถึงคิดว่าจะเผยอมาเป็นชายาข้า” องค์ชายสี่สั่งการ

    กลับมาที่จวนกู้กั๋วกง

    “ท่านพี่ท่านกลับมาแล้ว” กู้ห่าวอู๋ยิ้มบานเมื่อพบพี่ชาย

    “มีเรื่องดีอันใดรึ” กู้ห่าวหรานเห็นท่าทีที่แปลกไปของน้องชาย แปดปีที่ผ่านมาถ้าไม่ใช่เรื่องงานแล้วเขาเหมือนคนไร้วิญญาณ ลูกสาวคนเดียวหายไป ภรรยาโกรธไม่กลับบ้านส่วนลูกชายก็ต่อต้านเรื่องอนุ แต่มาตอนนี้หน้าตาแช่มชื่น

    “มีเรื่องดี และข่าวดี” กู้ห่าวอู๋ตอบ

    “เรื่องดีๆ รึ” กู้ห่าวหรานสงสัย

    “มาๆ นั่งพักก่อน ฮูหยินพี่ใหญ่กลับมาแล้ว” กู้ห่าวอู๋ร่าเริงจนเกือบเสียจริต การที่หัวใจแห้งเหี่ยวมานาน เมื่อได้น้ำทิพย์แม้น้อยนิดก็ทำให้หัวใจแช่มชื่น

    “ฮูหยินอย่างนั้นหรือ” กู้ห่าวหราน

    “คารวะท่านพี่ ยินดีต้อนรับกลับบ้านเจ้าค่ะ” ซีหมิ่นลู่เซียนเดินนำขนวนถาดของต้อนรับออกมา

    “เจ้ากลับมาแล้ว ดีจริงๆ น้องสะใภ้” กูห่าวหรานดีใจที่เห็นหน้าน้องสะใภ้จนลืมเหนื่อย นางนั้นยังคงงดงามเหมือนเดิม

    “เจ้าค่ะ ท่านพี่ข้ากลับมารอลูกที่บ้าน” รอยยิ้มที่ตราตรึงใจนั้นสามารถทำคนหัวใจหยุดเต้นได้ทีเดียว เสียดาย เสียดายที่แม่ของเขาไม่ใช่ราชนิกุล

    “รอลูกกลับบ้านมีข่าวของอันอันแล้วหรือ” รักแม่ก็รักลูกของนางประหนึ่งลูกสาวของตัวเอง เขาหันไปถามน้องชาย

    “ใช่แล้วล่ะพี่ใหญ่ เมื่อหลายวันก่อนเกิดปรากฏการณ์ฟ้าผ่าตอนกลางวันดาวเก้าดวงเรียงตัวกันเหมือนเมื่อแปดปีที่แล้ว โหราจารย์บอกว่าท่านเซียนไผ่เขียวกลับมาพร้อมข่าวดี บอกว่านางกำลังจะกลับมา
    ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องนี้เสียนเอ๋อคงไม่กลับมา” กู้ห่าวอู๋ดีใจเรื่องนี้จนออกนอกหน้า ในที่สุดภรรยาก็ยอมให้อภัยและลูกสาวก็กำลังจะกลับมา หัวใจคนเป็นพ่อ และสามีนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความยินดี

    อ้อดีจริงๆ แล้วเจ้าสองแสบล่ะอยู่ที่ไหนกัน"แม่ทัพใหญ่ถามหาหลานชายอีกสองคน

    “กำลังซ้อมธนูอยู่ที่ลานฝึกน่ะขอรับ ข้าให้กังเหวินสอนให้พวกเขา” กู้ห่าวอู๋

    “เหอผิงน่ะเข้าใจได้ แต่หนิงเทียนน่ะสูงพ้นคันธนูแล้วหรือ” แม่ทัพใหญ่แปลกใจ

    “พี่ใหญ่ท่านออกไปรบนานเกินไปแล้ว หนิงเทียนตอนนี้แปดหนาวแล้ว อันอันเริ่มหัดยิงธนูตั้งแต่หัดเดินด้วยซ้ำ” กู้ห่าวอู๋หัวเราะ เขารักพี่ชายคนนี้มาก พี่ชายรักลูกของเขาทุกคนโดยเฉพาะลูกสาวที่ตัวติดกันยิ่งกว่าเขาที่เป็นพ่อ เขาทุ่มเทให้นางไม่น้อยไปกว่าเขาที่เป็นพ่อจริงๆ

    การยอมสละความสะดวกสบายและความก้าวหน้าเพื่อตามหาลูกสาวของเขานั้นยิ่งทำให้เขาซาบซึ้งใจจริงๆ

    “โอ้จริงด้วยสิ แต่หลานสาวข้าน่ะเป็นอัจฉริยะยกให้นางคนนึง” แม่ทัพใหญ่ยิ้มดีใจ ลูกหลานเติบโต หลานคนเก่งกำลังจะกลับมา ถึงไม่มั่นใจแต่ก็มีแสงแห่งความหวัง

    หากคืนนั้นเขาคอยดูแลนางดีกว่านี้ นางคงไม่หายไปเป็นความผิดของเขาเช่นกัน แต่ทุกคนกลับโทษน้องชายและลูกศิษย์ของเขา นั่นยิ่งทำให้เขาต้องชดเชยกับความผิดครั้งนี้ให้มาก

    “พี่ใหญ่ ต่อจากนี้ไปท่านก็มารับตำแหน่งเจ้ากระทรวงกลาโหมเถอะนะขอรับ อันอันกำลังจะได้กลับมาแล้วนางคงอยากใช้เวลากับท่านมากกว่าใคร” กู้ห่าวอู๋
    _________________________________

    ลุงใหญ่รักหลานเหมือนลูกสาวแท้ๆ เลย ติดที่รักน้องชายไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้เขาได้แต่งงานกับแม่น้องแน่ๆ