ซือหยวนกลับถึงจวน อยู่ได้เพียงสองวัน ก็ต้องพาซูหลินผู้เป็น้องสาว ไปยังสำนักเขาเทียนซาน บัดนี้ บิดามารดาต่างยืนรออยู่ เพื่อรอส่งบุตรชายและบุตรสาว ที่ยืนรออยู่ข้างๆ ผู้เป็มารดาโผล่เข้ากอดบุตรสาวแล้วรู้สึกใจหาย เนื่องจากนางยังเด็ก ไม่เคยจากบ้านไปไกล นึกไปแล้วก็รู้สึกสงสารซูหลินอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาเจอประสบเคราะห์กรรมเช่นนี้
"ซูหลิน...เ้าไปครั้งนี้...ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่...เ้าต้องรักษาตัวและดูแลตัวเองให้ดีนะ..เข้าใจที่แม่พูดไหม...." ผู้เป็มารดากล่าวพลาง ใช้มือเช็ดน้ำตาที่อยู่ๆก็ไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
"เ้า...ดูแม่ของเ้าสิ เป็ห่วงเ้าจนต้องร้องไห้ออกมา..เฮ้อ!..." ลู่จินอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาต่อหน้าลูก ผู้เป็บิดามารดา เมื่อห่างจากลูกก็ย่อมที่จะทำใจไม่ได้ เป็เื่ธรรมดา
"ฮูหยิน..เ้าหยุดร้องเถอะ...ดูสิ! ซูหลิน...ก็ร้องตามเ้าไปอีกคนแล้ว" ลู่จินกล่าวเตือนภรรยา เมื่อได้ยินเสียงสะอื้น และน้ำตาที่ค่อยๆไหลอาบแก้มน้อยๆของซูหลินบุตรสาวของตน
"ก็ข้า...ยังทำใจไม่ได้...ซูหลินไม่เคยไปไหนไกลบ้านเช่นนี้และอีกอย่าง นางก็ยังเด็กมากนัก"
"ฮูหยิน..ก็อย่ากังวลใจไปเลย...จะออกเดินทางแล้ว..เ้ายังร้องไห้อยู่เเบบนี้...พวกลูกๆจะไม่สบายใจเอาได้นะ" ลู่จินกล่าวปลอบใจฮูหยินของตน ในขณะที่เขาเองก็รู้สึกเป็ห่วงลูกเช่นกัน เพราะการไปครั้งนี้ก็ไม่แน่ใจว่าจะเจอกับอะไรบ้าง ตัวเขาเองก็กังวลใจเื่นี้อยู่เช่นกัน
"ท่านแม่...ท่านไม่ต้องเป็ห่วง...ข้าจะดูแลซูหลินเป็อย่างดี ท่านแม่วางใจได้" ซือหยวนเห็นมารดาตนยืนกุมมือซูหลินอยู่ไม่ห่าง จึงพูดปลอบใจมารดาของตน
"นั่นสิ! มีซือหยวนอยู่ทั้งคน...เ้าอย่าได้กังวลใจไปเลย ฮูหยิน เชื่อข้าเถอะ" ลู่จินกล่าวขึ้นอย่างปลอบใจ เพราะเห็นว่า จะได้เวลาออกเดินทางเเล้ว หากยังอยู่ในสภาพเช่นนี้ เวลาเดินทางจะยืดยื้อออกไป
"ท่านพ่อ...ข้าไม่ไปได้ไหม..เ้าคะ" ซูหลินกล่าวออกมา เหมือนเริ่มทำใจที่จะออกจากจวนนี้ไปไม่ได้ ที่ผ่านมานางอยู่ ในอ้อมอกของบิดามารดามาตลอด จู่ๆต้องจากไปไกลแบบนี้ นางรู้สึกว่าเริ่มทำใจลำบาก
"ซูหลิน..เ้าฟังพ่อ..เ้าต้องไปรักษาตัวที่นั้น..พอเ้าหายดี..ก็ค่อยกลับมา...พ่อกับแม่จะรอเ้าอยู่ที่นี่..เ้าต้องเชื่อฟังพ่อ" ลู่จินกล่าวอธิบาย ให้ซูหลินฟัง เพื่อให้นางยอมรับที่จะต้องไปรักษาตัวที่นั่น
"ใช่! ไปเถอะ..ซูหลิน.. เ้าต้องเชื่อฟังท่านพ่อ...รอให้เ้าหายดี..พ่อกับแม่จะรอเ้ากลับมา...เข้าใจไหมเ้าต้องหายดีแน่นอน..เ้าไม่ต้องกินยาพวกนั้นอีก" ผู้เป็มารดากล่าวอย่างเห็นด้วย ที่ลู่จินกล่าวมาทั้งหมด เพราะตอนนี้นางเริ่มทำใจได้บ้างแล้ว
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ต้องดูเเลตัวเองให้ดี รอลูกกลับมานะ เ้าค่ะ" ซูหลินกล่าวขึ้น พลางเข้าไปกอดคนทั้งสอง
เว่ยอิงที่เห็นภาพดังกล่าว ทำให้อดห่วงผู้เป็นายหญิงน้อยไม่ได้ นางเข้าไปใกล้แล้วยื่นย่ามที่เตรียมเสื้อผ้าและของใช้ไว้ และ กล่องขนมเล็กๆที่ซูหลินชื่นชอบ ครั้งนี้เว่ยอิงไม่ได้ติดตามไปด้วย เนื่องจากใต้เท้าลู่จินสั่งไว้ ไม่อยากให้คนไปมาก จนเป็ที่สังเกตของบุคคลภายนอก
"คุณหนู...นี่คือเสื้อผ้า ของใช้ และนี้คือขนมที่คุณหนูชอบ..บ่าวได้จัดเตรียมให้แล้ว..ครั้งนี้บ่าวไม่ได้ติดตามคุณหนูไปด้วย..คุณหนูต้องดูแลตัวเองให้ดีนะ เ้าค่ะ" เว่ยอิงพูดพลาง พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา พร้อมกับเข้ากอดซูหลิน การไปครั้งนี้ทำให้นางอดคิดถึงซูหลินไม่ได้เลย เพราะที่ผ่านมาเว่ยอิงก็เปรียบเสมือนพี่สาวของนางก็ว่าได้
"ขอบใจนะ พี่เว่ยอิง...เ้าต้องดูเเลตัวเองให้ดี..ข้าฝากดูแลท่านพ่อท่านแม่ด้วย"
เว่ยอิงพยักหน้ารับปาก ตอนนี้นางไม่อยากกล่าวอะไรออกมาอีก เพราะกลัวว่าจะร้องไห้ต่อหน้าซูหลิน เลยพยายามกลั้นความรู้สึกเอาไว้
"ซือหยวน...เ้าต้องดูแลน้องให้ดี...ระหว่างทางเ้าต้องระมัดระวังตัว...การเดินทางครั้งนี้อย่าได้ทำตัวเปิดเผยเป็อันขาด ไปถึงที่นั่นเ้าอย่าได้ประมาทเด็ดขาด"
ลู่จินสั่งบุตรชายด้วยความเป็ห่วง ความปลอดภัยของคนทั้งสอง การเดินทางไปครั้งนี้เขาคิดว่าน่าจะมีอะไรซ่อนอยู่ สำนักเขาเทียนซานที่เคยเปิดแต่บัดนี้กลับปิดตัวลง และเป็สถานที่ ที่มีบ่อน้ำพุสมุนไพร ประกอบคำพูดหมอจงหลีในวันนั้น การเข้าไปในที่ดังกล่าวน่าจะยาก ต้องใช้ความระมัดระวังและรอบคอบ เช่นนี้ก็นับว่าเป็การเดิมพันที่เสี่ยงพอควร เขาอดที่จะเป็ห่วงไม่ได้
"ได้เวลาแล้ว...รีบเดินทางเถอะ" ลู่จินกล่าวขึ้น เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว ที่พวกเขาจะต้องออกเดินทาง
ซูหลินและซือหยวนกล่าวร่ำลา ก่อนที่จะออกจากจวน แล้วเดินตรงไปรถม้าที่รออยู่หน้าจวน
บรรยากาศที่เงียบสงบภายในรถม้า ซือหยวนเห็นสีหน้าน้องสาวที่ดูเศร้าสร้อย เลยเอ่ยขึ้น
"ทำไม..เ้าถึงได้เงียบล่ะ...เป็อะไร..ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า" ซือหยวนเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นคนตรงหน้านั่งนิ่งมาตลอด แถมดูใบหน้าตอนนี้ยังดูซีดเซียวอีกเลยอดที่จะถามไม่ได้
"น้องไม่เป็อะไร...พี่ไม่ต้องเป็ห่วง"
"ไม่เป็อะไร..ก็ดีแล้ว...ครั้งก่อนพี่ได้ข่าว..ว่าเ้าเกิดใจนเป็ลมหมดสติไป พี่เลยกลับมาเยี่ยมเ้า ตอนนั้นเ้ายังสลบ ไม่ได้สติอยู่เลย"
"พี่กลับมา...เยี่ยมน้องด้วยเหรอ...น้องก็คิดว่าพี่จะลืมน้องคนนี้ไปแล้ว"
"พี่จะลืม....เ้าได้อย่างไรกัน พี่ยังคิดถึงเ้าอยู่เสมอ...พี่ต้องเล่าเรียนวิชาเลยไม่มีเวลาว่าง" ซือหยวนกล่าวพลาง นึกย้อนไปถึงอดีต ตอนนั้นเขาต้องไปศึกษาเล่าเรียนที่สำนักศึกษาฟานหยาง ก่อนเขาจะออกเดินทาง ซูหลิน่นั้นวัยเพียงเจ็ดขวบ จับเกาะขาของเขาไว้แน่น แถมร้องไห้ฟูมฟายไม่ให้เขาไป จนเขาต้องหลอกล่อด้วยขนมนางถึงจะยอมปล่อย
"แล้ว..พี่กลับมาคราวนี้..ต้องไปเล่าเรียนต่อไหม"
"พี่กลับมาคราวนี้..เพื่อเ้าโดยเฉพาะ...พี่ลาหยุดกับอาจารย์แล้ว เสร็จธุระของเ้าแล้ว พี่ต้องไปเล่าเรียนต่อ"
"น้องคงรบกวน...พี่สินะ"
"เ้าอย่าได้คิดมากไป...เ้ารอดมาได้ครั้งนั้นถือว่าโชคดีแล้ว เื่เเค่นี้ไม่ถือว่าเป็การรบกวน"
"โชคดีอย่างไรกัน..โชคร้ายมากกว่า...พอฟื้นขึ้นมาก็ต้องกินยาขมๆนั้น..พี่ไม่รู้หรอกว่าข้าเบื่อยานั้นจะแย่อยู่แล้ว แถมตอนนี้ต้องห่างไกลบ้านไปรักษาที่ ที่ไม่เคยไปอีก รู้สึกว่าโชคร้ายจริงๆ" ซูหลินกล่าวอย่างเบื่อหน่าย
"แบบนั้น...เขาเรียกว่าคราวเคราะห์ของเ้า..ไม่มีใครโชคดีไปตลอดและคงไม่มีใครจะโชคร้ายไปตลอดหรอก...ไม่เเน่...เ้าไปรักษาตัวที่นั่น นอกจากเ้าจะหายป่วยแล้ว..พี่เชื่อว่าจะมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นกับเ้าแน่นอน" ซือหยวนพูดอย่างปลอบใจ พลางเปิดผ้าม่านเพื่อสำรวจดูรอบนอก
"ที่นี่...เป็ป่าเขา...เราออกมาไกลจากตัวเมืองเจิงหนานแล้ว หากเ้าเหนื่อยก็นอนพักผ่อนเถอะ" ซือหยวนกล่าวพลาง หันหน้ามองน้องสาวที่ตอนนี้ นางพยักหน้ารับคำ ก่อนเอนหลังพิงผนักข้างๆ