เล็กน้ำ No.1

    ตอนที่ 93 ไม้กันหมา

             ดาราเฝ้ามองเล็กน้ำนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ จึงเหยียดริมฝีปากกล่าวขึ้น " เเม้พวกเราจะฝากชีวิตเอาไว้กับป่าเขา ไม่มีเเสงสีศิวิไลซ์ในยามค่ำคืน ถึงอย่างนั้นก็เถอะ จะดีที่สุด ถ้าเจ้าจะเริ่มต้นด้วยการพูดความจริงต่อกัน "

             " ง่ายขนาดนั้นเชียว " เล็กน้ำร้องโพล่ง ราวกับไม่เคยคาดหวังมาก่อนว่าสถานการณ์ที่ดูซับซ้อนจะคลี่คลายได้ง่ายดายเช่นนี้

             " ไม่หรอก ถ้าย้อนกลับไปสักสองสามปีก่อน บางทีข้าอาจจะมีคำตอบอีกเเบบหนึ่งให้เจ้าก็ได้ " ดาราดึงเก้าอี้มานั่งลงตรงข้ามกับเขา เเววตาระเเวดระวังเมื่อครู่ดูจะสงบลงมากเเล้ว

             " ว่าไงนะ เจ้าจะบอกว่าเคยมีคนเป็นเหมือนข้ามาก่อน " ริ้วรอยของความเคลือบเเคลงในถ้อยวาจาของอีกฝ่ายฉายชัดอยู่เเวบหนึ่ง ทว่าชั่วพริบตาถัดมา สีหน้าของเล็กน้ำพลันเเปรเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกจนปากคอสั่น เมื่อความคิดอันเเสนจะบ้าคลั่งได้ไหลทะลักเข้ามาในหัว ' หรือคนผู้นั้นอาจจะเป็น!? '

             " ใช่ เจ้าฉลาดดี "

             ชายหนุ่มสะกดกลั้นความตื่นเต้นไว้สุดชีวิต หลังปรับอารมณ์ให้มั่นคงได้เเล้ว จึงเอ่ยถามออกมา " ปัจจุบันนี้เป็นเดือนปีใดกัน เเล้วหมู่บ้านตั้งอยู่ที่ไหน ตอนนี้เจ้ามีแผนที่หรือไม่ "

             หญิงสาวเม้มปาก พลางกลอกตาให้กับคำถามรัวเป็นชุดของเขา นางวางมือลงบนโต๊ะ เริ่มเคาะปลายนิ้วไล่ลงไปทีละนิ้วเหมือนกำลังบรรเลงเปียโน " ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นช่วงกลางปี... สองห้าสามห้าละมั้ง ถ้าข้าจำไม่ผิดนะ "

             เล็กน้ำลอบสังเกตท่าทีของดารา พอนางยอมลดคมเขี้ยวดุร้ายลงเเล้ว เเม่เสือสาวตรงหน้าก็เหมือนเป็นคนละคนเลยทีเดียว เขาเเอบยินดีอยู่ลึกๆ ตั้งอกตั้งใจฟังนางบอกเล่าต่อไป

             " สำหรับเรื่องแผนที่ตาราง ข้าไม่ได้รับอนุญาตให้นำมาเปิดเผย มีเพียงผู้อาวุโสไม่กี่คนเท่านั้นที่มีอยู่ในครอบครอง " นางเว้นช่วงวาจาไปอึดใจหนึ่ง ครั้นฉุกคิดบางอย่างได้จึงเอ่ยต่อทันที " เเต่ข้าบอกเจ้าได้เเค่ว่า หมู่บ้านของเราอยู่ห่างจากเมืองหลวงของเหล่าทวยเทพเพียงหนึ่งล้านสามเเสนกว่าก้าวเท่านั้น "

             " ย้อนเวลามาตั้งสามสิบปี " เล็กน้ำลูบคางขณะพึมพำประโยคนั้นซ้ำๆ ทันใดนั้นหัวคิ้วของเขาก็เลิกสูง " หนึ่งล้านสามเเสนก้าว เมืองหลวง... เมืองหลวงของเหล่าทวยเทพ! "

             หลังจากเข้าอกเข้าใจกันได้ในระดับหนึ่ง เล็กน้ำก็พบว่าดาราช่างพูดช่างเจรจากว่าที่คิด เเม้จะนึกฉงนใจอยู่บ้าง เเต่กลับรู้สึกอับอายมากกว่า เพราะอาหารมื้อเเรกกับสาวสวยปานนางฟ้า ต้องจบลงด้วยการที่เขาเป็นฝ่ายคายความจริงออกมาจนหมดเปลือก ทันใดนั้น

             หนึ่งสำเนียงลึกล้ำก้องกังวาน

             ' ดารา... เจ้าจงนำทางหัวหน้าหมู่บ้านน้อย ไปทัศนา ' ธวัชปราการสี่วิญญาณ ' รอบหมู่บ้านเถิด เขารอคอยเจ้าอยู่นานเเล้ว '

             จู่ๆ หญิงสาวผู้เปี่ยมชีวิตชีวาก็ตัวเเข็งทื่อ ร่างบางนิ่งงันกระทันหันดั่งถูกสาปเป็นหิน นัยน์ตาคู่งามของนางหรี่เเสงลง ขณะที่คิ้วโก่งเรียวยาวย่นจนเป็นปม เล็กน้ำจับสังเกตได้เเต่เลือกเงียบไว้ ไม่ร้องถามสิ่งใด

             ลังเลอยู่เป็นเวลาสั้นๆ สีหน้าบึ้งตึงของดาราก็เเปรเปลี่ยนเป็นเเย้มยิ้มมีเลศนัยเมื่อได้เเลกสายตากับเขา แววตาคมกริบทอประกายหยาดเยิ้มทอดมองมา ชายหนุ่มเห็นเเล้วถึงกับสะดุ้งตัวเกร็ง พาให้ใจเต้นคร่อมไปครึ่งจังหวะ

             พลันโสตประสาทเเว่วเสียงเสนาะ " น้องชายที่ดี ต้องเชื่อฟังพี่สาวเข้าใจใช่ไหม "

             เบื้องหน้าเรือนชาน คณะชายหนุ่มจากภูผาตระหง่านยืนรอไกด์สาวอยู่นานเเล้ว นำทัพโดยทองพัน มีบุญรัมขนาบข้างด้วยท่าทางหันรีหันขวาง สารพัดเรื่องเล่าถูกมันขุดขึ้นมาเผาเวลารอคอยจนน้ำลายเเห้งขอด เเละบัดนี้มาถึงเรื่องสุดท้ายเเล้ว ถ้าดารายังไม่ออกมาอีกมีหวัง...

             เฮ้อ มาได้ซะที

             พอเห็นดาราออกมา ชายหนุ่มผิวขาวดุจปุยเมฆก็ฉีกยิ้มกว้าง เเลเห็นฟันขาวสะอาดเรียงสวย ทว่าประกายตาคมกล้าพลันขุ่นมัวลงในทันที เมื่อพบว่ามีเด็กหนุ่มอีกคนเดินตามมาด้วยดั่งส่วนเกิน " หวังว่าน้องดาราจะไม่ขัดข้อง ไปกันเถอะ "

             เจ้าชายเเห่งภูผาตระหง่านลอบใช้หางตาสั่งการเหล่าสมุนอย่างเเยบคาย คนรั้งท้ายได้ทีวางมือบนไหล่เล็กน้ำคล้ายอยากหยุดเขาเอาไว้ ส่วนที่เหลือกว่าครึ่งโหลก็รีบสาวเท้าตามมันไป เมื่อพบว่าหัวเเถวเดินห่างออกไปไกลเเล้ว มุมปากของมันจึงบิดโค้งขึ้น ก่อนจะตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ เป็นการขอบใจที่รู้ความ

             " ยังไม่รีบมาอีก "

             น้ำเสียงราบเรียบทว่าดุดันของดารายามเเว่วเข้าหู ทำเอาชายผู้นั้นอื้ออึงราวกับถูกฟ้าฟาด เล็กน้ำยิ้มเเห้ง ส่ายหน้าเล็กน้อย พลางทอดถอนใจ ว่าทำไมต้องเอาเขามาเกี่ยวด้วย เรื่องเเบบนี้เเค่ปฏิเสธไปไม่ได้หรือ

             เขาจำใจเร่งฝีเท้าขึ้นหน้าจนเเซงผ่านสมุนผู้นั้นของทองพัน มันเอาเเต่ตะลึงจนตัวเเข็งทื่อ " เจ้าไม่สบายอยู่นะ ตามมาให้ดี เเล้วอย่าอยู่ห่างจากข้ามากนัก "

             ความเพียรพยายามอีกหลายครั้งหลายหน หวนเข้ามาหลอกหลอนเล็กน้ำไม่จบไม่สิ้น มิหนำซ้ำพวกมันยังลอบสมคบคิดกับบุญรัมอย่างลับๆ หมายจะเเยกคนทั้งคู่ออกไปจากกลุ่มให้จงได้

             ค่ำคืนนี้มีผี!

             เขาแอบเย้ยหยัน

             เล็กน้ำทั้งเหนื่อยหน่ายเเละจนใจ เรื่องราวรักใคร่ทำนองนี้ ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในอดีต หรือก้าวผ่านไปสู่อนาคต ล้วนไม่มีอันใดเเตกต่างกัน หนุ่มสาวย่อมได้รับการสืบทอดประสบการณ์จากคนรุ่นก่อน ฉันใดก็ฉันนั้น เเต่ดาราใช้งานเขาหนักมาก ไม้กันหมาท่อนนี้ต้องตามติดข้างกายนางไปทั้งคืนอย่างเเน่นอน

             ยามใกล้ค่ำ ความดำมืดค่อยๆ ชโลมลงมาทีละน้อย พาให้ท้องนภาจำต้องยอมจำนน ทว่าเบื้องหล้งทิวเขาใหญ่ตรงปลายฟ้า ยังพอมีเเสงรำไรให้เห็นอยู่บ้าง เเม้หมู่บ้านเล็กๆ ในอ้อมกอดของขุนเขาเเห่งนี้ จะเงียบงันจนบางทีเขาเองยังรู้สึกหวาดกลัว เเต่ในบางเวลาเเละอารมณ์ความรู้สึกที่ไหลผ่าน มันก็น่าลงหลักปักถิ่นฐานมากจริงๆ

             ภาพเรือนไม้ทุกหลังได้ผ่านตาของชายหนุ่ม สร้างขึ้นอย่างมั่นคงเเข็งเเรง เสาเรือนเเต่ละต้นล้วนใช้ลำไม้ใหญ่ยกมาทำทั้งดุ้น ทุกครัวเรือนมีสายน้ำตกใสสะอาดไหลผ่าน หากไม่ตัดผ่านหน้าบ้าน ก็จะวกอ้อมโอบไปทางด้านหลัง

             ด้วยความสนใจ เล็กน้ำเฝ้าดูวิถีความเป็นอยู่เมื่อครั้งอดีตด้วยความชื่นชม สามสิบกว่าปีก่อน พวกเขาได้ฟันฝ่าคืนวันมาในรูปเเบบนี้นี่เอง เรียบง่ายเเละอดทน

             " มืดเเล้ว " เขาเเหงนหน้ามองฟ้ามืดมิด ราวกับมันเป็นสัญญาณอำมหิตที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์

             เมื่อเป็นเช่นนี้ มันช่างดูสอดคล้องกับใบหน้าเปื้อนฝุ่นของชาวบ้านตามรายทาง เกือบทุกคนถูกความหวาดกลัวจับจิต ละเลงใส่สีหน้าให้มืดครึ้มหมองหม่น เเม่หอบลูกเต้าเข้าบ้าน ส่วนพ่อก็แบกเครื่องมือเครื่องไม้พะรุงพะรังรีบเร่งผ่านหน้าเขาไป ตอกย้ำว่าในไม่ช้าหมู่บ้านที่เคยครึกครื้นเเห่งนี้ จะถูกอำนาจเเห่งรัตติกาลเข้าบงการอย่างสมบูรณ์

             นับตั้งเเต่ไอหมอกโลหิตเข้าจู่โจมในครานั้น เหตุการณ์ตื่นตระหนกลนลานในยามพลบค่ำ ได้กลายเป็นเรื่องปกติไปเสียเเล้ว เมื่อมีผู้รอดชีวิต ย่อมต้องมีผู้สละชีพตกตายไป วิถีเเห่งความเป็นอยู่ของชาวบ้านป่าใกล้ปืนเที่ยงเเม้จะดูเรียบง่าย ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยสัจธรรมอันลึกซึ้งให้ได้คิดคำนึง

             เรือนไม้ทุกหลังล้วนสว่างไสวด้วยเเสงจากคบใต้จุดไว้ตรงชายคา เเละเเสงสลัวสีเหลืองนวลยิ่งขับเน้นใบหน้าของดาราให้ยิ่งน่าดึงดูดอย่างประหลาด เล็กน้ำลอบชำเลืองมองทองพันเป็นระยะ พลันพบว่าเจ้านั่นเเทบไม่อาจละสายตาไปจากใบหน้าสวยสะพรั่งของดาราได้เลย

             ธวัชปราการทางทิศใต้ของหมู่บ้าน คือจุดเเรกที่ดารานำพาอาคันตุกะต่างถิ่นมาถึง

             ปราการพยัคฆา!

             ท่ามกลางเเสงจันทร์สีเงินยวง เล็กน้ำพินิจมองปราการพยัคฆาด้วยความเงียบงัน สิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่เบื้องหน้านี้ แผ่ซ่านพลังอำนาจเเห่งความเข้มขลังออกมารอบทิศทาง ราวกับมีมนต์มายาลึกลับ ถักทอเเละเข้าโอบล้อมมันเอาไว้อย่างยากอธิบายได้

             เเต่ในสายตาของเขา สิ่งนี้ดูคล้ายกับกระโจมขนาดยักษ์มากกว่า มันถูกค้ำยันด้วยโครงไม้สูงใหญ่เทียบเท่าตึกสองชั้น ฐานล่างเป็นทรงกรวย ปลายยอดเเหลม มีผ้าทอสีดำสนิทปกปิดมิดชิด

             จากปราการพยัคฆาทางทิศใต้ สู่ปราการอสรพิษขาวทางทิศตะวันออก ปราการมหิงสาตะวันตก ก่อนจะไล่เรียงมาถึงด่านสุดท้ายปราการมฤคทิศเหนือ ทุกปราการมีรูปแบบคล้ายคลึงกันทั้งหมด จะเเตกต่างกันเพียงลวดลายอักขระบนผ้าคลุมผืนใหญ่เท่านั้น เเละลานกว้างหน้าอาศรมของผีไร้หน้า เป็นจุดสิ้นสุดของการเที่ยวชมในครั้งนี้พอดิบพอดี

             ยามนี้จันทร์จรัสเเจ่มฟ้าบอกเวลาว่าเลยสองทุ่มนานเเล้ว สองศรีพี่น้องจึงทำทีจะปลีกตัวไป ทว่ายังไม่ทันที่เรียวปากสีชมพูอ่อนจะได้กล่าวลา ทองพันกลับหรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากยกเฉียงเป็นรอยยิ้ม พลางสะบัดคางเบาๆ ให้บุญรัมเหมือนรู้กัน

             " ฮ่า! ฮ่า! เจ้าเด็กน้อย " ไม่ทันได้ตั้งตัว ท่อนเเขนกำยำของบุญรัมก็ล็อกรวบเล็กน้ำเอาไว้หนาเเน่น จากนั้นมันเอ่ยเสียงดังอย่างอารมณ์ดี " มาทางนี้เลยไอ้น้องรัก ขอข้าดูหน่อยเถอะว่าเจ้าหายดีเป็นปกติเเล้ว "

             ควับ!

             ขึ้นหน้าได้เพียงสามก้าว เล็กน้ำก็ถูกคันธนูเหวี่ยงเข้าคล้องศีรษะจนตัวงอ เเรงยื้อฉุดระหว่างดึงดันจะไปกับรั้งไว้จากด้านหลัง ทำเขาไอเเค่กๆ ยักเเย่ยักยันอยู่นาน ทว่าสุดท้ายเป็นน้ำเสียงราบเรียบตวัดกล่าวออกมาอย่างเฉียบขาด " ตามข้าเข้าบ้าน "

    คล้ายกับเรื่องเล็กน้ำ No.1 ที่คุณอ่าน