“เจ้าแดงน้อย?’’ทุกคนที่เห็นแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น มังกรตัวนี้ทรงพลังซะขนาดนั้นแต่ไหงคุณกลับตั้งชื่อน่ารักน่าเอ็นดูให้กับมันแบบนั้น
อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เลิกสนใจและอดชื่นชมไม่ได้แววตาของพวกเขาในเวลานี้มองไปที่ภาพวาดด้วยความอัศจรรย์ใจมันเป็นไปได้อย่างไรที่สิ่งนี้ทําให้พวกเขารู้สึกราวกับถูกดึงไปอีกโลก
สุดท้ายทุกคนก็ฮือฮากันยกใหญ่
“สมแล้วที่มีราคาถึงสี่พันล้านหยวน!’’
“จริงสิถ้าฉันรํ่ารวยแบบประธานโม่นั้นฉันจะซื้อมาประดับที่บ้านเลย!’’
“อือ!น่าเสียใจจริงๆที่พวกเราไม่มีปัญญา!’’
“...’’
เมื่อเวลาผ่านไปความตกตะลึงก็ค่อยๆแปรเปลี่ยนเป็นความชื่นชมไม่ต้องสงสัยเลยว่าชายหนุ่มคนนี้มีความสามารถเหนือกว่าประธานโม่อย่างเห็นได้ชัด
ดังนั้นเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยโม่เสียมจึงให้ทุกคนกลับไปและเหลืออยู่ไว้แค่ยิปซีกับมู่หลินส่วนตู่โอหยันนั้นแม้เขาจะไม่ทราบว่าอีกฝ่ายเป็นลมไปได้อย่างไร แต่เขาก็ได้ให้คนส่งอีกฝ่ายกลับไปยังตระกูลตู่แล้ว
โดยไม่รอช้าโม่เสียมก็ประสานมือไปยังชายหนุ่มทันที
“วันนี้โม่เสียมผู้นี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับชมการวาดของผู้อาวุโสอย่างไรก็ตามด้วยความที่ฝีมือไม่ถึงขั้นโม่เสียมผู้นี้จึงไม่อาจรู้ว่าภาพวาดนี้มันอยู่ในระดับไหนไม่ทราบว่าผู้อาวุโสจะช่วยไขขอกระจ่างให้แก่โม่เสียมผู้นี้ได้หรือไม่?’’
สําหรับเขาแล้วเขาไม่ได้รับถือใครที่อายุ แต่เขานับถือที่ฝีมือดังนั้นคนที่มีฝีมือและประสบการณ์มากกว่าเขาคนพวกนั้นย่อมเป็นอาวุโสอย่างไม่ต้องสงสัย ชายหนุ่มเองก็เช่นกัน
ยิปซีก็ไม่ได้ประหลาดใจเลยเขารู้สึกเหมือนกับชายชรา เพราะชายหนุ่มนั้นมีความสามารถที่น่าทึ่งเกินไปบางทีเขายังอดคิดไม่ได้เลยว่าอีกฝ่ายเป็นร่างจําแลงของยอดเซียนคนหนึ่งกลับชาติมาเกิด
ต่อหน้าคําถามมู่หลินเพียงยิ้มๆ “ภาพวาดแห่งการรังสรรค์คือจุดสูงสุดของภาพวาดธรรมดาอย่างไรก็ตามจุดสูงสุดที่แท้จริงนั้นไร้ขอบเขตและไม่อาจประเมินได้เพราะทุกสิ่งทุกอย่างสามารถพัฒนาได้เสมอ ดังนั้นการวาดเองก็เช่นกันส่วนภาพวาดที่ผมวาดให้คุณนั้นถูกเรียกว่าภาพวาดแห่งจิตวิญญาณมันเป็นการวาดที่ทําให้ภาพมีจิตวิญญาณดั่งสิ่งที่วาด!’’
“มีจิตวิญญาณดั่งสิ่งที่วาด?’’ โม่เสียมและยิปซีอึ้งหากเป็นอย่างนั้นจริงนั่นไม่ได้หมายความว่ามันเปรียบเสมือนสิ่งมหัศจรรย์หรอกเหรอ?
น่าทึ่งเกินไปแล้ว!
“ดังนั้นจึงไม่แปลกที่พวกคุณจะรู้สึกได้ถึงความน่าเกรงขามจากมัน…’’มู่หลินยังคงพูดต่อก่อนยิ้ม “เอาล่ะทีนี้คุณก็โอนเงินมาให้ผมได้แล้ว….’’
พูดจบเขาก็ยื่นเลขบัญชีที่จดไว้ให้กับชายชราอย่างรวดเร็ว
แม้โม่เสียมจะชักไปบ้างแต่เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะรับมันมาและโอนทันทีเพราะในสายตาของเขาแล้ว ภาพวาดเจ้าแดงน้อยนั้นมีค่ามากมายนักเผลอๆอาจจะเป็นหมื่นล้านก็ได้ ดังนั้นแค่สี่พันล้านย่อมคุ้มค่าแล้ว
ยิปซีก็อดอึ้งอีกครั้งไม่ได้คนพวกนี้ช่างคนใหญ่คนโตเสียจริงไม่งั้นคงไม่สามารถโอนเงินระดับพันล้านได้ง่ายๆเช่นนี้
“ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วผมไปล่ะ!’’ เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่คิด มู่หลินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจแน่นอนว่าก่อนที่เขาจะไป เขาก็ได้รับการคารวะขอบคุณจากชายวัยกลางคน
มองไปยังชายหนุ่มที่จากไปทั้งสองคนก็อดมองหน้ากันไม่ได้
คนๆนี้ช่างน่าทึ่งจริงๆ!
…
“วันนี้ช่างโชคดีจริงๆ…’’ระหว่างที่นั่งรถแท็กซี่ มู่หลินยิ้มอย่างพึอใจทั้งๆที่เขาเพิ่งกลับมาเมืองหลวงเป็นวันแรกแท้ๆ แต่นี่กลับได้เงินมานับหกพันล้านหยวน
หากไม่ให้เรียกว่าโชคดีแล้วจะให้เรียกว่าอะไร?
ตรู๊ด...ตรู๊ด...ตรู๊ด
เมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมู่หลินก็ขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าวันนี้เขาจะมีงานเข้าอีกแล้วอย่างไรก็ตามเขาก็เลือกที่จะรับมัน เพราะเบอร์ๆนี้เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยดังนั้นจึงเป็นไปได้อย่างมากว่าจะเป็นลูกค้าอย่างผู้อํานวยการจ้าว
เป็นไปอย่างที่มู่หลินคาดเดาในวินาทีต่อมาเสียงของผู้อํานวยการจ้าวก็ดังขึ้น“แพทย์เทวะมู่ทั้งๆที่ผมเพิ่งเจอกันกับคุณไม่นานแท้ๆแต่เห็นทีผมต้องรบกวนคุณอีกแล้ว…’’
“อ้อไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องเงินนะ เรื่องนั้นเตรียมพร้อมเรียบร้อย!’’กลัวว่าชายหนุ่มจะทักท้วง ผู้อํานวยการจ้าวก็ไม่ลังเลเลยที่จะหัวเราะเสียงดัง
“แล้วคุณมีอะไรให้ผมช่วยล่ะ?’’ได้ยินเช่นนั้น มู่หลินก็ยิ้มอย่างพึงพอใจวันนี้มันช่างเป็นวันทําเงินสําหรับเขาจริงๆ
“พอดีผมมีคนไข้รายหนึ่งน่ะที่ป่วยเป็นโรคลึกลับบางอย่างดังนั้นพอผมนึกขึ้นได้ว่าคุณเป็นแพทย์แผนจีนผมก็คิดว่าคุณอาจจะรู้วิธีรักษาโรคของเขาก็ได้ดังนั้นหากคุณยังพอมีเวลาว่างอยู่บ้างผมอยากรบกวนให้คุณไปตามสถานที่นี้แล้วช่วยตรวจดูหน่อยได้ไหม…’’ผู้อํานวยการจ้าวจากอีกปลายทางฝืนยิ้ม
ติ๊ง
เห็นที่อยู่ที่ถูกส่งเข้ามาแม้มู่หลินจะไม่ค่อยรู้อะไรมาก แต่จากการที่ได้ยินนํ้าเสียงของอีกฝ่ายเขาก็รู้เลยว่ามันเป็นเรื่องโกหก แต่ก็เอาเถอะไหนๆอีกฝ่ายก็โทรมาแล้วเขาจะไปดูให้เสียหน่อย
อย่างน้อยก็คิดซะว่าทําเพื่อเงิน!
“ตกลงผมจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้!’’ คิดได้ มู่หลินก็ตอบตกลงทันที มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่จะมีโรคลึกลับบางอย่างที่ทางโรงพยาบาลไม่สามารถตรวจเจอยิ่งการที่ผู้อํานวยจ้าวเป็นคนดังอีกฝ่ายก็น่าจะต้องเคยให้แพทย์แผนจีนคนอื่นช่วยมาก่อนแล้วดังนั้นเหตุผลน่าจะมีมากกว่านั้น
ทางผู้อํานวยการจ้าวที่เห็นชายหนุ่มตอบตกลงก็โล่งอกตอนแรกเขานึกว่าจะไม่ได้ผลเสียแล้ว สุดท้ายก็ไม่ต้องกังวล
ไม่ช้าเวลาก็ผ่านไป รถแท็กซี่ก็ได้มาหยุดอยู่ที่สถานที่แห่งหนึ่ง
พอลงจากรถมาแล้วมองไปยังเบื้องหน้ามู่หลินก็พบเข้ากับคฤหาสน์ที่ไม่มีหน่วยรักษาความปลอดภัยเขาจึงเดินเข้าไปผ่านเส้นทางตรงหน้าอย่างสบายๆ
เวลาเดียวกันภายในห้องโถงใหญ่ หลังจากที่เพิ่งวางสายจากผู้อํานวยการจ้าวไปได้ไม่นานใบหน้าของโยวเก้อก็เผยให้เห็นถึงรอยยิ้ม “มี่น้อยหลานไปพาเขามาหน่อยซิ…’’
“ได้ค่ะปู่!’’โยวมี่พยักหน้าอย่างตื่นเต้น เธอตื่นเต้นเป็นอย่างมากในแผนการของปู่ โดยไม่รอช้าเธอก็รีบเดินออกไป
เมื่อมาถึงและเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่กําลังเดินเข้ามาโดยไม่มีท่าทางประหม่าเลยแม้จะประหลาดใจโยวมี่ก็ยังคงส่งเสียงเรียกเขา “เฮ้ ทางนี้!’’
“เธอคนนี้…’’เห็นว่าเป็นคนเดียวกันกับที่ตลาดพนันหิน มู่หลินก็พึมพําอย่างประหลาดใจดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะมีบางอย่างเสียแล้ว
“ถึงเราจะพอได้ยินชื่อของกันและกันมาบ้างแล้วแต่ฉันจะแนะนําตัวอีกทีฉันโยวมี่ยินดีที่ได้รู้จัก!’’ โยวมี่ยิ้มหวานทักทายแล้วยื่นมือออกไป
“ฉันมู่หลิน!’’มู่หลินเอ่ยตอบด้วยนํ้าเสียงราบเรียบก่อนยื่นมือออกไปเช่นกันเพียงแต่เขาจับแป๊บๆแล้วก็ปล่อย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทําเอาโยวมี่ผงะปกติเวลาผู้ชายคนไหนได้จับมือเธอ พวกเขามักจะโฉยโอกาสและจับให้นานที่สุด
แต่ชายหนุ่มคนนี้มันอะไรกัน!
เขาคงไม่ได้เป็นเกย์ใช่ไหม?
อย่างไรก็ตามโยวมี่เลิกสนใจเรื่องนั้นและนําทางชายหนุ่ม
ภายใต้การนําทางมู่หลินก็มาถึงหน้าประตูของห้องโถงใหญ่ ทว่าเมื่อเขาก้าวตามหญิงสาวเข้าไปทันใดนั้นที่เบื้องหน้าบนอากาศ เข็มพลังชี่สีเขียวขจีมากมายก็ปรากฏพวกมันลอยอยู่บนอากาศอย่างทรงพลังและน่าเกรงขาม
วูบ!
ฉับพลันก่อนที่มู่หลินจะได้ทําอะไรพวกมันก็ลอยพุ่งเข้ามาหาเขาโดยหมายจะโจมตีถึงชีวิต
เห็นอย่างนั้นมู่หลินก็หัวเราะหึๆเขาเข้าใจได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
จะทดสอบความแข็งแกร่งของฉันใช่ไหม?
ย่อมได้!ฉันจะแสดงให้เห็นจนเป็นที่ประจักษ์เอง!