หากบอกว่าศิลปะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเป็นลูกเตะแห่งสัจธรรมแล้วเคล็ดกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมไม่พ้นบัญญัติศักดิ์สิทธิ์เก้าโกลาหลวิบัติจักรวาลอาจบอกได้ว่ามันเป็นกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดและถูกพัฒนาโดยมีต้นแบบของกระบวนท่าต่างๆหลอมรวมเข้าด้วยกันผลสุดท้ายมันก็ได้กลายเป็นเคล็ดกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด
ไม่ว่าจะเป็นบทไหนก็แล้วแต่เพียงใช้มันออกมาหนึ่งกระบวนท่า ดาราจักรจะต้องโกลาหล จักรวาลจะต้องวิบัติสุดท้ายแล้วก็เป็นไปตามชื่อของมัน ไม่ว่าผู้ใช้จะแข็งแกร่งหรืออ่อนแอตราบใดที่สามารถฝึกสําเร็จและใช้มันได้ซักกระบวนท่าเพียงแค่นั้นก็เกินพอแล้วที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่ง
ผู้แข็งแกร่งดั่งความศักดิ์สิทธิ์ที่เกินเอื้อม!
มู่หลินที่เห็นว่าหว่อเฉินเป็นผู้บ่มเพาะประเภทต่อสู้ด้วยกระบวนท่าจึงตัดสินใจมอบสิ่งนี้ให้แน่นอนว่าถึงเขาจะถ่ายทอดให้อีกฝ่ายไปแล้ว แต่อีกฝ่ายก็ต้องฝึกฝนมันด้วยตัวเองเพราะมันก็คล้ายๆกับเคล็ดพลังเทวะวิบัติ สําคัญเลยมันเป็นการฝึกฝนที่ยากยิ่งกว่าดังนั้นเพียงฝึกสําเร็จก็บอกได้เลยว่าจะไม่มีใครสามารถต้านทานได้
ปัจจุบันหลังจากที่ถ่ายทอดเคล็ดกระบวนท่าให้หว่อเฉินแล้วมู่หลินจึงถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจในการต่อสู้ให้อีกฝ่ายเพิ่ม
ด้วยเหตุนี้เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นหว่อเฉินที่ตระหนักรู้ก็พลันมีสีหน้าตกตะลึงถึงขีดสุด ไม่ช้าร่างกายของเขาก็สั่นสะท้าน มันเป็นการสั่นที่ตื่นเต้นอย่างแท้จริง
ตุบ!
ไม่ช้าหว่อเฉินก็ทรุดตัวลงแล้วประสานมือไปยังชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่ลังเลเห็นได้ชัดว่าเขาต้องการคารวะอีกฝ่ายเป็นอาจารย์
“ยืนขึ้นตอนนี้คุณยังเป็นนักเรียนของผมอยู่ เพราะอย่างนั้นไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ผมจะยังไม่รับคุณเป็นศิษย์’’ มู่หลินเพียงแค่ประหลาดใจแล้วยิ้มอ่อนให้กับอีกฝ่ายสําหรับเขาแล้วการจะรับศิษย์มันขึ้นอยู่กับโชคชะตาสําคัญเลยคือตอนนี้อีกฝ่ายเป็นนักเรียนของเขา ดังนั้นแม้ฐานะจะต่างกันแต่ก็ยังเปรียบเสมือนกันเพราะอย่างนั้นตอนนี้จึงยังไม่มีความจําเป็นให้รับอีกฝ่ายเป็นศิษย์
แน่นอนว่าคนอื่นๆก็เช่นกัน!
ด้านหว่อเฉินที่ได้ยินก็นึกว่าถูกปฏิเสธแต่พอได้ยินประโยคพูดช่วงหลัง เขาก็ดีใจดูเหมือนสิ่งที่เขาต้องทําก็แค่เรียนให้จบมัธยมแล้วก็สามารถเป็นศิษย์ของชายหนุ่มคนนี้ได้
ชายหนุ่มผู้น่าทึ่ง!
สําหรับหว่อเฉินแล้วเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นไปนั้นเป็นอะไรที่น่าตกตะลึงมากโดยเฉพาะการได้รับความรู้และเคล็ดกระบวนท่าที่น่าสะพรึง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าเขาเป็นศิษย์ของอีกฝ่ายเขาจะต้องแข็งแกร่งมากขึ้นอย่างแน่นอนเพราะอย่างนั้นในตอนนี้เขาจึงยืนขึ้นแล้วประสานมือใหม่ “ขอบคุณครับคุณครู’’
มู่หลินพยักหน้าอย่างพึงพอใจก่อนครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วถามออกไป“คุณรู้จักนักเรียนคนอื่นๆไหม?’’
ตอนนี้นักเรียนที่เขาไปเชิญด้วยตัวเองมีเพียงห้าคนเพราะอย่างนั้นยังขาดอีกยี่สิบคนที่จะต้องเดินทางไปหาไม่อย่างนั้นแล้วคงมีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่าพวกเขาจะมาเรียนกันตอนไหน
หว่อเฉินที่ได้ยินและพอเดาได้ว่าคุณครูของเขาต้องการตามตัวทุกคนให้กลับมาเรียนก็ไม่กล้ารีรอเขารีบบอกเกี่ยวกับสถานที่อยู่ของแต่ละคนที่พอรู้ออกไปอย่างรวดเร็ว
“โจวเซวียน?ดูเหมือนผมต้องไปหาเขาก่อนสินะ’’ หลังจากที่ได้รู้มู่หลินก็พูดขึ้นเพราะสถานที่ๆอยู่ใกล้ที่สุดในตอนนี้ก็คือสถานที่ของโจวเซวียนดังนั้นเขาคงต้องไปหาทีละคนตามลําดับ
“คุณครูให้ผมไปแทนจะดีกว่าไหม?’’ได้ยิน หว่อเฉินก็กลอกตา สําหรับโจวเซวียนแล้วเขาก็ไม่ได้สนิทกับหมอนี่มากเท่าไหร่อย่างไรก็ตามหมอนี่ค่อนข้างไว้หน้าเขาอยู่พอสมควร เพราะอย่างนั้นถ้าเขาไปเองเรื่องราวทุกอย่างมันจะง่ายกว่าเดิม
“ไม่จําเป็นคุณอยู่ที่นี่แล้วฝึกฝนไปเถิด’’ มู่หลินที่ได้ยินก็ส่ายหัวนักเรียนของเขา เขาก็ต้องตามด้วยตัวเองเพราะอย่างนั้นเขาจะไปตามโจวเซวียนด้วยตัวเอง
เห็นอย่างนั้นหว่อเฉินก็ไม่สามารถพูดอะได้อีกนอกจากกล่าวลาอีกครั้งแล้วกลับเข้าหอพักชายไปมู่หลินเองก็เช่นกัน เขาเริ่มออกเดินทางไปตามจุดหมายอย่างรวดเร็ว
จากข้อมูลที่ได้ยินมาโจวเซวียนเป็นลูกหลานคนรํ่ารวยและมีผลการเรียนอยู่ในระดับดีทีเดียวด้วยเหตุนี้แม้เขาจะไม่มาเรียน มันก็ไม่เป็นปัญหาดังนั้นเวลาส่วนใหญ่ของเขาจึงนําไปใช้กับบ่อนพนันซะส่วนใหญ่
ใช่แล้ว!โจวเซวียนเป็นคนเสพติดการพนัน!
เสพติดจนเข้าเส้นเลือดก็ว่าได้!
แน่นอนว่ามู่หลินก็ไม่ได้คิดว่ามันแปลกอะไรเขาแค่รู้สึกประหลาดใจเท่านั้น เพราะจากที่ผ่านๆมานักเรียนของเขามีแต่พวกมีความสามารถโดดเด่นกันทั้งนั้น แล้วแบบนี้ทําไมคนพวกนี้ถึงได้ไปอยู่ห้องสิบสองที่เป็นห้องยอดแย่ได้ล่ะ?
คงไม่ได้อยากเป็นเสือซ่อนเล็บกันหรอกใช่ไหม?
…
ณบ่อนพนันชิงหยวน ที่นี่คือสถานที่บันเทิงแห่งหนึ่งในเมืองหลวงอาจบอกได้ว่าไม่ว่าใครก็ตามที่ต้องการก็สามารถเข้ามาได้เสมอทั้งนี้กฎเกณฑ์ก็ไม่ได้เข้มงวดอะไรมากเหมือนกับคาสิโนใหญ่ๆของโลกดังนั้นจึงสามารถมองเห็นได้ถึงกลุ่มนักเรียนและกลุ่มวัยรุ่นที่เข้ามาร่วมสนุก
ซึ่งในท่ามกลางพวกเขาโจวเซวียนก็เป็นหนึ่งในนั้น เขามีร่างกายสวมส่วนที่มาพร้อมกับหัวโล้นๆโล่งเตียนสําคัญเลยคือใบหน้าของเขานั้นเผยให้เห็นถึงรอยยิ้มยิงฟันที่มั่นใจเสมอ
และในปัจจุบันโจวเซวียนก็กําลังนั่งเล่นสล็อตแมชชีนอยู่เห็นได้ชัดว่ารอบๆเขาเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มองอย่างอิจฉา
“ฉันได้ยินมาว่าเขาใช้เทคนิคการคํานวนการออกรางวัลเพื่อเอาชนะระบบล่ะ’’
“อา...ถ้าฉันทําได้แบบเขาบ้างก็คงจะรวยเละไปแล้ว’’
“นั่นสินะ...เฮ้ย!ดูนั่นเร็ว! รางวัลกําลังจะออกอีกแล้ว!’’
“...’’
ขณะที่เหล่าผู้ชมสังเกตการพวกเขาก็บังเอิญสังเกตเห็นพอดีว่าเครื่องสล็อตแมชชีนตรงหน้ากําลังเกิดการเปลี่ยนแปลงพริบตา เสียงแจ้งเตือนที่ราวกับถูกรางวัลใหญ่ก็ดังขึ้น
กริ๊งๆ!กริ๊งๆ! กริ๊งๆ!
ทันใดนั้นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นว่าได้รางวัลใหญ่ก็ปรากฏใบหน้าของโจวเซวียนที่เห็นจึงเผยรอยยิ้มขึ้นมา
คนอื่นๆก็ได้แต่มองไปยังมันอย่างอิจฉาพวกเขารู้ดีเลยว่ารางวัลใหญ่เป็นรางวัลมูลค่านับแสนหยวนด้วยเหตุนี้พวกเขาก็ทําได้เพียงแค่กัดฟันมองดูอีกฝ่ายขึ้นเงินรางวัล
ครู่ต่อมาหลังจากขึ้นเงินรางวัลเสร็จ โจวเซวียนก็มานั่งที่หน้าสล็อตแมชชีนเครื่องใหม่ต่อมันเป็นเครื่องที่สามที่ถัดจากเครื่องที่สองที่เขาเพิ่งทําเงินไปแน่นอนว่าเขาใช้ระยะเวลาคํานวนมันราวๆแล้วหลายเดือนทีเดียวซึ่งคนอื่นอาจจะมองว่ามันง่ายแต่สําหรับตัวเขาแล้วมันเป็นการท้าทายและความตื่นเต้นอย่างหนึ่ง ดังนั้นในวันนี้เมื่อผลลัพธ์แห่งความพยายามออกผลเขาจึงได้เงินมานับสองแสนหยวนถึงอย่างนั้นเขาก็มีความตั้งใจที่จะเอาอีกแสนหยวนก่อนกลับด้วยเหตุนี้เขาจึงมานั่งที่สล็อตแมชชีนเครื่องที่สาม
อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะได้เริ่มเล่นเสียงๆหนึ่งก็ดังขึ้น “คุณคือโจวเซวียนใช่ไหม?’’
หันกลับไปโจวเซวียนก็พบเข้ากับชายหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาคนหนึ่ง เขาจึงอดถามออกไปไม่ได้“คุณเป็นใคร?’’
“มันไม่สําคัญว่าผมจะเป็นใครผมมาที่นี่ก็เพราะได้ยินชื่อเสียงเลื่องลือของคุณดังนั้นเรามาพนันกันหน่อยเป็นไง?’’ ถูกถาม ชายหนุ่มคนนั้นเพียงส่ายหัวแล้วส่งสายตาไปยังสล็อตแมชชีนอีกเก้าเครื่องที่เหลือด้วยความยั่วยุ
โจวเซวียนที่เห็นก็รู้ตัวทันทีว่าตัวเองถูกท้าทายดังนั้นด้วยความที่ว่าเขาเป็นคนชอบเล่นการพนันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาจึงไม่มีทางปฏิเสธการพนันครั้งนี้อย่างแน่นอนเขาพยักหน้าก่อนที่จะกลอกตาอย่างอยากรู้ “ย่อมได้!ว่าแต่มันเป็นการพนันแบบไหนล่ะ?’’