เจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน!

    ตอนที่ 39 วันวุ่นๆ ได้จบลงไปแล้วอีกวัน

    "ยิง!" เมื่อชายสวมหน้ากากตั้งสติได้แล้ว หนึ่งในนั้นจึงตะโกนลั่นออกมา


    ชายสวมหน้ากากคนที่เหลือ และกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้ยินคำสั่ง พวกเขาเตรียมที่จะลั่นไกใส่ฝูงชนภายในร้าน


    แบงงง!!!


    ทันใดนั้นก็เกิดแสงแฟลชสีขาววาบขึ้นมา จนทุกคนต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้าและหลับตาลงอย่างช่วยไม่ได้


    แม้ว่ากลุ่มชายสวมหน้ากากจะใส่หน้ากากกันอยู่ก็ตามที แต่มันก็ไม่สามารถป้องกันแสงแฟลชที่สว่างวาบขึ้นมาได้


    ตุบ! ตับ! เกร้ง!


    ภายใต้แสงแฟลชที่ขาวโพลน ไม่มีใครรู้หรือทราบได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทุกคนได้ยินแค่เพียงเสียงดังกระแทกและเสียงของเหล็กที่กระทบกันไปมาเท่านั้น


    หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่ แสงแฟลชค่อยๆ จางลง แต่สิ่งแรกที่ทุกคนได้เห็นคือมันคือภาพที่น่าเหลือเชื่อ จากเดิมกลุ่มคนที่สวมหน้ากากกำลังเอาปืนจ่อพวกวินเทอร์ แต่ในเวลานี้พวกเขาทั้งหมดถูกจับกดลงกับพื้นไม่แม้แต่ที่จะขัดขืนได้ โดยกลุ่มชายฉกรรจ์ร่างยักษ์ที่สวมหน้ากากปีศาจฮันเนีย


    "หน่วยยักษาประจำการ ข้าน้อยนรสิงห์ ยินดีรับใช้เจ้าเหนือหัวผู้ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเหนือสามโลก!" ชายผิวเข้มที่สวมหน้ากากยักษ์ครึ่งหน้า ได้เดินเข้ามาตะเบ๊ะให้กับวินเทอร์ด้วยความเคารพ


    "โดนไอพวกเด็กบ้าพลังแย่งซีนไปหมด" น้ำเสียงที่กระเส่าเย้ายวนได้ดังขึ้นมา พร้อมปรากฏร่างของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่น่าลุ่มหลงของสาวใหญ่


    "ฮิฮิ คุณพิพลอย กว่าหน่วยของพวกผมจะได้เปิดตัว ขอพวกผมได้โชว์ให้บอสได้เห็นถึงความสามารถหน่อยสิครับ เผื่อจะได้มีบทในตอนถัดไป" นรสิงห์ฉีกยิ้มกว้างภายใต้หน้ากาก


    "เหอะ!" พิพลอยลากเก้าอี้มานั่งข้างวินเทอร์ด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดตามประสาคุณพี่วัยสามสิบกว่าๆ


    วินเทอร์ยิ้มจางๆ และมองไปยังกลุ่มตัวตลกที่กำลังลากศพของสี่โต๋ตัวต้นเรื่องตรงมาหาเขา ส่วนซัมเมอร์ที่เห็นพิพลอย เธอจึงกระโดดขึ้นไปนั่งตักและคลอเคลียออดอ้อน ซัมเมอร์นั้นเห็นพิพลอยไม่ต่างอะไรไปจากแม่ของเธอ เพราะถึงยังไงพิพลอยก็เป็นน้องสาวของแม่เธอ ทั้งสองจึงมีความคล้ายคลึงกันไม่น้อยซัมเมอร์เลยมองว่าพิพลอยเป็นแม่ของเธอคนหนึ่ง


    แต่ว่าหลังจากที่พวกเธอได้ผ่านค่ำคืนนั้นมา ความสัมพันธ์ของพวกเธอมันจึงดูงงๆ และยุ่งเหยิงอยู่ไม่น้อย...


    "แล้วจะเอาไงต่อ?" พิพลอยหันมาถามวินเทอร์


    "ฆ่าทิ้งให้หมดเลยครับ เค้นไปก็ไม่ได้อะไร เดี๋ยวพวกมันก็คงฆ่าตัวตายกันอยู่ดี" วินเทอร์ยักไหล่อย่างไม่แยแส


    เมื่อกลุ่มชายที่สวมหน้ากากและชุดคลุมดำได้ยินคำตัดสินของวินเทอร์ พวกเขาถึงกับเบิกตาโพล่งด้วยความตกตะลึง ไอเด็กบ้านี่มันจะโหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!


    "จะไม่สืบอะไรหน่อยเหรอ?" พิพลอยจ้องมองวินเทอร์ด้วยความงุนงง


    เธอไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อยเกี่ยวกับความคิดของวินเทอร์ ไม่ใช่ว่ามันต้องเหลือไว้สักคนเพื่อสอบปากคำหรอกหรือ? แน่นอนว่ากลุ่มคนชุดคลุมก็คิดแบบเดียวกับพิพลอย อย่างน้อยให้พวกเขาได้ขัดขืนต่อต้าน และล้อหลอกสักหน่อยก่อนตายก็ยังดี


    แต่นี่มันอะไรวะ? ฆ่าพวกเขาทิ้งเลยอ่อ?!?! ไม่คิดจะพูดคุยสอบปากคำอะไรหน่อยเลยหรือไง พี่ท่านจะข้ามไปหลายฉากไปแล้วนะ!


    ฉึก! ฉึก! ฉึก!


    หน่วยยักษาที่จับบรรดาชายที่สวมหน้ากากไว้กับพื้นอยู่ ลงมีดสังหารเพื่อปลิดชีพพวกเขาทันที ไม่แม้แต่จะขัดขืนหรือได้พูดจาตอบโต้อะไร เป็นการตายที่ทิ้งความคาใจมากที่สุดในชีวิตนักฆ่าอย่างพวกเขาแล้ว


    "..."


    วินเทอร์ที่เห็นทุกคนนิ่งเงียบ จึงพูดขึ้นมาเปรยๆ ว่า "Comalies"


    "?"


    "แค่องค์กรนักฆ่ากลุ่มหนึ่งเท่านั้น ขอแค่เงินถึงพวกมันจะรับงานทุกรูปแบบ" วินเทอร์พูดอย่างไม่แยแส เหมือนกับว่าองค์กรนักฆ่ากลุ่มนี้ไม่อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย


    "แล้วเป้าหมายของพวกมันคือใคร แกหรือไอ้หนู?" พิพลอยหรี่ตามองวินเทอร์


    "ลองถามเธอดูสิ ไปทำให้ใครโกรธเคืองไว้หรือเปล่า? ไม่ก็อาจจะยังมีพวกหนูที่ยังเหลือรอดอยู่" วินเทอร์ส่งสายตาไปทางเอิงเอยที่กำลังเกาะแขนเมฆาด้วยความสั่นกลัว


    "ยัยหนูนี่เป็นใคร แฟนของเมฆา?" หลังจากที่พิพลอยเห็นเอิงเอยที่เกาะติดเมฆาอย่างแนบแน่น จึงถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


    ในฐานะที่เธอเป็นเจ้านาย ครูฝึกสอน และยังเลี้ยงเมฆามาด้วยตัวเองเหมือนแม่คนหนึ่ง ย่อมมีความสนิทสนมกับเมฆาไม่น้อย เธอจึงดูออกว่าลูกชายสุดเย็นชาที่คาดเดาได้ยากอย่างเมฆากับเอิงเอยต้องมีความสัมพันธ์อะไรบางอย่างแน่นอน


    "เธอเป็นลูกสาวของหัวหน้าตระกูลพัฒนโยธินครับ..." เมฆาเปิดเผยตัวตนของเอิงเอยอย่างไม่ลังเล


    ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังหรือเก็บเป็นความลับอะไรต่อหน้าพิพลอย เพราะเธอเป็นผู้มีพระคุณและเปรียบเสมือนแม่คนหนึ่ง และอีกอย่างหนึ่งคือถ้าตัวเขายังสืบข้อมูลมาได้ แล้วพิพลอยที่เป็นถึงผู้นำกลุ่ม The Clown จะไม่สามารถตามสืบข้อมูลของเอิงเอยได้เลยหรือ?


    "ตระกูลที่โดนเจ้าเด็กเหลือขอนี่ถล่มไปน่ะเหรอ?" พิพลอยพูดขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์


    เมื่อเธอนึกย้อนไปถึงเรื่องวันนั้น ช่วยไม่ได้ที่อยากจะมะเหงกหัวคุณชายเจ้าสำราญข้างเธอเหลือเกิน อายุแค่สิบห้าแต่ทำตัวเจ้าชู้คาสโนวาแต่เด็ก ได้หลานสาวเธอไปไม่พอ ยังจะแย่งตัวมือซ้ายของเธออย่างส้มไปอีก และสุดท้ายยังมาเล่นมนต์คุณไสยกับเธอจนได้ทั้งตัวทั้งใจไปครอบครองอีก คิดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วมันก็น่าหงุดหงิดใจไม่น้อย


    "ดูเหมือนว่าจะมีหนูที่ยังเหลือเล็ดลอดอยู่" แววตาของวินเทอร์เป็นประกายขึ้นมา


    เอิงเอยที่ได้ยินว่าตระกูลของเธอที่ทำลายโดยฝีมือของวินเทอร์ เธอรู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก ถึงแม้ว่าเอิงเอยจะรู้ว่าพวกวินเทอร์และเมฆาเป็นมาเฟีย แต่ตระกูลของเธอก็เป็นถึงหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองหลวง แต่ยังถูกทำลายหายไปในชั่วข้ามคืนพร้อมกับตระกูลใหญ่อีกตระกูลอย่างชัชวาลไพศาล


    เธออยากจะรู้จริงๆ ว่าเบื้องหลังของพวกวินเทอร์คือแก๊งมาเฟียกลุ่มไหนกัน หรือมันอาจจะเป็นแก๊งที่ครอบครองทั้งภาคตะวันออกอย่างแก๊งหงเหมิน?


    "อืม...ถ้านับจากช่วงเวลานี้ คงเป็นธามไทสินะและยังมีเจ้าบอสด้วยอีกคน" วินเทอร์ยิ้มอย่างเฉยเมย


    เอิงเอยบีบแขนเมฆาไว้อย่างแน่น เมื่อเธอได้ยินชื่อที่วินเทอร์พูดขึ้นมา ธามไทคือพี่ชายต่างแม่ของเธอและเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลคนต่อไป ส่วนบอสคือว่าที่ผู้นำตระกูลชัชวาลไพศาลและยังเป็นอดีตคู่หมั้นของเธอ


    "เมฆา"


    "ครับ คุณชาย" เมฆาขานรับอย่างเคร่งขรึม


    "จัดการให้เรียบร้อยละ" วินเทอร์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่มันกลับเต็มไปด้วยคำสั่งและอำนาจที่เด็ดขาด


    เมฆาเข้าใจดีว่าวินเทอร์หมายถึงสิ่งใด เพราะนี่ก็นับเป็นเรื่องของตัวเขาเองเหมือนกัน พี่เขยที่เป็นอริศัตรูและอดีตคู่หมั้น ไม่มีคำว่าปรานี มีแค่ไม่เจ้าตายก็ข้าม้วยเท่านั้น


    วินเทอร์ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเมฆาเลยแม้แต่น้อย ถึงสองคนนั้นจะเป็นคุณชายตระกูลใหญ่และมีคอนเนคชั่นกว้างขวาง แต่ก็เป็นได้แค่ลูกไก่ในกำมือเท่านั้น ถ้าเมฆายังไม่สามารถจัดการปัญหาเล็กๆ แค่นี้ได้ สมญานาม ดาบคร่าสายลม คงถูกจบลง ณ ที่ตรงนี้แล้วละ


    ถึงแม้ว่าเมฆาคนนี้กับเมฆาในชีวิตที่แล้วยังห่างเรื่องประสบการณ์และความสามารถ แต่เมฆาก็ยังคงเป็นเมฆาคนเดิม ชายที่เป็นมือขวาของเขาและเป็นอีกครึ่งชีวิต คนเดียวที่สามารถควบคุมดาบเล่มนี้ได้ มีเพียงแค่วินเทอร์คนเดียวเท่านั้น!


    "กลับบ้านกันเถอะ" วินเทอร์ลุกขึ้นเดินไปจูงมือซัมเมอร์


    เมื่อสถานการณ์ต่างๆ ได้สิ้นสุดลง แพรวากระโดดเข้าไปโผกอดฟาใจที่ได้รับการช่วยเหลือด้วยความเป็นห่วง ฟาใจที่เห็นวินเทอร์กำลังเดินออกจากร้าน เธอจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเขาทันที


    "ขอบคุณนะคะ" ฟาใจเดิมมาหยุดตรงหน้าวินเทอร์


    ถึงแม้ว่าวินเทอร์จะไม่ได้ลงมืออะไร แต่เธอพอจะอ่านสถานการณ์ออกว่า คนที่เข้ามาช่วยเหลือเธอ คือลูกน้องของเด็กหนุ่มคนนี้ ถ้าสังเกตจากความเคารพของพวกเขาต่อเด็กหนุ่มคนนี้แล้ว


    วินเทอร์ยิ้มอย่างอ่อนโยน "เรื่องเล็กน้อยครับ เดี๋ยวผมให้คนไปส่งนะครับ"


    "ขอบคุณค่ะ ขอรบกวนด้วยนะคะ"


    วินเทอร์ยิ้ม โบกมือเบาๆ และเดินออกจากร้านไปพร้อมกับซัมเมอร์และบรรดาลูกน้อง


    เสียงหวอที่ดังขึ้นมาจากรถตำรวจและกู้ภัยที่อยู่ด้านนอกร้าน พร้อมขบวนรถที่เข้ามาปิดล้อมร้านหมูกระทะไว้ ไม่เสียทีที่เป็นตำรวจประเทศช้าง เหตุการณ์มันจบลงไปตั้งนานแล้วแต่พวกเขาพึ่งจะมาถึง สมกับเป็นหน่วยงานที่มีคุณภาพจริงๆ


    "ใครที่ไม่เกี่ยวข้อง โปรดออกไปจากพื้นที่ด้วย!" เสียงโทรโข่งดังขึ้นมาเตือนคนที่อยู่ภายในร้าน


    แค่ทันทีที่กลุ่มของพวกวินเทอร์เดินออกมา พร้อมอาวุธสงครามเต็มอัตราศึก กลุ่มตำรวจก็ตื่นตระหนกพร้อมชี้ปืนใส่กลุ่มวินเทอร์ทันที


    "ทิ้งอาวุธลง และยกมือขึ้นซะ!" เสียงโทรโข่งได้ดังขึ้นมาอีก


    วินเทอร์เดินนำไปอย่างไม่แยแส ไม่สนใจปืนจำนวนมากที่รุมชี้มาที่ตัวเขาเลยแม้แต่น้อย


    "ฉันขอเตือนอีกครั้ง ทิ้งอาวุธและคุกเข่าลงกับพื้น! ถ้ายังไม่หยุดจะยิงแล้วนะ!" ถึงแม้ว่าเสียงที่ดังจากโทรโข่งจะเต็มไปด้วยคำขมขู่ แต่ก็มีความน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อย


    ชายที่ดูเหมือนจะเป็นผู้นำของตำรวจกลุ่มนี้ เตรียมจะส่งสัญญาณให้หญิงสาวคนที่พูดโทรโข่งบนรถประกาศเปิดฉากยิง เพราะว่ากลุ่มของวินเทอร์ยังเดินตรงมาไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แต่โทรศัพท์ของเขาก็ได้ดังขึ้นมาก่อน


    "ครั-"


    "ไอโง่! รีบสั่งถอนกำลังกลับมาซะ!" เสียงจากปลายสายตะคอกขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว


    "แต่.." ผู้นำกลุ่มตำรวจมองไปยังกลุ่มวินเทอร์ด้วยความงุนงง


    ทั้งๆ ที่ศัตรูอยู่ตรงหน้าแท้ๆ พวกเขาเตรียมที่จัดการเหตุการณ์ตรงหน้านี้ได้แล้วแท้ๆ แต่หัวหน้าของเขาอีกทีได้โทรมาให้พวกเขาถอนกำลังออกไป และปล่อยพวกผู้ก่อการร้ายไปเนี่ยนะ?


    "กลุ่มผู้ก่อการร้ายมันถูกเก็บหมดแล้ว พวกตรงหน้าแกมันคนของแก๊งหงเหมินโว้ย! ถ้าแกอยากตายห่าตายโหงก็ตายไปคนเดียวไอระยำ!" เมื่อเห็นว่าลูกน้องของเขายังดูลังเลอะไรก็ไม่ทราบ เขาจึงตะคอกใส่ด้วยความโกรธเป็นอย่างมาก


    'แก๊งหงเหมิน!'


    ผู้นำกลุ่มตำรวจได้ยินชื่อนี้ ถึงกับแข้งขาอ่อนแรงจนทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นอย่างไม่รู้ตัว เมื่อได้สติเขารีบตะโกนสั่งลูกน้องให้เปิดทางและถอนกำลังกลับไปทันที


    กฎง่ายๆ สำหรับการใช้ชีวิตในภาคตะวันออกแห่งนี้คือ ห้ามไปมีเรื่องกับแก๊งหงเหมิน เพราะไม่มีใครจะมาช่วยหรือรับประกันได้ว่าจะมีชีวิตรอดจนถึงเห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้


    เมื่อกลุ่มตำรวจได้ถอนกำลังไปแล้ว วินเทอร์ก็ได้เดินขึ้นรถที่จัดเตรียมมารับเขาเพื่อที่จะเดินทางกลับบ้าน


    ก่อนขึ้นรถวินเทอร์ได้เรียกนรสิงห์ "จัดการให้เรียบร้อยอย่างให้เรื่องในวันนี้รั่วไหลไปได้เด็ดขาด"


    นรสิงห์พยักหน้าอย่างตื่นเต้น เพราะนี่เป็นภารกิจแรกจากบอสใหญ่ที่เขาได้รับมา เขาต้องจัดการภารกิจนี้ให้สมบูรณ์เรียบร้อย เพื่อที่จะได้รับโอกาสในครั้งถัดไป


    วินเทอร์ทิ้งหัวนอนลงบนตักของซัมเมอร์เพื่อพักผ่อน ส่วนรถของเขาที่ขี่มาก็ให้เมฆาจัดการไปก็แล้วกัน ตอนนี้เขาอยากกลับไปนอนบนเตียงนุ่มๆ ที่บ้านเหลือเกิน


    ...


    "น้องๆ ค่ะ! แค่รายชื่อพี่ 100 คน ทำไมถึงหากันมาไม่ครบคะ?"


    เสียงว้ากจากพี่ระเบียบดังขึ้นมาขัดจังหวะที่น้องๆ ม.4 กำลังเล่นกิจกรรมกับพี่สันทนาการอยู่ บรรดาพี่ๆ สันทนาการที่รู้งานต่างพากันรีบวิ่งหนีไปกันทันที ปล่อยให้พวกน้องๆ ม.4 นั่งมึนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้น


    "น้องๆ ที่มีรายชื่อต่อไปนี้ช่วยออกมายืนข้างหน้าด้วยค่ะ!!" กลุ่มพี่ระเบียบเดินมายืนตรงหน้าน้องๆ พร้อมกระดาษรายชื่อที่ให้น้อง ม.4 ไว้ตามล่ารายชื่อรุ่นพี่


    แต่หลังจากที่พวกพี่ระเบียบเดินมายืนข้างหน้าน้อง ม.4 จากนั้นพวกเขาก็พากันฉีกกระดาษรายชื่อและโยนทิ้งลงต่อหน้าน้องๆ พร้อมกับมีพี่ระเบียบคนหนึ่งหยิบไมค์ขึ้นมาและเริ่มขานรายชื่อน้องๆ ออกมา


    กลุ่มเด็ก ม.4 ที่ถูกเรียก ต่างพากันเดินออกมายืนข้างหน้าด้วยความมึนงงและคิดในใจว่า พวกเขาก็หาชื่อครบร้อยคนนี่หว่า? ทำไมยังถูกเรียกออกมาด้วยล่ะซึ่งนั้นก็รวมถึง VVIP อย่างวินเทอร์และซัมเมอร์ด้วย ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ได้รับมอบรายชื่อจากพวกพี่มาโดยตรงเลยแท้ๆ แต่ก็ยังถูกเรียกออกมาอีก


    พี่ระเบียบที่ขานชื่อวินเทอร์กับซัมเมอร์ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนไม่น้อย แต่ทำยังไงได้ละ? มันจำเป็นต้องทำ!!!


    Writer : อีกตอนมาค่ำๆ น้าาาา แต่ว่าจะเป็นตอนติดเหรียญนะ T-T // แต่มีข่าวดีคือ!!! ปกของปู่วินใกล้เสร็จแล้วน้าบบบบบ จะได้เห็นความหล่อเท่ของคุณปู่กับความน่ารักของน้องซัมกันแล้ว ❤️

    คล้ายกับเรื่องเจ้าพ่อมาเฟียย้อนเวลามาใช้ชีวิตสดใสในรั้วโรงเรียน! ที่คุณอ่าน