หลังจากต้าเจิงในร่างปีศาจศักดิ์สิทธิ์หัวเราะอย่างมีความสุข สายตาของเขาก็จ้องไปที่ร่างของ 'กุ่ยหราน' ที่ตายลงไป
ในฐานะอมนุษย์ผู้ไม่ตายที่แท้จริง ต้าเจิงรู้ว่าผู้เป็นอมนุษย์นั้นตายยากขนาดไหน ดังนั้น เขาจึงสนใจศพของกุ่ยหราน 'สภาพศพของไอ้สวะกุ่ยหราน ข้ายังสัมผัสพลังชีวิตที่อยู่ในร่างของมันได้ เมื่อเป็นเช่นนี้แสดงว่าเขาไม่ได้ถูกแผดเผาจากพลังธาตุศักดิ์จนตาย แม้ร่างจะปรากฏรอยไหม้ที่ดูคล้ายจะเกิดจากอัสนี แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุหลักในการตายของกุ่ยหราน เช่นนั้นก็เป็นไปได้อย่างเดียว... "จิตนักรบ" มันถูกฆ่าด้วยจิตนักรบ'
จากนั้นต้าเจิงก็สังเกตเห็นดาบในมือของเซี่ยซีหาน และเขากับรับรู้ได้ว่า มีออร่าจางๆ ของจิตนักรบอยู่
และทำไมจิตนักรบจึงสามารถสังหารอมนุษย์ได้ สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ ดาบที่แฝงจิตนักรบนั้น ไม่ได้ฟันโดนเพียงแค่กายเนื้อ แต่มันยังลงลึกไปถึงจิตวิญญาณอีกด้วย
อมนุษย์นั้นอาจจะมีร่างเป็นอมตะ แต่นั่นไม่ได้ลงลึกไปถึงจิตวิญญาณ ดังนั้น 'จิตนักรบ' จึงถือเป็นภัยแฝงอันยิ่งใหญ่ที่สุดของเหล่าอมนุษย์ผู้ฆ่าไม่ตาย โชคดีของเหล่าอมนุษย์ ที่โดยทั่วไปแล้ว ในนักรบนับหมื่นจะมีเพียงคนหรือสองคนเท่านั้น ที่สร้างจิตนักรบสำเร็จ
"บอกข้ามาใครคือผู้ครอบครองเลือดศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริง" ต้าเจิงถามพร้อมดวงตาเบิกกว้าง เขาส่งอำนาจจิตกดข่มมาที่เซี่ยซีหาน ทำให้หัวของเซี่ยซีหานราวกับมีเสียงหลอกหลอน พร้อมขาสั่นจำต้องถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างห้ามไม่ได้
ตอนนี้ในใจเซี่ยซีหานได้แต่ด่าไอ้สัตว์ประหลาดตรงหน้า มันก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครครอบครองเลือดศักดิ์สิทธิ์ เพราะหากเซี่ยซีหานรู้เขาก็ตั้งใจจะบอกต่อสัตว์ประหลาดนกกริฟฟอนตัวนี้ทันทีว่า พอบิดาบอกเอ็งแล้วเอ็งต้องสัญญานะว่าจะปล่อยบิดาไป จากนั้นมันจะรีบเผ่นทันที
แต่แน่ล่ะ... โลกใบนี้มีอะไรง่ายๆ แบบนี้ด้วยเหรอ นอกจากนั้นแม้เซี่ยซีหานจะบอกความจริงกับมันไป มันจะเชื่องั้นเหรอ
ตอนนี้ในใจเซี่ยซีหานได้แต่กดด่า ทำไมวันนี้ไม่มีอะไรเป็นดั่งใจเลย นอกจากนั้นทำไมลาสบอสของตัวมันถึงถูกเปลี่ยน
ตอนแรกคิดว่าจะได้ไฟว์กับอมนุษย์กุ่ยหราน ซึ่งจากข้อมูลอันสดใหม่กุ่ยหรานพึ่งเป็นอมนุษย์ได้ไม่นาน ส่วนตัวมันเซี่ยซีหานคือชายที่ได้รับบัฟจากระบบ เป็นทั้งนักรบและผู้วิเศษ มองยังไงหากเกิดการไฟว์กันขึ้นมา ตัวเซี่ยซีหานมันก็เป็นต่อเห็นๆ
แต่พอต้องเผชิญกับไอ้ลาสบอสตัวนี้ เซี่ยซีหานรู้สึกหน้ามืด เขารับรู้ได้ว่าไอ้เจ้านี้แข็งแกร่งกว่าตัวเองแน่นอน
เซี่ยซีหานจับดาบของตัวเอง ก่อนจะตวัดฟาด เกิดเป็นคลื่นดาบผสมเปลวอัคคี นี่คือการผสมผสานระหว่างพลังปราณของนักรบ และพลังวิเศษธาตุไม้และไฟของตัวเอง
หนึ่งปีกของต้าเจิงตีสะบัด คลื่นเพลิงที่พุ่งมาหาตัวเขาก็หายไป
"เจ้าคิดว่าข้าจะอ่อนแอเหมือนไอ้สวะที่พึ่งถูกเจ้าฆ่าไปงั้นเหรอ ช่างโง่เหรอเกิน บอกความจริงกับข้ามา" เสียงแผดดังของต้าเจิงในร่างปีศาจศักดิ์สิทธิ์ดังอีกครั้ง คราวนี้คลื่นเสียงปรากฏเป็นพลังทำลายล้างรอบบริเวณ
เซึ่ยซีหานจับดาบไม้ปักพื้น โล่ยักษ์ที่เกิดจากธาตุไม้และดิน ก่อนตัวต้านคลื่นพลังเสียงนั้นไว้ด้านหน้าเขา ตัวเขาจึงไม่ได้ตัวลอยปลิวอย่างน่าสังเวช
แต่... กรงเล็บอันใหญ่โตของต้าเจิงก็พุ่งมาหาเขาเร็ว เซี่ยซีหานจำต้องเบี่ยงตัวหลบอย่างทุลักทุเล นั่นเพราะการโจมตีของต้าเจิงนั้นเร็วมาก
หากเขาไม่มีสัญชาตญาณของจิตนักรบ เขาคงเป็นปุ๋ยไปแล้ว
แต่ในระหว่างหลบ เซี่ยซีหานก็สัมผัสบางอย่างได้ แม้ภายนอกต้าเจิงเหมือนต้องการฆ่าตัวเขา แต่นั่นไม่ใช่ความจริง นั่นเพราะจิตนักรบของเซี่ยซีหาน ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงจิตอาฆาตที่แท้จริง
'เจ้านี่ต้องการจับข้า' เซี่ยซีหานคิดได้อย่างรวดเร็ว
และไม่ช้าเขาก็เข้าใจเหตุผลในทันที 'มันคิดว่าข้ารู้ว่าผู้ใดครอบครองเลือดศักดิ์สิทธิ์?' เมื่อเป็นแบบนี้เซี่ยซีหานก็พอมีรอยยิ้มในใจเล็กๆ ได้
เขาสามารถอาศัยช่องโหว่นี้ ยื้อเวลารอเคอซวนมาได้ แม้เซี่ยซีหานจะไม่อาจสังหารสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งตรงหน้าได้ แต่เขาสามารถถ่วงเวลารอเคอซวน เซี่ยซีหานมั่นใจว่าเคอซวนไม่โง่ เขาต้องสามารถฉวยโอกาสที่ดีในการจัดการไอ้สัตว์ประหลาดนี้ได้
แม้จะฆ่าไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อย เคอซวนต้องพาเขาหนีไปได้แน่นอน
'ข้าต้องหาทางดึงเวลา'
"ข้าจะบอกเจ้า..." เซี่ยซีหานแผดเสียงหลังคิดจะดึงเวลา
ต้าเจิงหยุดมือ ก่อนปีกจะกระพือร่างลอยตัว ดวงตาของต้าเจิงหรี่เล็กน้อย จากนั้นภายในดวงตาเขาคล้ายปรากฏวังน้ำวนสีมืดหมุนอย่างไม่จบสิ้นในดวงตาต่างสีทั้งสองข้างของตัวเขา
ต้าเจิงเขาใช้ดวงตานี้จ้องมองเซี่ยซีหาน ก่อนจะบอกกับเซี่ยซีหานว่าจงพูดมา
เซี่ยซีหานกำมือก่อนเป่าปากเบาๆ พร้อมสะบัดฝุ่นที่ติดทั่วร่างกาย
"อะแฮ่มอะแฮ่ม คือว่าเรื่องของที่มาของเลือดศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นอย่างนี้ เมื่อนานมาแล้วข้าได้พบผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง เขาชื่อไป๋เหอสูงกว่าข้าเล็กน้อย แต่หน้าตาหล่อสู้ข้าไม่ได้เลย มีเส้นผมขาวโพลน ในหน้ามีลักยิ้ม แต่ดวงตาดูใจดีมากๆ เลย ตอนแรกข้าไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่เขาดู... ดูเหมือนจะพิเศษมากๆ" เซี่ยซีหานพูดติดขัดเล็กน้อย เพราะจริงๆ เขาโกหกไม่เก่งเมื่อต้องด้นสด แต่ด้วยความกลัวตายและต้องการดึงเวลาเขาจำต้องพูดต่อไป
เขาพยายามแต่งเรื่องโกหกให้เร็วและยาวที่สุด แผ่นหลังเซี่ยซีหานแอบมีเหงื่อซึมเล็กน้อย ก่อนจะรีบพูดต่อไม่ให้ติดขัด
"ในภายหลังข้าจึงรู้ว่าเขาเป็นคนที่มาจากโถงที่เก้า จากนั้นเขาก็พาข้าไปฝึกฝน นอกจากนั้นยังมอบรูนศักดิ์สิทธิ์ให้ข้า..."
"!!!พูดให้เข้าเรื่อง" เสียงกดข่มที่เต็มไปด้วยพลังของต้าเจิงดัง
ผู้วิเศษอาณาจักรแห่งวิญญาณช่างน่ากลัวจริงๆ และยิ่งเป็นอมนุษย์ผู้ไม่ตายที่สร้างร่างสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ได้อีก ความน่ากลัวของเขาทบทวี ดวงตาที่ราวกับมหาสมุทรไร้จุดจบของเขาตอนนี้ ราวกับกำลังจะเป็นทะเลเพลิง
'มารดาเอ็งเถอะ' เซี่ยซีหานด่ามารดาในใจอย่างสั่นสะท้าน แผนการชั้นสวะของเขาไม่ได้ผล "ท่านอาจารย์ไป๋เหอของข้าพึ่งรับเลี้ยงศิษย์น้องคนใหม่ ใช่ น่าจะเป็นศิษย์ที่พึ่งรับมาใหม่คนนั้น เขา... เขาน่าจะมีเลือดศักดิ์สิทธิ์ ท่านจะให้ข้าพาท่านไปหาเขาดีไหม เห่อเห่อ" ช่วงสุดท้ายเซี่ยซีหานหัวเราะกลบเกลื่อนแก้เขิน
ช่างน่าละอาย ปกติตัวเซี่ยซีหานนั้นตลบตะแลงเก่งกว่านี้ แต่พออยู่ในสถานการณ์เป็นตายและต้องด้นสด เขาพบว่าการโกหกโดยไม่ได้เตรียมตัวล่วงหน้ามันช่าง... ทำให้เซี่ยซีหานดูเหมือนคนโง่
"!เจ้าโกหก" พลังทำลายล้างปรากฏอีกครั้ง คลื่นพลังปรากฏเป็นวงกว้าง
เซี่ยซีหานจับดาบไม้ปักพื้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาไม่ได้สร้างโล่จากกำแพงดิน ในเพราะเขาได้ตัดสินใจอีกอย่างไปแล้ว
'แมร่งเอ๊ย บิดาโกหกไม่เนียนขนาดนั้นเลยเหรอ ถ้างั้นก็ช่างแมร่ง ในเมื่อเจรจากันดีๆ ไม่รู้เรื่องงั้นก็ไฟว์กันให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย อย่างมากก็แค่ตายกันไปข้าง' แม้เซี่ยซีหานจะพูดให้กำลังใจตัวเองแบบนี้ แต่ในใจของเขาก็คิดว่าตัวเขามีแต้มต่ออยู่ เขารู้ว่าไอ้สัตว์ประหลาดที่เหมือนนกกริฟฟอนตรงหน้าเขาตัวนี้ ไม่ได้คิดฆ่าเขาจริงๆ
สิ่งนี้คือความลับสำคัญที่น่าจะทำให้เซี่ยซีหานดึงเวลาได้ และมีความได้เปรียบบางอย่าง แม้จะต้องปะทะกับอมนุษย์ผู้ที่เป็นผู้วิเศษอาณาจักรวิญญาณ
ดาบไม้ของเซี่ยซีหานใบดาบขยายใหญ่และยาวมาก เปลวไฟระอุ เสียงไหม้แตกและมอดไหม้ดังไม่หยุด นี่คือการใช้ธาตุส่งเสริม ธาตุไม้เป็นเชื้อเพลิงให้ไฟโหมแรงและร้อนขึ้น นอกจากนั้นธาตุดินก็ยังถูกใช้เพื่อพยายามควบแน่นให้ตัวดาบคงสภาพได้
สิ่งนี่ค่อนข้างทุลักทุเล แต่เซี่ยซีหานรู้ว่า นี่คือวิธีที่ดีที่สุดสำหรับการฆ่าอมนุษย์ในตอนนี้
การใช้ธาตุแพ้ทางของพวกมัน
ใบดาบส่องสว่างจ้าแฝงพลังแห่งรุ่งอรุ่นอีกชั้น พร้อมร่างของเซี่ยซีหานพุ่งเข้าหาต้าเจิงที่ร่างใหญ่โต ดาบของเซี่ยซีหานตวัด ต้าเจิงใช้กรงเล็บของเขาคว้าดาบเอาไว้ แล้วเขาก็ต้องประหลาดใจ
"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา นี่มันพลังแห่งรุ่งอรุณ"
ใช่แล้วนอกจากธาตุดิน ไม้ ไฟ เซี่ยซีหานยังมีธาตุแห่งแสงจากวิหครุ่งอรุณอันเข้มข้นอีก
"บัดซบ" ต้าเจิงในร่างสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์แผดเสียง ก่อนที่ตัวเขาจะถอยและเอากรงเล็บอีกข้าง ตัดขาหน้าของตัวเองที่พึ่งใช้รับดาบที่ควบแน่นด้วยพลังวิเศษหลากธาตุของเซี่ยซีหานออกไป
ขาของสัตว์ร้ายของต้าเจิงที่ถูกตัดนั้น ค่อยๆ มอดไหม้อย่างรวดเร็ว นี่เกิดจากร่างอมตะแพ้ธาตุอย่างรุนแรง แต่สำหรับต้าเจิงที่เคยรับมือผู้วิเศษที่ใช้ธาตุที่อมนุษย์ผู้ไม่ตายแพ้ทางมาแล้ว เขาพบว่าพลังของเซี่ยซีหานนั้น กัดกร่อนร่างอมตะของเขามากกว่าผู้วิเศษคนอื่นๆ หลายสิบเท่า ความรุนแรงมันอยู่ในระดับเกินปกติมาก
แผลที่เกิดจากการตัดขาหน้าของต้าเจิงนั้น ไม่ช้าก็ปรากฏเส้นยืดยาวที่ราวกับเป็นรยางค์ตัวหนอนก่อรูป ปรากฏเป็นขาหน้าของสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์อีกครั้ง
ต้าเจิงตอนนี้เขาจำต้องพิจารณาเซี่ยซีหานใหม่ เขาพบว่าพลังวิเศษของเซี่ยซีหานนั้นดูประหลาด นอกจากนั้นตลอดการต่อสู้ ต้าเจิงไม่เห็นเซี่ยซีหานใช้วงเวทย์เลย
'พลังวิเศษของมันบริสุทธิ์มาก และมันเป็นปรปักษ์กับร่างอมตะของข้าอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่แค่มันใช้จิตนักรบฆ่าดวงวิญญาณของอมนุษย์ได้ แต่มันยังมีพลังวิเศษธาตุที่ข้าซึ่งเป็นอมนุษย์แพ้ทางอีก นอกจากนั้นพลังโอน่าของมันยังมีความบริสุทธิ์มากพอที่กัดกร่อนการฟื้นฟูร่างอมนุษย์ของข้าได้อีก !บ้าจริง ทำไมข้ารู้สึกว่าพ่ายแพ้มันทุกทาง มันก็แค่มนุษย์ มนุษย์ที่อย่างมาก ข้าก็แค่สัมผัสได้ว่ามันเป็นนักรบขอบเขตก่อปราณ และผู้วิเศษอาณาจักรแห่งสัมผัสบันไดขั้นแรกสุด ทำไม' ต้าเจิงตอนนี้แอบสับสนในใจ
เขาไม่เคยพบใครที่ครอบครองความสามารถที่อมนุษย์แพ้ทางมากขนาดนี้ในตัวคนเดียวจริงๆ
วึง วึง วึง รอบตัวเซี่ยซีหาน เขาเห็นแท่งเสาโครงกระดูกมากมายขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นรอบตัว มันเป็นภาพมายา แต่ก็ให้ความรู้สึกหดหู่อย่างรุนแรง วิญญาณโหยหวนบินวนเวียนปรากฏขึ้นจากแผ่นดิน
สัญชาตญาณแห่งนักรบของเซี่ยซีหานร้องเตือน
'ฉิบหาย' เซี่ยซีหานพูดในใจคำนี้ได้เพียงคำเดียว เขารู้ว่าอีกฝั่งคืออมนุษย์ที่เป็นผู้วิเศษ ดังนั้นการต่อสู้แบบหมัดต่อหมัด เนื้อแลกเนื้อ หนังแลกหนัง มันย่อมไม่ใช่สิ่งปกติของผู้วิเศษอยู่แล้ว
พลังวิเศษต่างหากล่ะ คือพลังที่แท้จริงของผู้วิเศษ 'เอาไงต่อดี ดูท่าไอ้สัตว์ประหลาดนี้เริ่มโกรธนิดๆ แล้ว เอ็งโดนฟันไปแค่ทีเดียวเอง แถมส่วนที่ถูกฟันก็หายเหมือนใหม่แล้วด้วย เอ็งจะโกรธทำไม?' เซี่ยซีหานสบถด่าอมนุษย์ในร่างสัตว์ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้าอย่างโกรธเกรี้ยว
ก่อนที่เขาจะพุ่งตัวเข้าหามันอีกครั้ง!