เ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนผู้ที่กำลังร้องไห้อยู่ก่อนแล้วพอเห็นใบหน้าบึ้งตึงของโม่อวี้เฉิน เด็กน้อยก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิมหลายเท่า
องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินถอยหลังไปหนึ่งก้าวก่อนที่จะออกแรงบีบที่มือ
“องค์รัชทายาท ท่านเป็ผู้เปิดขวดด้วยตนเองนะเพคะ” กู้ชิงเฉิงกล่าวอย่างเ็า
นางรู้ดีว่ากู้จิ่งเซวียนไม่ใช่เด็กที่จะยอมเสียเปรียบใครง่ายๆ
โม่อวี้เฉินผู้ที่กำลังจะบีบขวดให้แหลกคามือกลับต้องยับยั้งชั่งใจ
แม่ลูกคู่นี้ช่างน่าชังยิ่งนัก
ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณหนูใหญ่อย่างกู้ตงหลิงจะโมโหอาละวาดและคิดจะฆ่าคนครั้งแล้วครั้งเล่าแม้แต่เขาเองในยามนี้ก็ยังอยากจะฆ่าคน ทว่าดีนักที่เขายังยับยั้งลมปราณไว้ได้ทัน
“คนผู้นี้ไม่ใช่คนที่เ้าจะมาหยอกล้อได้นะ” กู้ชิงเฉิงกระซิบข้างหูบุตรชายกู้จิ่งเซวียนเบาๆ
เพียงแค่หญ้าลวงใจเล็กน้อยนี้จะสามารถควบคุมคนผู้นี้ได้อย่างไร เื่นั้นไม่มีทางเป็ไปได้
แต่กระนั้นโม่อวี้เฉินก็เป็ผู้ที่เดินมาหาเื่เอง ทำให้เขาเริ่มสงสัยในตัวกู้จิ่งเซวียน
โชคดีที่เขาไม่มีหลักฐานมีเพียงแค่ความสงสัยเท่านั้น
“ท่านแม่ ท่านลุงผู้นั้นใช้หญ้าลวงใจของลูกไปหมดเลยลูกจะเอาอะไรไปต่อกรกับท่านอาหูเอ้อร์กัน” กู้จิ่งเซวียนร้องไห้หนักขึ้นเรื่อยๆ“ตอนนี้ หาซื้อหญ้าลวงใจไม่ได้เลยนะขอรับ”
หญ้าลวงใจนี้เป็สมุนไพรที่หายากยิ่งนัก
ตอนแรกใบหน้าของโม่อวี้เฉินเต็มไปด้วยจิตสังหารทว่าในตอนนี้เขากลับกลายเป็ฝ่ายที่ผิดไปในบัดดลเขาไม่รู้ว่าจะปลอบโยนเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร
“เซวียนเอ๋อร์ เ้าจะเอาสิ่งเหล่านี้ไปให้หูเอ้อร์ได้อย่างไร” กู้ชิงเฉิงทำทีเป็โมโห
“ไม่อย่างนั้น เขาก็จะบังคับให้ข้าอ่านตำรา” น้ำตาของกู้จิ่งเซวียนไหลรินไม่หยุดเขามองกู้ชิงเฉิงด้วยสายตาเว้าวอน “ท่านแม่ท่านลุงผู้นี้ไม่เข้าใจเหตุผล ลูกจะไปหาท่านพี่เกอจวิ้น!”
“เหลวไหล!” กู้ชิงเฉิงทำท่าทางราวกับทำอะไรไม่ถูกจากนั้นก็หันไปมองโม่อวี้เฉินด้วยความขุ่นเคืองเล็กน้อย “องค์รัชทายาทลองพิจารณาดูเองเถิดเพคะ”
ราวกับว่าั้แ่ต้นจนจบเป็ความผิดของโม่อวี้เฉินเสียทั้งหมดและแม่ลูกคู่นี้กลับกลายเป็ผู้เคราะห์ร้ายเสียอย่างนั้น
เฟิงเจ๋อผู้ที่กำลังต่อสู้กับกู่ซินอย่างสูสีถึงกับงงงัน
นี่มันเกิดอะไรขึ้น!
ดูเหมือนว่าองค์รัชทายาทของเขาจะคำนวณผิดพลาดไปเสียแล้ว
และเพียงเพราะเสียสมาธิไปชั่วขณะเขาก็ถูกกู่ซินฟาดฝ่ามือใส่จนต้องถอยหลังไปหลายก้าว
กู่ซินไม่อยากปล่อยให้การต่อสู้ยืดเยื้อไปมากกว่านี้เพราะฝีมือของเฟิงเจ๋อก็ไม่ธรรมดา
เมื่อครู่ที่ผ่านมานางยังสามารถรับมือได้ แต่หากปล่อยให้เวลานานไป เกรงว่านางอาจจะรับมือต่อไม่ไหว
“นายหญิง คุณชาย ไม่เป็ไรนะเ้าคะ” กู่ซินถอยกลับเข้าไปในรถม้าก่อนจะนั่งลงข้างๆ กู้ชิงเฉิง และกระซิบถาม
ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความกังวลอีกทั้งยังจ้องมองโม่อวี้เฉินด้วยความระมัดระวัง
แม้จะรู้ว่าเขาคือองค์รัชทายาทในปัจจุบันแต่กู่ซินก็ไม่อาจซ่อนสีหน้าที่ไม่เป็มิตรกับเขาได้อยู่ดี
คนของอันหยวนถังล้วนไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตา
นางพูดไปพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากแขนเสื้อเพื่อเช็ดน้ำตาให้เ้าก้อนซาลาเปาน้อยกู้จิ่งเซวียนทั้งยังเอ่ยออกมาอย่างขุ่นเคืองว่า “องค์รัชทายาทถึงกับทำให้คุณชายของเราต้องร้องไห้แบบนี้ไม่ยุติธรรมเกินไปแล้ว ข้าจะไปฟ้องร้องราชสำนัก!”
ท่าทีที่นางแสดงออกมาราวกับโกรธแค้นแทนฟ้าแทนดิน
องค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินมองสตรีสองคนกับเด็กคนหนึ่งตรงหน้าความโกรธก็ยิ่งปะทุขึ้นเรื่อยๆ
เขาเหลือบมองขวดของโรงช่างจั่นเยว่ในมือตนเองไฟโทสะพลันพลุ่งพล่านไม่หยุด จนเกือบจะคุมไม่อยู่
เขารู้สึกว่าตนเองควรจะอยู่ให้ห่างจากคนพวกนี้มิเช่นนั้นอาจจะเสียสติเอาได้
เขาวางขวดยาในมือลงและเตรียมจะจากไปแต่กู้จิ่งเซวียนกลับร้องไห้หนักขึ้น “ท่านทำให้หญ้าลวงใจของข้าหายไปท่านต้องชดใช้ให้ข้า!”
เมื่อได้ยินคำพูดนั้นโม่อวี้เฉินแทบจะกระอักเื โลกนี้จะมีเด็กที่ไม่มีเหตุผลเช่นนี้ได้อย่างไร
เขาถูกหญ้าลวงใจทำให้เกือบจะเสียสติแต่ตอนนี้กลับให้เขาชดใช้ให้เด็กน้อยผู้นี้เสียอย่างนั้น!
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน...
“ไม่มากหรอกเพคะ แค่ห้าร้อยตำลึงเงินเท่านั้นเอง” กู้ชิงเฉิงรีบกล่าวเสริม
“ฮึ อย่าให้ข้าหาหลักฐานเจอก็แล้วกัน!” โม่อวี้เฉินผู้ที่โลดแล่นอยู่ในสนามรบมาหลายปีทั้งยังสังหารผู้คนมานับไม่ถ้วน แต่กลับหมดหนทางกับแม่ลูกตรงหน้าเขาจึงได้แต่โยนตั๋วเงินทิ้งแล้วเดินจากไป
พอลงจากรถม้าร่างกายของเขาก็เซไปมาเล็กน้อย จนแทบจะยืนไม่มั่นคง
โชคดีที่เฟิงเจ๋อตอบสนองได้รวดเร็วเขารีบเข้าไปประคองโม่อวี้เฉิน “ฝ่าาพิษเหมันต์ของพระองค์ออกฤทธิ์อีกแล้ว เราจะรอช้าไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
โม่อวี้เฉินโบกมือและพยายามสงบจิตใจ
พิษเหมันต์ของเขาใกล้จะกำเริบแล้วจริงๆ
“ข้าไม่เป็ไร” โม่อวี้เฉินที่สงบลงแล้ว จึงกล่าวว่า“ยังพอจะยับยั้งไว้ได้อยู่หมอกู้…หมอเทวดาผู้นั้นออกตรวจรักษาเพียงที่อันหยวนถังเท่านั้นเมื่อมาถึงที่นี่คงไม่ลงมือช่วยง่ายๆ”
เมื่อนึกถึงความร้ายกาจของกู้ชิงเฉิงเขาก็รู้สึกว่านางไม่คู่ควรกับคำว่าหมอเทวดาเลยแม้แต่น้อย
แต่เมื่อเขาพิจารณาดูอีกครั้งก็ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องนัก
แม่ลูกคู่นั้นก็ไม่ได้ทำอะไรผิดเป็เขาเองที่บุกรุกเข้าไปและเปิดขวดยานั้นออกมา
เด็กน้อยก็บอกแล้วว่าผงหญ้าลวงใจในขวดนั้นเตรียมไว้ให้หูเอ้อร์เขาจำหูเอ้อร์ได้ดี เป็ผู้ช่วยโรงหมออันหยวนถังที่มีพละกำลังมหาศาล
“หากนางไม่ยอม ข้าก็จะจับนางมาให้ได้” เฟิงเจ๋อกำหมัดแน่นกล่าวอย่างขุ่นเคือง
เขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดขอเพียงเ้านายของเขาปลอดภัยก็พอ
ทว่าโม่อวี้เฉินกลับเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปมองรถม้าที่กำลังแล่นออกไปข้างหน้า เขาส่ายหน้าเบาๆ“เกรงว่าเ้าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของแม่ลูกคู่นั้น”
“จะเป็ไปได้อย่างไร?” เฟิงเจ๋อไม่พอใจนักในรถม้านั้นก็มีเพียงผู้หญิงกับเด็กคนหนึ่งเท่านั้น
เมื่อครู่เขาก็เพิ่งจะประมือกับกู่ซินไปแล้วนางไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเลยสักนิด ดังนั้นหากจะจัดการพวกนางจริงๆจึงไม่ใช่เื่ยากนัก
“พวกเรามาที่นี่เพื่อขอให้รักษาโรค!” โม่อวี้เฉินยังคงยืนกรานเขาไม่้าสร้างปัญหาให้วุ่นวายไปมากกว่านี้แต่เขาจะสืบเื่แม่ลูกคู่นี้ต่อไป
คนของเขาสืบพบว่าเด็กน้อยกู้จิ่งเซวียนเคยปรากฏตัวใกล้กับขบวนรถม้าใน่เวลาไล่เลี่ยกับการที่ใบหน้าของกู้ตงหลิงถูกทำลายดังนั้นเขาจึงเริ่มสงสัย
“เ้ากลับไปที่เมืองอี๋สุ่ย ไปดูว่ากู้ตงหลิงกำลังทำอะไรใน่สองวันนี้”โม่อวี้เฉินปรับสีหน้า “หากนางยังคงไร้สติไร้ความคิดก็ส่งคนไปพาตัวนางกลับวังหลวง”
เดิมทีเขาก็ไม่้าให้คุณหนูใหญ่กู้ตงหลิงอยู่ข้างกายเขาอยู่แล้ว
“ขอรับ!” เฟิงเจ๋อรับคำพลางมองไปยังทิศทางที่รถม้าหายลับไป ในแววตาของเขายังคงมีความไม่พอใจอยู่บ้างแต่ก็ไม่กล้าแสดงออก
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในรถม้าเมื่อครู่แต่เขารู้สึกว่าเ้านายของเขาไม่ใช่คนที่จะอ่อนโยนกับสตรีเลย
แม้กระทั่งสตรีผู้นั้นในอดีตเขามักทำหน้าตาเ็าอยู่ตลอด ไม่เคยมอบสีหน้าอ่อนโยนให้นางเลยสักครั้ง
ครั้นนางสิ้นลมเขาก็ไม้ได้แยแสแม้แต่น้อย
ตายไปแล้วก็เท่านั้นประหนึ่งว่าไม่เคยมีเื่ราวใดเกิดขึ้นเพียงสร้างหลุมฝังเสื้อผ้าไว้เป็อนุสรณ์เท่านั้น
หลังจากนั้นเฟิงเจ๋อก็แยกตัวออกไปตามคำสั่งของโม่อวี้เฉินส่วนโม่อวี้เฉินนั้นก็ใช้วรยุทธ์แอบเข้าไปใต้รถม้าของกู้ซิงเฉิงอย่างลับๆ…
-------
“ท่านแม่ ท่านลุงผู้นั้นไม่เป็อะไรเลยจริงๆ ด้วย” กู้จิ่งเซวียนกล่าวอย่างเหลือเชื่อตอนนี้มือเล็กๆ ข้างหนึ่งกำลังเท้าคาง คิ้วของเขาย่นเข้าหากัน “นั่นมันผงหญ้าลวงใจครึ่งขวดเลยนะขอรับ!”
“เขา…” กู้ชิงเฉิงหยุดไปครู่หนึ่ง
โม่อวี้เฉินผู้นี้เป็คนที่น่าสะพรึงกลัวจริงๆ
อย่างไรก็ตามนับั้แ่ที่นางทะลุมิติมาอยู่ในหนังสือนิยายนี้ เื่ราวหลายอย่างก็เปลี่ยนไป
นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าหญ้าลวงใจจะไม่มีผลกระทบต่อโม่อวี้เฉิน
“ท่านแม่ เงินพวกนี้…” กู้จิ่งเซวียนหยิบเงินตั๋วที่โม่อวี้เฉินทิ้งไว้ขึ้นมาก่อนจะมองกู้ชิงเฉิงด้วยรอยยิ้ม “ให้เซวียนเอ๋อร์ครึ่งหนึ่งได้ไหมขอรับนี่เป็เงินที่เซวียนเอ๋อร์หลอกมาได้นะขอรับ”
“ผงหญ้าลวงใจครึ่งขวดนั้นมีค่าหลายพันตำลึงเชียวนะ เ้าเอาไปใช้เสียจนหมด”กู้ชิงเฉิงปรายตามองเขา
“แล้วทำไมท่านแม่ถึงได้เงินจากท่านลุงแค่ห้าร้อยตำลึงท่านแม่เห็นว่าเขาหน้าตาดี เลยไม่อยากได้เงินเยอะๆ ใช่ไหมขอรับ” กู้จิ่งเซวียนโกรธขึ้นมาทันที พลางทำปากยู่ “ท่านแม่ท่านคิดว่าเซวียนเอ๋อร์หน้าตาดีกว่าเขาไหมขอรับท่านแม่จะเห็นแก่ความงามจนลืมคุณธรรมได้อย่างไรกัน!”
“เ้านี่...เงียบเสีย!” กู้ชิงเฉิงอยากจะเย็บปากเด็กคนนี้เสียจริง
นางรู้สึกว่าทัศนคติของตนเองยังคงถูกต้องและนางก็พยายามชี้นำกู้จิ่งเซวียนไปในทางที่ถูกต้องด้วย
แต่เด็กคนนี้มักจะทำให้เกิดเื่ที่เกินความคาดหมายอยู่เสมอคำพูดที่เขาพูดออกมานั้นชวนให้คนถึงกับกระอักเืได้
“ท่านแม่ ท่านคงรู้สึกผิดใช่ไหม” กู้จิ่งเซวียนยังคงไม่พอใจ“ท่านลุงผู้นั้นหล่อเหลาจริงๆ แต่ก็กินแทนข้าวไม่ได้นี่ขอรับ!”
คำพูดนี้เป็คำที่กู้ชิงเฉิงเคยสอนกู้จิ่งเซวียนมาก่อนทว่าเ้าเด็กจอมซนคนนี้กลับมาสั่งสอนนางเสียแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้นโม่อวี้เฉินก็รู้สึกทั้งขำทั้งจนปัญญา