Chat เปลี่ยนโลก

    บทที่ 80

    ณ ภพเทพท้องพระโรงของพระเจ้าโลก บรรดาองค์เทพที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับภารกิจต่างก็อยู่ตรงที่แห่งนี้เสียหมดแล้ว พวกเขากำลังหารือพูดคุยกันเกี่ยวกับสถานการณ์ทั้งหมดของโลกใบนี้ และทีมกู้โลกผลงานเป็นอย่างไรบ้าง“ประชากรวิญญาณ และคนเปิดนั้น ปกติอยู่ที่เท่าไหร่กัน” พระเจ้าเอ่ยถามออกมา“วิญญาณของคนตายจะเป็นครึ่งเท่าของวิญญาณคนเป็นอย่างเสมอขอรับ.. จากการตรวจสอบภายในมิตินรกแล้ว ในตอนนี้มีวิญญาณคนตายทั้งหมด 526,432,187 ดวงขอรับ มียอดตกค้างภายในมิติมนุษย์อีกราวๆ 100,000 ตนเพียงเท่านั้นขอรับ” เจ้าแห่งนรกเพื่อนของนทีลูซิเฟอร์กล่าวออกมา“ส่วนวิญญาณของคนเป็นที่ชะตายังไม่ถึงฆาต มีทั้งหมด 1,145,378,438 ดวงขอรับ” แน่นอนว่ามันก็เป็นเทพแห่งความตายเอ่ยออกมา นอกจากจะได้ชื่อความตายแล้วเขายังมีอีกชื่อที่ผู้คนหลงลืมไปแล้วคือ เทพแห่งวิญญาณ แทนาทอสอีกด้วย“แล้วตอนนี้วิญญาณของคนเป็นกับคนตายต่างจากเดิมกี่เปอร์เซ็นต์” พระเจ้าของโลกที่ทำหน้าเคร่งเครียดมาก เพราะคำถามนี้มันจะเป็นตัวชี้วัดแล้วว่าภารกิจในส่วนแรกของพวกเทพนั้นได้ช่วยเหลือมากน้อยเพียงใด“วิญญาณคนเป็นลดลงราวๆ 68.7 ล้านดวงหรือคิดเป็นราวๆ 6 เปอร์เซ็นต์ของวิญญาณคนเป็นขอรับ” เทพแห่งโชคชะตากล่าวออกมา เพราะเขาต้องทราบอยู่แล้วว่าโชคชะตาของคนเป็นที่จากไปเพราะเหตูการณ์นี้มันมีจำนวนเท่าไหร่“ในขณะเดียวกันนั้นเอง ข้าก็พึ่งจะนับจำนวนของคนตายนั้นครบตามจำนวนท่านเทพแห่งโชคชะตาได้กล่าวมาขอรับ แต่มันก็ติดปัญหาอยู่ตรงที่ว่า ... นรกใกล้จะแตกแล้ว หากยังไม่มีมาตรการดีๆข้าคิดว่าจะทำให้สะพานข้ามระหว่างทั้งสองโลกเกิดรั่วไหลได้ขอรับ” ลูซิเฟอร์กล่าวออกมาด้วยความหนักใจ แต่นทีที่อยู่ในสายอยู่นั้นก็ตอบขึ้นมาภายในที่ประชุม“เรื่องนั้นข้าพอจะช่วยเหลือได้อยู่ขอรับ.. หากข้าสามารถเจรจาต่อลองเวลาพักรบได้ ก็น่าจะพอถ่วงเวลาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่มันก็ไม่นานมากนัก ลูซิเฟอร์ ข้าสามารถช่วยได้เพียงเท่านี้” นทีกล่าวออกมา ลูซิเฟอร์ และเเทนาทอสก็กล่าวขอบคุณเพื่อนรักของเขาอย่างฟีนัสคัส และพวกเขาก็ประชุมเรื่องนรกกันต่อพวกเทพๆหารือกันต่อจนได้ข้อสรุปว่าให้วิญญาณที่ได้รับโทษน้อยๆ หรือรับโทษมานานมากแล้วไปเกิดใหม่ตามวัฏจักรของโลกต่อไป และถ้าหากว่ามันยังมากไปอีกก็ให้ขึ้นมารับโทษที่แดนสวรรค์พิเศษที่เรียกว่าคุกขาว ทุกอย่างในที่แห่งนั้นจะขาวโพนไปหมด และมันก็เหมือนกับเป็นการลงโทษอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครอยากจะโดน เพราะต้องอยู่กับตัวเองเป็นระยะเวลานาน มันอาจจะทำให้จิตวิญญาณรู้สึกหนักอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย จากแรงกดดันของเทพองค์ต่างๆ ในขณะเดียวกันนั้นเอง ประเทศเกาหลีเหนือ ที่ฐานลับของท่านผู้นำสูงสุด ปรากฏยมทูตหลากหลายตนเกิดขึ้น แน่นอนว่าพวกเขาเข้ามาแจ้งข่าวของนที เพื่อที่จะกดดันให้ทุกฝ่ายเซ็นสัญญาพักรบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ได้ใน 45 วัน คำขอของนทีก็ไม่ได้มากกมายอะไรเลย และเขายังมอบเงินทุนให้ทุกๆประเทศ ประเทศละ 100 ล้านดอลล่า เพื่อเป็นค่าชดเชยเรื่องนี้อีกด้วย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้นทีเดือดร้อนเรื่องการเงินเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเขาได้ครองตลาดทางการเงินไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันเป็นมาตรการที่ให้เงิน และเก็บภาษีจากพวกนั้นกลับมาแบบเป็นทวีคูณจากการใช้จ่ายนั้น และมันน่าจะทำให้เงินก้อนนี้ไหลกลับเข้ามาภายในระบบเอง ไม่นานนักก็คงจะเท่าเดิม และแน่นอนว่าประเทศทุกประเทศได้เซ็นนามลงไปอย่างไม่ลังเล ได้เงินแถมยังได้รับความไว้ใจจากเหล่ายมทูตอีก และมันก็เกิดเป็นผลให้มีการพักรบกันเป็นเวลา 45 วันต่อจากนี้ พวกเขาไม่รอช้าสั่งทำวัสดุอุปกรณ์อีกหลายอย่าง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทำสงคราม และช่วงนี้มันถูกเรียกว่าสงครามเย็นครั้งที่ 2 ของโลก ที่แต่ละประเทศคอยอวดว่าตัวเองมีอาวุธชนิดไหนบ้าง และแน่นอนว่าฝ่ายของราตรีก็กำลังวางแผนเพื่อเป่าหูประเทศอื่นๆ ที่เป็นทั้งพันธมิตร และศัตรูให้สู้รบ และเตรียมพร้อมจะทำสงครามในอีก 45 วันด้วยเช่นกัน อเมริกาที่เป็นกลางมาตลอดตอนนี้ก็ยังเป็นกลางอยู่ แต่ต้องทำหน้าที่ตามที่ฝ่ายของนทีสั่งการเท่านั้น รวมถึงประเทศอื่นๆด้วยเช่นกัน ไม่น้อยเลยทีเดียว พระสันตะปาปาเองก็เหมือนกันที่ต้องหาพันธมิตรของตัวเอง และก็ได้ประเทศฝั่งยุโวปที่นับถือศาสนาเหมือนกันอย่างเคร่งครัดเข้าร่วมด้วย และมันทำให้โลกทั้งใบถูกแบ่งออกเป็นสามกองกำลังหลัก กองกำลังที่ใหญ่ที่สุดไม่พ้นว่าจะเป็นของนที หรือเหล่าเทพ รองลงมามันก็เป็นเรื่องที่กล่าวได้ยากมาก เพราะมันไม่ได้มีความห่างกันเลย ในขณะที่ทุกฝ่ายกำลังเครียด และจัดแจงทุกอย่างอยู่นั้นเอง กลับมีชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งอยู่หน้าจอ เพื่อพูดคุยกับเหล่าแฟนๆของเขา นทีชายหนุ่มผู้ไม่สนใจโลกสักเท่าไหร่ เขาลองเพลงอย่างมีความสุขไปกับประชาชนคนธรรมดา และก็ออกไปเรียนตามที่เคยเป็นมา และในวันนี้เองก็ถูกรับเชิญจากผู้นำเหล่าทัพ เพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน โดยที่เขาไม่รู้เลยว่านี่มันไม่ต่างอะไรกับงานดูตัวเลยชัดๆ ณ คฤหาสน์ของ ผบ.ตร“คุณตาคะ นี่มันงานอะไรกันแน่คะเนี้ย ไม่ใช่ว่าจะให้หนูไปดูตัวกับคนที่คุณตาเลือกไว้หรอกนะคะ” ขวัญข้าวเอ่ยออกมา อย่างกับรู้ทัน มันทำเอาคนทั้งบ้านสะดุ้งออกมาเล็กน้อย แต่ท่านผบ.ตร.ก็ไม่ได้แสดงอาการพิรุธใดๆออกมา รับราชการตำรวจมาทั้งชีวิตจะมาตกม้าตายกับเพียงแค่หลานสาวถามได้อย่างไร“จะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไงล่ะหลานรัก.. งานนี้เป็นงานรวมครอบครัวของทั้งสี่เหล่าทัพเลยนะหลาน.. ถ้าหลานไม่สวยที่สุด แล้วตาจะเอาหน้าที่ไหนไปอวดคนอื่นเขาล่ะ” ผบ.ตร. ตอบกลับไปอย่างนิ่งๆ ราวกับว่าเขารู้สึกอย่างนี้จริงๆ และแน่นอนว่าเธอผู้เป็นหลานมีหรือจะยอมให้ตระกูลที่คุณตาอุตส่าห์สร้างมา ต้องขายขี้หน้า“ก็ได้ค่ะ.. หนูจะเชื่อคุณตาสักครั้ง... เอาเป็นว่าหนูจะไม่ทำให้ตระกูลเราขายขี้หน้าเลย” จากนั้นเธอก็รีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพื่อแต่งตัวอย่างที่ตาเธอต้องการ แต่ภายในใจมันก็น่าเบื่ออยู่ดีที่จะต้องเข้าร่วมงานสังคมอย่างนี้ ถึงจะมีผู้ชายเข้ามาจีบเธออยู่บ้างแต่ด้วยบารมีของคุณตา พวกมันเหล่านั้นก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรให้มากความอีกด้านหนึ่ง คฤหาสน์ ผบ.ทร. น้ำที่รู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะต้องเจอกับนทีก็แต่งตัวสวยที่สุดเท่าที่เธอจะสามารถทำได้เลย และเธอรู้อยู่แล้วว่าจะมีคู่แข่งถึงอีกสองคนที่ตระกูลของพวกเธอต้องการคาบนที ซึ่งตระกูลเหล่านั้นก็เป็นของเหล่าผบ.กันทั้งนั้น ครอบครัวของเธอไม่ได้อยากน้อยหน้า และวันนี้เธอจะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่า ‘เธอนี่แหละที่เหมาะสมที่สุดแล้ว’ แต่มีอีกคฤหาสน์หนึ่งของผบ. ท่านหนึ่งที่ยังไม่เคยมีใครรู้เลยว่าจะมีม้ามืดส่งเข้ามาประกวดกับเขาด้วย และเธอคนนี้อาจจะทำให้หัวใจที่เย็นชาอ่อนลงอีกครั้งก็เป็นไปได้ เพราะว่าทั้งเขา และเธอเคยพบเจอกันตั้งแต่สมัยเด็กๆแล้ว สมัยนั้นที่เธอ และเขายังมีอายุได้เพียง 8 ขวบเท่านั้น เธอมองไปที่กระจกก่อนจะพบว่าตัวเองนั้นสวยงามมากแล้ว ก่อนที่เธอจะติดอะไรบางอย่างลงที่เกาะอกของเธอ และเอ่ยขึ้นมาว่า“เรากำลังจะได้พบกันแล้วนะ เจ้าชายของฉัน... เจ้าหญิงคนนี้กำลังจะทวงสัญญาที่ว่านั้นแล้ว”

    คล้ายกับเรื่องChat เปลี่ยนโลก ที่คุณอ่าน