นิทานคีตา กาลครั้งนั้น

    ตอนที่ 66 มันจำได้แล้ว

             

            ตอนที่ 66 มันจำได้แล้ว

             

             

            ท่ามกลางความมืดในหมู่บ้านเปลวเหมันต์ ค่ำคืนนี้ไร้ซึ่งดวงดาว พระจันทร์ถูกบดบังอย่างถูกองศาและจังหวะ ป่ารอบข้างหมู่บ้านเปลวเหมันต์จมลงสู่ความมืดมิดโดยสมบูรณ์

             

            เพียงหันไปจ้องมองความมืดในป่าแห่งนั้น แม้แต่ทหารยามที่ประจำการค่ำคืนนี้ก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลอันน่าสงสัย

             

            ราวกับมีบางสิ่งกำลังจับจ้องมองพวกเขาด้วยแววตากระหายเลือด ราวกับความมืดค่ำคืนนี้สามารถกลืนพวกเขาให้หายไปได้ในพริบตา

             

            เงาหมอกสีดำเงาหนึ่งซุ่มอยู่รอบนอกชายป่าอย่างเงียบเชียบ สัตว์อสูรสีแดงที่ร่างปกคลุมด้วยหมอกตอนนี้แววตากลับมามีประกายอีกครั้ง ราวกับจิตวิญญาณที่สูญหายไปได้รับการเติมเต็ม มันค่อย ๆ ยันร่างตัวเองขึ้นมาเหนือพื้นดิน สอดส่ายสายตาไปมาอย่างมึนงง

             

            เมื่อมันได้รับสติของตนกลับคืนมา เบื้องหน้าของมันก็คือหมู่บ้านเปลวเหมันต์ คบเพลิงส่องสว่างไปทั่วบริเวณ แม้จะเงียบเชียบเพราะเป็นยามค่ำคืน หากตั้งใจฟังยังสามารถได้ยินเสียงหัวเราะเบาบาง ราวกับบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองยังไม่จางหายไปดี

             

            สัญชาตญาณของมันสั่งการให้มันมุ่งหน้าไปที่นั่น อารมณ์อันรุนแรงสายหนึ่งพลันเริ่มเดือดขึ้นภายในร่างของมัน

             

            ร่างนั้นเหยียดตัวขึ้นช้า ๆ ก่อนออกเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านนี้ด้วยความเงียบเชียบ แม้มันจะไม่ใช่ตั๊กแตนยักษ์ไวร่าแล้ว หากมันกลับสามารถพรางตัวได้เหมือนกันไม่มีผิดเพี้ยน แม้ยามที่มันกระโดดขึ้นสู่กำแพงเมือง ทหารยามที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็ไม่สังเกตเห็นมันแม้แต่น้อย

             

            มันก้มลงมองหมู่บ้านอันแสนเงียบเชียบอย่างเฉยเมย ไม่มีผู้คนใดอยู่ที่ถนนอีกต่อไป แม้จะมีบ้างบางหลังที่ยังคงมีแสงสว่างติดอยู่ หากประชากรส่วนมากย่อมเข้าสู่นิทราเต็มทีแล้ว

             

            เมื่อมันเห็นหมู่บ้านเปลวเหมันต์ในระยะประชิด เห็นบ้านหลายหลังที่ยังคงมีแสงไฟ มันพลันเข้าใจอารมณ์ที่ปะทุขึ้นในร่างของมัน

             

            สังหาร

             

            กระหาย

             

            เข่นฆ่า

             

            นัยน์ตาของมันกลายเป็นสีแดงฉาน มันต้องการฉีกกระชากหมู่บ้านนี้ให้กระจายเป็นชิ้น ๆ นำเลือดของชาวบ้านมาอาบชโลมร่างมัน น้ำเนื้อและศีรษะของมนุษย์มาบดขยี้ด้วยกรงเล็บและคมเขี้ยว

             

            ภาพในอดีตพลันผุดขึ้นในหัว ภาพยามที่มันยังเป็นตั๊กแตนยักษ์ไวร่า ยามที่มันสังหารชาวบ้านอย่างรื่นเริง แล้วจึงนำศพไปทิ้งไว้ข้างกำแพง คอยดูท่าทางหวาดกลัวของเหล่าหนอนแมลงที่มาพบ 

             

            มันชั่งใจว่ามันสมควรเลือกชาวบ้านผู้โชคร้ายสักคนไปสังหารพร้อมกับนำศพมาประจานไว้เพื่อขู่ขวัญเช่นเคยหรือไม่

             

            มันพิจารณาไม่นานมันก็ตัดสินใจได้ ห้วงอารมณ์และความกระหายในร่างของมันในค่ำคืนนี้มากมายกว่าปกติ มันแทบไม่อาจระงับได้อีกต่อไป การสังหารเพียงไม่กี่ศพไม่อาจทำให้มันพึงพอใจได้

             

            มันต้องการสังหารหมู่ในค่ำคืนนี้

             

            เพราะการมาของหญิงสาวและคนกลุ่มนั้น มันจึงไม่สามารถออกล่าได้ตามสะดวกแม้แต่น้อย มันรู้สึกราวกับว่าความทรงจำของมันขาดหายไปกะทันหัน ก่อนหน้านี้มันยังออกล่าชาวบ้านต้อยต่ำเหล่านี้พร้อมกับขู่ขวัญพวกเขาเสียกระเจิง

             

            มันมีความสุขที่เห็นเหล่าชาวบ้านพวกนี้ไร้ทางสู้ ได้แต่หวาดกลัวอย่างไร้ทางสู้

             

            หลังจากหญิงสาวคนนั้นมาถึง มันก็รับรู้ได้แล้วว่ากลุ่มของพวกเขานั้นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง แม้มันจะพรางตัวด้วยการเปลี่ยนรูปลักษณ์อันเป็นความสามารถโดยกำเนิดของมันทุกครั้งที่ออกล่า แต่มันก็สังหรณ์ได้ว่าเพียงแค่นี้ไม่เพียงพอ

             

            มันใช้ทั้งพลังจากกลุ่มคำแห่งพลังในร่างของมันซึ่งทำให้ร่องรอยของมันถูกมองผ่านได้โดยง่าย รวมถึงความสามารถในการโจมตีทางจิตที่มันไม่ทราบว่ามีเมื่อใด

             

            นี่เป็นหนึ่งในไพ่ตายของมัน มันได้ใช้พลังนี้กับชายผู้หนึ่งซึ่งไล่ล่ามันในป่าเมื่อคราวนั้น และครั้งนี้มันก็ทำเช่นเดิมเพื่อหลบรอดออกมา

             

            หากหลังจากมันหลบรอดมาได้แล้ว เสียงในหัวปริศนากลับบอกมันว่ามันถูกตาม มันจึงพบว่าคนกลุ่มนั้นกลับสามารถตามมันมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ พอมันสังเกตดู มันจึงพบว่าเหตุผลที่มันถูกตามตัวพบคือสุนัขตัวใหญ่สีดำตัวนั้น

             

            มันมีเวลาไม่มากนัก มันตัดสินใจเสี่ยง ทิ้งขาของมันไว้ในรังของมันข้างหนึ่ง ให้คนเหล่านั้นคิดว่ามันหลบหนีไปแล้ว ในเวลาที่พวกเขาชะล่าใจ มันจะได้ลอบสังหารสุนัขตัวนั้น 

             

            หากทุกอย่างกลับตาลปัตรในชั่วพริบตา วินาทีที่มันเห็นว่าชายหนุ่มคนหนึ่งในกลุ่มสติหลุดโวยวาย มันจึงรีบโผตัวออกโจมตี กลับกลายเป็นว่ามันถูกกลุ้มรุมโจมตีกลับเสียอย่างนั้น

             

            มันสามารถเอาชีวิตรอดมาได้อย่างเฉียดฉิว หากวินาทีที่มันพยายามจะหนีไป ภาพในโลกของมันกลับดับวูบไปทันตา

             

            เมื่อมันตื่นขึ้นมา มันก็พบว่าตนมาอยู่หน้าหมู่บ้านแห่งนี้อีกครั้ง

             

            นี่ก็หลายครั้งแล้วที่มันรู้สึกว่าความทรงจำหลายส่วนของมันขาดหายไป ราวกับมันอยู่ในฝันอันยาวนานแห่งหนึ่ง เมื่อมันตื่นขึ้น มันกลับยังอยู่ในฝันอีกแห่งหนึ่ง วนเวียนไปเรื่อย ๆ ไม่จบสิ้น

             

            บางครั้งมันก็ฝันว่ามันไม่ใช่ตั๊กแตนยักษ์ไวร่า เป็นสิงโตตัวหนึ่ง 

             

            บางครั้งก็เป็นแมงป่องยักษ์

             

            บางครั้งก็เป็นอสูรทะเล

             

            หลายต่อหลายครั้งที่มันฝันว่ามันเปลี่ยนร่างไปเรื่อย ๆ หากยิ่งนานไป ความทรงจำในร่างก่อนก็เจือจางลงทุกที

             

            ขณะที่มันจ้องมองชาวบ้านอันแสนกระจ้อยร่อยเบื้องล่าง มันก็สังเกตเห็นร่างสีแดงของมันเอง

             

            ปกติแล้วร่างของมันเป็นเช่นนี้หรือ?

             

            มันจำไม่ได้แล้ว บางทีร่างของมันอาจจะเป็นเช่นนี้มาตลอดก็ได้

             

            มันสลัดความคิดไร้สาระออกจากหัว แล้วจึงกระโจนลงเบื้องล่าง มันพุ่งเข้าหาบ้านหลังหนึ่งที่ยังคงมีไฟติดอยู่ มันไม่ต้องการนึกอะไรอีกแล้ว มันหิว และมันต้องการอาหาร

             

            อาหารจำนวนมาก

             

            หากจู่ ๆ ร่างของมันพลันได้ยินเสียงแตกหัก ภายในร่างของมันเรืองแสงเบาบาง ดวงตาของมันพร่ามัว เมื่อมันลืมตาขึ้น แสงทั้งหมดก็จางหายไปแล้ว ไม่เหลือร่องรอยใด ๆ อีกต่อไป มันยังสติสัมปชัญญะครบถ้วน หากมันไม่อาจขยับร่างกายใด ๆ ได้ ราวกับกาลเวลาถูกหยุดลงรอบตัวของมันโดยสิ้นเชิง

             

            มันทำได้เพียงหันมองไปมาอย่างไร้ทางต้าน ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าใด เงาสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของมัน ร่างเงานี้ช่างให้ความรู้สึกแปลกประหลาดหากกลับชวนให้คิดถึง ราวกับมันเห็นร่างเงานี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

             

            “เหอะ หลอมวิญญาณไม่สมบูรณ์ ทั้ง ๆ ที่คืนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะป้ายสีสร้างเรื่องให้องค์หญิงดูไร้ความสามารถที่สุดแท้ ๆ หากไอ้ตัวไร้ค่านี่กลับหลอมวิญญาณไม่สมบูรณ์” เงาร่างนั้นสบถอย่างอารมณ์เสีย

             

            เมื่อมันเห็นขวดเล็กขวดหนึ่งที่ร่างเงานั้นถือ ราวกับมีบางอย่างในหัวของมันปริแตก ความทรงจำในอดีตพลันไหลทะลักเข้าสู่ร่างของมัน ภาพเหตุการณ์มากมายเริ่มลอยผ่านห้วงจิตของมัน 

             

            มันเคยเป็นเพียงคนธรรมดาคนหนึ่ง หากมันกลับมีความสามารถที่จะสิงร่างของสิ่งมีชีวิตอื่นได้ มันรู้ตัวดีว่าพลังนี้ของมันนั้นโหดร้ายจนเกินไป มันจึงไม่คิดใช้พลังนี้ หากราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง มันกลับขึ้นเป็นนักสลักได้ด้วยพลังนี้

             

            มันผนึกพลังนี้ไว้ ไม่คิดใช้ออกอีกตลอดกาล มันพบคนรัก มีลูกน้อยที่น่ารัก ทำงานตามปกติใช้ชีวิตสามัญ มันเป็นถึงนักสลัก มันย่อมสามารถมอบชีวิตที่ดีให้แก่คนที่มันรัก ชีวิตของมันมีแต่ความสุขเรื่อยมา

             

            จนวันหนึ่งมันถูกสังหาร ครอบครัวของมันถูกสังหารอย่างโหดร้ายต่อหน้ามัน มันขาดสติ วินาทีที่มันกำลังจะสิ้นใจ มันใช้พลังเฮือกสุดท้ายปลูกถ่ายดวงวิญญาณเข้าร่างของคนผู้นั้นหวังให้ตายตกตามกัน หากมันกลับโดนหลอก คนผู้นั้นฉีกยิ้มเริงร่า ในมือเปิดขวดเล็กขวดหนึ่ง

             

            ก่อนมันสิ้นสติ มันพลันได้ยินเสียงเสียงนี้ เสียงที่ปลุกความทรงจำของมัน 

             

            'คำแห่งพลัง ย้ายวิญญาณ สมบูรณ์แบบสำหรับอาคมผนึกร่างฝังวิญญาณของข้า เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไป แม้เจ้าจะตายไปอีกกี่รอบ ข้าก็จะย้ายวิญญาณของเจ้าใส่ร่างอื่นไปตลอดกาล ทหารผู้ไม่มีวันตายของข้า' มันหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง

             

            เมื่อมันพบกับความมืดในขวดนั้น สติของมันก็ดับสูญสู่ความมืด ไม่รู้นานเท่าใดที่มันลืมตาตื่น มันกลับอยู่ในร่างของสัตว์อสูร ไร้ซึ่งความทรงจำใด ๆ ร่างของมันเต็มไปด้วยความปรารถนา ความกระหายเลือด มันต้องการเห็นโลกลุกเป็นไฟ

             

            บางครั้งมันก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ราวกับมีเสียงในหัวที่สั่งให้มันทำอะไรชั่วร้ายตลอดเวลา บางครั้งความทรงจำของมันก็หายไปเสียดื้อ ๆ บางครั้งร่างของมันก็ราวกับตื่นขึ้นมาใหม่

             

            มีเพียงครั้งนี้ ที่มันสามารถจำทุกสิ่งได้แม่นยำ

             

            เงาสีดำนั้นยื่นมือมาจับที่หน้าผากของมัน ในมืออีกข้างปรากฏขวดเล็กสีดำสนิท สติของมันค่อยๆ ถูกสูบกลืนไปช้า ๆ

             

            อา มันจำได้แล้ว คนผู้นี้เองที่สังหารมัน สังหารครอบครัวของมัน

             

            อา มันจำได้แล้ว คนผู้นี้คือผู้ที่ผนึกวิญญาณของมัน

             

            อา มันจำได้แล้ว คนผู้นี้คือผู้ที่ฝังวิญญาณของมันไว้ในร่างต่าง ๆ พร้อมกับกระซิบความชั่วร้ายต่าง ๆ ให้มัน

             

            อา มันจำได้แล้ว คนผู้นี้คือผู้ที่คอยลบความทรงจำของมันเมื่อผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง ทำให้มันกลายเป็นหุ่นเชิดของเขาตลอดกาล

             

            อา มันจำได้แล้ว ความรู้สึกที่ฝังแน่นอยู่ในใจ ความรู้สึกที่ไม่เคยเลือนหายแม้ผ่านไปนานกี่สิบปี ความรู้สึกหนึ่งที่ติดอยู่กับวิญญาณไม่ว่าจะร่างไหน

             

            ความแค้น!

             

            เงาร่างสีดำนั้นสบถคำหยาบคายมากมายยามสูบกลืนวิญญาณของมันกลับคืนเพื่อหาร่างใหม่ มันไร้หนทางต่อสู้ มันทำได้เพียงแต่ภาวนา หวังว่าวันหนึ่ง เศษสวะตัวนี้ผู้นี้จะถูกอสูรสีดำแห่งความชิงชังลงทัณฑ์ ให้มันลงสู่แดนของทีรานชั่วกัปชั่วกัลป์

             

            แม้มันจะต้องสูญเสียความทรงจำอีกกี่ครั้ง มันก็จะขอสาปแช่งคนผู้นี้เรื่อยไป!

             

            วินาทีก่อนที่มันจะสติดับสูญไป มันกลับเห็นสุนัขสีดำตัวใหญ่ตัวหนึ่ง สุนัขสีดำตัวนั้นที่สามารถจับจ้องมาที่มันแม้มันจะพรางตัวอยู่ สุนัขสีดำตัวนั้นยืนอยู่ข้างหลังเงาร่างสีดำอย่างเงียบเชียบ ด้านข้างมีหญิงสาวผมสีแดงสดยืนอยู่

             

            ในมือของเธอปรากฏกาน้ำชาสีม่วงที่ปกคลุมด้วยหมู่เมฆ ปลายปากกาปรากฏสายน้ำหลั่งรินออกมาราวกับกาน้ำชาแห่งนี้บรรจุมหาสมุทรไว้ภายใน สายน้ำเหล่านี้เอ่อล้นท่วมทะลัก เพียงไม่นานระดับน้ำก็สูงขึ้นจนถึงเอวของคนผู้นั้น

             

            ภาพสุดท้ายที่มันเห็นคือคนผู้นั้นหันกลับไปด้วยอารามหวาดกลัว ใบหน้าซีดเผือด กาน้ำชาสีม่วงเปล่งแสงเจิดจ้าพร้อมกับสุนัขสีดำตัวนั้นที่พุ่งเข้าหาคนผู้นั้นอย่างประสงค์ร้าย สายน้ำมากมายมหาศาลล้อมรัดพันเขาไว้อย่างแน่นหนา

             

            อา อสูรสีดำมาลงทัณฑ์เศษสวะชั่วช้าตัวนี้แล้ว ความภาวนานับสิบปีของมันในที่สุดก็สัมฤทธิผล

             

             



    คล้ายกับเรื่องนิทานคีตา กาลครั้งนั้น ที่คุณอ่าน