ตอนที่ 8 เหตุผลของคุณคริส
"ไอ้เดลมึงเอากระเป๋าของเธอไปคืนให้กูหน่อย...อ่อแล้วไม่ต้องแสดงตัวนะ ให้เคอรี่ไปส่งให้ก็ได้" คริสเตียนเลือกที่จะแอบเอากระเป๋าไปคืนเพราะยังรู้สึกสนุกอยู่ อยากรู้จักเธอให้มากขึ้น อยากรู้ว่าเธอเป็คนยังไงใช่แล้วคริสเตียนไม่เคยรู้สึกสนใจผู้หญิงคนไหนเท่ากับลิลินมากก่อนเธอเป็คนแรกที่เขารู้สึกสนใจ น่าค้นหา แล้วก็สนุก
"แล้วทำไมนายไม่เอาไปคืนเธอเองล่ะครับ" เดลสงสัย ทำไมไม่ให้กันไปซะเลย เมื่อกี้ก็เจอกันสุดท้ายก็ต้องมาลำบากเขาอีก
ภายในลูกน้องทั้งหมดมีเพียงเดลคนเดียวที่กล้าถามกล้าพูด กับเ้านายแบบนี้เพราะเดลรู้ใจเ้านายของเขาดีที่สุด ที่จริงเ้านายไม่ได้โหดร้ายเหมือนกับพวกมาเฟียทั่วๆไป แต่เ้านายของเขาอ่อนโยนไม่ชอบใช้ความรุนแรงและรับฟังความคิดเห็นของลูกน้องทุกคนเสมอ ใส่ใจลูกน้องทุกคนดีเท่าๆ กันแต่เื่นี้ มีเพียงคนใกล้ชิดอย่างเดลเท่านั้นที่รู้ เพราะเ้านายของเขาต้องรักษาภาพลักษณ์มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่เอาไว้ เพื่อเป็ที่น่าเกรงขามกับพวกคู่แข่งและศัตรูที่คิดไม่ดีก็เท่านั้น ที่จริงเ้านายไม่ได้ชอบในสิ่งที่เป็อยู่เลยเ้านายอยากจะเลิกอาชีพนี้ไปตั้งนานแล้ว แต่เขาเลือกที่จะสานต่อธุรกิจที่บิดาทำไว้เพราะเห็นแก่ปากท้องของลูกน้องทุกคน และที่เขาได้มาเปิดธุรกิจในไทย มันมีเหตุผลไม่ได้เพราะอยากรวย แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น
"เื่ของกู" เดลเกาหัวแกก อย่างไม่เข้าใจ ลำบากเขาอีกแท้ๆคริสเตียนหยิบกระเป๋าของเธอใบไม่ได้ใหญ่มาก ออกมาจากกระเป๋าทำงานของเขา
"นายเอากระเป๋าของเธอติดตัวมาด้วยเหรอครับเนี่ย" เขาเงยหน้ามองลูกน้องแล้วตอบว่า
"เื่ของกู" แต่เขาก็แอบคิดในใจว่าหรือว่าเขาจะเป็โรคจิตจริงๆ วะเนี่ยไม่ได้เห็นหน้าเธอ ขอเห็นของต่างหน้าก็ยังดีแล้วคริสเตียนก็เปิดกระเป๋าของเธอออก หยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋าของเธอออกแล้วใส่มันลงไปในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง เดลมองดูการกระทำของเ้านายแต่ไม่กล้าที่จะพูดอะไร แล้วคริสเตียนก็ส่งกระเป๋าของเธอให้เดลไปจัดการ
"มึงมีอะไรจะถามกูอีกมั้ย" คริสเตียนถามเดลอีกครั้ง เพราะเห็นหน้ามันเขาก็รู้แล้วว่ามันคิดอะไรอยู่ ก็แค่ผ้าเช็ดหน้าหายไปสักชิ้นคงไม่เป็ไรมั้งอีกอย่างเขาจะเอาไว้เผื่อวันหนึ่งถ้าเขาอยากจะแสดงตัวกับเธอจะได้ไม่ต้องมาอธิบายมาก แต่ระหว่างนี้ขอเอาไว้ดูต่างหน้าก่อนก็แล้วกัน
"ไม่กล้าถามแล้วครับ" เพราะเ้านายคงจะตอบว่าเื่ของกูแน่นอนเดลรู้นิสัยของคริสเตียนดี เขาก็เลยเลิกที่จะไม่ถามดีกว่า
"ไม่ต้องระบุผู้ส่งนะ" คริสเตียนย้ำอีกครั้ง
"เข้าใจแล้วครับจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้ครับ"
"เออ..รีบไป"
ทางด้านลิลินเมื่อเธอลงมาจากห้องเ้านายเธอก็ตรงไปที่แผนกของตัวเองทันที เพราะเวลานี้ได้เวลาทำงานแล้วถึงเธอยังไม่ได้ทำอะไรมาก แต่เธอก็อยากเรียนรู้งานให้ได้มากที่สุดจะเก็บเอาไว้เป็ประสบการณ์ในการทำงาน เวลาไปทำงานจริงเธอจะได้ทำงานเป็
"ลิลินเป็ไงบ้างนายเรียกไปทำอะไร" พี่แพนหัวหน้าของลิลินรีบเข้ามาถามลูกน้องเผื่อมีอะไรให้ช่วย จะได้ช่วยแต่ถ้าเป็เื่งานก็น่าจะผ่านเธอหรือว่าจะไม่ใช่เื่งาน...
"ก็เ้านายพี่น่ะสิจะให้ลินไปพบลูกค้ากับเขา" เมื่อลิลินพูดจบพี่แพนก็ทำหน้าใ
"ห๊ะ!! พบลูกค้าเนี่ยนะ"ความเหมาะสมกับสมเหตุสมผลอยู่ตรงไหนหว่าแพนคิดในใจ
"ค่ะลูกค้าเขาบอกกับลินแบบนั้น"
"แล้วเหตุผลล่ะนายได้บอกมั้ยว่าทำไมต้องเป็ลิน" เด็กฝึกงานวันแรกเนี่ยนะถึงจะพยายามเข้าใจแต่มันก็เข้าใจยากจริงๆ
"เขาบอกลินว่าจะให้ลินไปเป็เพื่อนคุยกับลูกของลูกค้าที่วัยใกล้เคียงกันกับลินน่ะค่ะ" เธออธิบายให้พี่แพนฟังตามที่เขาให้เหตุผลเธอมา
"อ่อ..." เหตุผลก็พอฟังขึ้นนะแพนเมื่อรับรู้ถึงเหตุผลก็พอจะเข้าใจได้
"แล้วลินว่ายังไงไปหรือเปล่า" เพราะเวลาที่คริสเตียนให้ไป มันไม่ใช่เวลาทำงานแต่เป็เวลาเลิกงานแล้วต่างหาก เพราะฉะนั้นลิลินมีสิทธิ์ที่จะไปหรือไม่ไปก็ได้
"ก็ต้องไปสิคะเดี๋ยวเขาไม่ให้ลินผ่านงาน ลินก็แย่น่ะซิ" แล้วอีกอย่างเธอก็ไม่ได้มีธุระที่ไหนแค่ไปเป็เพื่อนคุย สำหรับเธอสบายมาก เื่แค่นี้มันไม่ได้หนักหนาอะไรสำหรับเธอเลย
"แล้วนายดุมั้ย" แพนยังคงถามต่อที่จริงเธอก็อยากรู้ว่าเ้านายคุยอะไรกับลิลินเด็กฝึกงานคนนี้บ้าง
"อือ..." ลิลินทำท่าคิด
"ก็ไม่นะคะ" เขาไม่ได้ดุอะไรเธอสักนิดเลยแต่เธอรู้สึกแปลกๆ เวลาที่เขามองมาที่เธอ เธอไม่เข้าใจสายตาแบบนั้นเลยแต่รู้ว่าเขาไม่ได้ดุก็แล้วกัน
"แล้วที่พี่บอกว่าหล่อน่ะลินว่ายังไง หล่อแบบที่พี่บอกเลยมั้ย" พี่แพนอายุสามสิบต้นๆ ขาเม้าท์ประจำแผนกแต่เธอก็แค่พูดไม่ได้คิดอะไรหรอก เพราะเธอมีลูกกับสามีรออยู่ที่บ้านแล้ว
"ไม่รู้สิคะหล่อสำหรับลินต้องดูที่นิสัยด้วย ลินขอไปทำงานต่อก่อนนะคะ" แล้วลิลินก็เดินออกจากตรงนั้นไปเลยเธอไม่เคยเห็นผู้ชายหล่อในสายตาเลยั้แ่เกิดมา แต่ยอมรับว่าคุณคริสหล่อจริงแต่เื่อะไรเธอจะต้องชมเขาด้วย อายุของเขาก็น่าจะเยอะกว่าเธอมากคนแก่ขี้บ่นหรือเปล่าก็ไม่รู้
"อ้าวลินเดี๋ยวซิ..พี่ยังถามไม่จบเลย" แพนชอบแอบมองเ้านาย เวลาเขาเดินผ่านที่แผนกแต่ก็แค่มองนั่นแหละ เพราะเธอมีสามีและลูกๆ ที่น่ารักแล้วไม่ได้คิดอะไรไปมากกว่านี้ แต่จะว่าไปแล้ว เ้านายของเธอก็โสด แล้วลิลินก็น่ารักถ้าเ้านายคิดจะจีบลูกน้องเธอ เธอจะสนับสนุนเต็มที่เลย
แล้วเมื่อเวลาเลิกงานมาถึง
ลิลินก็เอากุญแจรถให้น้ำหวานขับรถของเธอกลับบ้านไปก่อน เพราะเธอต้องไปพบลูกค้ากับเ้านายทำให้น้ำหวานไม่เข้าใจ น้ำหวานไม่ใช่ผู้หญิงโลกสวยแล้วเธอก็เป็ห่วงเพื่อนด้วยอีกอย่างเพื่อนเธอก็น่ารักขนาดนี้ เ้านายจะคิดอะไรกับลิลินหรือเปล่าแล้วน้ำหวานก็ยังไม่เคยเห็นหน้าของคริสเตียนด้วย เห็นแต่รูปที่ติดอยู่ที่บอร์ด
"พบลูกค้าอะไรวะลินเ้านายเขาจีบมึงหรือเปล่า แบบว่า...หาข้ออ้างอะไรอย่างเนี้ย" น้ำหวานพูดติดตลก พูดไปตามสัญชาตญาณไม่ได้คิดว่าจะเป็เื่จริง
"ไม่มั้งมึงเขาเป็ใครแล้วกูเป็ใคร กูว่ามึงคิดมากไปแล้ว" เขาเป็นักธุรกิจรวยติดอันดับแถมยังหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แต่งตัวนี้โครตเนียบสุดๆ เดินไปทางไหนออร่าก็จับแต่ดูลิลินสิเธอไม่ได้มีอะไรที่จะเทียบกับเขาได้เลย
"ก็ไม่แน่มึงออกจะน่ารัก" ใครๆก็บอกแบบนั้นแต่ดูเหมือนชีวิตของเธอเกิดมาก็มีแค่เื่นี้เื่เดียวที่ดูเหมือนจะเข้าข้างเธออย่างอื่นเธอก็คือผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้นไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากคนทั่วไปเลย
"เพ้อเจ้อน่าน้ำหวานเขามาโน้นแล้ว กูไปก่อนนะ"
"มึงไม่มีมือถือด้วยเอางี้เอาของกูไปก่อน มีอะไรโทรเข้าเบอร์บ้าน หรือไม่ก็เบอร์แม่กูก็ได้เผื่อกูโทรหาด้วย" น้ำหวานเป็ห่วงเพื่อนเลยเอามือถือของตัวเองให้เพื่อนยืมติดตัวไปใช้ก่อน
"จะดีเหรอ" ลิลินรู้สึกเกรงใจเพราะมือถือมันคือของส่วนตัวนะ
"เอาไปเถอะน่ากูเป็ห่วงมึงไม่ต้องเกรงใจ ขนาดกูยังเอารถมึงกลับบ้านได้เลย กูยังไม่เห็นเกรงใจมึงเลย" น้ำหวานยิ้มให้เพื่อน พวกเธอสี่คนสนิทกันมากไม่เคยหวงอะไรกันอยู่แล้ว แล้วก็ไม่เคยมีความลับต่อกันด้วย
"มันไม่เหมือนกันนี่กูจะทิ้งให้มึงนั่งรถกลับเองได้ยังไงก็เรามาด้วยกัน"เมื่อคืนลิลินไปนอนค้างอยู่บ้านน้ำหวานเพราะกลัวใครบางคนจะตามมา ก็เลยมาทำงานด้วยกันนี่แหละ
"กูบอกว่ามึงอย่าคิดมากไง..เอาไป" น้ำหวานยัดมือถือใส่มือเพื่อน
"แล้วถ้าจะให้กูไปรับตรงไหนก็บอก" น้ำหวานส่งมือถือให้ แล้วรีบเข้าไปนั่งที่คนขับแล้วขับรถออกไป เป็เวลาพอดีกับที่คริสเตียนเดินมาถึงที่จอดรถพอดี
"เพื่อนลิลินเหรอ" เขาถามลิลินไม่เข้าใจทำไมต้องพูดกับเธอสนิทสนมขนาดนี้ด้วย
"ค่ะ"
"ไปขึ้นรถ" เขาสั่ง โดยมีเดลเป็คนทำหน้าที่ขับรถให้ลิลินกำลังจะเปิดประตูทางด้านหน้าขึ้นไปนั่งแต่ก็ถูกเขาขัดขึ้นเสียก่อน
"มานั่งด้านหลัง" คริสเตียนสั่งเสียงเข้มเพราะเธอกำลังจะเปิดประตูรถไปนั่งคู่กับคนขับ ส่วนเดลที่รู้เื่ทุกอย่างได้แต่อมยิ้มไม่ได้พูดอะไร
"แต่ว่า..." เธอคิดว่ามันไม่ค่อยจะสมควรสักเท่าไหร่อีกอย่างเขาก็เป็เ้านาย แล้วเธอก็เป็แค่เด็กฝึกงานเท่านั้นจะให้เข้าไปนั่งคู่กับเขาได้ยังไง
"ผมบอกให้มาก็มาไง" เขายังเปิดประตูรถรอเธอเข้าไปนั่งอยู่อย่างนั้นทำให้ลิลินยอมทำตามที่เขาสั่ง
"ก็ได้ค่ะ" เธอเข้าไปนั่งตามที่เขาสั่งจากนั้นเขาก็ปิดประตูรถแล้วเดินอ้อมมานั้งอีกริมหนึ่งข้างๆ เธอครั้งที่แล้วเธอก็นั่งรถคันนี้นี่แหละ แต่เธอเมามากคงจำอะไรไม่ได้แม้นแต่หน้าของเดลเธอก็จำไม่ได้สินะ คิดแล้วมันน่าจะจับกระชากเข้ามากอดแบบแน่นๆสักที แต่ก็ทำไม่ได้ เดี๋ยวเธอจะใคิดว่าเขาเป็โรคจิต จะว่าไปเธอก็น่าสนใจดีหน้าตาก็น่ารัก หุ่นก็ดี มีแต่คนอยากจะมาเป็เมียเขาแต่นี่อะไรนั่งเกร็งอย่างกับเขาจะกัด
"ขยับมาใกล้ๆ" คริสเตียนเห็นว่าลิลินนั่งชิดกับประตูรถมากเกินไปกลัวมามันอาจจะอันตรายได้ ถ้าไม่มีประตูเธอคงตกไปแล้วแน่ๆ
"ไม่เป็ไรค่ะ" เธอเกร็งก็เขาเป็เ้านายจะไม่ให้เธอเกร็งได้ยังไงอีกอย่างเธอก็ไม่เคยรู้จักกับเขามาก่อนด้วย คนแปลกหน้าชัดๆ
"รังเกียจผมขนาดนั้นเลยเหรอ" คริสเตียนรู้ว่าลิลินรู้สึกยังไงแต่แค่อย่างแกล้งเธอเล่นก็เท่านั้น
"ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะลินแค่กลัวว่าคุณคริสจะนั่งไม่สบายน่ะค่ะ" เธอแถ เป็การปฏิเสธที่มีมารยาทที่สุดนะตอนนี้รถเขาออกจะกว้าง แล้วเขาก็ไม่ได้ตัวใหญ่ถึงขนาดเธอจะต้องนั่งลำบากขนาดนั้นหรอก
"ผมนั่งสบายดีขยับมา มันอันตราย" ใช่ตอนนี้เขานั่งสบายมาก แต่ถ้าจะให้รู้สึกดีด้วยขอให้เธอขยับมาอีกจะดีมาก
"ค่ะ" ลิลินยอมขยับเข้ามาใกล้เขาอีกหน่อยแต่คริสเตียนรู้สึกว่ายังใกล้ไม่พอเขาเลยถือวิสาสะจับแขนเธอแล้วดึงเข้ามาให้ชิดติดกับเขาซึ่งคนตัวเล็กอย่างลิลินถูกคนตัวใหญ่ออกแรงดึงนิดเดียวเธอก็ลอยเข้ามาหาเขาแล้ว
"อุ๊ย!! " ลิลินใ ไม่คิดว่าเขาจะกล้าทำอะไรแบบนี้และการกระทำของเขา ทำให้ลิลินเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่าง
"ถ้าไม่รังเกียจก็นั่งเฉยๆ" ดูพูดเข้าลิลินจะบ้าตายเกิดมาไม่เคยใกล้ผู้ชายคนไหนขนาดนี้ยกเว้นไอ้ธีร์
ในที่สุดลิลินก็ยอมที่จะนั่งใกล้เขาแล้วทันใดนั้นรอยยิ้มก็ผุดบนใบหน้าชายหนุ่มทันที เพราะเขากำลังพอใจส่วนเดลที่ทำหน้าที่ขับรถอยู่ด้านหน้า มองมาด้านหลังสบสายตากับเ้านายพอดีเป็อันรู้กัน คริสเตียนยกคิ้วให้เดลหนึ่งที ผ่านกระจก ทำให้เดลอดที่จะยิ้มไม่ได้นี่เ้านายของเขาเป็เอามากขนาดนี้เลยเหรอ สงสัยเขาจะได้นายหญิงก็คราวนี้แหละ