“มากันครบหรือยัง”
แอนเดอร์สันหันมองห้องอาหารที่เต็มไปด้วยผู้อาวุโสมากมาย เย็นนี้เขาเรียกทุกคนมาประชุมกันก็เพื่อจะทำลายพวกมันให้เหมือนกับตระกูลเฟียร์ ด้วยวิธีการฆ่าที่เหมือนกัน เหล่าคนที่มองจากภายนอกจะคิดว่ามันเป็นฝีมือของคนอื่น ไม่ใช่ฝีมือของเขาเพราะการที่เขาทำลายตระกูลเฟียร์ด้วยวิธีนี้มันเป็นไปไม่ได้ แอนเดอร์สันจึงจะทำให้การตายของคนที่นี่ เป็นเหมือนการตายที่เกิดจากความพยายามของใครบางคนต้องการฆ่าปิดปาก หากมันสำเร็จจะทำให้พี่ชายของเขาโดนเล่นงาน
“ผู้นำตระกูลพวกเรามาครบทั้งหมดแล้ว”
“ดี กินกันก่อน เรื่องนี้ยาวเพราะนายน้อยส่งคำสั่งบางอย่างมาให้กับเรา”
ผู้อาวุโสเริ่มตักอาหารเข้าปาก ผู้ที่กระหายได้กระดกน้ำจากนั้นก็หยิบจับทุกอย่างขึ้นมากินด้วยท่าทางหิวกระหาย แอนเดอร์สันที่รับข้อมูลจากสายลมโดยไม่หันไปมองเขาก็ทำได้เพียงยิ้มเยาะ เมื่อทุกๆคนดื่มและกินอาหารบนโต๊ะในมื้อนี้ ไม่มีใครนั่งนิ่งเลยสักคนเดียว
“ตระกูลใหญ่ หากไร้ผู้อาวุโสมันก็ไม่ต่างจากกลุ่มนักล่าเล็กๆหรอกนะ”
แอนเดอร์สันพูดกับตัวเองภายในใจ แล้วนึกกลับไปถึงเหตุการณ์ที่ตระกูลเฟียร์ถูกทำลาย หากลุงของเขาและผู้อาวุโสสามารถใช้พลังได้ คงจบลงที่ทำลายเมืองไปสัก 5 % หลังจากที่ต้องปะทะกับตระกูลใหญ่ทั้ง 2 ตระกูล เพียงแค่ 5 % ที่แอนเดอร์สันพูดถึงมันไม่ใช่พื้นที่แคบแต่อย่างใด บริเวณรอบๆตระกูลเฟียร์จะถูกทำลายราว 1 - 2 กิโลเมตร หรืออาจจะมากถึง 5 กิโลเมตร
—-------------------------
“ทำไมนายหญิงและนายน้อยถึงไม่ขยับ”
พ่อบ้านที่เฝ้ารอมาเป็นเวลานานเริ่มเกิดความสงสัย แม้จะมีหลายครั้งที่นายหญิงและนายน้อยไล่พ่อบ้านออกไปเพราะต้องการความเป็นส่วนตัวจนเกิดเหตุการณ์นั่งแช่อยู่ในศาลาข้างบ้านเป็นเวลานาน แต่วันนี้กลับต่างออกไปเพราะนายหญิงและนายน้อยนั่งอยู่นานเกินกว่าวันไหนๆ พ่อบ้านที่สังเกตจากระยะไกลพบว่านายหญิงและนายน้อยยังคงอยู่ในท่าเดิมไม่เปลี่ยนไป พวกเขาจึงส่งตัวแทนเข้าไปส่งดู แม้พ่อบ้านที่กำลังเดินเข้าไปจะเกิดความกลัวที่จะถูกตะเพิดเขากลับต้องทำเพราะมันใกล้จะได้เวลามื้อค่ำของบ้านแล้ว
“นายหญิง นายน้อย”
พ่อบ้านที่เห็นนายน้อยและนายหญิงนั่งอยู่จนใกล้จะถึงมื้อค่ำได้เอ่ยปากถาม ด้วยบรรยากาศที่สงบพวกเขาจึงไม่กล้าเข้ามาก่อกวนเพราะกลัวจะทำให้เสียสมาธิ แต่เมื่อพ่อบ้านเข้ามาใกล้ๆ เขากลับตะลึงเมื่อนายหญิงกับนายน้อยโรแลนนั่งเบิกตากว้างด้วยแววตาหมองหม่นอย่างกับคนตาย พ่อบ้านจึงรีบกระโจนเข้าไปจับชีพจรก่อนจะร้องตะโกนเรียกให้พ่อบ้านคนอื่นๆเข้ามา
“ช่วยด้วย ช่วยมาที่นี่เร็วเข้า!!!”
หากตะโกนออกไปว่านายหญิงและนายน้อยตาย จะทำให้ข่าวกระจายออกไปเร็ว พ่อบ้านที่ยังคงเชื่อในกฎจึงเรียกกันให้เข้ามาดูนายหญิงและนายน้อย กระทั่งพวกเขาเดินตรงเข้ามาในศาลาพ่อบ้านทุกคนถึงกลับแตกตื่นเมื่อเห็นร่างของนายหญิงและนายน้อยนั่งเบิกตากว้างพร้อมกับร่างแข็งไปแล้ว
“แย่แล้ว รีบไปบอกนายท่านเร็วเข้า!”
หนึ่งในพ่อบ้านรีบวิ่งเข้าไปในตัวบ้านเพื่อบอกเรื่องนี้กับผู้นำตระกูล ระหว่างนี้เองพ่อบ้านที่เหลือก็ได้ล้อมปิดศาลาเพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้พวกเขาต้องทำอย่างระมัดระวังเผื่อศัตรูจะยังคงอยู่ภายในนี้ หากพวกเขาแตกตื่นศัตรูจะใช้โอกาสนั้นหนีออกไปได้
“เกิดอะไรขึ้น”
ผู้นำตระกูลที่ได้ยินเรื่องจากพ่อบ้านรีบวิ่งมาดูลูกสาวและหลานของตนเอง เมื่อเห็นดวงตาและร่างของทั้งสองแข็งเป็นหิน บนใบหน้าของผู้นำตระกูลซิกฟรีทต่างเต็มไปด้วยความโกรธแต่ก็เก็บมันเอาไว้อย่างดี
“สั่งปิดบ้าน อย่าให้ข่าวเรื่องนี้รั่วไหลออกไป ใครที่มันเผยแพร่ข่าวออกไปก่อนที่ฉันจะบอก ฆ่ามันซะ”
ผู้นำตระกูลสั่งพ่อบ้านให้ทำตาม ก่อนที่พ่อบ้านจะกระจายกันไปบอกนักเวทย์รอบๆบ้าน เพื่อให้พวกเขาจัดรูปแบบป้องกัน ระหว่างที่บ้านตระกูลซิกฟรีทเคลื่อนไหวด้วยการนำกำลังคนออกมาป้องกันบ้านและระมัดระวังกันเป็นพิเศษนั้น ผู้นำตระกูลก็ได้มองจ้องไปยังลูกสาวและหลาน ก่อนจะให้นักเวทย์เข้าไปตรวจสอบร่างกายว่าตายจากสาเหตุใด
“พ่อ เกิดอะไรขึ้น”
ผู้เป็นพ่อหันมองไปยังลูกสาวอีกคนที่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกับหลานที่มีสิทธิในการสืบทอดตำแหน่งผู้นำตระกูลซิกฟรีท ทันทีที่หญิงสาวที่เดินเข้ามาเห็นน้องสาวและหลานชายที่วางแผนชิงตำแหน่งเก้าอี้ผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ตกตาย เธอจึงย่นคิ้วในทันที ด้วยลักษณะการตายจะต้องเป็นการวางยาอย่างแน่นอน
“ผู้นำตระกูล บนร่างของคุณหนูและนายน้อยไม่มีเวทย์ตกค้าง”
“ไม่ใช่คำสาปและเวทย์ทางจิตสินะ แล้วมันเป็นอะไร”
“อาการของทั้งสองบอกไปในทางเดียวกันว่าตายเพราะถูกวางยา แต่ยาพิษที่ใช้กลับตรวจไม่พบ”
“ไม่พบยาพิษ แต่คาดการณ์ว่าตายเพราะพิษ”
ผู้นำตระกูลซิกฟรีทสำรวจลูกสาวและหลานชายอีกครั้ง จากนั้นก็มองไปยังเอกสารภายในมือของลูกสาวที่มีเรื่องราวของตระกูลแลนเซอร์เขียนเอาไว้มากมาย แล้วยังมีเอกสารการตายของตระกูลเฟียร์เขียนเอาไว้ เมื่อเขาได้กวาดตามองดูการตายของคนในตระกูลเฟียร์ที่มีอาการคล้ายกันกับลูกสาวและหลานชาย เขาก็พอเข้าใจได้ว่าพิษนี้เป็นพิษเดียวกัน
“พิษนี้มันทำให้การทำงานของหัวใจล้มเหลวใช่ไหม”
“ครับ”
“แล้วคิดว่ามันจะเป็นพิษตัวเดียวกันกับในเอกสารนี่หรือเปล่า”
นักเวทย์มองไปยังเอกสารการตายของตระกูลเฟียร์ จากนั้นเขาก็ได้มองยาพิษที่ทางสหพันธ์เป็นคนประกาศ เขาจึงพยักหน้าให้กับผู้นำตระกูลซิกฟรีท มันมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากที่จะเป็นพิษชนิดเดียวกัน พิษที่คุณหนูและนายน้อยรับเข้าไปนั้น ไร้สี ไร้กลิ่น สลายได้เร็ว สิ่งที่เหลือทิ้งไว้มีเพียงแค่ร่องรอยการทำลายบริเวณหัวใจเล็กน้อยเท่านั้น
“เรียกพ่อบ้านทั้งหมดที่ดูแลทั้งสองมาหาฉัน”
“นายท่าน พ่อบ้านหายไป 1 คนครับ เขาเป็นคนที่ใกล้ชิดนายน้อยโรลแลนมากที่สุด”
หนึ่งในพ่อบ้านพูดสิ่งที่เขารับรู้ออกมาทั้งหมด เมื่อรู้ว่าพ่อบ้านคนที่หายไปมีโอกาสสูงจะเป็นคนวางยา พวกเขาจึงมองหาอุปกรณ์ที่ใช้วางยาทั้งสองคน
“มีใครเข้ามาที่นี่เป็นคนแรก”
“ผมครับ”
“เห็นถ้วยน้ำชาไหม”
“ปกติ คุณหนูและนายน้อยจะไม่ค่อยดื่มชา แต่มักจะวางเอาไว้บนโต๊ะ” พ่อบ้านแสดงท่าทางพร้อมกับอธิบายแต่เมื่อเขามองไปบนชุดน้ำชากลับหายไป บนโต๊ะมีเพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
“ผู้นำตระกูล ผมจำได้ว่ามีกาน้ำชาวางอยู่ที่นี่ในตอนเช้า”
“ใครเป็นคนเตรียมน้ำชา”
“พ่อบ้านของนายน้อยโรแลนคนที่หายไปในตอนนี้”
ทุกคนเริ่มปะติปะต่อเรื่องราว หากพวกเขาจับพ่อบ้านที่หายไปได้ ก็จะได้รู้คำตอบทั้งหมด ว่าใครเป็นคนวางยา ใครเป็นคนสั่งให้มันทำ อย่างไรก็ตามพ่อบ้านที่หายไป กลับไม่ทิ้งร่องรอยใดๆเอาไว้ ทุกคนจึงสันนิษฐานว่าพ่อบ้าน อาจจะถูกนายน้อยสักคนในตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ซื้อตัวเพื่อให้มาวางยาทั้ง 2 คนแบบนี้
“เป็นไปได้ไหมครับปู่ ที่คนลงมือจะเป็นคนของนายน้อย 6 ที่มีตระกูลแลนเซอร์หนุนหลัง”
นายน้อยผู้มีสิทธิสืบทอดอำนาจพูดด้วยความเข้าใจของเขาให้ปู่ทราบ อย่างไรก็ตามโอกาสที่จะเป็นนายน้อย 6 ยังคงมีแต่มันไม่ใช่ 100 % การจะใช้วิธีวางยาพิษคนในตระกูลหลักแบบนี้ผลเสียมันมีมากกว่าผลประโยชน์ เนื่องจากว่าการตายของคนตระกูลหลักจะถูกหลายคนจับจ้อง โดยเฉพาะสหพันธ์ ยิ่งการตายเกิดขึ้นในเขตสหพันธ์ที่ห้ามไม่ให้มีการสังหารกันเกิดขึ้น ยิ่งทำให้เรื่องมันวุ่นวาย
“พ่อคะ เป็นไปได้ที่จะเป็นฝีมือของนายน้อยคนที่ 6 จากตระกูลแลนเซอร์แต่มันก็มีโอกาสเป็นคนอื่นเพราะพ่อบ้านเป็นคนวางยา แล้วเราไม่รู้ด้วยว่าใครเป็นคนซื้อตัวพ่อบ้านคนนี้ไป แม้ทั้งหมดมันจะแสดงให้เราเห็นว่านายน้อย 6 น่าจะเป็นผู้สังหาร ทุกอย่างที่เราเห็นอาจจะเป็นการจัดฉากก็ได้ หนูคิดว่าเราควรจะหยุดเรื่องทั้งหมดเอาไว้เพียงเท่านี้ก่อน เรียกให้สหพันธ์มาตรวจสอบอีกทีก็เพียงพอแล้ว”
ผู้นำตระกูลซิกฟรีทมองไปยังลูกสาวที่อธิบายทุกอย่างให้ทุกคนได้เข้าใจ สิ่งที่เกิดทั้งหมดเป็นเหมือนที่เธอพูด มันอาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่มันก็อาจจะเป็นฉากหลอก เพื่อขอยืมกำลังของพวกเธอในการเคลื่อนไหวไปทำลายตระกูลแลนเซอร์ก็ได้ ดังนั้นพวกเธอควรจะหยุดเอาไว้เพียงเท่านี้ เพราะผลเสียมันเยอะกว่าผลที่จะได้ การที่ตระกูลซิกฟรีทเสียผู้ที่มีโอกาสได้เป็นผู้ชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ไปแล้ว สิ่งที่พวกเขาจะได้รับมีเพียงแค่การแก้แค้นเท่านั้น
คนที่จะได้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของตระกูลซิกฟรีทในครั้งนี้มีเพียงนายน้อยตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ที่เล็งนายน้อยคนที่ 6 เอาไว้ จากความเสียหายที่จะเกิดระหว่างตระกูลซิกฟรีทและตระกูลแลนเซอร์ที่เป็นเสาหลัก ไม่ใช่ความเสียหายน้อยๆ
“อืม การแก้แค้นมีแน่ เอาล่ะเรียกสหพพันธ์มาตรวจสอบ ส่วนเรื่องพ่อบ้านที่หายไป จัดตั้งทีมขึ้นมาสักทีมเพื่อตามหามัน”
—-----------------------
“เอาล่ะ คงอิ่มกันทุกคนแล้วสินะ”
แอนเดอร์สันที่อยู่ในการปลอมตัวเป็นผู้นำตระกูลเวลเลสกวาดตามองดูผู้อาวุโสทุกๆคน กระทั่งแม่บ้านนำอาหารออกไปทั้งหมด ทุกคนก็พร้อมที่จะเริ่มประชุมในห้องอาหารแห่งนี้
“ผู้นำตระกูล มีข่าวอะไรถึงได้เรียกพวกเรามารวมตัวกัน” หนึ่งในผู้อาวุโสเป็นคนสอบถาม
“ไม่นานมานี้ ฉันได้รับจดหมายจากนายน้อย เขาต้องการให้เราทำบางอย่าง”
นายน้อยที่ผู้นำตระกูลพูดถึง ทุกคนต่างรู้ดีว่าเป็นใครจึงเลือกที่จะนั่งเงียบฟังเรื่องราวต่อไป
“เขาอยากให้เราจัดการกับคนที่วางยาตระกูลเฟียร์ ใครก็ตามที่ได้เป็นคนวางยาในวันนั้นจะถูกสังหาร”
ทุกอย่างยังคงเงียบ แอนเดอร์สันที่พูดเรื่องการสังหารเพื่อหลอกให้ผู้วางยาร้อนตัวจนแสดงท่าทาง เขากลับพบว่าในห้องแห่งนี้ไม่มีใครแสดงอาการตื่นตระหนกจนออกนอกหน้าหลังจากรู้ว่าจะถูกสังหาร ทำให้เขารู้ว่าตระกูลเวลเลสไม่ได้เป็นผู้วางยาเลยสักคนเดียว จึงได้มุ่งเป้าไปยังตระกูลโจชัวตามที่ผู้นำตระกูลเวลเลสพูดก่อนจะตาย
“ผู้นำตระกูล เกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงต้องจัดการคนที่วางยา”
“ไม่รู้ ในจดหมายบอกเพียงเท่านี้ ”
เหล่าผู้อาวุโสทำหน้าสงสัยพลางเท้าคางคิดเกี่ยวกับจดหมายที่นายน้อย 6 ส่งมาให้ว่าทำไมจึงให้พวกเขาจัดการผู้วางยาตระกูลเฟียร์ ทั้งที่หน้าที่นี้ไม่ได้ถูกส่งมาให้พวกเขาเลย ในระหว่างที่ผู้อาวุโสกำลังเกิดความสงสัยหนึ่งในผู้อาวุโสก็ฟุบหน้าลงบนโต๊ะโดยที่เขายังคงเป็นปกติ ก่อนที่ผู้อาวุโสอีกมากจะค่อยๆล้มตัวลงไป เหลือเพียงผู้อาวุโสที่เป็นนักเวทย์ 900 ปีที่ยังคงเหลือสติเอาไว้ได้ ภายใต้การสลบของผู้อาวุโสมากมาย เหล่าผู้อาวุโสที่รู้ว่าตัวเองถูกวางยาจึงมองไปยังผู้นำตระกูลที่ยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงอาการใดๆ ออกมาเลยสักนิด จึงรู้ได้ในทันทีว่าการวางยาที่เกิดขึ้นมาจากฝีมือผู้นำตระกูล แต่ก็ไม่มีใครทำอะไรได้เพราะกินอาหารไปมากมาย ตอนนี้พิษแล่นเข้าสู่หัวใจแล้ว
“ผะ ผู้นำตระกูล ทำไมถึง..”