หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 40

    แล้วเวลาเย็นก็มาถึงร้านที่สินได้รับเชิญมา ในครั้งนี้เป็นร้านอาหารแนวอิตาเลียน ร้านตั้งอยู่ในเขตท่องเที่ยวที่มีชาวต่างชาติเดินจับจ่ายกันอยู่เนืองแน่น และมันเป็นร้านอาหารที่ไม่ค่อยจะมีผู้คนเข้าใช้บริการ สินไม่แปลกใจเลย เพราะว่าด้านหน้าร้านมันดูไม่น่าเข้าใช้บริการเลยเมื่อพบเจอเจ้าของร้านอาหารพี่พงษ์ สินก็เอ่ยถามในทันที“สวัสดีครับพี่พงษ์ ทำไมพี่ถึงทำหน้าร้านออกมาน่ากลัวอย่างนี้ล่ะครับ มันเหมือนว่ากำลังจะเข้าไปใช้บริการบ้านผีสิงตามหนังแนวสยองขวัญอย่างไงอย่างงั้นเลย” สินกล่าวออกมา“สวัสดีครับน้องสิน คือตอนแรกพี่อยากทำให้ร้านอาหารของพี่เป็นอะไรที่ดูแตกต่างจากที่อื่นๆน่ะครับ แต่พอทำไปทำมามันก็มีคนชอบนะครับ แต่ว่ามันก็เป็นส่วนน้อยที่จะมาใช้บริการ” พี่แกกล่าวตอบ และถอนหายใจไปหนึ่งเฮือกใหญ่ เหมือนเขาจะตัดสินใจผิดพลาดจริงๆที่เลือกทำแนวนี้“อย่างนั้นเหรอครับ แล้วร้านของพี่มีอะไรที่เป็นเมนูพิเศษบ้างไหมล่ะครับ” สินเอ่ยถามออกมา“จริงๆก็มีอยู่นะ แต่มันก็ออกจะสยองไปนิด ถ้าทำใจไม่ได้ ก็ทานมันไม่ลงหรอก” พี่พงษ์ก่อนออกมา“อะไรอย่างนั้นเหรอครับ ยังไงซะมันก็น่าจะเป็นของที่ทานได้นี่ครับ” สินกล่าวถามออกไป“มันเป็นสปาเก็ตตี้เลือดน่ะ ทำมาจากแป้งที่ผสมกับเลือดสดของหมู แล้วราดด้วยซอสมะเขือเทศผัดหมูสับ มันจึงเป็นที่มาของเมนูชุดเลือดน่ะ” พงษ์กล่าวออกมา สินเองก็คิดว่ามันก็มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ทั้งเรื่องตรีม เรื่องความคิดสร้างสรรค์ แต่ทำไมมันถึงไม่มีลูกค้ากันล่ะ“ถ้าอย่างนั้น ผมต้องขอลองชิมมันดูหน่อยก็แล้วกันนะครับ” สินกล่าวพร้อมกับเดินเข้าไปยังร้านอาหาร ในขณะที่พี่โอ๊ต และดาวก็กำลังเซ็ตกล้องของพวกเขา และถ่ายทำรายการมันไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว เมื่อสินนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มันเริ่มเป็นบทพูดของเขากับคนดู“สวัสดีครับท่านผู้ชมทุกๆท่าน พบกับสินเพื่อนคนครัวเจ้าเก่า ในมื้อเย็นแสนอร่อยนี้ เรามาเอาใจสายฮาร์ทคอกันหน่อย ร้านชื่อว่า เสียงลุ่มหลงแห่งวิญญาณ แค่ชื่อก็น่ากลัวมากแล้วใช่ไหมล่ะครับ แต่วันนี้เราจะมาทำให้อาหารที่แสนน่ากลัวกลายเป็นศิลปะที่แสนจะอร่อยแทน.. อีกสักครู่พ่อครัวก็จะมาเสิร์ฟอาหารให้กับเราแล้ว ....”สินก็ยังพูดไปอีกยาวมาก ไหนจะเรื่องของบรรยากาศของร้าน ที่ทำให้อารมณ์มันเหมือนทานอาหารอยู่หลังป่าช้าหลังวัด จากที่เขาดูว่ามันมีคนที่ทานอาหารอยู่ ถึงจะน้อยแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเลย มันน่าจะแปลกตรงที่คอนเซ็ปของร้านมากกว่าที่มันจะต้องใช้ลูกค้าที่เจาะจง และต้องเป็นคนที่ชอบเรื่องอย่างนี้สินคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องของการโปรโมทร้านซะมากกว่าที่เป็นปัญหาหลัก นอกจากบรรยากาศ และยังมีชื่อของเมนูอาหารที่เราสั่งมา แต่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร เขาพูดกับกล้องอยู่พักหน่อย ก่อนที่พ่อครัว พี่พงษ์จะมาเสิร์ฟอาหารด้วยตัวเอง เขากล่าวขอบคุณเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มทานมันอย่างปกติสุขดีแม้ว่าภาพที่ออกมามันจะดูเหมือนว่าเขากำลังทานเลือดสดๆอยู่ก็ตาม แต่เขาก็สามารถอธิบายออกมาได้ว่าที่สีของมันออกเหมือนเลือดเพราะอะไร และใช้วัตถุดิบใดในการปรุงแต่งบ้าง สินได้เอ่ยกล่าววิธีการแก้ไขในส่วนของอาหารต่าง ซึ่งแกก็ทำมาอีกหลากหลายเมนู เพื่อให้สินได้วิจารณ์อาหารของเขาบนโต๊ะมันมีอาหารมากเกินไป สินเลือกที่จะชิมมันทุกๆอย่าง แต่สิ่งที่เขาไม่เชื่อระบบของตัวก็เพราะว่า อาหารทุกอย่างมันอยู่ในระดับ 4 ดาวทั้งหมด และเขาก็รู้เหตุผลที่ทำไมคนถึงไม่เลือกที่จะใช้บริการในร้านอาหารแห่งนี้“พี่พงษ์ครับ อาหารของพี่มีจุดที่จะต้องแก้ไขอยู่เล็กน้อยในแต่ละเมนู ... ถ้าพวกมันได้รับการปรับเปลี่ยนให้เป็นแบบ....... อย่างนี้ ผมเชื่อว่าพี่จะลดต้นทุนลงได้ และขายในราคาที่ถูกลง และมันอาจจะทำให้ลูกค้าของพี่เยอะขึ้นอีกด้วย ผมเชื่อว่ามันจะเป็นรสชาติที่เข้ากันมากกว่า”สินค่อยๆอธิบายทีละเมนูให้กับพี่พงษ์ จนในที่สุดการถ่ายทำรายการก็จบไปได้ด้วยดี แล้วพวกเขาก็ทานอาหารกันอย่างมีความสุข ท่ามกลางผู้คนที่มาขอถ่ายรูปกับสินอยู่ตลอดเวลา“ขอบคุณมากนะครับ สำหรับคำแนะนำ เทคนิค และการเข้ากันของวัตถุดิบของน้องสินมันช่างเป็นอะไรที่อยู่ในระดับสูงมาก ถ้าไม่ได้เรื่องของการพัฒนารสชาติอาหารของสินแล้ว ลำพังแค่หน้าตานั้น คงยากที่จะหาลูกค้ามาใช้บริการได้ ขอบคุณมากจริงๆนะครับ น้องสิน” พี่พงษ์กล่าวออกมาพร้อมกับก้มหัวให้กับสิน และคณะ“ไม่เป็นไรครับพี่พงษ์ ไม่ต้องก้มหัวหรอกครับ คอนเซ็ปของรายการผมคือช่วยเหลือเหล่าคนครัวที่กำลังประสบปัญหาอยู่แล้ว เราจะต้องช่วยกันในการทำให้เมนูอาหาร เทคนิคต่างๆไม่สูญหายไปตามกาลเวลานะครับ” สินกล่าวออกมา พวกเขาก็ต่างโบกลากัน และกันสิน และคณะกลับมาถึงยังโรงแรมที่พวกเขาได้รับการสนับสนุน และพรุ่งนี้เช้าเขาจะต้องถ่ายทำรายการที่โรงแรมแห่งนี้ จริงๆ ทางโรงแรมอยากจะให้เขาช่วยพัฒนาเมนูอาหารของพวกเขาในทุกๆช่วงเลยทีเดียว แต่สินก็บอกว่าตัวของเขาต้องไปอีกหลายที่ ดังนั้นจึงอยากจะให้พวกเขาช่วยเลือกเมนูเป็นมื้อไหนมื้อหนึ่งเท่านั้นซึ่งทางโรงแรมก็ถือว่ามีหัวการตลาดที่สูงมาก พวกเขาเลือกที่จะให้สินพัฒนาอาหารมื้อเช้าของพวกเขา และจะได้เป็นการโปรโมทไปในตัวเรื่องของที่พักอีกด้วย เช่นที่พักพร้อมอาหารเช้าสไตด์สินเพื่อนคนครัว เขาคิดว่าจะสามารถช่วยทำให้ธุรกิจของเขา เจริญก้าวหน้าจากที่ในตอนนี้มันแย่ลงอย่างเห็นได้ชัดพี่โอ๊ต และพี่ดาวพวกเขาขอใช้เวลาส่วนตัวไปกับการท่องราตรี ท่ามกลางโปรแกรมโรแมนติกของพวกเขา ส่วนทางด้านของสินก็เหมือนว่าถ้าไปด้วยก็จะกลายเป็น ‘กขค’ ซะมากกว่า เขาเลยกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อที่จะพักผ่อน แต่ในเมื่อมาทะเลทั้งที มีหรือจะนอนหลับ สินแต่งตัวชิวๆ เพื่อที่จะไปเดินชมทิวทัศน์ของทะเลตามลำพังสินเดินออกจากโรงแรมมาไม่ได้ไกลมาก ประมาณ 5 นาทีก็มาถึงชายทะเล เสียงของคลื่นทะเลเบาๆ ทำให้บรรยากาศมันดูเคลิ้มลอย อย่างสงบใจ“ถ้าฉันมีแฟนสักคนก็คงจะดีไม่น้อยกับบรรยากาศอย่างนี้ มันช่างทำร้ายคนโสดอย่างฉันจริงๆ” สินกล่าวออกมาพร้อมกับนอนลงไปบนทรายที่เนียนขาว ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังกลุ่มดาวนับพัน แต่ก็มีเสียงหนึ่งที่ดังออกมาอย่างขัดอารมณ์จริงๆ“คุณชายเฉินอะไรนั่น ยังจะตามฉันมาที่ประเทศไทยนี่อีก ฉันอุตส่าห์หนีมาเพื่อที่จะพักผ่อนแท้ๆ” หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวออกมาเป็นภาษาจีน ซึ่งสินเองก็ได้ยิน และเขาก็สามารถฟังมันออกด้วย เพราะแลกมันมาด้วยความเจ็บปวดมาตั้งแต่ตอนต้นเริ่มยังไงล่ะ“เอ๊ะ!! มีคนอยู่อย่างนั้นเหรอ ... ขอโทษที่รบกวนนะคะ .... เขาคงฟังเราไม่รู้เรื่องซินะ.. เออ ไอ แอม โซ ซอรี่ น้า” เธอเกาหัวออกมาก่อนจะพูดออกไปerror loaded

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน