ฉลามดึกดำบรรพ์[1] สีขาวเงินขนาดใหญ่มีความยาวกว่าสามสิบฉื่อพยายามแหวกว่ายไปตามทางน้ำใต้ดิน ในทางน้ำใต้ดินแห่งนี้มีจุดที่ทั้งตื้นและแคบทำให้เ้าปลาขนาดมหึมาถูกแง่งแหลมคมของหินงอกหินย้อยทิ่มแทงทั่วร่าง กลิ่นคาวเืของมันดึงดูดให้ปลานักล่าอย่างเฉี่ยนเจียว[2]กว่าสี่ตัวพุ่งเข้ามาหา เฉี่ยนเจียวทั้งสี่ต่างอ้าปากที่เต็มไปด้วยฟันแหลมคมและตวัดกรงเล็บเข้าใส่เ้าปลาั์
ด้วยร่างกายอันใหญ่โตของมัน เ้าฉลามั์จึงไม่อาจทำอะไรได้มากนักในพื้นที่แคบ ๆ เช่นนี้ มันทำได้เพียงพุ่งตรงต่อไปด้านหน้าพร้อมกับลากร่างของเหล่านักล่าทั้งสี่ไปด้วย เฉี่ยนเจียวนั้นดุร้ายเป็อย่างมาก มันมุ่งมั่นฉีกทึ้งเนื้อของฉลามดึกดำบรรพ์ไม่หยุดหย่อนจนเืมากมายฟุ้งกระจายไปทั่วทางน้ำใต้ดินอันมืดมิดแห่งนี้ แผลบนตัวปลาั์ลึกถึงกระดูก แม้จะเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วก็ยังมองเห็นกระดูกสีขาวของมันได้อย่างชัดเจน
ในที่สุดฉลามดึกดำบรรพ์ก็ว่ายผ่านจุดคับแคบนั้นมาได้ เมื่อการเคลื่อนไหวเป็อิสระมากขึ้นมันก็รีบสลัดเฉี่ยนเจียวทั้งสี่ให้หลุดออกจากกายก่อนจะใช้หางอันใหญ่โตฟาดเข้าใส่หนึ่งในเ้านักล่าเขี้ยวแหลมจนกระเด็นหลุดออกไป เฉี่ยนเจียวอีกสามตัวที่เหลือยังคงติดตามราวกับเงา พวกมันยังคงมุ่งมั่นใช้เขี้ยวกัดกระชากิัของเหยื่อตัวั์อย่างโเี้ เ้าฉลามดึกดำบรรพ์รู้สึกแปลกใจเป็อย่างยิ่ง เพราะไม่ว่ามันจะโต้ตอบกลับไปอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้สามนักล่าน่ารำคาญละเลิกได้ ดังนั้นนอกจากจะต้องต่อสู้อย่างหนักหน่วงแล้ว มันจึงต้องออกแรงเร่งแกว่งหางพยายามว่ายไปยังฝั่งแม่น้ำโดยเร็วที่สุด
ในตอนที่เ้าฉลามดึกดำบรรพ์ใช้หัวกระแทกเข้าใส่เฉี่ยนเจียวตัวสุดท้ายจนตาย ก็เป็เวลาเดียวกับที่พละกำลังเฮือกสุดท้ายของมันหมดลง ฉลามตัวใหญ่ปล่อยร่างกายเหลือเพียงส่วนหัวและกระดูกสีขาวลอยไปตามกระแสน้ำก่อนจะถูกคลื่นซัดเข้าสู่ฝั่ง เ้าปลาดึกดำบรรพ์ขนาดั์ตายไปเสียแล้ว คงเหลือเพียงหัวขนาดั์เกยตื้นอยู่ริมแม่น้ำ ปากของมันอ้ากว้างมองดูคล้ายปากถ้ำบนูเาที่ทั้งลึกและมืดมืดมิด มิอาจมองเห็นจุดสิ้นสุดได้
******************************************
หมู่บ้านชิงเหมียวคือหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็ก ผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นี่เกือบทั้งหมดเลี้ยงชีพด้วยการตกปลา เหล่าชาวประมงที่พึ่งพาแม่น้ำเพื่อหาอาหารต่างพากันประหลาดใจเมื่อได้เห็นซากฉลามดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่เกยตื้นอยู่ริมฝั่ง ทว่าทันทีที่ตระหนักได้ว่ามันคือสิ่งใด ความหวาดกลัวก็แล่นเข้าเกาะกุมจิตใจของพวกเขาอย่างฉับพลัน ผู้คนที่ยืนดูซากเหวอะหวะขนาดั์กำลังหน้าซีดและตัวสั่น บางคนแทบลืมแม้กระทั่งวิธีการหายใจ จนกระทั่งเมื่อมีคนผู้หนึ่งตั้งสติได้ บริเวณริมแม่น้ำพลันเกิดเสียงกรีดร้องอย่างตื่นตระหนกขึ้น
“โอ้์โปรดให้อภัย นี่มันเกิดอาเพศอะไรขึ้นเนี่ย ?”
“นะ...นะ...นี่มันเทพแห่งแม่น้ำ !”
“แล้วเหตุใดเทพแห่งแม่น้ำถึงได้มาตายอยู่ที่หมู่บ้านของพวกเราล่ะ? ต้องโดน์ลงทัณฑ์เป็แน่ !”
“์มีตา ได้โปรดเบิกเนตรดูเถิด หมู่บ้านชิงเหมียวของเราไม่มีความผิดใด ๆ เลยนะ หรือหากท่านโกรธแค้นที่เราจับปลา ก็ขอให้เปลี่ยนไปลงโทษหมู่บ้านเซี่ยเหอเถอะ พวกเขาจับปลามากกว่าหมู่บ้านของเราเสียอีก คนเ่าั้ต่างหากที่ทำบาปอย่างแท้จริง !”
“เทพแห่งแม่น้ำได้โปรดละเว้นพวกเราด้วยเถิด จะให้เราคุกเข่าโขกหัวกับพื้นพันครั้งก็ยอม ได้โปรดไว้ชีวิตเราเถอะ......”
“ต้องไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมา !”
“...โก่วเซิ่งเ้านั่นแหละ ไป รีบไปตามหัวหน้าหมู่บ้าน…. ไปสิ รีบวิ่งไป ปัดโถ่เว้ย ไอ้คนขี้ขลาด ! คราวก่อนที่เ้าไปแอบหลับนอนกับฮูหยินเอ้อร์ จนถูกเอ้อร์หูไล่ล่าทั่วหมู่บ้าน ตอนนั้นยังไม่มีผู้ใดไล่ตามจับเ้าทันเลยนี่ ใช้ความเร็วแบบนั้นอีกสิ รีบไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาที่นี่ บอกเขาว่าเกิดเื่ใหญ่ ท่านเทพแห่งแม่น้ำตายอยู่ที่หมู่บ้านของเรา !”
“ไม่ได้ ๆ ! พวกเ้า ไปตามหัวหน้าหมู่บ้านมาไม่ได้นะ ตอนนี้ท่านเสี้ยนลิ่ง[3] คนใหม่อยู่ที่หมู่บ้านของเรา หากเขารู้เื่นี้เข้า มีหวังพวกเราคงถูกจับตัวไปปะาเป็แน่ !”
“รีบไปตามเขามาเถอะน่า ! หากเวลานี้์้าลงทัณฑ์หมู่บ้านเรา เสี้ยนลิ่งเองก็หนีไม่พ้นเช่นกัน !”
ในที่สุดหัวหน้าหมู่บ้านก็มาถึง เขารีบวิ่งฮ้อมาอย่างรวดเร็วแต่เมื่อมาถึงริมฝั่งกลับไม่กล้ามองดูซากฉลามั์ตรง ๆ หัวหน้าหมู่บ้านทำเพียงเบนสายตาไปมองเหล่าชาวบ้านที่พากันนั่งคุกเข่าอยู่ข้างริมแม่น้ำแทน ทว่าท่าทางของทุกคนกลับทำให้เขาใจนสะดุ้งโหยง ยิ่งเมื่อได้ยินเสียงร้องคำรามจนฟ้าะเืก็ใจนขาอ่อนแรงเกือบจะคุกเข่าลงไปกองอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดขาว ปากคอแห้งผาก แทบสิ้นสติ
ในเวลานั้นเอง มือเรียวยาวข้างหนึ่งพลันยื่นออกมาประคองร่างของหัวหน้าหมู่บ้านไว้
หัวหน้าหมู่บ้านร่างสั่นสะท้านขณะจ้องมองบุรุษที่ช่วยพยุงตัวเขาด้วยสายตาหวาดหวั่น ผู้นำหมู่บ้านชิงเหมียวพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักขาด ๆ หาย ๆ
“ตะ...ตะ...ใต้เท้า...ทะ...ทะ...ท่าน...ขะ...ข้า...มะ..มัน...”
เกิดเื่ใหญ่เช่นนี้เห็นทีคงได้ขึ้นศาลเป็แน่ หากศาลไต่สวนและตัดสินว่าหมู่บ้านของพวกเขาบกพร่องในการรับใช้เทพแห่งแม่น้ำ จนเป็เหตุให้ท่านเทพต้องมานอนเกยตื้นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำของหมู่บ้าน บาปมหันต์นี้โทษสถานเดียวคือปะาเจ็ดชั่วโคตร
ไม่ต้องเอ่ยไปถึงศาล แม้แต่หมู่บ้านชาวประมงรอบ ๆ ที่อาศัยแม่น้ำสายนี้เพื่อประทังชีวิต ก็คงไม่ปล่อยหมู่บ้านชิงเหมียวของพวกเขาไว้เช่นกัน เื่นี้หากไม่อธิบายให้ชัดเจนและละเอียดถี่ถ้วน เห็นทีหมู่บ้านชิงเหมียวคงไม่สามารถผ่าน่เวลาวิกฤตนี้ได้แน่
บุรุษผู้ถูกเรียกขานว่า ‘ใต้เท้า’ เผยรอยยิ้มบางเบา รอยยิ้มนั้นให้ความรู้สึกประหนึ่งพานพบสายลมเย็นในคืนแสงจันทร์นวลแก่ผู้ที่ได้เห็น เขายกมืออีกข้างขึ้นก่อนชี้ไปยังซากฉลามดึกดำบรรพ์ริมฝั่ง
“เป็ถึงเทพแห่งแม่น้ำ จะตายได้ง่าย ๆ ได้อย่างไรกัน? เทพแห่งแม่น้ำมาถึงที่นี่ในครานี้ก็เพราะเผชิญภัยพิบัติพามาเป็แน่ มาเถอะทุกคนลงแรงกันหน่อย ช่วยกันอัญเชิญเทพแห่งแม่น้ำกลับลงแม่น้ำไป เพื่อช่วยให้ท่านผ่านพ้นภัยครั้งนี้ เทพแห่งแม่น้ำจะต้องเห็นคุณงามความดีของเรา และเราทุกคนจะต้องได้รับความโปรดปรานจากเทพเ้าเป็แน่”
หลังได้ยินวาจาของเสี้ยนลิ่งคนใหม่ เหล่าชาวบ้านที่กำลังคุกเข่าพร่ำภาวนาอยู่ริมแม่น้ำต่างพากันเงียบเสียงลง นอกจากเสียงเช็ดน้ำมูกที่ไหลเยิ้มลงมาจนถึงริมฝีปากแล้วก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีก ในที่สุดทุกอย่างก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
หัวหน้าหมู่บ้านยืนอึ้งตะลึงงันไปชั่วขณะ ดวงตาเล็ก ๆ เบิกกว้างจนมีขนาดใหญ่ขึ้นเล็กน้อยครู่หนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องไปยังบุรุษข้างกาย ในดวงตานั้นเปล่งประกายน้อย ๆ สะท้อนความคิดอันแท้จริงในใจ
‘แบบนี้มันจะดีจริง ๆ รึท่าน ?’
เสี้ยนลิ่งคนใหม่ผู้นี้มีนามว่า ‘ชวีหนานอี’ เมื่อได้เห็นคำถามในสายตาของหัวหน้าหมู่บ้าน เขาก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับไปด้วยสายตาเช่นกัน
‘เหตุใดจึงไม่ได้เล่า ?’
เมื่อเห็นชาวบ้านเริ่มพากันกระซิบกระซาบ หัวหน้าหมู่บ้านก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ในยามวิกฤตเช่นนี้คงไม่พ้นต้องทุบหม้อข้าวจมเรือ[4]แล้ว ผู้นำหมู่บ้านชิงเหมียวะโขึ้นว่า
“ทุกคนทำตามที่ท่านเสี้ยนลิ่งกล่าว ส่งเทพแห่งแม่น้ำกลับคืนสู่ตำหนัก !”
‘ใช่แล้ว ทำตามที่ท่านเสี้ยนลิ่งบอกนั่นแหละ เป็สิ่งดีที่สุด หากมีเื่ใดเกิดขึ้นต่อจากนี้ อย่างไรเสียเสี้ยนลิ่งผู้นี้ก็ต้องมีส่วนช่วยรับผิดชอบเป็แน่’
ดูเหมือนชวีหนานอีจะไม่รู้ความในใจของหัวหน้าหมู่บ้าน เขาพยักหน้าอนุญาตและกล่าวเสียงทุ้มต่ำว่า
“ในเมื่อหัวหน้าหมู่บ้านเองก็เห็นดีกับสิ่งที่ข้าบอกเช่นกัน ท่านคงตระหนักได้แล้วสินะว่าขุนนางอย่างข้าทำเพื่อประชาชนด้วยใจจริง ข้ากระทำสิ่งต่าง ๆ ทุกวิถีทาง แม้แต่การเสียสละชีวิตก็ทำให้ได้ ขุนนางดี ๆ เช่นข้าเพียงพบได้แต่มิอาจแสวงหา เื่สร้างถนนหลวงที่ข้าบอกท่านในวันนี้ ขอให้ท่านกลับไปพิจารณาอย่างถี่ถ้วนด้วย หากรอวันที่มีการเปลี่ยนเสี้ยนลิ่งเป็ผู้อื่นเมื่อใด ไม่ว่าหลุมฝังศพนั้นจะเป็ของตระกูลใด หากลั่นวาจาให้ขุดขึ้นทิ้งก็ต้องขุดทิ้ง แล้วหากต้องทำเช่นนั้นจริง ๆ นั่นมิใช่เท่ากับการดูิ่ผู้ตายหรอกหรือ ?”
บุรุษผู้กล่าววาจาโอหังหรี่ตามองหัวหน้าหมู่บ้านก่อนแสดงกิริยาทอดถอนใจแล้วเอ่ยอย่างมีนัย
“เฮ้อ…แย่จริง ๆ เทพแห่งแม่น้ำมาเกยตื้นริมฝั่งที่นี่เสียนี่ หาก่กลางดึกท่านเทพองค์นี้มาเข้าฝันข้า และบอกกับข้าว่าแท้จริงแล้วที่ท่านมาเกยตื้นเช่นนี้ เพราะไม่พอใจกับเื่ที่พวกเ้าและเรียกร้องให้ข้าตัดสินลงโทษพวกเ้าล่ะก็ เฮ้อ...ข้าคงไม่กล้าขัดคำสั่งเป็แน่ และเมื่อถึงเวลานั้น….”
ยิ่งฟังดวงตาเล็กคู่นั้นของหัวหน้าหมู่บ้านก็ยิ่งเบิกกว้างขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อว่ามันจะขยายขนาดขึ้นเช่นนั้นได้ ทว่าชั่วครู่เดียวก็กลับเข้าสู่สภาพปกติ เขายื่นมือทาบอกอย่างไม่รู้ตัวพร้อมกับพยักหน้าและเอ่ยเสียงแหบพร่าว่า
“ขอรับ ใต้เท้าพูดถูก รอให้จัดการเื่ทางนี้เสร็จเมื่อใด ข้าจะเชิญท่านซินแสมาดูเพื่อย้ายหลุมฝังศพหลักของตระกูลซานปิ่งและเฉวียนจื่อไปยังสถานที่ที่ดีกว่าให้เรียบร้อย”
ชวีหนานอียกยิ้มอย่างพึงพอใจ เขาวางท่าทางเช่นขุนนางผู้ยิ่งใหญ่และเปี่ยมคุณธรรม ทั้งยังจงใจทำให้ดูสง่างามเป็พิเศษ
ชวีหนานอีสูงเจ็ดฉื่อ เขาสวมใส่ชุดคลุมยาวสีฟ้า รัดเข็มขัดสีเดียวกับชุดและห้อยหยกประดับข้างเอว รองเท้าของเขาเป็รองเท้าไม้ บนศีรษะมีปิ่นไม้เรียบ ๆ แต่ดูงดงามปักอยู่ ท่าทางการยกมือขยับเท้าของเขาช่างดูภูมิฐานสง่างาม บางมุมเป็ดั่งบัณฑิตทรงความรู้ ทว่าบางมุมกลับคล้ายพ่อค้าหน้าเืผู้ยึดถือผลแต่ประโยชน์ส่วนตน และบางมุมก็ดูเหมือนขุนนางผู้มีอำนาจน่าเกรงขาม
ดวงตาของเขาเรียวยาว ให้ความรู้สึกอบอุ่นขณะยิ้ม ทว่าผู้ใดก็ตามที่ทำให้เขาขุ่นเคือง คนผู้นั้นก็จะได้เข้าใจว่าความหมายที่แท้จริงว่าสำนวน ‘รอยยิ้มซ่อนคมมีด[5]’ เป็อย่างไร
คนผู้นี้หาก้าวางอุบายก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายและแเีไม่ติดขัด จะกล่าวว่าเขาเป็คนเลวก็อาจไม่ผิดนัก หรือหากกล่าวถึงความสามารถทางวรรณกรรมก็เป็กวีที่เข้าถึงบทประพันธ์อย่างลึกซึ้ง ความสามารถระดับเขาแม้แต่ในฉางอานก็ยังหาได้ยาก ทว่าก็ด้วยฝีปากของเขานี้เองที่ไปทำให้ผู้มีอำนาจเบื้องบนขุ่นเคือง บุรุษผู้มากเล่ห์และเก่งกาจจึงถูกโยนมาเป็เสี้ยนลิ่งของที่นี่
ชวีหนานอีเห็นว่าหัวหน้าหมู่บ้านเตรียมตัวนำเหล่าชาวบ้านไปส่งเทพแห่งแม่น้ำกลับคืนสู่แม่น้ำ ขณะที่เขากำลังเดินทางกลับพร้อมเหล่าผู้ติดตาม จู่ ๆ ชาวบ้านคนหนึ่งก็อุทานเสียงดังด้วยความใ
“อ๊าก! ผีหลอก!”
เสียงนั้นดังราวกับสายฟ้าฟาด และราวกับมันทำให้โสตประสาทของทุกคนขาดผึ่งโดยพลัน
ถัดจากนั้นเสียงร้องอุทานด้วยความใจากผู้คนโดยรอบก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บ้างก็ะโว่าเป็ปีศาจ บ้างก็ะโว่าเป็ผี บ้างก็ะโร้องขอให้์ยกโทษให้ บ้างก็ใช้หัวโขกพื้นจนเกิดเสียงดัง “ตึง ๆ” บ้างก็เริ่มร้องไห้เรียกหาบิดามารดา และบรรพชนที่ล่วงลับ และมีบางคนที่ขาสั่นลุกไม่ขึ้น หรือบางคนก็ถึงขั้นฉี่รดกางเกง
ั้แ่พบเห็นซากฉลามดึกดำบรรพ์เกยตื้นอยู่ริมน้ำ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าไปสำรวจดูใกล้ ๆ ร่างนั้นเลย ในเวลานั้นพวกเขาล้วนอยู่ในอาการตื่นตระหนก และทำเพียงแค่คุกเข่าลงบนพื้นแล้วส่งเสียงร้อง เวลานี้หลังจากทุกอย่างสงบลง จึงมีชาวบ้านใจกล้าบางคนเดินเข้าไปสองก้าว เดิมทีพวกเขาเพียงแค่อยากรู้ว่าเทพแห่งแม่น้ำที่คนอื่น ๆ กล่าวถึงหน้าตาเป็อย่างไร ทว่าเมื่อได้เข้าไปมองใกล้ ๆ จึงได้เห็นบางสิ่งที่น่าตกตะลึง
ชวีหนานอีขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเดินกลับไปยังริมน้ำสวนทางกับเหล่าชาวบ้านที่กำลังวิ่งหนีกระเจิงออกมา เมื่อก้าวเท้าไปถึงยังซากฉลามั์ ณ จุดที่ห่างจากหัวขนาดใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว สายตาของเขาก็ปะทะเข้ากับบางสิ่งที่อยู่ด้านในปากที่กำลังอ้ากว้างของสัตว์น้ำดึกดำบรรพ์ที่ผู้คนต่างเรียกว่าเทพแห่งแม่น้ำตัวนี้
“นี่......”
เสี้ยนลิ่งหนุ่มสูดหายใจเข้าเฮือกหนึ่ง!
.
.
.
[1] ฉลามดึกดำบรรพ์: ในที่นี้นักเขียนสื่อความหมายถึงปลาสเตอร์เจี้ยนผสมฉลามขนาดั์ ทีมแปลจึงขออนุญาตแปลโดยใช้ศัพท์ว่าฉลามดึกดำบรรพ์
[2] เฉี่ยนเจียว โดยทั่วไปหมายถึงัที่มีเกล็ด สามารถทำให้เกิดอุทกภัยน้ำท่วมได้ ตามตำนานเชื่อกันว่า เจียวหลงเมื่อได้น้ำก็จะสามารถสร้างเมฆเรียกหมอก เหินทะยานสู่ฟ้าได้ โดย่ที่ยังเล็กจะถูกเรียกว่า “เจียว” เมื่อโตขึ้นก็จะเปลี่ยนมาเรียกว่า “หลง”
[3] เสี้ยนลิ่ง (คำเต็ม) หมายถึง นายอำเภอ
[4] สำนวนทุบหม้อข้าวจมเรือ หมายถึง การตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เมื่อคิดว่าจะทำก็ต้องทำต่อไปให้ถึงที่สุด
[5] สำนวนรอยยิ้มซ่อนมีด ใช้เปรียบเทียบกับคนที่ภายนอกดูอ่อนหวาน ใจดี แต่ในใจแฝงไว้ด้วยความโเี้ ร้ายกาจ