บุบผาในม่านหมอก

    รักษาเว่ยหานฟง

    ภายในห้องพักของประมุขพรรคพยัคฆ์ทมิฬเว่ยหานฟงถอดเสื้อคลุมออก เหลือใส่เพียงอาภรณ์สีขาวเผยให้เห็นแผงอกแกร่ง ผิวพรรณขาวผ่องประดุจหยกเนื้อดี เรือนผมดำปล่อยสยายเคลียไหล่ตามไรผมของเขามีเหงื่อซึมบนหน้าผากของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ชวนให้คิดมิดีมิร้ายมากเหลือเกิน


    นัยน์ตาคมส่งประกายวิบวับ ริมฝีปากสีชาดแย้มยิ้ม หยอกเย้า กลิ่นอายบุรุษกระจายอบอวลอยู่ทั่วตัว หวังลี่เหยาเม้มปาก ทำเป็นไม่สนใจเสน่ห์อันล้นเหลือของเขา พยายามดึงหน้าให้ตึงทำสีหน้าจริงจังที่สุด ทั้งๆที่ภายในใจหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุออกมาข้างนอก


    “พี่หานฟงเจ้าคะตั้งใจทำดีๆ เจ้าค่ะ”


    “เจ้าเห็นว่าพี่ไม่ตั้งใจตรงไหนเหยาเอ๋อร์ พี่ตามใจเจ้าทุกอย่าง เจ้าอยากให้พี่ทำแบบไหนอีกขอเพียงเจ้าบอกพี่มา พี่ก็พร้อมตามใจเจ้าอยู่แล้ว”คำพูดสองแง่สองง่ามชวนให้มือกระตุก อยากจะทุบแรงๆสักทีสองทีจริงๆเลย


    “แล้วไอ้ที่ส่งสายตาวิบวับอันนี้คืออะไรเจ้าคะ แล้วท่านจะยิ้มอะไรนักหนา ข้าจริงจังนะเจ้าคะ”


    หลังเสร็จจากภารกิจส่วนตัวของนางแล้วหวังลี่เหยาก็มาหาวิธีรักษาอาการของเว่ยหานฟงภายในห้องพักของเขาโดยมีชิงจูกับชิงหลานที่คุกเข่าก้มหน้าไปทางหน้าห้องไม่กล้ามองท่านประมุขกับฮูหยิน เสียงที่ทั้งสองคนคุยกันชวนให้หน้าแดงซ่าน พวกนางยังไม่ออกเรือนก็เกิดความรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง


    “พวกเจ้าออกไปก่อน”


    สิ้นเสียงนุ่มทุ้มของท่านประมุขพรรคของพวกนาง ร่างของชิงจูชิงหลานก็หายจากห้องไปทันที


    “ให้พวกนางออกไปทำไมเจ้าคะ?”


    หวังลี่เหยาเอ่ยถามด้วยความตระหนกแล้วอย่างนี้นางก็อยู่กับเขาสองต่อสองนะสิคงไม่ดีแน่


    “เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเรื่องพิษในร่างของพี่เป็นความลับ ถึงพวกนางจะไว้ใจได้แต่ก็ไม่สมควรให้รู้อยู่ดี”


    หวังลี่เหยาพยักหน้านางเห็นด้วยกับเขาเป็นนางคิดน้อยไปจริงๆ


    “ถ้าอย่างนั้น เรามาเริ่มกันเลยดีไหมเจ้าคะ?”


    เมื่อเห็นชายหนุ่มพยักหน้า นางก็เคลื่อนตัวไปใกล้ๆ ถังอาบน้ำใบใหญ่ที่ให้สองสาวยกมาไว้ให้กลางห้อง นางจะลองทำเหมือนเดิม เหมือนที่ทำกับกระต่าย นางคิดว่าครั้งนี้มันน่าจะได้ผลเหมือนกัน


    จึงรวบรวมสมาธิตอนนี้นางเพิ่มคำอธิษฐานไปด้วย นางอยากให้เว่ยหานฟงหายจากพิษที่อยู่ในร่างกาย จนทำให้เขาทรมานมาเป็นสิบปีนางนึกภาพภายในอ่างน้ำมีสมุนไพรวิเศษสีเขียวเรืองรองมันคือยาถอนพิษของเว่ยหานฟงจากนั้นนางก็ลืมตาขึ้นภาพที่เห็นเบื้องหน้าทำให้นางต้องยิ้มกว้างขึ้นอย่างดีใจ


    มียาวิเศษสีเขียวมีประกายระยิบระยับงดงามอยู่ภายในถังน้ำที่เคยว่างเปล่า ครั้นมองไปที่เว่ยหานฟง หางตาคู่งามกระตุกขึ้น


    “นั้นท่านกำลังทำอะไร ถอดเสื้อทำไมเจ้าคะ”


    “ไม่ใช่ว่า เจ้าจะให้พี่ลงไปแช่ในนี้หรอกหรือเหยาเอ๋อร์”


    เขาส่งยิ้มพลายมาให้นางพร้อมกับทำ น้ำเสียงยั่วเย้าจนหวังลี่เหยาขนลุกซู่ขึ้นมาทั้งตัวเมื่อเห็นท่าทางเขินอายจนหน้าแดงของนาง ทำไมมันสนุกแบบนี้นะ


    “ชะใช่ งั้นท่านแช่ไปนะ เดี๋ยวข้าจะออกไปรอด้านนอก ท่านเสร็จธุระแล้วข้าค่อยเข้ามาใหม่”


    ชายหนุ่มดึงข้อมือคนตัวเล็กเอาไว้ นึกอยากกลั้นแกล้งแก้มนุ่มที่ตอนนี้แดงก่ำของนางยิ่งนักริมฝีปากเผยอขึ้นเหมือนอยากจะพูด แต่กลับไม่พูด ดูน่ารังแกจนแทบอดทนไม่ไหว หากแต่เขายังไม่อยากจะให้นางตื่นตกใจไปมากกว่านี้ จึงรีบปรับสีหน้าให้ดูเคร่งขรึมขึ้น เพราะกลัวกระต่ายน้อยจะตื่นตกใจหนีไปเสียก่อน


    “พี่คิดว่าเจ้าควรจะอยู่นี้นะหากเกิดอันใดขึ้นระหว่างนี้ แล้วใครจะเป็นคนช่วยพี่”


    ฟังน้ำเสียงออดอ้อนของคนหน้าตาดีหวังลี่เหยาก็ใจอ่อน ย้ายตัวเองไปนี้บนเก้าอี้ข้างๆ ถังอาบน้ำ พยายามทำหัวให้ว่างเปล่าเข้าไว้คิดเสียว่า


    ‘สังขารนี้มีเกิด  เอ้อ~ มีกล้าม ไม่ใช่แล้ว สติจงมา สติจงมา หวังลี่เหยา'


    เห็นนางเขินอายทำตัวไม่ถูก นั่งเก้าอี้ตัวเกร็งมุมปากหนายกโค้งขึ้นกว่าเดิม เขาลงไปแช่ในถังน้ำสมุนไพรที่หวังลี่เหยาใช้พลังเวทย์จนได้มา เว่ยหานฟงนั่งแช่ในน้ำไม่นานนัก ก็รู้สึกเหมือนกับว่ามีไฟสุ่มรุมอยู่ทั่วร่างกายของเขามันร้อนมากจนทนแทบไม่ไหว พยายามกัดฟันเพื่อให้ผ่านไปให้ได้


    จากนั้นก็รู้สึกคันยุบยิบเหมือนมีมดเล็กๆกัดกินข้างในอยู่ทั่วทั้งตัว รู้สึกถึงตัวยาอุ่นร้อนแทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขาเรื่อยๆ ถึงตอนนี้เขาเริ่มเจ็บปวดเข้าไปถึงกระดูกปวดแสบปวดร้อนจนแทบทนไม่ได้อีกครั้ง มือทั้งสองข้างกำแน่น ส่งเสียงครางออกมาเพราะความเจ็บปวด


    แต่ทว่าเมื่อสัมผัสถึงมือน้อยๆ ที่จับมือเขาเอาไว้ ภายในถังน้ำ ก็ทำให้เขาพยายามฮึดสู้กับความเจ็บปวดอีกครั้ง เขาจะต้องหายจากอาการป่วยนี้เขาอยากอยู่กับนาง แต่งนางเป็นฮูหยินของเขา เขาไม่อยากเป็นแบบนี้ตลอดชีวิต สีหน้ายินดีอย่างปิดไม่มิด รวบเอาร่างบางที่นั่งอยู่ใกล้ เอามากอดเอาไว้จนร่างของนางเปียกน้ำเพราะเขา


    “พี่หายแล้วเหยาเอ๋อร์ พี่ขอบคุณเจ้ามาก”พูดจบประโยคแล้ว นางเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็เหมือนจะขยายใหญ่ขึ้น ในตอนนั้นเองนางก็รู้สึกว่า กำลังถูกบุรุษผู้นี้เอาเปรียบนางอีกแล้ว เพราะว่าเขาโน้มใบหน้าลงมาใช้ริมฝีปากของเขามาแนบกลีบปากของนางทันที อย่างกระทันหัน


    นางพยายามพลักเขาออก แต่จนใจที่อ้อมกอดยังรัดรึงหนาแน่น เหมือนงูเหลือมกำลังรัดเหยื่อเพื่อจะกลืนกิน เหตุใดเขาถึงเรี่ยวแรงเยอะแบบนี้ หวังลี่เหยารีบอ้าปากหายใจ หอบเอาอากาศเข้าใส่ในปอดทันทีที่เขาปล่อยปากของนาง หากแต่ไม่ทันไรเขาก็แนบลงมาอีกครา เพียงแต่ครั้งนี้รู้สึกราวกับว่าเขาจะดูดเอาวิญญาณของนางไปด้วย 


    'นี่มันอะไรนักหนาเนี่ย กะเอาให้ตายเลยใช่ไหม คนบ้า!'

    คล้ายกับเรื่องบุบผาในม่านหมอก ที่คุณอ่าน