นนท์พาห้าภรรยาเข้ามาที่เจดีย์แปดเหลี่ยม แล้วพาห้าภรรยาไปที่ห้องฝึก " ข้าจะปลดผนึกที่สอง พวกเจ้าก็ฝึกคนเถิด " นนท์กล่าว
นนท์หาที่นั่งรวมสมาธิ กายจิตส่งพลังวิญญาณไปที่ผนึกที่สองเพื่อทำการเปิดผนึก สองเค่อผ่านไป " ฟู่วเปิดได้แล้ว "
" ผู้อาวุโสข้าเปิดผนึกที่สองได้แล้ว " นนท์ส่งจิตไปหาจิตทัศนะ
" เจ้าหนุ่มเจ้ามาที่เจดีย์ " จิตทัศนะกล่าว
" ข้าจะไปที่เจดีย์ พวกเจ้าก็รออยู่ที่นี่ " นนท์สั่งห้าภรรยา
เมื่อถึงเจดีย์ นนท์เดินเข้าไป " เจ้าหนุ่มขึ้นมาที่ชั้นสอง "
เมื่อถึงชั้นสอง " ผู้อาวุโส ข้าเปิดผนึกที่สองได้แล้ว เหตุใดจึงมิมีอะไรเปลี่ยนแปลง " นนท์สงสัย
" เจ้าหนุ่ม สิ่งที่เปลี่ยนอยู่เขตป่าเจ้าจงไปดู " จิตทัศนะบอก
" ผู้อาวุโส ท่านจะบอกความลับแก่ข้าได้รึยัง " นนท์ร้อนใจเกี่ยวกับความลับ เพราะลางสังหรณ์บอกนนท์ว่าจะเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากๆ
" เจ้าหนุ่ม ข้าจะบอกให้ หลังจากพระผู้สร้างถือกำเนิด ก็ยังคงไม่มีจักรวาลน้อยใหญ่ทั้งหลาย พระผู้สร้างจึงให้กำเนิดเขตแดนแรกขึ้น
ซึ่งก็คือเขตแดนสรวงสวรรค์แห่งพระผู้สร้าง แต่ก็ยังไม่มีสิ่งมีชีวิต พระผู้สร้างจึงให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตขึ้น
มีสัตว์อสูรสวรรค์มากมายหลายเผ่าพันธุ์ และยังเป็นเทพโดยกำเนิด และไม่นานพระผู้สร้างจึงให้กำเนิดมนุษย์ขึ้น
มนุษย์ที่กำเนิดขึ้นถือว่าเป็นเทพโดยกำเนิด อยู่ร่วมกันในแดนสวรรค์อย่างผาสุข
เมื่อจำนวนของเทพและสัตว์เทพในเขตแดนสรวงสวรรค์มีมากขึ้น พระผู้สร้างจึงได้สร้างจักรวาลต่างๆขึ้นนับแสนล้านจักรวาล
และให้เทพกับสัตว์เทพไปอยู่ที่จักรวาลต่างๆ เวลาผ่านไปนับล้านปี ได้เกิดสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ในแต่ละจักรวาลตลอดเวลา
มีอยู่ยุคหนึ่งที่ผู้ฝึกตนมีพลังทัดเทียมพระผู้สร้าง และได้ทำสงครามระหว่างจักรวาลสามารถปกครองจักรวาลน้อยใหญ่นับสิบล้านปี
จักรวาลทุกแห่งถูกปกครองด้วยความหวาดกลัว มืดมน และสิ้นหวัง
พระผู้สร้างได้พยายามเข้าแทรกแซงสงครามในแต่ละครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะเมื่อพระผู้สร้างทำการแทรกแซงก็จะถูกกฎเกณฑ์แห่งเวลาขัดขวางตลอด "
" ผู้อาวุโส กฎเกณฑ์แห่งเวลาคือสิ่งใด " นนท์ถามแทรก
" กฎเกณฑ์แห่งเวลาคือ ความว่างเปล่า เจ้าต้องเข้าใจว่าพระผู้สร้างถือกำเนิดจากความว่างเปล่า
ความว่างเปล่านั้นถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะความว่างเปล่าสามารถให้กำเนิดพระผู้สร้างได้ " จิตทัศนะกล่าว
" พระผู้สร้างจึงได้สร้างเจดีย์แปดชั้นนี้ขึ้น ด้วยแร่ทองอนันตกาล แล้วกำหนดผู้สืบทอด วิธีสืบทอดขึ้นมา เพื่อให้ผู้สืบทอดทำหน้าที่แทนพระผู้สร้าง" จิตทัศนะกล่าว
กลับมาที่เรื่องราว " ในที่สุดพระผู้สร้างไม่สนใจกฎเกณฑ์แห่งเวลา เข้าประมือกับผู้ฝึกตนนั้น ท้ายที่สุดพระผู้สร้างปราบผู้ฝีกตนนั้น ร่างกายของผู้ฝึกตนนั้น ได้ระเบิดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยล่องลอยไปทั่วจักรวาลน้อยใหญ่มากมาย
ถึงพระผู้สร้างจะชนะแต่ก็ต้องจ่ายอย่างมากมายเพราะถูกกฎเกณฑ์แห่งเวลาลงทัณฑ์ ด้วยการผนึกขั้นพลังไว้ล้านล้านปี
ซึ่งทุกวันนี้ยังคงมีสงครามเกิดขึ้นตลอด เมื่อแต่ละเผ่าพันธุ์ฝึกตนจนอยู่ขั้นสูงที่สุด แข็งแกร่งที่สุดก็จะทำสงครามกัน บาดเจ็บล้มตายกันมากมาย กลับไปสู่ยุคตกต่ำของการฝึกตน
และเริ่มฝึกตนใหม่กลับมาแก้แค้นกันอีก วนไปวนมาอยู่อย่างนี้นับพันล้านปี เอาล่ะ เจ้าได้รับรู้เรื่องราวของผนึกที่สองแล้ว " จิตทัศนะตัดบท
" ผู้อาวุโส ไม่เห็นมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย " นนท์ตัดพ้อ
" มันคือเรื่องราวของผนึกที่สองที่พระผู้สร้างได้บัญญัญติไว้ ข้ามิสามารถเปิดเผยกับเจ้าได้มากกว่านี้ " จิตทัศนะกล่าว
" ผู้อาวุโสที่ท่านบอกว่า มีของดีให้ข้าไปตรวจสอบ นั่นคืออะไร " นนท์นึกขึ้นได้
" เจ้าไปดูก็จะรู้เอง " จิตทัศนะกล่าว
" ผู้อาวุโส ในนี้ทำอะไรได้บ้าง " นนท์อยากรู้ว่าภายในเจดีย์สามารถทำอะไรได้
" เจ้าหนุ่ม ชั้นที่สองนี้สำหรับฝึกหลอมโอสถ เจ้าสามารถฝึกหลอมโอสถที่นี่ได้โดยไม่ต้องใช้สมุนไพร เจ้าสามารถทำผิดพลาดได้นับล้านครั้งโดยที่ไม่เสียสมุนไพรสักต้น " จิตทัศนะกล่าว
" ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " นนท์พึมพำ
" แล้วผนึกที่สามข้าจะเปิดได้เมื่อใด นนท์ถาม
" เจ้าจะเปิดผนึกที่สามได้เมื่อเจ้าอยู่ขั้นวิญญาณนิรันดร์ " จิตทัศนะตอบ
" เอาล่ะเจ้าออกไปได้แล้ว หากครั้งหน้าเจ้ามาที่นี่เจ้าก็สามารถทำการทดลองหลอมโอสถต่างๆได้เลย หรือจะคิดค้นสูตรโอสถใหม่ย่อมได้ " จิตทัศนะบอก
" ผู้น้อยขอลา " นนท์ค้อมหัวลงแล้วจากมา
นนท์ออกมาจากเจดีย์แปดเหลี่ยม นำห้าภรรยาไปที่เขตป่า " จิตทัศนะบอกว่า เขตป่ามีการเปลี่ยนแปลงจากกาีเปิอผนึกที่สองได้ " นนท์กล่าว
นนท์เดินนำห้าภรรยาเข้าไปในเขตป่า ลักษณะป่าเหมือนป่าเขตร้อนชื้นผสมกับป่าเขตหนาว มีพรรณไม้แปลกตามากมาย
ต้นไม้สูงใหญ่ขนาดร้อยคนโอบมากมาย สมุนไพรพบเจอกระจัดกระจาย รอบนอกยังไม่มีสิ่งมีชีวิต ยิ่งเดินลึกเข้าไปยิ่งเย็นมากเท่านั้น
" ภรรยาข้าอย่าได้กังวล ที่นี่ข้าสามารถควบคุมทุกอย่างได้ " นนท์บอกห้าภรรยาให้คลายกังวล
" นั่นวานรขนทองสัตว์ระดับเก้า " ฟางจื่อซินร้อง วานรขนทองเห็นกลุ่มของนนท์ มันหาได้สนใจกลุ่มของนนท์ไม่ ทุกคนต่างแปลกใจ
" ป่าแห่งนี้ก็เหมือนกับป่าอสูรทั่วไป เพียงแต่สัตว์อสูรอยู่ในขั้นพลังที่สูงกว่า และสมุนไพรต่างๆล้ำค่ามากกว่า " หลางจี้เสวี่ยวิเคราะห์
ทั้งหกเดินเข้าไปเรื่อยๆ " สัตว์อสูรที่นี่ไม่ดุร้าย คงเป็นเพราะมาจากการสร้างของพระผู้สร้าง น่าจะเป็นสัตว์อสูรยุคที่อยู่ร่วมกันกับมนุษย์ " นนท์พึทพำ
เดินเข้ามาลึกจนถึงน้ำตกอีกแห่ง น้ำตกสีทองสาดส่องประกายแวววับ เพียงสูดหายใจทำเอาคลื่นพลังของทุกคนปั่นป่วน
นนท์เปิดใช้เนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า " เหมือนมีอะไรบางอย่างลงมาจากฟ้า แล้วกลั่นลงมาเป็นน้ำตก " นนท์ครุ่นคิด
" ข้าว่าลองนั่งฝึกตนที่นี่ดู " หลางจี้เสวี่ยเอ่ย ทั้งหกหาที่นั่งของตน ผ่านไปเพียงสองเค่อทุกคนทะลวงขั้นพลังขั้นย่อยได้
" ข้าจะลลงไปดูด้านล่าง " นนท์กระโจนลงน้ำดำดิ่งไปที่ก้นน้ำตก
" ท่านพี่ขึ้นมาแล้ว " ฟางจื่อซินร้องบอก นนท์ยื่นผลึกสีทองให้ห้าภรรยาดู
" นี่ผลึกอะไร " ห้าภรรยารุมถาม
" ข้าไม่รู้ น้ำตกสีทองก็ยังไม่มีชื่อ ข้าจะเรียกว่าน้ำตกสวรรค์ ส่วนน้ำนี่น้ำทิพย์สวรรค์ ผลึกสวรรค์ "
" ท่านพี่ ข้าอยากเล่นน้ำตกสวรรค์ " หลิงซือซือสะลัดชุดพร้อมเดินลงน้ำ
" ท่านพี่ พี่หญิงทุกท่านมาสิ " ให้รอไม่นานนนท์กระโจนลงน้ำตกสวรรค์ทันที สี่ภรรยาสะลัดชุดพร้อมเดินลงน้ำทันที ส่วนนนท์นั้นดำผุดดำว่ายหยอกเย้าห้าภรรยาอย่างมีความสุข
นนท์โผเข้าหาหลางจี้เสวี่ย " เสวี่ยเอ๋อร์ " นนท์เริ่มบรรเลงบทเพลงแห่งรักกับห้าภรรยา